ข้าคือหงส์พันปี – ตอนที่ 167 กระซิบชื่อของเขา ซูเจ๋อ

เฉินเสียนจ้องมองแผ่นหลังของเขาที่จากสวนสระวสันตฤดูไป มีแม่นมซุยอยู่ด้วย เมื่อเส้นประสาทที่ตึงแน่นได้ขาดออก ทั้งตัวเธอเหมือนเพิ่งถูกงมขึ้นมาจากน้ำอย่างไรอย่างนั้น

เลือดเปื้อนไปที่แขนเสื้อ แม้แต่กริชเฉินเสียนก็ยังถือไม่มั่นคง นิ้วมือคลายลง คนก็ล้มพับลงเช่นกัน

“องค์หญิง!”

แม่นมซุยรีบพยุงเฉินเสียนไปที่เตียง ไม่ได้สนใจจัดเก็บห้องที่รกรุงรัง รีบออกไปตักน้ำเย็นมาหนึ่งกะละมัง แล้วหันกลับเข้าไปในห้องที่ตัวเองนอนอยู่เมื่อกี้

ปกติแม่นมซุยอยู่ห้องเดียวกันกับอวี้เยี่ยน เมื่อกี้หลังจากที่นางบังคับตัวเองให้ตื่น ถึงได้รู้ว่าอวี้เยี่ยนยังนอนอยู่ในห้องโดยไม่รู้เรื่องอะไร

แม่นมซุยตระหนักถึงว่าครั้งนี้ได้ถูกคิดร้ายแล้ว

นางยืนอยู่ข้างเตียง น้ำในกะละมังสาดน้ำลงไป ทำให้อวี้เยี่ยนตื่นขึ้นมา

อวี้เยี่ยนรีบลุกขึ้นกับศีรษะที่หนักหน่วง และจับไปมีขมับที่ปวดอย่างแน่น พูดแบบมึนงง “เกิดเรื่องอะไรเจ้าคะ?”

แม่นมซุยพูดเสียงที่เคร่งขรึม “รีบลุกขึ้น องค์หญิงเกิดเรื่องแล้ว”

อวี้เยี่ยนได้ยิน รีบลุกขึ้นแล้ววิ่งไปที่ห้องของเฉินเสียน และเห็นว่าเฉินเสียนร้อนไปทั้งตัว แขนเสื้อที่มีคราบเลือด ใบหน้าก็ได้ซีดขาวไปชั่วขณะ “องค์หญิงเป็นอะไร?”

แม่นมซุยพูด “องค์หญิงถูกวางยา อย่าเพิ่งพูดอะไร สิ่งที่สำคัญตอนนี้ต้องการที่จะขับเร่งฤทธิ์ยาออกจากองค์หญิงก่อน เจ้าเฝ้าอยู่ที่นี่ ข้าจะไปเรียกคน”

“เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ เอ้อร์เหนียงรีบไปเถอะ!” อวี้เยี่ยนร้องไห้และเช็ดคราบน้ำบนใบหน้า

แม่นมซุยหันหน้ากลับมามองอวี้เยี่ยน กับดวงตาที่ดุร้าย พูดว่า “อวี้เยี่ยนเจ้าจำไว้ให้ดี ไม่ว่าใครมา ก็ห้ามไม่ให้เขาเข้าใกล้องค์หญิงแม้แต่นิดเดียว เจ้าต้องปกป้ององค์หญิงด้วยชีวิต”

อวี้เยี่ยนพยักหน้า ริมฝีปากสั่น “เอ้อร์เหนียงวางใจได้ ข้าจะไม่ยอมออกห่างองค์หญิงแม้แต่ก้าวเดียว! ใครมาก็ไม่ได้!”

อวี้เยี่ยนกลัวมาก “มองเห็นว่ามีแค่เฉินเสียนเพียงคนเดียวก็ถามขึ้นทันที “เด็กล่ะ? ท่านชายน้อยล่ะ?”

แม่นมซุยหันหน้าเดินออกไปข้างนอก “อยู่ที่แม่บ้านจ้าว ข้าจะไปอุ้มกลับมา”

เมื่อกี้เสียงร้องไห้ของเด็กก็ดังออกมาจากห้องของแม่บ้านจ้าว

แม่นมซุยถีบประตูห้องแม่บ้านจ้าว ไฟทางเดินหรี่ลง แม่บ้านจ้าวตกตะลึงไปทั้งตัว นางกำลังเอามือปิดปากท่านชายไว้ ไม่อยากให้เขาต้องร้องไห้อีก

เจ้าน่องน้อยค่อยอ่อนแรงลง เหมือนหายใจไม่ออก แม่บ้านจ้าวไม่กล้าที่จะประมาท แต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือออก

พบว่าแม่นมซุยเข้ามา แม่บ้านจ้าวก็รู้ทันทีว่าคืนนี้ทำไม่สำเร็จแล้ว

เรื่องของท่านแม่ทัพกับองค์หญิงยังจัดการไม่สำเร็จ

แม่นมซุยเข้ามานี่ความรู้สึกไม่ได้เหมือนวันปกติแล้ว นางตบเข้าไปที่หน้าของแม่บ้านจ้าวแล้วพูดว่า “องค์หญิงไม่เคยทำไม่ดีต่อเจ้า เจ้ายังกล้าที่จะทำเรื่องลามกอนาจารอย่างนี้!”

แม่บ้านจ้าวไม่กล้าที่จะเอาคืน

แม่นมซุยได้คว้ารับท่านชาย เห็นสีหน้าของท่านชายซีดเผือด ก็ตบไปที่หลังของเขาอย่างเร่งรีบ ถึงทำให้เขาหายใจสะดวกขึ้น

เสียงร้องไห้ของเจ้าน่องน้อยดังสนั่น แม่นมซุยกล่อมไปสักพักแล้วพูดว่า “ท่านชาย โอ๋ ไม่เป็นแล้ว เอ้อร์เหนียงจะไปตามคนมารักษาแม่เจ้า อย่าร้องนะ”

เจ้าน่องน้อยเหมือนจะรู้ความ เสียงร้องไห้ก็ได้ค่อยๆ เงียบลง

แม่นมซุยเหลือบมองแม่บ้านจ้าวอย่างเย็นชา และพูด “ถ้าข้ามาช้าแค่ก้าวเดียว ท่านชายคงถูกเจ้าปิดปากจนตายแน่! ถึงตอนนั้นจะเอาเจ้าไปลงห้าม้าแยกศพก็ไม่สาสมกับโทษนี้! ทางที่ดีเจ้าอยู่แต่ในห้องนี้ห้ามออกไปไหน รอให้องค์หญิงดีขึ้นแล้วมาลงโทษ!”

แม่นมซุยออกไปอย่างไร้ความปรานี ทำให้แม่บ้านจ้าวอ่อนปวกเปียกลงบนพื้น จากที่นางได้ปลอบท่านชายให้เงียบลงได้ แล้วเดินออกมาจากห้องแม่บ้านจ้าวและล็อกไว้ ถึงได้รีบไปรายงานต่อซูเจ๋อ

เมื่อซูเจ๋อมา เฉินเสียนยังคงเพ้อ

เธอรู้สึกถึงมีมือเย็นๆ ได้กุมเธอไว้เหมือนสายลมและดวงจันทร์ที่สดใส แต่ยังเหมือนน้ำค้างในฤดูใบไม้ร่วงและน้ำแข็งในฤดูหนาว

ซูเจ๋อมาพร้อมกับแม่นมซุย อวี้เยี่ยนรู้แน่นอนว่าซูเจ๋อไม่ใช่คนอื่น จึงไม่กล้าที่จะไม่อนุญาตให้เข้าใกล้องค์หญิง

เมื่อระหว่างทางมาที่นี่ ซูเจ๋อได้สั่งแม่นมซุยแล้วว่าต้องทำอย่างไร

เมื่อกลับมาถึง แม่นมซุยได้ลากอวี้เยี่ยนออกไปเตรียมน้ำร้อน

หากเป็นผู้ชาย ก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก ได้ถูกว่ายาชนิดนี้ ร่างกายที่แข็งแรงสามารถสงบลงได้เพียงแค่แช่ในน้ำเย็น

แต่เฉินเสียนเป็นผู้หญิง ร่างกายอ่อนแอ อาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ต่างๆ ตามมาได้ ไม่คุ้มกับการสูญเสียถ้าเกิดไข้ขึ้นมา

ซูเจ๋อต้องรีบขับยาให้เธอออกให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นสำหรับเธอแล้ว มันคือความทุกข์ระทม

เฉินเสียนรู้สึกถึงความเย็นอ่อนๆ ในมือของเขา และเธอเอามือของเขาแนบใบหน้าของตัวเองเพื่อหนุน ลมหายใจนั่นทำให้เธอรู้สึกสบายใจ

เธอจ้องเขม็ง จ้องหน้าเบลอๆ ของคนตรงหน้า และพูดด้วยเสียงที่แผ่วเบา “ซูเจ๋อ?”

เสียงที่เฉื่อย ทำให้คนได้ฟังแล้วมีความสุข

ซูเจ๋อตอบเธอไป

เธอหรี่ตาจนคิ้วย่น เพื่อที่จะมองเขาให้ชัดขึ้น อยู่ๆ ก็ยกมือขึ้นและแตะไปที่คิ้วของเขา กล่าวว่า “ท่านขมวดคิ้วทำไม”

ซูเจ๋อพูดเบาๆ “ข้าจะช่วยท่านขับยา น่าเสียดายที่ท่านจับมือข้าไม่ปล่อย ข้าไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้น”

“ซูเจ๋อ”เฉินเสียนบ่นขึ้นอีกครั้ง

สายตาของซูเจ๋อนั้นมืดสนิท ทันใดนั้นเขาก็ดึงเฉินเสียนขึ้น เอาร่างกายที่อ่อนแอของเธอเข้ามาในอ้อมแขนอย่างรุนแรง

เฉินเสียนพุ่งเข้าไปในอ้อมกอดที่ทำให้เธอรู้สึกสบายใจอยู่เสมอ คลื่นภายในร่างกายไม่สามารถควบคุมได้และหมุนซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เฉินเสียนเอื้อมมือไปเกี่ยวกับไหล่ของเขาโดยไม่รู้ตัว และอดกลั้นอย่างขมขื่น “ท่านมาได้อย่างไร? ณ เวลานี้ ท่านมาดูข้าเล่นตลกรึ”

“หากข้ามาดูท่านเล่นตลก ข้าก็ควรที่จะหัวเราะไม่ใช่รึ” เขาพูดเสียงทุ้มต่ำว่า “แต่ข้าหัวเราะไม่ออก”

เฉินเสียนหัวเราะอย่างแหบแห้งและพูดว่า “ยังมีช่วงที่ท่านหัวเราะไม่ออก”

เขาลูบผมยาวด้านหลังไหล่ของเธอ บิดนิ้วของเธอไปรอบๆ กระโปรงเสื้อผ้าของเธอ และเปิดออกด้านข้างเล็กน้อย

เฉินเสียนจับมือของซูเจ๋อไว้โดยไม่รู้ตัว แก้มเริ่มร้อน หายใจก็ใกล้จะพ่นเป็นไฟ และถามด้วยความหมายที่คลุมเครือ “ท่านกำลังพยายามที่จะแก้พิษให้ข้า?”

ซูเจ๋อพูด “หากท่านเชิญด้วยความจริงใจ ข้าก็ไม่ขัด”

ตอนนั้นเธออยู่ใกล้ชิดเขา รับรู้ถึงลมหายใจของเขา ดมกลิ่นไม้กฤษณาบนตัว เมื่อเผลอจับหน้าอก และสัมผัสได้ถึงการเต้นของหัวใจของเขา

ในใจเธอสั่น และมีความรู้สึกแปลกประหลาด

คอของเฉินเสียนเรียวและเป็นสีแดงเข้ม ก้มศีรษะลงเล็กน้อย ซูเจ๋อหลีกเลี่ยงมือของเธอจึงปลดเสื้อได้อย่างง่ายดาย เผยให้เห็นไหล่ที่บอบบางและกลมของเธอ

กระดูกไหปลาร้าปรากฏขึ้น และเฉินเสียนรู้สึกว่าร่างกายเดือดพล่าน หายใจหอบอย่างควบคุมไม่ได้ และอารมณ์กับการหายใจก็วุ่นวาย

“ซูเจ๋อ……..”

ซูเจ๋อใช้นิ้วค่อยๆ ดึงผมของเธอมาไว้ที่หน้าอก พยุงเอวของเธอมาไว้ที่อ้อมแขนของตัวเอง พูดเสียงที่ทุ้มต่ำ “เอนมาที่ข้า เช่นนี้ข้าก็มองไม่เห็นอะไรแล้ว”

เขาไม่ใช่ฉินหรูเหลียง เขาไม่เคยรังเกียจและไม่เคยปฏิเสธเธอ

อาจเป็นเพราะเขาคือซูเจ๋อ

เขาสามารถปล่อยวางตัวเองถอดการป้องกันทั้งหมดได้ นอกจากเขาแล้ว จะเป็นใครก็ไม่ได้

ในเวลานั้นเฉินเสียนคิดว่าตัวเองได้เผาไหม้สมองจนพังไปแล้ว นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความคิดที่ไร้สาระเช่นนั้น

ซูเจ๋อลดเสื้อผ้าของเธอออก เธอพิงอยู่อ้อมแขนของเขา เผยให้เห็นชิ้นส่วนของผิวด้านหลังของเธอ

อ้อมกอดของซูเจ๋อนั้นเย็นยะเยือก ทำให้เธอยิ่งพยายามอยากเข้าใกล้ เธอปลอบโยนตัวเอง และด้วยวิธีนี้เท่านั้น ที่จะไม่ทำให้เขาเห็นหน้าอกของเธอ

เธอกอดไปที่คอของซูเจ๋อ และนิ้วมือของซูเจ๋อเดินขึ้นไปตามเส้นลมปราณที่แผ่นหลังของเธอ กับการสัมผัสที่น่าตกใจทำให้เฉินเสียนอ่อนไหวเป็นอย่างมาก

เธอหอบเบาๆ นิ้วมือได้บิดเสื้อของเขาไว้ พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะอดทนกับมัน

มีเสียงพึมพำที่ควบคุมไม่ได้ในลำคอดังออกมา มันทั้งเขินอายทั้งเร่าร้อน

ข้าคือหงส์พันปี

ข้าคือหงส์พันปี

องค์หญิงเฉินเสียนผู้โง่เขลา ถูกไล่ออกจากจวน ถูกทำให้เสียโฉม และยังมีทารกอยู่ในท้องของเธอ! ในวันที่สามีของเธอแต่งงานกับอนุภรรยา เธอมาแสดงความยินดี จัดการกับอนุคนใหม่อย่างรุนแรง และทำให้แขกในงานต่างตกใจ อนุคนใหม่ที่คิดว่าเธอเป็นเช่นไก่ที่อ่อนแอ? แต่ไม่คิดว่าจะสามารถต่อกรกับเธอได้?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset