ข้าคือหงส์พันปี – ตอนที่ 119 ในเรือนก็มีสตรีตั้งครรภ์อยู่

นางมองไปที่ฉินหรูเหลียงอีกครั้ง กล่าวอีกว่า “ท่านหาข้างนอกอยู่ทั้งวันทั้งคืนแล้ว เมืองหลวงใหญ่ขนาดนี้ บ้านเรือนก็มีเยอะแยะมากมายขนาดนี้ จะต้องมีสตรีที่กำลังจะกำเนิดบุตรเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน”

ฉินหรูเหลียงกล่าว “หามาเยอะแล้วล่ะ แต่ทว่าไม่มีที่จะคลอดเมื่อวานหรือวันนี้เลย เหมยอู่มีเวลาอีกแค่สองวัน วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้ว”

“ท่านไปหามาทุกเรือนแล้วใช่หรือไม่ ไปถามมาหมดแล้วใช่หรือไม่?”

“ยัง ข้าไปหาเท่าที่กำลังของข้าไหวเรือนของชาวบ้านใกล้ๆ ในถนนไม่กี่สายนี้”

เฉินเสียนกล่าวเสียงเย็น “งั้นทำไมท่านไม่ไปหาต่อเล่า! ท่านเป็นแม่ทัพ ท่านก็พากองกำลังไปค้นหาสิ! คนทั้งเมืองหลวงเยอะแยะเช่นนี้ จะไม่มีคนคลอดบุตรในสองวันนี้เลยหรือไงกัน!”

“ข้าเป็นแม่ทัพ แต่ข้าไม่สามารถใช้อำนาจในเรื่องส่วนตัวได้”

เฉินเสียนรู้สึกว่าช่างน่าขัน “ไม่สามารถใช้อำนาจในเรื่องส่วนตัวได้? ข้าคิดว่าท่านคงเกรงว่าจะถูกพบ ท่านแม่ทัพใหญ่เพื่อที่จะช่วยอนุภรรยาแล้ว ไม่รู้ว่าฟังคำหลอกลวงของผู้ใดมา ยกกองทัพหาสตรีที่กำลังจะคลอดบุตร ต้องการที่จะเอารกของพวกนาง ท่านกลัวว่าถ้าโลกรู้ จะตำหนิว่าท่านบ้า! แน่นอนว่าท่านไม่กล้าจัดทหารไปช่วยท่านหารก ถ้าหากจักรพรรดิทราบเข้า ก็จะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ!”

ฉินหรูเหลียงยังคงสงบนิ่ง กล่าว “ท่านก็รู้เรื่องพวกนี้นี่ ข้ารู้ว่าท่านเป็นสตรีที่ฉลาด”

เฉินเสียนกล่าว “แต่ยังมีเวลาอีกหนึ่งวัน ท่านยังสามารถไปหาได้ ก่อนที่ฟ้าจะมืดท่านจะต้องหาได้ ถ้าหลิ่วเหมยอู่ไม่สมควรมีชีวิตอยู่ ท่านก็จะหาไม่เจอ นั่นต้องเป็นไปตามชะตาฟ้าลิขิตชีวิตนางแล้วล่ะ!”

กล่าวจบ เฉินเสียนหมุนตัวเดินกลับไป

ฉินหรูเหลียงกล่าวอยู่ข้างหลัง “นางจะรักษาสภาพอีกได้ไม่นานนัก ข้าไม่สามารถหวังที่จะงมเข็มในมหาสมุทรได้อีก จิ้งเสียน ท่านช่วยชีวิตนางได้หรือไม่?”

เฉินเสียนหยุดนิ่งไป

“ถือว่าท่านช่วยข้า”

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพูดเสียงทุ้มต่ำไม่แสดงความโกรธต่อหน้าเฉินเสียน

เฉินเสียนหันหลังให้เขาและพยายามสงบสติอารมณ์ให้มากที่สุด “วันนี้ข้าได้ส่งอวี้เยี่ยนไปหาเหลียนชิงโจวแล้ว เหลียนชิงโจวมีเพื่อนที่ทักษะในการรักษา ด้วยความช่วยเหลือของเขาอาจมีโอกาสรอดชีวิต สิ่งที่ข้าทำได้ ก็มีเพียงเท่านี้”

“แต่ถ้าหากเขาไม่รู้วิธีแก้พิษล่ะ หรือใบสั่งยาที่เขาสั่งเหมือนกับหมอจีนพเนจรที่ต้องใช้รกมนุษย์เป็นยาล่ะ?” ฉินหรูเหลียงส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้ารอนานเช่นนั้นไม่ได้ เหมยอู่จะตายจริงๆ”

เฉินเสียนกำหมัดแน่น ขณะนั้นเธอแค่รู้สึกโกรธ ความโกรธกำลังจะทำให้เธอมึนจนจะสลบ เธอหันกลับมาปะทะฉินหรูเหลียงและกล่าวว่า “ท่านเชื่อเรื่องไร้สาระของหมอหลอกลวงนั่นหรือ! ข้าไม่เคยรู้มาก่อนว่ายาพิษชนิดนี้แก้ได้ด้วยยาเลอะเทอะแบบนี้ ฉินหรูเหลียง ตื่นได้แล้ว!”

