ข้าคือหงส์พันปี – ตอนที่ 186 ในงานฉลองวันเกิด

เฉินเสียนไม่ยึดติดกับขนบธรรรมเนียมประเพณีเก่าเหล่านี้ แต่ยุคก่อนเคยเห็นตระกูลคนอื่นจัดงานกินเลี้ยงในคืนพระจันทร์เต็มดวง งานฉลองวันเกิดและงานอื่นๆ เพื่อนสนิทมิตรสหายและครอบครัวต่างพาลูกหลานมาร่วมงาน ใครชอบพอกันก็ต่างคนต่างกอดกัน จับมือทักทายระหว่างกัน

ตอนนี้นายหญิงเหล่านั้นอาจจะไม่กล้าเป็นฝ่ายเข้ามากอดเจ้าน่องน้อย แต่เฉินเสียนนั้นก็อุ้มเจ้าน่องน้อยไปเดินเล่นท่ามกลางนายหญิงเหล่านั้นเอง

เมื่อถึงหน้าเรือน ยังพอมีเวลาก่อนที่งานจะเริ่ม

เหล่านายหญิงพบกับเฉินเสียนเดินมา ก่อนจะทำความเคารพต่อกัน

เธอพูดด้วยกริยาวาจาที่สง่างาม ดูแลจัดการอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แสดงให้เห็นถึงบุคลิกที่น่านับถือของนายหญิงของบ้านที่ดี

แต่อีกด้านคือหลิ่วเหมยอู่ที่ถูกทิ้งไว้ให้นั่งอยู่เงียบๆ

หลิ่วเหมยอู่ไม่ใช่ไม่อยากไปร่วมคบค้าสมาคมกับนายหญิงเหล่านั้น แต่เมื่อตอนงานแต่งของนางกับฉินหรูเหลียงนั้นนางได้ก่อเรื่องพูดเจตนาว่าร้ายไว้ หลังจากนั้นก็ยังแสดงกิริยาน่าเกลียดต่อหน้าเหล่าขุนนางในพระราชวังอีก เมื่อพูดถึงเรื่องเหล่านั้นก็ยังคงเป็นเรื่องที่เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นมาใหม่ในเมืองหลวงนี้

และอีกอย่างหลิ่วเหมยอู่เป็นเพียงแค่อนุภรรยา เหล่าภรรยาหลวงของใต้เท้าไหนเลยจะมองไปที่นางกัน

ก่อนหน้านี้ทุกแห่งหนนั้นต่างนินทาว่าเฉินเสียนว่าคือองค์หญิงเป็นที่ไม่โปรดปราน แต่ตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้นแล้ว

เธอได้ให้กำเนิดลูกชาย ไม่เพียงแต่จักรพรรดิจะให้ความสำคัญกับเธอ ตำแหน่งที่นั่งในจวนแม่ทัพของเธอนั้นก็ยิ่งมั่นคงขึ้นไปอีก

ที่สำคัญใบหน้าขององค์หญิงจิ้งเสียนที่โดนทำร้ายเมื่อก่อนนั้น ตอนนี้เมื่อมองดูแล้วบนใบหน้าของเธอนั้นไม่มีตำหนิเลยแม้แต่น้อย ใบหน้านั้นสวยสง่าเหมือนไม่เคยโดนอะไรมา

เหล่าพ่อบ้านและนายหญิงรู้สึกมหัศจรรย์อย่างยิ่ง หลังจากได้ยินเฉินเสียนพูดว่าเป็นเพราะจักรพรรดิประทานยาขี้ผึ้งให้ นางทายาแล้วใบหน้าจึงค่อยๆฟื้นฟูกลับมาสู่สภาพเดิม

สิ่งของที่ประทานให้ สรรพคุณยานั้นก็ต้องดีเป็นธรรมดา ผู้คนต่างเชื่อกันอย่างไม่มีข้อสงสัย

ตอนนี้เฉินเสียนไม่ใช่คนโง่เหมือนเดิมแล้ว เกิดมารูปร่างสวยงามเช่นนี้ แถมยังมีลูกชายอีก แม่ทัพฉินก็ควรจะสำนึกผิดได้แล้ว

ไม่เช่นนั้นแม่ทัพฉินจะให้ความสำคัญกับแม่ลูกคู่นี้หรือ มีที่ไหนกันที่จะจัดงานฉลองวันเกิดให้ยิ่งใหญ่แบบนี้

เป็นผลให้เหล่านายหญิงทั้งหลายต่างพากันเข้าใกล้เฉินเสียนและเข้ามาเล่นกับเจ้าน่องน้อย พูดชมเชยซ้ำแล้วซ้ำเล่า เจ้าน่องน้อยรูปโฉมงดงาม ช่างเหมือนกับแม่ทัพใหญ่ยิ่งนัก

เฉินเสียนฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มรับ

นายหญิงเหล่านี้ ต่างก็ลืมตาพูดคำเหลวไหลออกมาเป็นชุดๆ

เจ้าน่องน้อยไม่ใช่ลูกของของฉินหรูเหลียง จะไปเหมือนเขาได้อย่างไร?

เพียงแต่เฉินเสียนไม่อยากเปิดเผย แค่ฟังเป็นคำสิริมงคล ฟังแล้วดูมีความสุข

แม่นมซุยและอวี้เยี่ยนอยู่ข้างๆเฉินเสียนนั้นยุ่งมาก ไม่กล้าประมาทเลยแม้แต่นิด

ผู้คนมากมายดูวุ่นวาย เพียงแค่ปกป้องให้เจ้าน่องน้อยได้รับความปลอดภัยก็เป็นพอ

หลิ่วเหมยอู่ไม่เข้าใกล้ผู้คนเหล่านั้น แต่ก่อนก็ทำเรื่องให้ตัวเองขายขี้หน้า ได้แต่เพียงยืนพิงอยู่ใต้ต้นหลิวอย่างเปล่าเปลี่ยว มองดูอยู่ไกลๆ

นางคิดโกรธแค้น ถ้าเธอได้เป็นนายหญิงของบ้าน คงเป็นนายหญิงของท่านแม่ทัพอย่างสง่าผ่าเผย ดูท่าแล้วคนเหล่านั้นคงจะมาประจบประแจงเธอ !

แต่ละคนนั้นประจบเพื่อหวังแค่ผลประโยชน์!

ตำแหน่งนั้นเดิมทีต้องเป็นของนาง ทั้งหมดนี่เป็นเพราะถูกเฉินเสียนแย่งไป!เฉินเสียนแย่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของเธอไปทั้งหมด!

หลิ่วเหมยอู่ยิ้มมุมปากออกมาอย่างหมาป่า : “เจ้าโอ้อวดให้เต็มที่เถอะ อีกประเดี๋ยวเดียวก็จะหน้าอัปลักษณ์แล้ว ข้าจะคอยดูว่าพวกนางยังจะประจบประแจงเจ้าอยู่หรือเปล่า!”

นางจะทำให้ทั้งเมืองรู้ว่าเฉินเสียนนั้นทำเรื่องไร้ศีลธรรมเสียชื่อเสียง เหมือนกับหนูข้างถนน ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็ถูกคนก่นด่า พูดให้ร้ายลับหลัง!

เพียงแค่นึกถึงเรื่องพวกนี้ ความเคียดแค้นและความโกรธในใจของหลิ่วเหมยอู่นั้นถึงพอจะควบคุมไว้ได้อยู่

ออกมาทางด้านหลังของสวนดอกไม้ หลิ่วเหมยอู่ถาม: “ของที่ให้เตรียมไว้พร้อมหรือยัง?”

เซียงหลิงพูด: “นายหญิงวางใจได้ บ่าวเตรียมไว้อย่างเหมาะสมแล้ว”

“หึ เฉินเสียน ข้าจะรอดูว่าครั้งนี้เจ้าจะภูมิใจไปได้ถึงไหน!”

ใกล้จะถึงเวลาเริ่มพิธี ผู้คนในจวนต่างพากันเริ่มจุดโคมไฟ

โคมไฟนั้นประดับอยู่บนยอดไม้ได้อย่างสวยงาม ส่องแสงสว่างไปทั่วหน้าเรือน

ฉินหรูเหลียงพูดกล่าวทักทายพอเป็นพิธี จากนั้นก็เข้าไปทักทายกับผู้คนที่เข้ามาร่วมงาน

ในลานจัดงานแขกผู้ชายและแขกผู้หญิงนั้นนั่งแยกกัน ตรงกลางถูกกั้นด้วยตาข่ายบางหนึ่งชั้น

เวลาที่เฉินเสียนอุ้มเจ้าน่องน้อยออกมา แขกผู้ชายได้แต่มองดูคร่าวๆ แต่มองเห็นเธอนั่งอย่างเพียบพร้อมบนโต๊ะหลัก

วันนี้เฮ่อเซียงก็มาร่วมงานฉลองวันเกิดด้วย จึงดึงตัวเฮ่อโยวมาร่วมงานด้วย

เฮ่อโยวไม่ชอบเข้าร่วมงานฉลองอะไรแบบนี้ แต่ทนไม่ไหวกับคำบ่นของเฮ่อเซียง บอกว่าโชคดีที่ได้ฉินหรูเหลียงช่วยเขาไว้ ก็ต้องมาร่วมแสดงความยินดีเป็นธรรมดา

เดิมทีเฮ่อโยวจะออกไปเที่ยวเกเรข้างนอก สุดท้ายเฮ่อเซียงจึงรีบพูดขึ้นทันทีว่า “เจ้ากล้าออกไป ข้าจะตัดขาหมาของเจ้า!”

สำหรับเฮ่อโยวแล้วการข่มขู่แบบนี้เป็นเรื่องที่พบบ่อย อีกอย่างตาแก่ก็ไม่เคยทำจริงเลยสักครั้ง

เมื่อตาแก่เห็นว่าข่มขู่เขาไม่ได้ จึงพูดอีกว่า “เจ้ากล้าออกไป เงินเดือนนี้เจ้าจะไม่ได้แม้แต่นิดเดียว!”

เฮ่อโยวใจนั้นคิด เดือนนี้เพิ่งได้เป็นคนหัวแถว การไม่มีเงินใช้นั้นอยู่ยากลำบากกว่าหมาของเขาถูกตัดขาเสียอีก!

ดังนั้น เฮ่อโยวจึงมากับบิดาด้วยความอึดอัดใจ เมื่อถึงจวนแม่ทัพก็เข้ามาแสดงความยินดี

เฮ่อโยวนั่งอย่างน่าเบื่อหน่ายอยู่ด้านข้าง ในมือถือตะเกียบ แล้วก็เคาะไปที่ถ้วยชามที่อยู่ด้านหน้า รอเวลาเจ้าของบ้านที่อยู่ด้านหลังตาข่ายนั้นปรากฎตัวออกมา เขาเงยหน้าขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วพูดอย่างอึดอัดใจว่า “ ทำไมคนนั้นถึงมองแล้วรู้สึกคุ้นตาขนาดนี้?”

เวลานั้นเฉินเสียนก็ได้นั่งอยู่ข้างๆฉินหรูเหลียงแล้ว

เฮ่อเซียงได้ยินที่เฮ่อโยวพูด จึงตบไปที่หัวด้านหลังของเขา แล้วพูดต่อด้วยเสียงเบาว่า “นั้นคือองค์หญิง! ยังไม่มีมารยาทอีก !ลูกอกตัญญู ไม่ใช่ว่าเห็นผู้หญิงคนไหนก็หน้าคุ้นไปหมดหรอกนะ!”

เฮ่อโยวลูบไปที่หัวที่โดนตบ เหลือบตามองบน แล้วพูดว่า “ท่านพ่อ พูดก็พูดสิ จะขยับไม้ขยับมือทำไม!”

เป็นที่รู้กันดีว่า ตระกูลเฮ่อเซียงมีลูกชายเจ้าสำราญที่ทำให้เขาปวดหัวมากที่สุดคนหนึ่ง

เมื่อเห็นเพื่อนขุนนางร่วมงานเดินเข้ามา สีหน้าของเฮ่อเซียงค่อนข้างจะอึดอัด หัวเราะแห้งๆแล้วพูดว่า “ลูกชายของข้าชอบทำตัวน่าเกลียด เลยทำให้ทุกท่านหัวเราะ”

เฮ่อโยวไม่ชอบการกระทำของบิดาแบบนี้เป็นที่สุด เห็นเห็นอยู่ว่าเขาดึงตัวเองเข้ามา สุดท้ายแม้แต่พูดเขายังไม่ได้พูดเลยสักคำ

เฮ่อโยวมองไปยังที่ด้านหลังผ้าแพรนั่น ยิ่งทำให้รู้สึกว่าองค์หญิงที่อุ้มลูกอยู่นั้นเหมือนเคยรู้จักที่ไหนมาก่อน

