https://ufanance.com Lockdown168 hydra888 lotto432 KINGDOM66 panama888 NEWYORK888 LONDON168 UFA1919 SAGAME66 sexygame66 ssgame666 sa168vip lotto77 SAGAME1688 SEXYGAME1688 Casino ออนไลน์ Casino ออนไลน์ MAHAGAME88

ตอนที่ 253.2 พระโพธิสัตว์เหยียบกระบี่ข้ามแม่น้ำ

ufac4

ไปถึงบ้านบรรพบุรุษสกุลซุนที่ไม่ได้ใหญ่โต ไม่มีสาวรับใช้หน้าตาน่ารักงดงามอะไร มีเพียงชายชราและหญิงชราหลายสิบคนที่คอยอยู่ดูแลบ้าน  ซุนเจียซู่เลี้ยงข้าวเฉินผิงอันหนึ่งมื้อ ทั้งไม่ใช่อาหารล้ำค่าหายาก แต่ก็ไม่ได้ยากแค้นอนาถาอะไร ล้วนเป็นผักสดตามฤดูกาลและปลากุ้งไก่เป็ดที่อยู่ใกล้เคียงกับบริเวณบ้าน รสมือดีเยี่ยมทำให้คนเจริญอาหาร มีเพียงอาหารอย่างเดียวที่ไม่คุ้นชินซึ่งเป็นน้ำแกงที่วัสดุการปรุงน่าจะมาจากทะเล เฉินผิงอันกินอาหารที่มาจากแม่น้ำจนเคยชิน จึงไม่คุ้นปากนัก ซุนเจียซู่เองก็ไม่คะยั้นคะยอให้เขากิน เฉินผิงอันแค่กินอาหารที่ตัวเองชอบก็พอ

กินข้าวเสร็จแล้วคนทั้งสองก็มาเดินเล่นกันที่ริมแม่น้ำด้านนอก เฉินผิงอันถามว่า “คุณชายซุน รู้จักร้านยาแห่งหนึ่งในนครมังกรเฒ่าที่ชื่อว่าร้านฮุยเฉินหรือไม่?”

ซุนเจียซู่ครุ่นคิด “เมื่อก่อนไม่เคยได้ยิน แต่ข้าสามารถหาให้เจ้าได้โดยใช้เวลาไม่นาน”

เฉินผิงอันเอ่ยขอบคุณหนึ่งคำ

ซุนเจียซู่ยิ้มพลางโบกมือเป็นการบอกเฉินผิงอันว่าไม่ต้องเกรงใจกันขนาดนี้ เขาก้มตัวลงไปหยิบก้อนหินที่แบนราบขึ้นมาก้อนหนึ่ง โยนออกไปด้านข้าง ก้อนหินปลิวเด้งกระแทกผิวน้ำไปจนถึงฝั่งตรงข้าม

ฝั่งตรงข้ามคือสวนดอกน้ำมันที่แผ่ยาวออกไป มองไปจึงเห็นเป็นเพียงสีเหลืองอร่าม

เฉินผิงอันเอาห่อสัมภาระวางเก็บไว้ในห้องแล้วก็หยิบเอาน้ำเต้าเลี้ยงกระบี่มารัดไว้ตรงเอวอีกครั้ง แน่นอนว่ายังคงสะพายกล่องกระบี่ด้วย เขาปลดน้ำเต้า ‘เจียงหู’ ลงมาเพื่อดื่มเหล้า น้ำในแม่น้ำไหลรินอย่างเชื่องช้า คล้ายผู้เฒ่าคนหนึ่งที่เงียบสงบ

ซุนเจียซู่หยุดเดินแล้วพูดว่า “ข้าลองคำนวณดูคร่าวๆ แล้ว ช่วงนี้เรือที่ไปยังภูเขาห้อยหัวเหลืออยู่สามลำ สามลำที่เหลือยังไม่กลับมา ลำหนึ่งคือเต่าทะเลภูเขาของสกุลซุนเรา นอกจากนี้ก็คือปลาวาฬกลืนสมบัติของตระกูลฝู รวมไปถึงนกกุ้ยฮวาของตระกูลฟ่าน หากให้พูดถึงในมุมของความมั่นคงปลอดภัย ข้าแนะนำให้เจ้าโดยสารปลาวาฬกลืนสมบัติ เพราะสิบปีที่ผ่านมานี้ เส้นทางการเดินเรือไปยังภูเขาห้อยหัวมีสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายมาก เต่าทะเลภูเขาสู้ปลาวาฬกลืนสมบัติไม่ได้ หรือถึงขั้นสู้นกกุ้ยฮวาที่ถูกสร้างขึ้นมาไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะต่อให้เต่าทะเลภูเขาจะนิสัยดีแค่ไหนก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีเลือดเนื้อ เรื่องที่เรือคุนของภูเขาต่าเจี้ยวร่วงลงมาตรงภาคกลางของแจกันสมบัติทวีปก็คือตัวอย่าง ส่วนปลาวาฬกลืนสมบัติสามารถว่ายในทะเลลึกได้ จึงปลอดภัยที่สุด อีกทั้งเส้นทางเดินเรือสายนั้นยังเป็นเส้นทางคุ้นเคยที่ตระกูลฝูบุกเบิกมาหลายปี ควรจะหลีกเลี่ยงพวกมารใหญ่ที่อยู่ในน้ำอย่างไร พวกเขาย่อมรู้ชัดเจนดี หากคิดจะประหยัดเงินและต้องการความสบาย ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเป็นเต่าทะเลภูเขาของตระกูลข้า เมื่อเจ้าขึ้นไปอยู่บนเรือ ไม่กล้าพูดว่าสามารถเสวยสุขได้ แต่ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกินอยู่ ไม่ว่าเรื่องอะไรเจ้าก็ไม่ต้องคอยกลัดกลุ้ม…”

เฉินผิงอันลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็หลุดประโยคหนึ่งออกมาว่า “หากไม่ใช่เต่าทะเลภูเขาก็ต้องเป็นนกกุ้ยฮวา ข้าไม่มีทางโดยสารปลาวาฬกลืนสมบัติเด็ดขาด”

ซุนเจียซู่แปลกใจอย่างมากจึงถามว่า “ทำไมล่ะ?”

เฉินผิงอันรู้สึกลำบากใจเล็กน้อย “ตอนอยู่ถ้ำสวรรค์หลีจูบ้านเกิด ข้าเคยเกือบจะฆ่าฝูหนันหัวนายน้อยของนครมังกรเฒ่า ไหนเลยจะกล้านั่งเรือข้ามฟากของตระกูลเขา”

ซุนเจียซู่อดยื่นมือมาตบไหล่ของเฉินผิงอันหนักๆ ไม่ได้ “เฉินผิงอัน! ข้าเคยเห็นวีรบุรุษมาไม่น้อย แต่คนที่ใจกล้าแบบเจ้ากลับพบเจอมาไม่มากจริงๆ!”

เฉินผิงอันถอนหายใจ เพราะฟังจากน้ำเสียงของซุนเจียซู่ก็รู้แล้วว่าฝูหนันหัวต้องไม่ใช่คนที่ควรไปมีเรื่องด้วยจริงๆ

ซุนเจียซู่อดกลั้นอยู่นานสุดท้ายก็หลุดหัวเราะอย่างอดไม่ได้ “แม้ว่านายน้อยของนครมังกรเฒ่าจะไม่ได้มีแค่คนเดียว ลูกหลานของครอบครัวอื่นในตระกูลฝูที่มีหวังว่าจะได้สืบทอดเสื้อคลุมมังกรเฒ่าตัวนั้นก็มีอยู่หลายคน แต่ทุกคนล้วนรู้ว่าฝูหนันหัวได้รับความสำคัญจากเจ้านครฝูฉีมากที่สุด บรรพบุรุษตระกูลฝูคนหนึ่งที่ได้ครอบครองอาวุธกึ่งเซียนก็ยิ่งเป็นผู้ถ่ายทอดมรรคาให้แก่ฝูหนันหัว เพียงแต่ว่าช่วงหลายปีมานี้เขาปิดด่าน เล่าลือกันว่ากำลังพยายามฝ่าสู่ห้าขอบเขตบน ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้มากที่สุดว่าฝูหนันหัวจะกลายเป็นเจ้านครคนถัดไป เฉินผิงอัน เจ้าใช้ได้เลยนี่นา หากเรื่องนี้แพร่ออกไป รับรองว่าชื่อเสียงของเจ้าต้องดังไปครึ่งทวีปภายในเวลาหนึ่งเดือนแน่นอน”