“นอกเหนือจากเชื่อคำพูดเขาข้าจะทำอะไรได้อีก? ข้าไม่สามารถละทิ้งโอกาสใดที่จะช่วยชีวิตเหมยอู่ได้!”

เฉินเสียนกล่าว “ในเมื่อท่านเชื่องั้นท่านก็หาต่อไปเถอะ! ท่านมาหาข้าทำไม?” สีหน้าของนางแย่มาก กลับยิ้มอย่างชัดเจน “ไม่ใช่ว่าท่านหาจากข้างนอกไม่ได้ จึงคิดว่าที่เรือนก็มีอยู่ ท่านอยากจะเอารกของลูกข้าไปช่วยหลิ่วเหมยอู่?”

นางคิดออกทันทีที่ฉินหรูเหลียงพูดถึงยานั่น แต่ตอนที่นางพูดออกมาด้วยตัวเอง กลับรู้สึกว่าความหนาวเย็นนี้มันทิ่มแทงเข้ามากลางเท้านาง หลังจากนั้นก็แผ่กระจายไปทั่วทั้งตัว

ฉินหรูเหลียงมองไปที่เฉินเสียนอย่างอดไม่ได้ น้ำเสียงอ่อนโยนลง ด้วยความอ่อนโยนที่เขาไม่เคยใช้พูดกับนางมาก่อนเลย

เขากล่าว “จิ้งเสียน ขอเพียงแค่ครั้งนี้ท่านยอมช่วยนาง ข้ายอมท่านทุกอย่าง ข้าเป็นหนี้ท่านหนึ่งชีวิต”

เฉินเสียนปฏิเสธอย่างเด็ดขาด “ข้าไม่ยอม”

สีหน้าของฉินหรูเหลียงนิ่งค้าง ทั้งไม่อดทนและไม่ยอมอีกต่อไป

เฉินเสียนกล่าวอีกว่า “ข้าไม่ใช่พระโพธิสัตว์ ที่แม้แต่ตัวเองก็ยอมสละได้ ทำไมข้าจะต้องช่วยนาง? ถ้านางจำเป็นจะต้องกินรกเด็กถึงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปละก็ งั้นนางไปตายก็ดีแล้วล่ะ ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า!”

“เฉินเสียน!” ฉินหรูเหลียงกล่าว “นั่นก็ชีวิตหนึ่ง ท่านอยากจะให้นางตายเช่นนั้นหรือ?”

“งั้นท่านก็อยากจะให้ข้าตายงั้นสิ? ข้าก็ไม่ได้จะคลอดบุตรในวันสองวันนี้! ไม่ว่าทุกครั้งที่ถึงเวลาแบบนี้ ท่านจะต้องทำเพื่อชื่อเสียงของตน และก็เพื่อปกป้องคนที่ท่านรัก จึงไม่ลังเลที่จะพลีชีพข้า!”

“ข้าไม่ได้พลีชีพท่าน ข้าแค่อยากให้ท่านช่วยเล็กน้อยก็เท่านั้น”

“งั้นทำไมท่านไม่ไปหาคนอื่นช่วยล่ะ คนท้องโตมีตั้งเยอะตั้งแยะ ท่านก็กลัวว่าจะเสื่อมเสียชื่อเสียง ท่านจึงมาลงมือกับข้า!”

เฉินเสียนสูดหายใจลึก กล่าวอีกว่า “บนโลกนี้มีคนเกิดแก่เจ็บตายทุกวัน ไม่เกี่ยวกับข้าข้าก็ต้องเข้าไปช่วยเหลือ ข้าจะมีชีวิตอยู่ถึงตอนนี้หรือไม่ล่ะ?”

“บอกว่าไม่เกี่ยวกับท่านหรือ?” ฉินหรูเหลียงกดเสียงต่ำ หางเสียงขึ้นสูง เขาไม่รู้ว่าเพราะโทสะหรือเพราะร้อนรน ดวงตาแดงก่ำ เส้นเลือดแดงขึ้นมาในตา เหมือนคนบ้าไปแล้วจริงๆ “ท่านจะให้ข้าพูดอธิบายใช่ไหม?”

เสียงฟ้าร้องที่เหนือศีรษะดังขึ้นอีกครั้ง และแสงสีขาววาบจากเมฆ แยกเมฆดำออกเป็นหลายส่วน

เขาเดินเข้าไปหาเฉินเสียนทีละก้าวและกล่าวว่า “ท่านกล้าพูดว่าเหมยอู่ที่ถูกพิษไม่เกี่ยวข้องกับท่าน? ที่ผ่านมา ข้าไม่มีเวลามาคิดบัญชีท่าน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะสามารถทำข้าเหมือนคนโง่แล้วเล่นตลกได้”

เฉินเสียนเชิดคางขึ้นแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น “ท่านแม่ทัพฉิน ทำไมข้าถึงต้องเล่นตลกกับท่าน?”

“ความสัมพันธ์ของท่านกับนักฆ่าเป็นอย่างไร?” ฉินหรูเหลียงกล่าว “จากถนนลอบสังหาร สู่ลอบฆ่าในวัง และจากนั้นไปซ่อนตัวในจวนแม่ทัพ คนเดียวที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทั้งหมดคือท่านเฉินเสียน”

เขากัดฟันกล่าวว่า “ไม่เช่นนั้นท่านจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาซ่อนตัวอยู่ในจวนแม่ทัพ อย่าลืมนะ ท่านเป็นคนเตือนข้าว่าที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด”

“ท่านเป็นคนพาเขาไปที่สวนดอกพุดตาน คิดไม่ดีเหมยอู่ใช่หรือไม่ ท่านยังสั่งให้เขาจับเหมยอู่ เพื่อที่เขาจะได้หลบหนี!”

“เมื่อเขาหนีไปได้และเหมยอู่ก็จะไร้ประโยชน์ เขาจึงวางยาพิษเหมยอู่จนตาย!”

เขาเบียดเข้าหาเฉินเสียนด้วยดวงตาที่แดงก่ำและจ้องไปที่เธอ “ข้าพูดถูกไหม?”

เฉินเสียนสูดหายใจเข้าลึก ๆ และพูดว่า “ข้าต้องชื่นชมจินตนาการของท่านจริงๆ ข้าใจดีเตือนท่านแล้ว แต่ท่านจะต้องทำลายมันลง

ถ้าข้าบอกว่าหลิ่วเหมยอู่ไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใส และนางเลี้ยงชายชุดดำไว้ หมอที่เข้าและออกจากสวนดอกพุดตานนั่นก็ไม่น่าเชื่อถือ ทั้งหมดนี้เป็นละครที่พวกเขาแสดง ท่านเชื่อหรือไม่? ”

ฉินหรูเหลียงกล่าวว่า “แน่นอนว่าข้าไม่เชื่อ เหมยอู่ไม่มีที่พึ่งในเมืองหลวงและอยู่ตัวคนเดียว ทำไมนางถึงต้องการช่วยนักฆ่า? มีเพียงท่าน ไม่บริสุทธิ์ใจ อยากจะฆ่านาง!

เฉินเสียนกล่าวว่า “ท่านและข้าเดิมพันกัน แม้ว่าวันนี้ท่านจะไม่สามารถหารถรกได้ แต่นางก็จะไม่มีทางตายอย่างแน่นอน ถ้านางตาย ข้าจะชดใช้ด้วยชีวิตให้ท่าน เป็นอย่างไร?”

ชีวิตของหลิ่วเหมยอู่ไม่คู่ควรกับที่เธอใช้ตัวเองเป็นตัวต่อรอง แต่ฉินหรูเหลียงไม่เชื่อเธอ แม้ว่าเธอจะเดิมพันด้วยชีวิตของเธอ ฉินหรูเหลียงก็ยังไม่เชื่อเธอ

ฉินหรูเหลียงมองมาที่เธอและกล่าวอย่างไร้อารมณ์ “ชีวิตของท่านจะเทียบกับนางได้อย่างไร”

เฉินเสียนยิ้มและกล่าวว่า “เช่นนั้น ท่านกับข้าก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้วล่ะ”

ข้าคือหงส์พันปี

ข้าคือหงส์พันปี

องค์หญิงเฉินเสียนผู้โง่เขลา ถูกไล่ออกจากจวน ถูกทำให้เสียโฉม และยังมีทารกอยู่ในท้องของเธอ! ในวันที่สามีของเธอแต่งงานกับอนุภรรยา เธอมาแสดงความยินดี จัดการกับอนุคนใหม่อย่างรุนแรง และทำให้แขกในงานต่างตกใจ อนุคนใหม่ที่คิดว่าเธอเป็นเช่นไก่ที่อ่อนแอ? แต่ไม่คิดว่าจะสามารถต่อกรกับเธอได้?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset