ข้าคือหงส์พันปี – ตอนที่ 392 ข้าเชื่อใจเจ้าผิดไป

“เฮ่อโยว……” เฉินเสียนรู้สึกเศร้าและไม่ค่อยมีแรง “เจ้าเปลี่ยนไปเป็นเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน?”

“ข้าก็เป็นอย่างนี้ของข้าตั้งนานแล้ว มีเพียงแต่เจ้าที่มองไม่ออกเอง”เฮ่อโยวจับไปที่ไหล่ของเฉินเสียน “ข้าไม่ได้ใจดีมีเมตตาอย่างที่ท่านคิด ข้าไม่ใช่แค่ต้องการแก้แค้น แต่ข้ายังต้องการทำเพื่อตัวเองอีกด้วย!ข้าจะทำให้คนที่มันดูถูกข้าให้ได้เห็น ว่าสุดท้ายใครกันแน่ที่จะยิ้มออกมาได้!เฉินเสียน ข้าต้องการความเจริญรุ่งความยิ่งใหญ่ ข้าต้องการเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว!”

สีหน้าของเขาที่แสดงอารมณ์ออกมาอย่างแปรปรวน ทำให้เฉินเสียนรู้สึกไม่คุ้นเคย

เธอคิดว่าเธอนั้นเข้าใจเฮ่อโยวดีพอ แต่มาถึงวันนี้กลับพบว่า เธอเหมือนไม่เคยเข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงในใจเขา ไม่เคยรู้ว่าสุดท้ายเขาต้องการอะไรกันแน่

เฮ่อโยวที่อยู่ด้านหน้า ไม่เหมือนเฮ่อโยวคนเดิมที่เคยรู้จัก

เฮ่อโยวปล่อยมือจากไหล่ของเธอ เธอเดินโซเซถอยหลังไปสองก้าว ทั้งร่างกายรู้สึกไม่สบายเหมือนว่ากำลังจะถูกเผา ในหูของเธอก็มีเสียงหวีดดังทำให้หูเธอเจ็บแสบ

เสียงของเฮ่อโยวลอยเข้าไปในหูของเธอ “ฤทธิ์ของยาชนิดนี้มันช้า อีกประมาณสองถึงสี่ชั่วโมงก็จะค่อยๆออกฤทธิ์ ถ้าท่านกลับไปตอนนี้ ก็อาจจะพยายามเดินกลับไปถึงจวนแม่ทัพได้ ไม่งั้นอย่างนั้นก็อาจจะตายอยู่ในหอสุรา และอาจจะทำลายการค้าขายของผู้อื่นได้ ”

เฉินเสียนถอยหลังจนถึงประตู สายตาออกขุ่นมัวนิดหน่อยมองไปทางเฮ่อโยว หันหลังแล้วพูดอย่างไกลๆว่า “ก็จริง เการมีชีวิตอยู่ก็เป็นโชคดีของข้า ความตายก็เป็นชีวิตของข้า เฮ่อโยว ข้าเชื่อใจเจ้าผิดไป”

เธอลงไปชั้นล่าง แล้วเดินออกจากหอสุราไป รู้สึกว่าแสงไฟด้านนอกนั้นสว่างไสวมาก แต่เธอเดินส่ายไปส่ายมาเหมือนกับมองคนที่มองไม่เห็นแสงไฟ

เฮ่อโยวยืนมองดูอยู่ด้านหน้าหน้าต่างชั้นสอง มองร่างเธอเดินออกไปอย่างเซไปเซมา

เดินออกไปไม่นาน เฉินเสียนรู้สึกระคายเคืองที่จมูก เธอกัดฟัน และปิดคอแน่น ยกมือขึ้นลูบที่จมูก พบว่าไม่มีเลือดไหลเล็ดรอดออกจากปากแล้ว แต่ไปไหลออกทางจมูกของเธอ

เธอเช็ดไม่สะอาด ยิ่งเช็ดเลือดก็ยิ่งออก

เวลาต่อมาเธอจึงยืนอยู่บนถนน เงยหน้ามองไปบนท้องฟ้า จากนั้นก็รู้กสึกว่าทั้งร่างกายเย็นเฉียบ

ผู้คนที่อยู่บริเวณรอบข้างเห็นลักษณะอาการของเธอ ต่างก็พากันตกใจแล้วหนีห่างจากเธอ เลือดไหลออกทางจมูกมายังคางแล้วหยดเต็มไปทั่วเสื้อคลุมด้านบนของเธอ

มีคนรอบถามด้วยความหวังดีว่า “แม่นาง เจ้าต้องเร่งรีบแล้ว ให้ข้าไปส่งที่ร้านยาสมุนไพรรึไม่?”

เฉินเสียนพูดพึมพำว่า “อากาศวันนี้ ช่างหนาวเย็นเสียจริง”

เธอก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างลำบากอย่างไม่ค่อยได้สติ สายตามองเห็นไม่ชัด ฟังก็ไม่ถนัด ในภาพความทรงจำคร่าวๆของเธอเหลือเพียงแค่เสียงจ้อกแจ้กจอแจ ปนเปกับเสียงคนพูด และเสียงรอยลากของรถม้า

อวี้เยี่ยนและแม่นมซุยคิดไม่ถึงว่า เฉินเสียนที่ออกไปหาเฮ่อโยวอย่างเงียบๆ จะถูกหามกลับมาเช่นนี้

ตอนกลับมาถึง เฉินเสียนมีสีหน้าตาซีดเซียว ตาทั้งสองข้างปิดอยู่ จมูกยังมีครอบเลือดติดอยู่ ทำให้ทั้งอวี้เยี่ยนและแม่นมซุยต่างตื่นตระหนกตกใจอย่างมาก

รีบพากลับไปที่สวนสระวสันตฤดู อวี้เยี่ยนตัวสั่นเทาแล้วพูดออกมาอย่างไม่คล่องว่า “ไปตามหมอมา……ไปตามหมอที่เก่งที่สุดในเมืองมา!”

พ่อบ้านจึงรีบส่งคนออกไปตามหมอ

ณ เวลานั้น ฉินหรูเหลียงและเฉินเสียนต่างก็อยู่ในสภาวะที่ล้มป่วย ความตกอับมาถึงจวนแม่ทัพแล้ว สำหรับคนภายนอกก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

สองวันมานี้ เรื่องที่ผู้คนในเมืองพูดต่างพูดกันมากมาย คงไม่มีอะไรที่มากไปกว่าเรื่องที่จวนแม่ทัพมาถึงคราวตกอับแล้ว

ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกับองค์หญิงจิ้งเสียน ตามที่กล่าวกันบนท้องถนน อยู่ๆก็มีเลือดไหลออกมาทางจมูก จากนั้นก็มีคนพากลับไปส่ง พูดกันว่าเธอติดเชื้อโรคร้ายแรง อาการป่วยของนางดูโหดร้าย มันเกิดขึ้นอย่างไม่ทันได้ระวังตัว

หมอที่มารักษาที่จวนก็เปลี่ยนหมุนวนไป เมื่อไม่รู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงว่ามันคืออะไร ก็หมดหนทางที่จะรักษาได้

เพียงแค่เป็นหมอที่อยู่ในเมือง ไม่สนว่าจะมีชื่อเสียงหรือไม่มีชื่อเสียงก็ตาม พ่อบ้านต่างไปเชิญมาอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ข้อสรุปการวินิจฉัยที่แท้จริง—— อาการขององค์หญิงนั้นแปลกประหลาด จะบอกว่าเป็นโรคก็ไม่ใช่ จะบอกว่าโดนพิษก็ไม่เชิง หมอส่วนใหญ่ต่างไม่เคยเห็นอาการแบบนี้มาก่อน จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจ่ายแบบสุ่มสี่สุ่มห้า

เริ่มแรกมีหมอให้เฉินเสียนดื่มยาขับพิษปรับสมดุลภายใน แต่ร่างกายของเฉินเสียนนั้นไม่รับ ดื่มไปไม่นานก็มีอาการไม่พึงประสงค์ แล้วก็อาเจียนออกมาเป็นเลือดสีสด

หลังจากนั้นก็ไม่มีหมอคนไหนกล้าตัดสินชี้ขาดกับอาการของเธอแล้วจ่ายยาตามใจอีกเลย

คนภายนอกรู้เพียงว่าองค์หญิงจิ้งเสียนนั่นป่วยเป็นโรคประหลาด ต่างพากันเศร้าโศกเสียใจ มีเพียงคนที่ดูแลใกล้ชิดเฉินเสียนเท่านั้นที่รู้ว่าจริงๆแล้วมันไม่ใช่เช่นนั้น

สุขภาพร่างกายของเฉินเสียนดีมาโดยตลอด อวี้เยี่ยนรู้สึกมีอะไรผิดปกติ อวี้เยี่ยนรู้ว่าหลังจากเฉินเสียนได้รับคำเชิญจากเฮ่อโยวแล้วจากนั้นก็เกิดเรื่องขึ้น

เรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับเฮ่อโยวอย่างแน่นอน

อวี้เยี่ยนโกรธมาก ใช้ช่วงเวลาที่แม่นมซุยกำลังดูแลเฉินเสียนอยู่นั้น วิ่งออกจากจวนไปหน้าประตูจวนของเฮ่อเซียง ตะโกนเสียงดังว่า “เฮ่อโยว!เฮ่อโยวออกมา!ข้ารู้ว่าต้องเป็นท่านที่ทำร้ายองค์หญิงให้เป็นเช่นนี้!ท่านทำอะไรกับองค์หญิงกันแน่!”

อวี้เยี่ยนร้องโวกแวกโวยวายอยู่หน้าจวน หลีกไม่ได้ที่จะทำให้มีคนพากันมามุงดู

ทหารยามไม่สามารถปล่อยให้นางเข้าไปหาเฮ่อโยวได้ จึงพยายามขับไล่นางออกไป

“เฮ่อโยวหล่ะ!ให้เขาออกมา!”

ทหารยามหัวเราะเยาะแล้วพูดว่า “มีคุณชายน้อยที่ไหนกันที่คนรออย่างเจ้าอยากพบก็พบได้ !เจ้ารีบไปซะ ไม่อย่างนั้นจะถูกโบย!”

อวี้เยี่ยนคลั่งคล้ายคนเป็นบ้า ทั้งดิ้นรนต่อสู้ทั้งตะโกนเรียก “ข้ามาเพื่อแก้แค้น คนใจร้ายใจดำ! ข้ารู้ว่าต้องเป็นท่านแน่นอน ที่ทำให้องค์หญิงของข้าเป็นเช่นนี้! ท่านลืมไปแล้วหรือว่าตอนที่ท่านเป็นคนเร่ร่อนไม่มีที่อยู่ ตอนข้างถนนนั้นใครกันที่เป็นคนช่วยท่านไว้! พวกเจ้าปล่อยข้า!”

ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นที่ได้ยินไม่รู้ว่าหมายถึงอะไรกัน

ไม่นาน ก็มีคนหนึ่งลักษณะคล้ายกับเป็นผู้ดูแลรีบเดินออกมา แล้วตะโกนว่า “เจ้าสาวใช้ไม่มีมารยาท!เจ้ากล้าดีอย่างไรมาพูดเรื่องไร้สาระอยู่หน้าจวนอัครเสนาบดีเช่นนี้ ถ้าเจ้ายังพูดเหลวไหลอีก ข้าจะจับเจ้าส่งขุนนาง!”

อวี้เยี่ยนพูดอย่างหยาบคายว่า “ก็ดี ข้าปรารถนาอยากจะไปพบขุนนางอยู่พอดี จะทำให้ทุกคนเห็นกันไปเลยว่า คุณชายน้อยของพวกเจ้าเป็นหมาป่าตาขาวที่เนรคุณคนขนาดไหน !”

“หญิงคนนี้พูดจาเหลวไหล ทหาร ไปปิดปากนางให้ข้าเดี๋ยวนี้!”

อวี้เยี่ยนหันศรีษะหนีอย่างรวดเร็ว “เจ้ากล้าพูดไหมว่าไม่ใช่เขาที่เชิญองค์หญิงของข้าออกไป หลังจากองค์หญิงไปพบเขากลับก็มีอาการที่ไม่ดีแล้ว!นั่นเป็นเพราะเขาวางยาให้กับองค์หญิงของข้ายังไงหล่ะ!”

ทหารยามจับนางอ้าปาก แล้วผ้ายัดใส่ปากนางเอาไว้

ผู้ดูแลพูดด้วยความโกรธว่า “เรื่องเหลวไหลสิ้นดี!คุณชายน้อยของข้าทุกวันก็ไปกลับแค่สถานที่ว่าราชการกับบ้านเท่านั้น สถานที่นอกเหนือจากนี้เขาไม่เคยไปที่ไหนอีก!คำสั่งของคุณชายน้อย ถ้านางยังไม่ยินยอมกลับไป ก็ให้จับนางโบยสักชุด แล้วค่อยส่งกลับไปที่ตระกูลฉิน!”

วันนั้น อวี้เยี่ยนจึงถูกตีเกือบปางตาย สุดท้ายก็ถูกพากลับมาที่ตระกูลฉิน

แม้แต่คนใจเย็นสุขุมอย่างแม่นมซุยก็ยังต้องเช็ดน้ำตาตัวเอง ในขณะที่รักษาอาการบาดเจ็บของอวี้เยี่ยนอยู่นั้น จึงพูดขึ้นว่า“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน? ข้าไม่มีเวลามาดูเจ้า เจ้าก็วิ่งออกไปแล้ว คนในตระกูลเฮ่อนั้นมีเยอะ เจ้าเป็นเพียงแค่สาวใช้ ถ้าพวกเขาตีเจ้าตาย ยังจะไปทำอะไรพวกเขาได้?

อวี้เยี่ยนดวงตาสั่นเทา แววตาไร้จิตวิญญาณ น้ำตาไหลออกมาแล้วเอ่ยว่า “ข้าแค่โกรธ…… คนที่องค์หญิงพยายามช่วยอย่างเต็มที่ ตอนนี้เขากลับต้องการที่จะฆ่าองค์หญิง……”

ข้าคือหงส์พันปี

ข้าคือหงส์พันปี

องค์หญิงเฉินเสียนผู้โง่เขลา ถูกไล่ออกจากจวน ถูกทำให้เสียโฉม และยังมีทารกอยู่ในท้องของเธอ! ในวันที่สามีของเธอแต่งงานกับอนุภรรยา เธอมาแสดงความยินดี จัดการกับอนุคนใหม่อย่างรุนแรง และทำให้แขกในงานต่างตกใจ อนุคนใหม่ที่คิดว่าเธอเป็นเช่นไก่ที่อ่อนแอ? แต่ไม่คิดว่าจะสามารถต่อกรกับเธอได้?

Comment

Options

not work with dark mode
Reset