ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ – ตอนที่ 455 ไม่มีทางให้อภัยไปตลอด / ตอนที่ 456 ครอบครัวแปลกประหลาด

ตอนที่ 455 ไม่มีทางให้อภัยไปตลอด

 

 

จากที่ไกลๆ ก็ยังได้ยินเสียงหัวเราะมีความสุขนั้น สีหน้าของกู้ซูหลิงน่าเกลียดที่สุด ความริษยาในใจเหมือนกับงูพิษตัวหนึ่ง เธอรู้สึกถึงความเศร้า โมโห ก่อเกิดความชิงชังแบบหนึ่งซึ่งทำลายฟ้าดิน อยากจะให้เรื่องที่ไม่เป็นไปดังใจหวัง คนที่ไม่เป็นไปตามที่คิดล้วนหายไปจากโลกใบนี้ให้หมด

 

 

ตะเกียบในมือถูกโยนไปบนโต๊ะอาหารอย่างแรง

 

 

ตอนที่กู้เชินเดินเข้ามาก็เห็นฉากนี้เข้าพอดี

 

 

เขานั่งลงตรงข้ามกู้ซูหลิงในทันที ชายวัยกลางคนแต่งกายทันสมัย ดูแล้วมีการศึกษา สุภาพ สุขุม มีความสามารถและไม่สูญเสียท่าทางเก่งกล้าภูมิฐานไป

 

 

พอเห็นกู้เชิน กู้ซูหลิงก็มีสีหน้าตกใจ เอ่ยเรียกออกไปด้วยความเสียใจและสีหน้ารู้สึกผิดในทันที “คุณพ่อ”

 

 

กู้เชินมองเธอ เอ่ยถามเสียงราบเรียบ “ยอมแพ้แล้ว”

 

 

เมื่อวานไม่มีห้องนั้นไม่จริง กู้ซูหลิงขอร้องให้กู้เชินเอ่ยปากกับฟังจือหัน เพราะเธอรู้ว่ากู้เชินออกปากขอร้องขึ้นมา ขอเพียงไม่เกินไปฟังจือหันก็รับปากหมด

 

 

เธอถึงได้สามารถพักอยู่ในลานบ้านนี้

 

 

กู้ซูหลิงน้ำตาจะไหล น้ำเสียงสะอื้น “คุณพ่อ หนูชอบ…เขาจริงๆ”

 

 

กู้เชินย้อนถาม “แกชอบเขาตรงไหน หลายปีมานี้ พวกแกเจอหน้ากันทั้งหมดกี่ครั้งกัน ตอนที่เขาอยู่ในกองทัพ แกเรียนหนังสืออยู่ที่ต่างประเทศ หลังจากแกกลับประเทศ เขาก็ไปต่างประเทศอีก รอหลังจากเขากลับมา ทุกความคิดของเขาก็อยู่กับการทำงาน แวบไปแวบมาไม่ทิ้งร่องรอย ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ปีนึงพวกแกก็เจอกันแค่ครั้งสองครั้ง ไม่มีอะไรมาบรรจบกันเลยสักนิด มีอะไรให้แกชอบเขามากขนาดนั้น”

 

 

กู้ซูหลิงตอบ “หนูก็ไม่รู้ หนูก็แค่ชอบเขาตั้งนานมากๆ แล้ว ตอนที่เขาส่งส้มนั้นให้หนู หนูก็ชอบเขาเข้าแล้ว อีกทั้งตัดสินใจชอบเขาไปตลอดชีวิต”

 

 

เธอเห็นกู้เชินขมวดคิ้วแน่น กู้ซูหลิงจึงรีบเสริมอีกประโยคหนึ่ง “ตอนนั้นหนูยังรู้ว่าเขารู้จักกับน้อง ตอนที่หนูชอบเขา แม้แต่ชื่อของเขาหนูก็ยังไม่รู้ เป็นแบบนี้ หนูชอบเขามาหลายปีขนาดนี้ ให้หนูไม่ชอบกะทันหัน หนูทำไม่ได้จริงๆ”