เฉินผิงอันกล่าวอย่างจนใจ “ชื่อเสียงแบบนี้ ไม่เอาดีกว่ามั้ง”

ซุนเจียซู่ยิ่งหัวเราะก็ยิ่งอารมณ์ดี “ถึงแม้ว่าข้าจะเคยพบค้าสมาคมกับฝูหนันหัวมาหลายครั้ง หรือถึงขั้นที่ว่าความสัมพันธ์เกินกว่าจะเป็นสหายที่ร่วมดื่มเหล้าธรรมดาทั่วไป แต่ฝูหนันหัวยังอยู่ไกลเกินกว่าจะเทียบเคียงกับหลิวป้าเฉียวได้ วันนี้ได้ยินความจริงเรื่องนี้ ข้าก็ยิ่งอยากหัวเราะ ดูท่าข้าคงไม่ค่อยมีคุณธรรมเท่าไหร่นัก ดังนั้นเจ้าเฉินผิงอันก็ยั้งๆ ไว้หน่อย เป็นเพื่อนกับคนแบบข้า อย่าเพิ่งมอบใจให้มากเกินไปนัก ต้องรู้จักกันให้นานก่อน”

ผลกลับกลายเป็นว่าเฉินผิงอันหลุดประโยคหนึ่งมา “อันที่จริงข้ากับหลิวป้าเฉียวก็ไม่ได้สนิทกันเท่าไหร่ แค่เคยเจอหน้ากันสองครั้งเท่านั้น”

ซุนเจียซู่อัดอั้นตันใจเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้นในจดหมายที่หลิวป้าเฉียวบอกว่าสนิทกับเจ้าเหมือนผ่านความเป็นความตายร่วมกันมาหลายร้อยรอบล่ะ หมายความว่าอย่างไร? ในจดหมายเขาชื่นชมเจ้าซะจนไม่มีผู้ใดทัดเทียมได้อีกแล้ว แถมยังบอกด้วยว่าหากข้าไม่มารับรองเจ้าด้วยตัวเองจะตัดขาดกับข้า จากนั้นก็จะป่าวประกาศฉายาข้าไปให้ทั่วแจกันสมบัติทวีป”

เฉินผิงอันลองถามหยั่งเชิง “ฉายาคือซุนจื่อ” (ซุนจื่อแปลว่าหลาน)

ซุนเจียซู่ยื่นมือมากุมขมับ ยิ้มเจื่อนพูดว่า “เรื่องนี้เจ้าก็เดาได้ด้วยหรือ?”

เฉินผิงอันพูดยิ้มๆ “แม้ว่าจะเคยเจอกันแค่สองครั้ง แต่ข้ากลับรู้นิสัยของหลิวป้าเฉียวดีว่าเป็นคนไม่จริงจังมากที่สุด”

ซุนเจียซู่ทอดถอนใจ “ความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับฝูหนันหัว ย่อมต้องมีจุดจบเป็นดั่งประโยคที่ว่าต่อให้ผมขาวก็ยังเหมือนเพิ่งรู้จักกัน (เปรียบเปรยว่าคนที่คบหากันมานานก็ไม่สนิทใจ ได้แต่รู้จักกันอย่างผิวเผิน) แต่เจ้ากับหลิวป้าเฉียวกลับเหมือนประโยคว่าเพิ่งพบหน้าก็เหมือนรู้จักกันมานาน”

สารถีคนนั้นมาปรากฏตัวอยู่ไกลๆ ซุนเจียซู่หันกลับไปมองแวบหนึ่งก็หันกลับมาพูดกับเฉินผิงอันว่า “ข้าต้องไปที่จวนตระกูลฝูในเมืองเพื่อพบแขกคนหนึ่ง เพราะว่านัดหมายกันมาล่วงหน้าแล้ว เรื่องของร้านยาฮุยเฉิน ช้าสุดก่อนคืนวันพรุ่งนี้จะมีคนมาบอกเจ้า อีกอย่างก็คือในเมื่อเจ้ามีความแค้นกับฝูหนันหัว ถ้าอย่างนั้นช่วงนี้หากเจ้าจะออกไปข้างนอกก็ต้องให้คนมาบอกข้าก่อน ข้าจะให้คนจัดการเรื่องการเดินทางของเจ้า เมื่อเป็นอย่างนี้การเดินทางไกลโดยเรือข้ามฟากก็สามารถตัดปลาวาฬกลืนสมบัติของตระกูลฝูออกไปก่อนได้แล้ว เจ้าก็นั่งเต่าทะเลภูเขาของตระกูลข้าไปที่ภูเขาห้อยหัวเลยแล้วกัน อีกยี่สิบวันให้หลังจะออกเดินทางตรงเวลา ช่วงเวลานี้เจ้าสามารถมาอาศัยอยู่ที่บ้านบรรพบุรุษของตระกูลข้า ต้องการของสิ่งใด ขอแค่ที่นครมังกรเฒ่ามี ข้าก็สามารถช่วยนำมาส่งให้เจ้าได้ แล้วเจ้าเองก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจ ก่อนจะเปิดปาก เจ้าสามารถบอกตัวเองได้ว่า ‘ซุนจื่อผู้นั้นมีเงินเยอะมากๆ เป็นเพื่อนกัน เดิมทีก็ต้องมีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้านอยู่แล้ว ร่วมเสพสุขก่อน แล้ววันหน้าค่อยต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กัน ค่อยร่วมทุกข์ร่วมยาก นี่ต่างหากถึงจะไม่เสียเปรียบ’”

“ตกลง งั้นข้าจะไม่เกรงใจเจ้าแล้ว”

เฉินผิงอันพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม กะพริบตาปริบๆ “หลิวป้าเฉียวต้องพูดประโยคนี้ใช่ไหม?”

ซุนเจียซู่ยกนิ้วโป้งให้ “มิน่าเล่าหลิวป้าเฉียวถึงหน้าด้านอยากจะเป็นสหายกับเจ้า เจ้าเข้าใจเขานี่เอง!”

ซุนเจียซู่บอกลาจากไป ค่อยๆ เดินจากไปไกลพร้อมกับสารถีเฒ่าที่เฉินผิงอันมองตื้นลึกหนาบางไม่ออก แล้วนั่งรถม้าเดินทางไปยังเมืองในของนครมังกรเฒ่า

ดังนั้นเฉินผิงอันที่อยู่เพียงลำพังจึงเริ่มฝึกเดินนิ่งหกก้าวเลียบริมแม่น้ำ

น้ำในแม่น้ำนิ่งสงบ มองไปก็เห็นแปลงดอกน้ำมันกว้างไกลไร้ที่สิ้นสุด ถนนดินที่ธรรมดา หากไม่เป็นเพราะที่นี่ไม่มีสะพานหินโค้งและร้านกระบี่ของตระกูลหร่วน เฉินผิงอันก็เกือบคิดไปว่าที่นี่คือบ้านเกิดของตัวเอง

เฉินผิงอันฝึกวิชาหมัดจนเดินไปได้สิบกว่าลี้ หากขยับไปข้างหน้าอีกนิดก็คือหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งขึ้นริมน้ำ มีเสียงไก่ขัน มีเสียงหมาเห่า และยังมีควันจากการทำอาหารลอยคลุ้ง เฉินผิงอันหยุดการฝึกหมัด มองไปรอบด้าน ข้างกายมีสะพานไม้เล็กๆ ข้ามแม่น้ำอยู่แห่งหนึ่ง ตอนนี้อยู่ดีๆ เขาก็รู้สึกเหมือนอยู่ห่างไกลคนละโลกอย่างไม่ทราบสาเหตุ

เฉินผิงอันกำลังจะหมุนตัวกลับไปที่บ้านบรรพบุรุษตระกูลซุนก็สังเกตเห็นว่าในสวนดอกน้ำมันฝั่งตรงข้ามที่อยู่ห่างออกไปไกลมีเด็กกลุ่มหนึ่งที่สวมชุดธรรมดาเดินออกมา ส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในวัยของเด็กนักเรียนชั้นประถม และยังมีบางส่วนที่อายุน้อยยิ่งกว่า แต่ละคนมีขี้มูกยืดออกมาจากจมูกเดินตามมาด้านหลัง มีเด็กผู้ชายที่อายุมากหน่อยสองคนถือกระบี่ไม้ไผ่กระบี่ไม้ที่ผู้ปกครองในครอบครัวน่าจะเป็นคนช่วยเหลาให้อยู่ในมือ รูปลักษณ์เรียบง่าย แค่รูปร่างคล้ายกระบี่อย่างหยาบๆ เท่านั้น ดูเหมือนคนทั้งสองต่างก็กำลังแข่งวิชากระบี่กัน พวกเขาทยอยกันขึ้นมาเดินขึ้นมาบนเนินดิน ฟาดฟันกระบี่ใส่ดอกน้ำมัน แถมยังร้องตะโกนคำรามส่งเดช ทว่าพละกำลังกลับเปี่ยมล้น

สงสารดอกน้ำมันที่ถูกเด็กสองคนฟันจนแหลกเละ แต่ไม่นานด้านหลังก็มีเด็กอายุน้อยร้องไห้จ้าขึ้นมา ที่แท้ตอนแรกเขาเองก็สนุกร่วมไปกับคนอื่น แต่พอพบว่าที่นี่คือลานดอกน้ำมันของครอบครัวเขาเอง แล้วถ้าพ่อแม่ของเขารู้เรื่องนี้ กลับไปถึงบ้านตนจะไม่ก้นลายหรือ?

แต่เขาก็ไม่กล้าห้าม ‘มือกระบี่’ ที่อายุมากกว่าสองคนนั้น ได้แต่ร้องไห้ปานจะขาดใจ ยังดีที่เพียงไม่นานมือกระบี่คนหนึ่งก็ตระหนักได้ว่าท่าไม่ดี จึงควักขนมข้าวพองที่บ้านของเขาอบเองแผ่นหนึ่งออกมา เอ่ยสั่งความกับเด็กคนนั้นสองสามประโยค เด็กน้อยที่มีขี้มูกยืดก็ยิ้มหน้าบานได้ทันที เดินอาดๆ ตามหลังมือกระบี่สองคน มองพวกเขาออกกระบี่เสียงดังสวบๆ อย่างร้ายกาจ คิดว่าเดี๋ยวพอตนโตอีกนิด มีเรี่ยวแรงมากหน่อยก็จะขอกระบี่เล่มหนึ่งจากบิดาที่เป็นช่างไม้ ตัดดอกน้ำมันทั้งหมดให้เกลี้ยง แบบนั้นจะดูน่าเกรงขามถึงขนาดไหน? ชุ่ยฮวานังหนูน้อยที่อยู่ข้างบ้านยังจะชอบไปเล่นกับเสี่ยวซิ่วไฉที่อยู่หลังหมู่บ้านอีกไหม? ถึงเวลานั้นนางต้องตามตนแจทุกวันแน่

เฉินผิงอันเห็นพวกเขาแล้วก็หลุดหัวเราะออกมาทันที

นี่ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนตอนเด็กหรอกหรือ? ปีนั้นหลิวเสี้ยนหยางชอบทำเรื่องที่ชวนให้คนรังเกียจแบบนี้มากที่สุด ไม่เพียงแต่เอากระบี่ไม้ไปฟันดอกน้ำมัน ยังชอบดันคันดินสูงๆ ต่ำๆ ให้ล้มลง หยิบก้อนหินขว้างเป็ดที่อยู่ในน้ำ แต่ละวันจะต้องถูกพวกสตรีแต่งงานแล้วด่าทอ ถูกคนไล่ตี ภายหลังเขากับเฉินผิงอันต่างก็กลายมาเป็นช่างในเตาเผา หลิวเสี้ยนหยางจึงทำเรื่องพวกนั้นน้อยลงเพราะรู้สึกว่าไม่น่าสนใจแล้ว จะชอบขึ้นเขาไปจับงูจับไก่ป่าเสียมากกว่า ทว่าหลังก้นของเฉินผิงอันมีกู้ช่านเพิ่มมาอีกคน ความสามารถของหลิวเสี้ยนหยางก็ยิ่งขยับขยาย เพียงแต่ว่าเมื่อเทียบกับหลิวเสี้ยนหยางที่ทำเรื่องร้ายๆ แบบเปิดเผยแล้ว กู้ช่านกลับระมัดระวังตัวกว่ามากเยอะ เขาแทบจะไม่เคยถูกใครจับได้ ทั้งมีความเพียรพยายามที่แม้แต่เฉินผิงอันก็ยังชื่นชม แล้วก็มีความเจ้าเล่ห์เกินตัวที่ไม่สมวัย

ภายใต้แสงแดดเจิดจ้า เพื่อให้ตกปลาไหลได้หนึ่งตัว กู้ช่านสามารถนั่งกระดกก้นรอได้เกินครึ่งวัน

ทุกครั้งที่ถึงเวลากินข้าวของคนในตรอกหนีผิง จะต้องมีเสียงตะโกนที่แม่ของกู้ช่านตะเบ็งเสียงเรียก

เฉินผิงอันนั่งยองอยู่ริมน้ำ ขว้างก้อนหินลงในน้ำ

พวกเด็กๆ พากันเดินข้ามสะพานไม้มาเป็นขบวนใหญ่ แต่ละศีรษะเรียงติดๆ กันคล้ายพุทราเชื่อมเสียบไม้อันยาว

เห็นคนแปลกหน้าอย่างเฉินผิงอัน พวกเด็กๆ ก็ไม่กลัว เพียงแต่หันมามองอยู่หลายครั้ง แล้วก็เดินไปทางหมู่บ้านที่ห่างไปไม่ไกล แต่เด็กคนหนึ่งที่ถือกระบี่ไม้ไผ่ เดินหนึ่งก้าวหันกลับมามองสามรอบ สายตาหยุดอยู่บนกล่องกระบี่ที่เฉินผิงอันสะพายอยู่ด้านหลังตลอดเวลา สุดท้ายระงับความใคร่รู้ไว้ไม่อยู่จึงหมุนตัววิ่งกลับมาหยุดอยู่ข้างกายเฉินผิงอัน ถามด้วยภาษาทางการของแจกันสมบัติทวีปด้วยสำเนียงที่ชัดเจนถูกต้อง “หรือว่าเจ้าเองก็เป็นมือกระบี่คนหนึ่ง?”

—–

Sword of Coming กระบี่จงมา

Sword of Coming กระบี่จงมา

ประเภท: ผู้แต่ง: , ,
อ่านนิยายเรื่อง Sword of Coming กระบี่จงมา ” หนึ่งโลกธาตุขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยความลี้ลับมหัศจรรย์ ใจกลางฟ้าดิน เคยมีปัญญาชนผู้หนึ่งใช้หนึ่งกระบี่ฟาดฟันให้เกิดน้ำตกธารสวรรค์ คือความภาคภูมิใจสูงสุดของโลกมนุษย์ หน้าผาทะเลบูรพา มีนักพรตไร้นามผู้หนึ่งที่ไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งใด หวังเพียงให้ลมเย็นโชยมาปะทะใบหน้า แดนสุขาวดีปัจฉิมทิศ มีหลวงจีนเฒ่าที่ชอบเล่าเรื่องราวให้ผู้คนฟัง เลี้ยงมังกรสวรรค์ไว้เก้าตัว พื้นที่กันดารแดนใต้ มีจิตรกรตาบอดควบคุมหุ่นเชิดเกราะทองสูงเท่าเนินเขาให้เคลื่อนย้ายภูเขาใหญ่หนึ่งแสนลูก ปูแผ่เป็นภาพลายปัก เมื่อวันหนึ่งเด็กหนุ่มยากจนที่เติบโตทางทิศเหนือได้พบกับเซียนที่เหนือศีรษะมีกระบี่บินนับพันนับหมื่นประดุจฝูงตั๊กแตน “ เขาจึงอยากจะไปเห็นปัญญาชนคนนั้น เห็นคลื่นยักษ์ที่โถมตัวเทียมฟ้าของทะเลบูรพา เห็นทะเลทรายสีเหลืองทองกว้างไกลนับหมื่นลี้ของแดนประจิม และอยากไปเห็นภูเขาลูกโอฬารของแดนกันดารทางใต้ที่นักเล่านิทานเอ่ยถึงกับตาตัวเอง ดังนั้น ในที่สุดวันหนึ่ง เด็กหนุ่มจึงสะพายกระบี่ไม้พาดหลัง มุ่งหน้าไปทางทิศใต้ –ข้ามีนามว่าเฉินผิงอัน ผิงอันที่แปลว่าสงบสุข สันติ ข้าคือมือกระบี่คนหนึ่ง–

คอมเม้นต์

Options

ใช้ไม่ได้กับโหมดมืด
คืนค่าเริ่มต้น