กับดักรักในรอยแค้น – ตอนที่ 618 เผยหนานเจวี๋ยที่ร่างกายแข็งแรงเหมือนวัว / ตอนที่ 619 คุณต้องการจะทิ้งผม

ตอนที่ 618 เผยหนานเจวี๋ยที่ร่างกายแข็งแรงเหมือนวัว   

 

 

“ได้” คุณย่ากงได้ยินแล้วก็ยื่นมือประคองกงจวิ้นฉือเดินไปยังเตียงผู้ป่วย

 

 

จะให้คุณย่ากงเห็นฉากเมื่อครู่ไม่ได้เป็นอันขาด ถ้าหากท่านเห็นแล้วจะต้องโมโหตายแน่ๆ ไม่ใช่หรือ? ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ฉู่เจียเสวียนก็อยู่กับเผยหนานเจวี๋ย

 

 

คุณย่ากงต่อต้านครอบครัวเผยเสมอมา การที่สามารถยอมรับฉู่เจียเสวียนได้นั้น ตอนนี้ก็นับว่าดีขึ้นมากแล้ว เรื่องระหว่างเขากับฉู่เจียเสวียน เขายังไม่ได้คิดว่าจะบอกท่านอย่างไรดี

 

 

กงจวิ้นฉือถูกคุณย่ากงประคองมานั่งที่เตียง ทันทีที่เอนตัวลง จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

 

 

ก๊อกๆ…

 

 

“เข้ามา” กงจวิ้นฉือกล่าวอย่างมีมารยาท

 

 

ประตูเปิดออก เป็นประธานหยางที่เดินเข้ามาจากข้างนอก บนใบหน้าของกงจวิ้นฉือมีรอยยิ้มจางๆ

 

 

“ประธานกง คุณย่ากง” ประธานหยางเข้ามาในห้องคนไข้แล้วก็เอ่ยทักตามมารยาท

 

 

“มีเรื่องอะไรเหรอ” ประธานหยางเป็นมือซ้ายมือขวาที่มีประสิทธิภาพของกงจวิ้นฉือ ช่วงที่เขาไม่อยู่ในบริษัท เรื่องทั้งหมดก็ยกให้เขาเป็นคนจัดการ

 

 

“ไม่มีอะไรครับ ผมก็แค่เป็นตัวแทนของพนักงานบริษัทมาเยี่ยมคุณ”

 

 

“ประธานกง คุณรักษาร่างกายให้ดีเถอะนะครับ ผมจะจัดการเรื่องที่บริษัทเอง คุณไม่ต้องเป็นห่วง” ประธานหยางตบหน้าอกเบาๆ เอ่ยปากรับรองกับเขา

 

 

กงจวิ้นฉือพยักหน้า เขาเชื่อใจประธานหยางมาตลอด

 

 

“ช่วงนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้างหรือเปล่า”

 

 

“ไม่มีเรื่องใหญ่อะไรครับ เพียงแค่โครงการความร่วมมือหลายแห่งยังอยู่ระหว่างการหารือ”

 

 

“โอเค คุยกับพวกเขาต่อไป จะต้องรับโครงการนี้มาให้ได้ ตอนนี้บริษัทกงเหมือนถูกคนหมายตาไว้ คุณต้องระวังตัวไว้หน่อย” กงจวิ้นฉือกล่าว

 

 

เขารู้สึกอยู่บ้างว่าความสงบของเมือง A ในขณะนี้น่ากลัวเล็กน้อย ราวกับมือมีฝ่ามือใหญ่กำลังยื่นมาทางพวกเขา เพราะอย่างนั้นเขาจึงต้องระวังตัว

 

 

หลังจากประธานหยางจากไปแล้ว ผ่านไปไม่นานฉู่เจียเสวียนก็กลับมา เมื่อเห็นตะกร้าผลไม้บนโต๊ะของเขา ฉู่เจียเสวียนก็รู้แล้วว่ามีคนมาเยี่ยมกงจวิ้นฉือ

 

 

“จวิ้นฉือ ตอนนี้ร่างกายของคุณยังไม่หายดี เรื่องงานก็เอาไว้ก่อนเถอะ” ไม่ต้องเดาฉู่เจียเสวียนก็รู้ว่าคนที่มาเยี่ยมเขาจะต้องเป็นพนักงานในบริษัทอย่างแน่นอน

 

 

เธอไม่ต้องการให้สถานการณ์ใดๆ ส่งผลกระทบระหว่างที่กงจวิ้นฉือรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

 

 

“ไม่เป็นไร คุยกันแค่สองคำเขาก็ไปแล้ว” กงจวิ้นฉือกล่าวขึ้นอย่างอบอุ่น หัวใจของเขายิ้มให้กับความเป็นห่วงของฉู่เจียเสวียน

 

 

สุดท้ายแล้วฉู่เจียเสวียนก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เธอได้แต่เพียงถอนหายใจเบาๆ แต่ละคนก็ล้วนบ้างานกันทั้งนั้น บางครั้งเธอเองก็อยากเปิดสมองของพวกเขาออกมาดูเสียจริงๆ ว่าในสมองของพวกเขานั้นนอกจากเรื่องงานแล้วยังมีอะไรอีกบ้างไหม

 

 

วันเวลาไหลผ่านไปอย่างเงียบๆ วันตรุษจีนยิ่งใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว อากาศเริ่มรู้สึกอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย ไม่มีความเย็นเหมือนตอนต้นฤดูหนาว

 

 

เพราะมีฉู่เจียเสวียนดูแลอย่างระมัดระวัง ทำให้ร่างกายของกงจวิ้นฉือฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว แต่เดิมความสามารถในการฟื้นตัวทางกายภาพของเขานั้นแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป บางครั้งเขาก็เกลียดความสามารถในการฟื้นตัวแบบนี้ที่แตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไปนัก เพราะมันทำให้ฉู่เจียเสวียนมีเหตุผลที่จะดูแลเขาน้อยลง

 

 

ส่วนเผยหนานเจวี๋ยที่ร่างกายเคยแข็งแรงเหมือนวัวในอดีต กลับต้องนอนที่โรงพยาบาลสองสามเดือนเต็ม

 

 

ทุกครั้งที่กงจวิ้นฉือเห็นฉู่เจียเสวียนเป็นห่วงเผยหนานเจวี๋ย หัวใจของเขาก็บ้าคลั่งไปด้วยความริษยา เขารู้สึกได้แม้กระทั่งว่าความเจ็บปวดทุกส่วนบนร่างกายของเผยหนานเจวี๋ยนั้นล้วนเจ็บมาถึงในใจของฉู่เจียเสวียน

 

 

ถ้ามีคนปฏิบัติต่อเขาแบบนี้จะดีแค่ไหนกันนะ? แต่เขารู้ว่าหากคนนั้นไม่ใช่ฉู่เจียเสวียน เขาก็ไม่ต้องการความรู้สึกแบบนั้น

 

 

ได้ยินมาว่าเผยหนานเจวี๋ยออกจากโรงพยาบาลไปเมื่อสองสามวันก่อนแล้ว เพราะว่าพรุ่งนี้ก็เป็นวันสิ้นปี หากฉลองตรุษจีนที่โรงพยาบาลคงจะไม่เป็นมงคล เป็นธรรมดาที่ฉู่เจียเสวียนจะต้องตามไปดูแลเผยหนานเจวี๋ย

 

 

ในห้องขนาดใหญ่ มีเพียงกงจวิ้นฉือที่นั่งอยู่บนโซฟาตามลำพัง เขาอยู่ที่นี่กลับไม่รู้สึกถึงบรรยากาศของตรุษจีนเลย

 

 

 

 

 

ตอนที่ 619 คุณต้องการจะทิ้งผม   

 

 

อีกด้านหนึ่งนั้นกลับต่างกับความเยียบเย็นของกงจวิ้นฉือโดยสิ้นเชิง ขณะนี้ที่คฤหาสน์ตระกูลเผยกำลังประดับไฟเฉลิมฉลองและมีความสุขมากเป็นพิเศษ

 

 

เผยหนานเจวี๋ยยุ่งอยู่ตลอดเวลา เขาตกแต่งคฤหาสน์เองกับมือ ถ้าหากเป็นปีก่อนๆ เผยหนานเจวี๋ยคงไม่ลงแรงแบบนี้แน่ แต่ว่าครั้งนี้มีฉู่เจียเสวียนอยู่ด้วย เขาจะต้องตระเตรียมให้ดี

 

 

หลายต่อหลายครั้งที่ฉู่เจียเสวียนอยากบอกกับเผยหนานเจวี๋ยว่าเธอไม่อยากฉลองที่บ้านเผย เธออยากกลับไปอยู่กับซูซาน เพราะเธอไม่สามารถทิ้งซูซานให้อยู่ที่บ้านคนเดียวได้

 

 

ยิ่งไปกว่านั้นคุณย่ากงยังคงเรียกให้เธอกลับไปกินข้าวฉลองตรุษจีนอยู่เสมอ เพราะว่าในสายตาของคุณย่ากง ตอนนี้ฉู่เจียเสวียนเป็นสะใภ้ของบ้านกงแล้ว แต่ว่าท่านกลับไม่รู้เรื่องระหว่างกงจวิ้นฉือกับฉู่เจียเสวียนเลยแม้แต่น้อย

 

 

เธอไม่ต้องการให้คนแก่อย่างท่านต้องเสียใจในวันแห่งเทศกาลแบบนี้

 

 

วันนี้ก็เป็นวันก่อนตรุษจีนแล้ว เธอกลัวว่าหากไม่พูดอีกก็จะไม่มีโอกาสจริงๆ แล้ว

 

 

เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอเห็นว่าเผยหนานเจวี๋ยกำลังทุ่มเทให้กับงานเทศกาลตรุษจีน เธอก็ไม่สามารถพูดออกมาได้ว่าเธอจะไปทานอาหารฉลองตรุษจีนที่บ้านกง

 

 

“เผยหนานเจวี๋ย ฉันมีเรื่องหนึ่งอยากปรึกษากับคุณหน่อย” ฉู่เจียเสวียนเอ่ยปากขึ้น

 

 

เสียงของเธอไม่ดังไม่เบา แต่ลอยมากระทบเข้าหูของเผยหนานเจวี๋ยพอดี เขาพลันหยุดการกระทำในมือลง

 

 

เขาตั้งใจจะตกแต่งคฤหาสน์ในรูปแบบโบราณ เพื่อให้ฉู่เจียเสวียนได้จดจำการฉลองตรุษจีนที่แตกต่างออกไป

 

 

“แป๊บนึงนะ ขอผมแขวนโคมไฟนี่ก่อน” เผยหนานเจวี๋ยพูดพร้อมรอยยิ้ม

 

 

ในความทรงจำของเขา เขาไม่เคยฉลองตรุษจีนกับฉู่เจียเสวียนเลย วันตรุษจีนนั้นเป็นหนึ่งในประเพณีที่สำคัญที่สุดในประเทศจีน เขาจะต้องส่งต่อปีใหม่ที่แข็งแกร่งให้กับฉู่เจียเสวียน

 

 

“ทางขวา ใช่ ทางขวาอีกหน่อย” เผยหนานเจวี๋ยกำกับดูแลงานต่อ เรื่องบางเรื่องเขาต้องการลงมือด้วยตัวเอง

 

 

รอยยิ้มที่มุมปากของเผยหนานเจวี๋ยแพร่กระจายมาถึงฉู่เจียเสวียน เธอไม่ค่อยได้เห็นอารมณ์ผ่อนคลายของเผยหนานเจวี๋ยมากนัก และรอยยิ้มของเผยหนานเจวี๋ยแบบนี้ก็หล่อเหลาอย่างนึกไม่ถึง

 

 

ในที่สุดเผยหนานเจวี๋ยก็เสร็จจากงานในมือ ฉู่เจียเสวียนยื่นผ้าขนหนูให้เขาด้วยความเป็นห่วง เพื่อให้เขาได้เช็ดเหงื่อ

 

 

ไม่ช้าก็ถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว หลังจากฉู่เจียเสวียนกินข้าวเป็นเพื่อนเผยหนานเจวี๋ย เธอก็เริ่มคิดถึงวิธีบอกเผยหนานเจวี๋ยว่าเธอกำลังจะไปทานอาหารฉลองตรุษจีนที่บ้านกง

 

 

ขณะที่กำลังเหม่อลอยอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เมื่อมองดูสายเรียกเข้าแล้ว ฉู่เจียเสวียนก็รีบรับสายทันที “ฮัลโหล สวัสดีค่ะคุณย่า”

 

 

“เจียเสวียน ทำไมเธอกับจวิ้นฉือยังไม่มาอีกล่ะ วันนี้เป็นวันสิ้นปีนะ พวกเรามากินข้าวฉลองด้วยกันเถอะ”

 

 

“ฉัน…” ทำอย่างไรเธอก็เอ่ยคำปฏิเสธไม่ออก

 

 

ตอนนี้คุณย่ากงอายุมากแล้ว ท่านคงรับความกระเทือนใจมากไม่ได้ ฉู่เจียเสวียนสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนเอ่ยปากว่า “คงจะดึกหน่อยค่ะ เดี๋ยวฉันจะไปกับแม่”

 

 

“ได้ แต่อย่านานนักล่ะ”

 

 

“ค่ะ”

 

 

เมื่อวางสายลง ฉู่เจียเสวียนก็หันไปมองเผยหนานเจวี๋ยที่กำลังสาละวนอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาแล้ว สิ่งที่ต้องการจะพูดก็พูดไม่ออก

 

 

มองฟ้าสีของท้องฟ้าด้านนอก ฉู่เจียเสวียนกัดริมฝีปากน้อยๆ ก่อนเดินเข้ามาหาเขา หากไม่พูดอีก ฟ้าก็จะมืดแล้ว

 

 

“หนานเจวี๋ย ฉันจะไปกินข้าวเย็นก่อนตรุษจีนที่บ้านกงนะ” ฉู่เจียเสวียนพูดตรงๆ แทนที่จะพัวพันอยู่อย่างนี้ เธอสู้พูดออกไปตรงๆ จะดีกว่า

 

 

กงจวิ้นฉือเคยรับปากกับเธอว่าเขาจะไปคุยกับคุณย่า แต่ตอนนี้ร่างกายของคุณย่ากงยังคงอ่อนแอมาก เขาไม่อยากให้ท่านเป็นกังวล ดังนั้นพวกเขาจึงยังคงเป็นคู่รักต่อหน้าคุณย่า

 

 

มุมปากของเผยหนานเจวี๋ยที่ยังคงมีรอยยิ้มในตอนแรก เมื่อได้ยินคำพูดของฉู่เจียเสวียนแล้วก็เย็นชาลงทันใด เขาตระเตรียมมาเนิ่นนาน คิดไม่ถึงว่าเวลาที่สำคัญแบบนี้เธอกลับบอกว่าจะไปบ้านกง

 

 

ที่แท้เธอก็ไม่ได้คิดจะฉลองตรุษจีนกับเขาเลย

 

 

ทันใดนั้น อารมณ์ของเผยหนานเจวี๋ยก็ราวกับตกจากสวรรค์สู่นรก

 

 

“คุณก็เลยจะทิ้งผม?” เผยหนานเจวี๋ยพยายามอย่างมากในการควบคุมอารมณ์ของตัวเอง

กับดักรักในรอยแค้น

กับดักรักในรอยแค้น

ฉู่เจียเสวียนตกหลุมรักเผยหนานเจวี๋ยตั้งแต่แรกพบ แต่ก็เพียงชื่นชมเขาจากที่ไกลๆ เท่านั้น ด้วยรู้ดีว่าคนที่เขารักอย่างสุดหัวใจคือ ฉู่อีอี ผู้เป็นน้องสาว ทว่าเมื่อสามปีก่อนฉู่อีอีกลับมาขอให้เธอช่วยปลอมแปลงการตาย และเข้าพิธีแต่งงานกับเผยหนานเจวี๋ยแทนตัวเอง จนคนอื่นพากันคิดว่าเธอจงใจ ‘ฆ่าน้องสาว’ เพื่อแย่งเขามาครอบครอง! ถึงอย่างนั้น…เธอก็ยังคิดว่านี่เป็นโอกาสได้อยู่ข้างกายเขา และดูแลเขาอย่างเปิดเผยในฐานะที่ ‘ฉู่อีอีไว้วางใจ’ ทว่าทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่เธอคิด เผยหนานเจี๋ยเอาแต่โทษเธอและทำร้ายจิตใจเธอ จนสร้างรอยแผลในหัวใจของเธออย่างสุดประมาณ…

Options

not work with dark mode
Reset