 

 

“ตอนนี้เขาก็มีแฟนไปแล้ว” ขณะที่กู้เชินพูดนั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจต่อฟังจือหัน “ทุกอย่างที่ฉันรับปากคำขอร้องจากแก ก็เพราะอยากให้เห็นชัดๆ หลังจากนี้อย่าได้ยึดติดกับเขาที่เป็นต้นไม้ต้นเดียวอีกเลย”

 

 

“แต่ว่าพ่อคะ พ่อไม่รู้สึกว่าน้องกลับมาแล้ว เขาน่าจะอธิบายให้น้องสักหน่อยเหรอคะ”

 

 

กู้เชินพ่นลมหายใจแรง “ฉันไม่อยากให้แกคบกับเขา จึงไม่อนุญาตให้น้องสาวแกแต่งกับเขาเป็นธรรมดา ปีนั้นถ้าไม่ใช่เขา น้องสาวแกก็คงไม่หายตัวไป”

 

 

เขาอยู่ในแวดวงธุรกิจหลายปี พบเจอคนนับไม่ถ้วน ดูคนผิดเพียงครั้งเดียวก็คือฟังจือหันไอ้เด็กนั่น

 

 

ช่างเป็นผู้ชายที่ไร้ความรู้สึกเสียจริง ตั้งแต่เล็กจนโตก็ไร้หัวจิตหัวใจ

 

 

ว่าเขาไร้หัวใจ หัวใจไร้ความรู้สึก แต่อย่างน้อยไร้ความรู้สึกก็เป็นความรู้สึกอย่างหนึ่ง

 

 

แต่ฟังจือหันไอ้เด็กนั่น เขาเยือกเย็นคือเย็นชา

 

 

เป็นการเฉยเมยที่ไร้ความรู้สึกสักอย่าง

 

 

ในชีวิตนี้ของเขาเรื่องที่นึกเสียใจที่สุดก็คือตอนนั้นเพราะเสี่ยวอวี๋ ทิ้งให้เธออยู่ที่บ้าน อนุญาตให้เสี่ยวอวี๋ไปคลุกคลีกับเขาทุกวัน

 

 

คิดผิดว่าเด็กนั่นที่เย็นชา แต่จริงใจจริงจังกับเสี่ยวอวี๋ คิดผิดว่าเขาเพียงแค่ไร้ความรู้สึก ไร้ความรู้สึกก็เป็นความรู้สึกอย่างหนึ่ง จะกลายเป็นน้ำกับตัวของเสี่ยวอวี๋

 

 

ใครจะรู้ตอนที่อันตรายมาถึง เขากลับสนใจแค่ชีวิตตัวเอง ไอ้เด็กขี้เหร่คนนี้ไหนเลยจะมีความรู้สึกอะไรที่ว่านั่น

 

 

เขาโดนบังตาไปชั่วขณะจริงๆ

 

 

จนกระทั่งทำร้ายลูกสาวของเขา

 

 

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี เขาก็ไม่มีทางให้อภัยเด็กนั่น

 

 

เสี่ยวอวี๋ของเขาถ้าตามกลับมา เขาก็ไม่มีทางอนุญาตให้เด็กนั่นเข้าใกล้เสี่ยวอวี๋ของเขาอีกเด็ดขาด!

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 456 ครอบครัวแปลกประหลาด

 

 

หลังจากกลับมาจากบ่อน้ำพุร้อน อวี๋กานกานก็ไปที่บ้านเจียงกับฟังจือหันรอบหนึ่ง

 

 

ปู่เจียงดูยังคงทั้งรักทั้งโกรธอยู่ “พรุ่งนี้เธอก็ต้องกลับไปแล้วใช่ไหม กลับไปแล้วก็ไม่ต้องกลับมา อย่ามาทำลายหลานชายฉันอีก หลานสะใภ้ในอนาคตของฉันต้องเป็นสาวน้อยที่สวยอ่อนโยน”

 

 

อวี๋กานกานยังคงไม่ยิ้มร่ารับความลำบาก “หลานชายคุณไม่ชอบสาวน้อยสวยอ่อนโยนหรอกค่ะ เขาชอบจำพวกฉันนี่”

 

 

“หน้าด้าน”

 

 

“ฉันบำรุงผิวทุกวัน ปกป้องผิวหน้าอย่างดีเชียว”

 

 

“ไปๆๆ รีบไปเทชาให้ฉัน เอาใจฉันแล้ว ฉันก็จะรับปากให้เธอเข้าตระกูล ไม่งั้นดูซิว่าฉันจะไม่พรากคู่รัก!”

 

 

ทุกคำพูดล้วนไม่ชอบใจ แต่อวี๋กานกานรับรู้ความรู้สึกของชายแก่ที่อาลัยอาวรณ์เธอจะกลับบ้านแล้ว

 

 

ไม่งั้นก็คงไม่ให้เธออยู่กินมื้อเย็นด้วย

 

 

“ฉันใช้น้ำจากหิมะต้มชาให้คุณค่ะ” อวี๋กานกานยิ้มพลางมองอย่างจนปัญญาไปที่ชายแก่ปากแข็งใจแข็งคนนี้

 

 

เห็นเขาบางครั้งบางคราวก็นึกถึงคุณปู่ของตนเอง แต่ก่อนตอนที่คุณปู่ยังอยู่ เคยบอกว่าน้ำจากหิมะต้มชาเพื่อความงดงามในความงดงาม พวกเราต่างก็เป็นคนใน “กลียุค” บางครั้งความเป็นศิลปะก็เป็นความสวยงาม ชวนให้กายใจเป็นสุข

 

 

น้ำจากหิมะที่ใช้ต้มชาต้องสะอาด จะดีที่สุดคือหิมะตกสามถึงห้าวัน เมืองหลวงอากาศเย็น มักจะหิมะตกบ่อย

 

 

ฤดูหนาวครั้งนี้ก็หนึ่งอาทิตย์แล้ว เหมาะกับการเก็บหิมะมาต้มชาเป็นอย่างมาก

 

 

อวี๋กานกานกับเจียงฉี่ทั้งสองคนเก็บหิมะจากกิ่งไม้และใบหญ้าในลานบ้าน ฟังจือหันกับปู่เจียงพูดคุยกันอยู่ในห้อง

 

 

อากาศค่อนข้างเย็น ตอนที่เข้าไปในบ้านเดินอย่างว่องไว อวี๋กานกานไม่ทันระวังชนเข้ากับคนหนึ่ง เอกสารของอีกฝ่ายร่วงลงบนพื้นทั้งหมด

 

 

“ขอโทษค่ะๆ…” อวี๋กานกานรีบคุกเข่าเก็บเอกสาร เอกสารชุดหนึ่งในนั้นทำให้เธออึ้งไปเล็กน้อย

 

 

ถือไว้ในมือเชื่องช้าครู่หนึ่ง พลันถูกคนแย่งไป

 

 

อวี๋กานกานเหลือบตาขึ้น แต่กลับสบเข้ากับดวงตามืดมนเยือกเย็นคู่หนึ่ง

 

 

เจียงฉี่ซึ่งอยู่ด้านข้างเรียกออกไปอย่างระมัดระวัง “ลุงรอง”

 

 

อวี๋กานกานมองชายวัยกลางคนตรงหน้า เขาคือเจียงซื่อเซิ่ง บิดาของเจียงไป่อัน

 

 

ใบหน้าอายุห้าสิบกว่าปีดูแล้วสูงวัยและเหนื่อยล้า เหมือนกับชายแก่ช่วงอายุสี่สิบปี แววตายามเห็นเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความหม่นหมอง

 

 

เจียงซื่อเซิ่งกลับไม่ได้สนใจเจียงฉี่ ถือเอกสารเข้าห้องไปด้วยใบหน้านิ่งเรียบ

 

 

เรื่องของเจียงไป่อัน เจียงซื่อเซิ่งไม่อาจไม่สนใจได้ ความรู้สึกของคนถ้าเป็นลูกชายของเขา ต่อให้เลวต่อให้ไม่ดีแค่ไหนก็ยังเป็นลูกชายของเขา ลูกชายของตนเองเกิดเรื่องขึ้น ถ้าเขายังเฉยเมยได้แบบนี้นั่นถึงเป็นปัญหา

 

 

ชายแก่ก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่ฟังจือหันกับเจียงซื่อเซิ่งจะไม่เกิดช่องว่าง

 

 

ทั้งสองดูแล้วนิ่งเงียบสงบ ที่จริงซ่อนคลื่นลมเอาไว้

 

 

ปู่เจียงลองคิดดูแล้วพูดอย่างจริงจัง “เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป สุดท้ายพวกเราคือครอบครัวเดียวกัน”

 

 

ทั้งสามคนต่างเงียบกันหมด มีเพียงเจียงฉี่ที่ตอบออกไป “ทราบแล้วค่ะคุณปู่”

 

 

เพราะมีเจียงซื่อเซิ่งเพิ่มเข้ามา การรับประทานอาหารมื้อเย็นนี้จึงไม่รู้รสชาติไปโดยปริยาย ทุกคนต่างก็เงียบกันหมด คงสีหน้านิ่งเรียบเอาไว้

 

 

อวี๋กานกานไม่ทันระวังเผลอสบสายตาเข้ากับเจียงซื่อเซิ่งอยู่หลายครั้ง ในส่วนลึกของดวงตาที่หม่นของเขาดูออกได้ว่าชิงชัง

 

 

ลูกต่างก็เป็นดวงใจของพ่อแม่ เธอไม่เชื่อว่าเจียงซื่อเซิ่งจะสามารถทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นครอบครัวเดียวกับฟังจือหันต่อไปได้

 

 

ยิ่งเงียบเท่าไหร่ ยิ่งทำไม่รู้สึกสบายใจขึ้น

 

 

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ฟังจือหันก็พาอวี๋กานกานแยกไป

 

 

ตลอดทางกลับ อวี๋กานกานนั่งเงียบอยู่ในรถ ในสมองมักฉายภาพเอกสารชุดนั้นที่เธอเก็บขึ้นมา

 

 

ตอนที่รอไฟแดง เธอหันหน้าไปมองฟังจือหันและเอ่ยถาม “ลุงคุณไม่รู้เรื่องบริษัทอันเหอเพื่อสุขภาพสักนิดเลยเหรอ”

ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ

ขมเป็นยาหวานเป็นคุณ

“ขอโทษนะคะ คุณคือ…” “ฟังจือหัน สามีเธอไง” นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย! นั่งในบ้านอยู่ดีๆ จู่ๆ ก็มีสามีซะยังงั้น! อวี๋กานกาน เป็นแพทย์หญิงผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน เมื่อครึ่งเดือนก่อน เธอประสบอุบัติเหตุบนท้องถนนเข้าจนหมดสติไป หลังจากฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ที่โรงพยาบาล บาดแผลไม่ได้สาหัส แต่กลับต้องนอนพักฟื้นเป็นครึ่งค่อนเดือน หลังจากที่เธอฟื้น กลับมีผู้ชายคนหนึ่งดันมายืนตรงหน้าเธอ บอกว่าเธอความจำเสื่อม และยังบอกอีกว่าเขาเป็นสามีของเธอ! เธอคนที่ไม่เคยมีความรัก ไม่เคยมีแฟน จะไปมีสามีได้ยังไงกัน… “คุณเป็นใครกันแน่” “ฟังจือหัน สามีเธอไง!” เจ็ดพยางค์เหมือนเมื่อกี้เป๊ะ… สรุปแล้วมันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นระหว่างที่เธอหมดสติไปกันเนี่ย ในเมื่อเธอไม่รู้จักเขา แล้วเพราะอะไรทำไมเขาถึงต้องอ้างว่าเป็นสามีของเธอด้วย หรือเธอจะความจำเสื่อมเข้าแล้วจริงๆ

Comment

Options

not work with dark mode
Reset