เขาเคยเห็นองค์หญิงจิ้งเสียนมาก่อนหรือไม่? อาจจะเคยเจอ แต่ว่าเขาลืมไปแล้วว่าเธอหน้าตาเป็นอย่างไร ทำไมถึงรู้สึกได้คุ้นตาแบบนี้

ที่นั่งอีกข้างของฉินหรูเหลียงนั้นคือหลิ่วเหมยอู่

ตอนที่ยังไม่ถึงเวลากินอาหาร หลิ่วเหมยอู่ลุกขึ้นก่อน แล้วเดินมาตรงหน้าเฉินเสียนเพื่อเคารพน้ำชากับนาง

เซียงหลิงที่อยู่ด้านข้างยกถาดรองขึ้นมา ในถาดรองนั้นถูกเตรียมถ้วยชามาสองใบพอดี

หลิ่วเหมยอู่เริ่มรินน้ำชาก่อน พูดเบาๆว่า “องค์หญิง ชาถ้วยนี้ข้าควรมาเคารพแก่ท่านตั้งนานแล้ว เพียงแต่รอมาถึงตอนนี้ไม่รู้ว่ามันสายไปหรือไม่”

เฉินเสียนอุ้มเจ้าน่องน้อยให้กับแม่นมซุยอย่างไม่รีบร้อน แล้วยืนขึ้น ยิ้มแล้วพูดว่า “ได้อย่างไรกัน ยากที่จะเห็นเจ้าเป็นแบบนี้ ข้าประหลาดใจยิ่งนัก”

หลิ่วเหมยอู่พูด “เมื่อก่อนเป็นเหมยอู่ที่ไม่รู้ความ ทำให้องค์หญิงไม่สบายใจหลายเรื่อง เหมยอู่กับองค์หญิงเป็นคนข้างกายของแม่ทัพเหมือนกัน ควรจะเป็นพี่น้องกัน เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เหมยอู่อยากจะขอโทษองค์หญิงสำหรับอดีตที่ผ่านมา อยากให้องค์หญิงประทานอภัย”

เฉินเสียนเลิกคิ้วแล้วพูดว่า “ครอบครัวเดียวนั้นไม่ผิด เพียงแต่พี่น้องน่าจะไม่ค่อยเหมาะสม หรือเจ้าอยากเป็นองค์หญิง?”

สีหน้าหลิ่วเหมยอู่ค่อนข้างจะรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แล้วพูดว่า “องค์หญิงพูดเป็นเล่น เหมยอู่ไม่กล้าคิด เป็นเพราะเหมยอู่นั้นพลั้งปากไป”

ฉินหรูเหลียงที่อยู่ด้านข้างเห็นหลิ่วเหมยอู่ได้รับความน้อยใจ จึงช่วยพูดว่า“ เหมยอู่มีเจตนาดีอยากจะสนิทสนมสามัคคีกับท่าน ท่านก็น่าจะพอได้แล้ว”

เฉินเสียนพูดเบาๆว่า “ท่านหมายถึงคำพูดไหนกัน ไม่ใช่เพราะเหมยอู่บอกว่าอยากเป็นพี่น้องกับข้ารึ พี่น้องของข้าก็คือองค์หญิง? ข้าก็พูดไปตามท้องเรื่อง”

หลิ่วเหมยอู่แสดงสีหน้าอย่างผู้บริสุทธิ์ แล้วพูดว่า “องค์หญิง เหมยอู่อยากจะสนิทสนมกับท่านด้วยใจจริงเพคะ”

ข้าคือหงส์พันปี

ข้าคือหงส์พันปี

องค์หญิงเฉินเสียนผู้โง่เขลา ถูกไล่ออกจากจวน ถูกทำให้เสียโฉม และยังมีทารกอยู่ในท้องของเธอ! ในวันที่สามีของเธอแต่งงานกับอนุภรรยา เธอมาแสดงความยินดี จัดการกับอนุคนใหม่อย่างรุนแรง และทำให้แขกในงานต่างตกใจ อนุคนใหม่ที่คิดว่าเธอเป็นเช่นไก่ที่อ่อนแอ? แต่ไม่คิดว่าจะสามารถต่อกรกับเธอได้?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset