ข้าแต่ท่านสุนัขรับใช้ ตอนที่ 1

Chapter 1 อัลฟ่าหรือโอเมก้า

“อย่างที่บอกแหละครับ ถ้าคุณลูกค้าไม่โอนเงินเข้ามาภายในวันนี้ก็จะเสียสิทธิ์ดีๆ อย่างนี้ไปทันทีเลยนะครับ มันก็แค่ค่าดำเนินการเพื่อออกเงินรางวัลให้เท่านั้น หักลบกันแล้วยังไงคุณลูกค้าจะได้กำไรถึงสองหมื่นอยู่ดี รีบโอนเดี๋ยวนี้เลยดีกว่า ถ้าทางเราเช็กได้ว่าคุณลูกค้าโอนค่าธรรมเนียมเข้ามาเมื่อไหร่ เราก็จะโอนเงินรางวัลที่คุณลูกค้าได้ให้ภายในสามสิบนาทีเลยครับ” 

             เสียงห้าวกรอกใส่โทรศัพท์มือถือ ขณะเดินลงส้นเท้าขึ้นบันไดอพาร์ทเมนต์เก่าไปทีละขั้น หูสีน้ำตาลสองข้างของชาวเผ่าพันธุ์หมีกระดิกอย่างคนตื่นเต้น ยิ่งเมื่อรู้สึกว่าหญิงชราปลายสายน่าจะกำลังใกล้ตกลงทำตามคำของตัวเองว่า แววตาลิงโลดฉายออกมาตามสัญชาตญาณตอนออกล่าเหยื่อ ก้าวไปหยุดหน้าประตูห้องมุมสุดของชั้นสอง พลางเหยียดยิ้มเมื่อได้ยินเสียงจากคุณยายกระต่ายเล็ดลอดออกมาจากลำโพงมือถือของตัวเองต่อ

             “ต…แต่ ดิฉันไม่เข้าใจไอ้วิธีโอนเงินอะไรแบบที่เธอบอก”

             “เอาอย่างนี้นะครับ” นายหมีกรอกเสียงตอบ กระพือเสื้อเชิ้ตลายดอกไซส์ 6L ที่ใส่ “ผมมาทำธุระแถวห้องคุณยายพอดี เดี๋ยวจะแวะเข้าไปสอนวิธีโอนเงินให้เอง มันใช้แค่เครื่องแสกนของเราอ่านรหัสที่บัตรประจำตัวของคุณยายกับลายนิ้วมือเท่านั้นเองครับ คุณยายคงมีเงินบำนาญในบัญชีเหลือพอนะ”

             “ไม่เอาดีกว่าจ้ะ พวกตำรวจเพิ่งบอกฉันเองว่าช่วงนี้มีแก๊งต้มตุ๋นพยายามหลอกเอาเงินบำนาญจากคนแก่อย่างฉัน เธออาจจะเป็นคนพวกนั้นก็ได้”

             “โธ่ คุณยาย นี่มันแค่ค่าธรรมเนียมดำเนินการเพื่อรับเงินรางวัลใหญ่ครับ” คนตอบแสยะยิ้มที่เผยให้เห็นเขี้ยวหมีสองข้าง เก็บอาการอยากหัวเราะให้ฟันร่วงขณะเอามือใหญ่วางบนลูกบิดประตูแล้วบิดดังแกร๊ก แววตาสมเพชฉายออกมาพร้อมรอยยิ้มที่เห็นว่ายายแก่นี่ไม่ได้ล็อกประตูห้อง

             “เอาเป็นว่าผมถึงห้องคุณยายแล้ว เดี๋ยวปล่อยให้ผมจัดการเองครับ”

             บอกด้วยเสียงเบิกบานก่อนจะผลักประตูเข้าไป แล้วก็ยิ้มค้างให้กับสภาพห้องเก่าที่เคยมาดูลาดเลาเมื่ออาทิตย์ก่อน เพราะแทนที่จะมีคุณยายเผ่าพันธุ์กระต่ายแก่ชราอาศัยอยู่คนเดียวอย่างที่เคยสำรวจ กลับมีชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินประดับตราตำรวจเมืองหลวงอย่างน้อยสามคนยืนอยู่ แล้วตอนนี้ทุกคนก็หันมาทางเขา

             หนึ่งในสามคนนั้น ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นคนเผ่าพันธุ์แมว นั่งอยู่ตรงโต๊ะรับแขก มือถือหูโทรศัพท์ติดเครื่องเปลี่ยนเสียง แถมยังตอบผ่านไอ้เครื่องที่เปลี่ยนเสียงให้เป็นคนแก่นั่นผ่านออกลำโพงมือถือเขามาซึ่งๆ หน้า

             “`ได้เลยจ้า`”

             คนเพิ่งก้าวเข้าห้องรู้สถานการณ์ทันทีว่าต้องหนี แต่ไม่ทันจะหันตัวออก ก็ถูกนายตำรวจข้างประตูตรงเข้ามาล็อกตัวไว้แล้วกดร่างกำยำใหญ่ลงกับพื้น นายร่างหมีเงยหน้า หางตาปราดไปเห็นคุณยายกระต่ายใส่แว่นยืนตัวสั่นดูอยู่จากในครัว ความโกรธแค้นทะลุพรวด ไม่คิดว่ายายแก่หน้าตาเจียมๆ ที่คุยด้วยจะกล้าโทรแจ้งตำรวจให้มาดักจับเขา พอนึกได้ก็ออกแรงเหวี่ยงนายตำรวจที่รวบตัวเอาไว้กระเด็นไปติดประตูห้อง หญิงชรากรีดร้องทันทีที่ร่างใหญ่ลุกพรวดพุ่งเข้าหาตัว แต่ยังไม่ทันที่มือจะคว้ากระชากคอเสื้อลูกไม้ นายตำรวจอีกคนก็สอดตัวเข้าไปขวาง มือหนึ่งกันแขนกำยำก่อนจะถึงตัวหญิงชรา อีกมือกระชากคอเสื้อแล้วปราดมองด้วยดวงตาสีฟ้าคมกริบ แม้แต่คนพุ่งเข้ามายังกระตุกหน้าตกใจกับสีของดวงตาที่ตัดกับผมสั้นสีซิลเวอร์เกรย์ แค่สะกดห้วงความคิดไปชั่วแวบ ขาก็ถูกปัดพลิกตัวลงไปกองกับพื้น กว่าจะรู้ตัวว่าแผ่นหลังกระแทกข้างล่างดังโครมก็ตอนเจอดวงตาดุปานน้ำแข็งนั่นหลุบมองอีกรอบ พร้อมเสียงใส่กุญแจมือให้ดังกริก

             “จับคนร้ายเผ่าพันธุ์หมีได้ในหมวดสาม ข้อหาฉ้อโกง เวลา 17.03 นาฬิกา ฐานความผิดซึ่งหน้า ไม่มีหมายจับ”

             เสียงนุ่มกรอกลงกับเครื่องมือสื่อสารขณะกดนาฬิกาข้อมือเรียกหน้าจอขึ้นมาแสกนรายละเอียดของคนที่ยังนอนโอดครวญอยู่กับพื้น กวาดสายตามองชื่อ หน้าตา และรายละเอียดเผ่าพันธุ์ที่ฉายขึ้นมาเป็นหน้าจอใสด้วยระบบโฮโลแกรมว่าตรงตามลักษณะที่เห็น ผู้ร่วมอาชีพอีกคนที่ถูกเหวี่ยงไปติดประตูเมื่อครู่เดินเข้ามาพร้อมเสียงบ่น

             “แรงเยอะเป็นบ้า สมกับเป็นหัวหน้าสุโดนะ ขนาดเจอกับไอ้แรงหมีนี่ก็ยังทุ่มมันคว่ำได้”

             “ที่โรงเรียนตำรวจต้องผ่านการฝึกให้รับมือกับคนจากทุกเผ่าพันธุ์อยู่แล้วไม่ใช่หรือครับ ถึงสมัยนี้จะมีคนที่มีสัญชาตญาณแบบสัตว์ต้นตระกูลตัวเองเหลือน้อย แต่พวกที่ยังมีสัญชาตญาณอยู่ก็มักจะมารวมกันที่เมืองหลวงอย่างเมโทรสเตทนี่ รุ่นพี่เอกุจิไม่ต้องเรียกหัวหน้าก็ได้ครับ ถึงยังไงรุ่นพี่เอกุจิก็มีศักดิ์เป็นรุ่นพี่”

             คนฟังหัวเราะแห้ง ทำงานด้วยกันมาสองสามเดือนก็พอจะเรียนรู้นิสัยหมอนี่ได้บ้างว่ามันเป็นคนพูดจาแบบนี้ แต่บอกตามตรงว่าทำยังไงๆ ก็ไม่ชิน ยิ่งรู้ว่าคนพูดมียศในองค์กรระดับสูงกว่าตัวเองทั้งที่เพิ่งอายุแค่ 24 คำเรียก `รุ่นพี่` ด้วยสีหน้านิ่งๆ มันเลยดูเหมือนจงใจเอามาใช้ทิ่มแทงกันมากกว่า

             หมอนี่ไม่มีทางเป็นรุ่นน้องที่น่ารักของใครได้หรอก…  

             เขาก็รู้ดีว่าเพราะอะไร สุโด มิโนสะ ถึงต้องมาทำงานอยู่แผนกนี้ เพราะว่าหลังจากที่เกิดคดีนั่น… จะให้หมอนี่อยู่ทำงานในแผนกเดิมต่อก็คงไม่ได้ แต่มันเป็นไอเดียใครวะ ที่จับเอามันมาใส่แผนก Live Security Division (LSD) ซึ่งเป็นแผนกที่ต้องดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนใกล้ชิดแบบนี้ แผนกนี้มันต้องอาศัยการทำหน้าตาชื่นมื่นและต้องยิ้มแย้มอัธยาศัยดีกับชาวบ้านนะ ถึงจะไม่ต้องใช้เสียงสองคุยกับคนอื่นเหมือนพวกแผนกประชาสัมพันธ์ แต่ก็เป็นแผนกที่เป็นหน้าเป็นตาขององค์กรเรานะเว้ย! ถ้าหมอนี่ทำให้แผนกนี้ถูกเคลมหรือโดนเบื้องบนตัดแต้มเยอะขึ้นมาจะว่ายังไง เขายังอยากได้โบนัสปลายปีอยู่ 

             “ก็จริง พวกมีสัญชาตญาณสัตว์เหลือน้อยจนไม่มีหูมีหางหรืออะไรให้เห็นอย่างฉันก็มีเยอะ แล้วทำไมแค่มาดักจับพวกต้มตุ๋น เราต้องมาเจอระดับไอ้หมีนี่ด้วยนะ” เอกุจิพูดต่อ อยากได้โบนัสปลายปีก็ใช่ แต่ในเมื่อหน่วยย่อยของเขามีไอ้เด็กสุโดนี่เป็นหัวหน้า เขาก็ต้องคอยพูดเอาใจไว้เผื่อตอนประเมินผลท้ายปีด้วย

             สุโดแฉลบตามอง ก่อนจะหันกลับไปกดมือถือเพื่อพิมพ์รายงานสั้นๆ ส่ง

             “รุ่นพี่เอกุจิก็มีกลิ่นสาบสัตว์เต็มเปี่ยมครับไม่ต้องเป็นห่วง แต่ถ้าไม่ใช่จมูกของพวกสัตว์ตระกูลล่าเนื้อ อาจจะเดาได้ไม่ละเอียดถึงขั้นว่าเป็นกลุ่มตระกูลทะนุกิ เพราะฉะนั้นถ้าอยากจะให้ดูน่ารัก ตอนไปงานนัดบอดก็บอกคนอื่นว่าเป็นเรดแพนด้าก็ได้”

             ก็เพราะงี้ ฉันเลยเกลียดไอ้ห่_นี่! // เอกุจิ 

             คนอายุสามสิบกว่าทำหน้าอยากจะพูดอะไรต่อ แต่นายตำรวจอีกคนที่เพิ่งจะพาคุณยายกระต่ายไปนั่งพักและเดินกลับเข้ามาในห้องทำตาเป็นประกายวิบวับเมื่อเห็นว่าสบโอกาสจะได้พูดคุยกับหัวหน้าหน่วย เนะโกตะรีบขยับหูแมวระริกเข้าหา เพราะโอกาสที่จะได้คุยกับสุโด มิโนสะแบบนี้หายาก 

             เนะโกตะ คานาเดะ เพิ่งเข้ามาบรรจุในแผนกนี้เมื่อสามเดือนที่แล้วเช่นกัน แต่ได้รับคำสั่งให้มาอยู่หน่วยย่อยของแผนกที่มีสุโดเป็นหัวหน้านี้เมื่ออาทิตย์ก่อน ไม่ต้องบอกหน้าก็ออกว่าดีใจแค่ไหนที่ได้มาอยู่หน่วยนี้ เพราะสุโดดูเด่นกว่าใครตั้งแต่ที่เขาเข้ามาทำงานในแผนกวันแรก แค่เห็นก็หลงใหลได้ปลื้มอยากหาโอกาสทำความรู้จักด้วย แต่ติดตรงที่ว่าหัวหน้าสุโดมักจะปลีกวิเวกไม่คบหากับใคร กลางวันก็หายจ้อย เลยแทบไม่มีโอกาสได้คุยอะไรสักคำแม้จะผ่านมาอาทิตย์หนึ่ง 

             “แต่กลุ่มที่ยังมีสัญชาตญาณสัตว์อยู่หรือมีหูมีหางเหลืออย่างผมกับหัวหน้าสุโดนี่ก็มารวมตัวกันเยอะในเมโทรสเตทโปลิศ[1](MSP) นี่นะครับ ของผมยังมีแค่หูกับหางแมวแล้วก็สัญชาตญาณสัตว์นิดหน่อย แต่อย่างหัวหน้าสุโดนี่ได้ยินว่าเป็นไฮบริดอัลฟ่าด้วยใช่ไหมครับ?”

             ไม่รู้ว่าคนฟังมีปฏิกิริยากับคำไหน แต่แฉลบดวงตาสีฟ้ามองลูกน้องหนุ่มน้อยหลังคำว่า `ไฮบริดอัลฟ่า` เอกุจิอ้าปากพะงาบๆ อย่างคนจะห้ามแต่ก็ห้ามไม่ได้ โชคดีที่เหมือนจะมีตัวช่วย เพราะเสียงไซเรนรถตำรวจดังมาหยุดตรงชั้นล่าง ตามด้วยเสียงฝีเท้าคนวิ่งขึ้นมา แล้วก็เปิดประตูกรูกันเข้ามาในห้อง

             “ถึงที่หมายเรียบร้อยแล้ว กำลังควบคุมตัวผู้ต้องหา”

             ชายหนุ่มรูปร่างเพรียวในเครื่องแบบอย่างเดียวกันก้าวเข้ามาพลางกรอกเสียงใส่เครื่องมือสื่อสาร มือทำสัญญาณให้คนที่ตามมาพาผู้ต้องหาไซส์บิ๊กออกไปก่อน แล้วค่อยเดินตรงเข้าไปหานายตำรวจสามนายด้วยท่าทางยากลำบาก เพราะต้องระวังไม่ให้เขากวางอลังการไปเสียบกับหลอดไฟบนเพดานเสียก่อน

             “ไม่มีใครเป็นอะไรใช่ไหม? ตอนที่ได้ยินว่าคนร้ายเป็นพวกเผ่าพันธุ์หมีก็ยังคิดอยู่ว่าพวกนายจะไหวหรือเปล่า”

             “จะมีปัญหาได้ยังไงครับหัวหน้าชิกะฮาระ! พวกเราหน่วยสามมีหัวหน้าสุโดนะ! เมื่อกี้ซัดไอ้หมอนั่นวูบเดียวด้วยมือเปล่าจนล้มคว่ำไปเลย” นายแมวกระดิกหูริกๆ ยกนาฬิกามากดโฮโลแกรมที่ถ่ายไว้เมื่อครู่ให้ดูอย่างคนจะอวด

             “นายว่างขนาดถ่ายคลิปไว้ได้เลยเหรอเฮอะ…”

             “ไม่ได้ว่างครับ แค่ไว”

             “ถ้าไวก็จับมันไว้ให้ได้ก่อนจะลุกขึ้นมาอาละวาด!”

             “นั่นมันหมีนะครับ! นี่แมว! โดนฟาดทีก็นอนโรง`บาลสิ”

             เถียงกันขณะที่ภาพจากคลิปวีดิโอโฮโลแกรมเล่นไปจนถึงบทสนทนาประโยคสุดท้าย

             `แต่อย่างหัวหน้าสุโดนี่ได้ยินว่าเป็นไฮบริดอัลฟ่าด้วยใช่ไหมครับ?`

             ชิกะฮาระเงียบไปทันทีกับประโยคที่ได้ยิน เอกุจิที่อายุมากสุดได้แต่ยืนทำหน้าอิหลักอิเหลื่อเหงื่อแตก เจ้าของเสียงผู้โชว์โฮโลแกรมยังคงทำหน้าใสซื่อและแววตาชื่นชม ก่อนที่คนยื่นมือไปแตะนาฬิกาลูกน้องเพื่อปิดโฮโลแกรมให้ จะคือสุโดเอง

             “เนะโกตะคุง คราวหน้าไม่ต้องบอกคนร้ายว่ามีตำรวจมาเตือนเรื่องแก๊งต้มตุ๋นนะ ตอนซ้อมบทกันก็ไม่มี จะใส่ลงไปทำไมหือ?” สุโดเตือนด้วยเสียงขรึม

             “แหะ แหะ อันนั้นด้นสดครับ ก็หมอนั่นไม่เปิดประตูเข้ามาเสียที ไม่รู้จะถ่วงเวลายังไงต่อ”

             สุโดผ่อนลมหายใจ ยกนาฬิกาข้อมือแบบพิเศษที่เป็นอุปกรณ์หลักของตำรวจทุกคนขึ้นดู แล้วเดินออกไปจากห้อง

             “เดี๋ยวผมจะไปกับรถส่งตัวแล้วทำเรื่องฝากขังผู้ต้องหา คิดว่าหมอนี่คงไม่ได้ก่อเหตุแบบนี้เป็นครั้งแรก ถ้าเราสอบปากคำดีๆ อาจจะสาวไปถึงคดีก่อนๆ ได้ หรือไม่แน่ก็อาจจะมีกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังอีกก็ได้ครับ”

             “อ…อือฮึ”

             ชิกะฮาระพยักหน้า ในด้านตำแหน่งงาน เขากับสุโดเป็นหัวหน้าหน่วยย่อยในแผนก Live Security Division ซึ่งเป็นแผนกใหญ่สุดของสำนักงานตำรวจเมืองหลวงเมโทรสเตทโปลิศนี้ทั้งคู่ แต่ต่างกันที่ว่าเขาอยู่แผนกนี้มาตั้งแต่เริ่มเข้าทำงาน แล้วเพิ่งจะได้เป็นหัวหน้าหน่วยย่อยเอาก็เมื่อปีที่แล้วตอนอายุ 28 แต่สุโดนั้นเพิ่งย้ายเข้ามาทำแผนกนี้เมื่อสามเดือนก่อน โดยที่เข้ามาปุ๊บก็ได้เป็นหัวหน้าหน่วยทันทีเช่นเดียวกันกับเขา ทั้งที่เพิ่งจะอายุแค่ 24

             ไอ้เรื่องตำแหน่งงานกับอายุนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก สุโดเป็นตำรวจกลุ่มอีลีทที่สอบเข้าสำนักงานตำรวจมาโดยคนละวิธีกันกับเขา พวกตำรวจหนุ่มกลุ่มอีลีทที่ผ่านการคัดเลือกแบบนี้มักจะได้เริ่มต้นตำแหน่งงานที่ `หัวหน้าหน่วย` กันตั้งแต่อายุ 23-24 ทั้งนั้น แต่ไอ้ที่ทำให้การทำงานมันตะกุกตะกักหรือบางเวลาก็ปกคลุมไปด้วยเดดแอร์อย่างตอนนี้ มันเป็นเรื่องประวัติการทำงานก่อนหน้าของหมอนี่มากกว่า…

             “เอ้อ… เนะโกตะคุงเพิ่งเข้ามาทำแผนกเราได้แค่สามเดือนใช่ไหม? แล้วเพิ่งมาอยู่หน่วยของสุโดเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่ นายเป็นโอเมก้าเหรอ?” ชิกะฮาระถาม

             เจ้าของหูแมวพยักหน้า ตั้งแต่สถานะของโอเมก้าดีขึ้นเพราะการรณรงค์เรื่องสิทธิมนุษยชนในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องปกปิดเพศไดนามิกซ์ของตัวเองกันเหมือนแต่ก่อน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ค่อยมีใครถามเพศไดนามิกซ์ของกันและกันในที่สาธารณะแบบนี้…

             “ก็ใช่ครับ… ดูออกจากอะไรหรือครับ มีกลิ่นเหรอ?” เนะโกตะยกแขนตัวเองขึ้นดม ยังอีกนานกว่าจะถึงช่วงฮีท และยาสมัยนี้ก็คุณภาพดีมากจนลดความลำบากในการใช้ชีวิตเรื่องกลิ่นฟีโรโมนของชาวโอเมก้าลงไปได้มาก ถ้าไม่ใช่พวกเผ่าพันธุ์ที่จมูกดีจริง ก็ไม่น่าจะรู้ได้ง่ายๆ ว่าเขาเป็นโอเมก้า นอกจากจะอ่านโปรไฟล์เขามาก็เท่านั้น

             “เปล่าๆ เห็นนายแสดงความสนใจอัลฟ่าเป็นพิเศษ” ชิกะฮาระตอบ

             “สนใจสิ! ถึงยาระงับฮีทสมัยนี้จะดีแค่ไหน แต่มันก็ดีกว่าถ้ามีคู่อัลฟ่าเป็นของตัวเองไม่ใช่หรือครับ โอเมก้าที่มีคู่ครองแล้วอะไรๆ ก็จะมั่นคงขึ้น สภาพจิตใจไม่ต้องมาแกว่งไกวในช่วงฮีทด้วย ความลำบากของโอเมก้าพวกนี้ เบต้าอย่างหัวหน้าชิกะฮาระหรือรุ่นพี่เอกุจิไม่เข้าใจหรอก” เนะโกตะทำเสียงอุทธรณ์ “ตอนแรกคิดว่าได้เข้าทำงานที่สำนักงานตำรวจแล้วจะได้เจอพวกอัลฟ่าเดินกันขวักไขว่ให้เลือก ที่ไหนได้ ไปรวมกันอยู่แต่ในแผนกความมั่นคงกับแผนกสืบสวนสอบสวนกันหมด วันๆ ไม่เห็นจะเจอใคร ที่นี่ไม่มีจัดงานนัดบอดหาคู่ระหว่างตำรวจต่างแผนกกันบ้างหรือครับ?”

             นายเข้ามาทำอะไรในสำนักงานตำรวจเมืองหลวงน่ะฮึ… // ชิกะฮาระ 

             “ก็นั่นแหละที่ฉันอยากจะบอก นายพูดชื่อสองแผนกนั้นออกมาก็ดีแล้ว” ชิกะฮาระถอนหายใจ 

             “แผนกความมั่นคงกับแผนกสืบสวนฯ น่ะเหรอ?” 

             “ใช่ นายก็รู้นี่ว่าสองแผนกนั่นมีแต่พวกอัลฟ่า” 

             “ใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้นแหละครับ ส่วนใหญ่พวกอัลฟ่าจะไปรวมกันอยู่ในหน่วยปราบปรามของแผนกความมั่นคง หรือไม่ก็หน่วยสืบสวนของแผนกสืบสวนสอบสวน …ทำไมหรือครับ หัวหน้าจะจัดงานนัดบอดให้จริงๆ เหรอ?” 

             “ไม่มี!” ชิกะฮาระเอามือเฉาะลงตรงกลางระหว่างหูแมวสองข้าง “แค่จะบอกว่าเพราะแบบนั้น พวกโอเมก้าถึงทำงานในแผนกนั้นไม่ได้ มันจะลำบากและอันตรายในหลายๆ ความหมาย เข้าใจไหม” 

             “อันตรายยังไง? ออกจะสวรรค์” 

             “…” 

             หรือตรรกะของคนทั่วไปในสังคมจะใช้ไม่ได้กับไอ้แมวบ้านี่ นี่มันเรียนจบวิชาจริยธรรมพื้นฐานของเพศไดนามิกซ์ในโรงเรียนตำรวจมาแน่ใช่มั้ย? มันจบมาด้วยเกรดเท่าไหร่เฮอะ??? //ชิกะฮาระ 

             “เอาเป็นว่าเพราะอย่างนี้ โดยปกติแล้วแผนกบุคคลจะบรรจุโอเมก้าลงในแผนกที่บรรยากาศการทำงานมันสบายกว่านั้น อย่างเช่นแผนกเราไงล่ะ อยู่มาสามเดือนก็ต้องรู้แล้วสิว่า LSD เป็นแผนกที่คุ้มครองดูแลชีวิตและทรัพย์สินประชาชนในเรื่องประจำวันทั่วไป ทำคดีอาชญากรรมเบาประเภทฉ้อโกง หลอกลวงต้มตุ๋น คดีเยาวชนหรืออาชญากรรมไซเบอร์เทือกๆ นี้ แผนกเราคนเยอะ ลาหยุดได้ง่าย โอเมก้าส่วนใหญ่ถึงได้ถูกส่งให้มาบรรจุลงในแผนกเรานี่” 

             “จริงด้วย เห็นบอกว่าโอเมก้าสามารถใช้วันหยุดช่วงฮีทได้ด้วยใช่ไหมครับ?” 

             “ใช่แล้ว ก็เพราะแบบนั้นแหละ แต่เพิ่งมาใช้ได้เต็มเวลาตามกฎก็ตอนหัวหน้าคาริยะซากิเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าแผนกแล้วน่ะนะ” 

             “หัวหน้าแผนกคาริยะซากิน่ะเหรอ?”  

             เนะโกตะนึกหน้าหัวหน้าแผนกคนที่ว่า จริงๆ ก็ไม่ใช่คนที่เห็นครั้งเดียวแล้วจะลืมได้ คาริยะซากิ ยะสุโตะ หรือที่ใครๆ เรียกว่าหัวหน้าคาริยะซากิ เป็นชายเผ่าพันธุ์แพะใจดี ผู้ซึ่งดูไม่เหมือนคนวัยสี่สิบอัพ เขาก็เป็นคนหนึ่งที่ถึงไม่บอกก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นอัลฟ่า ถึงอย่างนั้นก็ไม่ดุเถื่อนเหมือนพวกอัลฟ่าในหน่วยปราบปรามหรือหน่วยสืบสวน เรียกได้ว่าเป็นคนดังเพราะหน้าตาหล่ออ่อนโยนแบบผู้ใหญ่ ดูเป็นพวกรักสิ่งแวดล้อมตามประสาคนกลุ่มสัตว์กินพืช ไหนจะแต่งตัวด้วยสูทสามชิ้นมีแบรนด์แบบที่ดูรู้ว่ามีอันจะกิน เลยทำให้เกิดกลุ่มแฟนคลับในที่ทำงานถึงขั้นมีการออกบัตรสมาชิกแฟนคลับให้กันแบบลับๆ ด้วย 

             แต่ถึงลักษณะภายนอกจะดูเป็นอัลฟ่าในหมู่อัลฟ่าแค่ไหน ต้นกำเนิดของหัวหน้าคาริยะซากิก็เป็นชาวเผ่าพันธุ์แพะที่ดูออกจะใจดีตั้งแต่ปลายนิ้วเท้ายันเบ้าตา ไอ้ความดูดีแบบผู้ใหญ่ก็เรียกสายตาให้มองตามได้แหละ แต่มันไม่ใช่สเปกเขา อัลฟ่าแบบที่เขาชอบคือสายดิบเถื่อน ชอบทำตัวอยู่เหนือกว่าแบบที่มองลงมาด้วยสายตาเย็นชาแล้วทำให้หัวใจละลายได้ ทว่าอัลฟ่าแบบที่ว่าก็มักจะสังกัดอยู่ในหน่วยปราบปรามหรือหน่วยสืบสวน เพราะฉะนั้นถึงได้บอกไงว่าหัวหน้าสุโดน่ะ เป็นอัลฟ่าสุดจะล้ำค่าในแผนกนี้แค่ไหน!

             “นั่นแหละ ที่อธิบายมาทั้งหมดก็เพื่อจะบอกนายว่า ทำไมสุโดถึงได้ต้องย้ายมาอยู่แผนกเรา คือเห็นว่าแผนกเดิมมันไม่ค่อยจะเหมาะกับหมอนั่นแล้ว” ชิกะฮาระพูดต่อ ทำให้เอกุจิเหลือบมองนิดๆ ด้วยสีหน้าสะพรึง เฮ้ย จะบอกจริงเหรอ…? จะบอกเรื่องนั้นกับรุ่นน้องที่เพิ่งเข้ามาอยู่หน่วยนี้ได้อาทิตย์เดียวจริงเหรอ? // เอกุจิ 

             “ได้ยินมาเหมือนกันครับว่าหัวหน้าสุโดเพิ่งมาอยู่แผนก LSD ได้ไม่กี่เดือนนี่เอง แล้วแผนกเก่าของหัวหน้าสุโดคือแผนกอะไรหรือครับ?” เนะโกตะถาม 

             “ก็หน่วยปราบปรามพิเศษของแผนกความมั่นคงไง” 

             “โห~~” 

             คนฟังอุทานแล้วทำตาเป็นประกายวิบวับทันที นึกแล้ว ก็อย่างที่เขาคิดไงว่าอัลฟ่าไทป์นี้มีอยู่แต่ในหน่วยเจ๋งๆ อย่างหน่วยปราบปรามหรือหน่วยสืบสวน หน่วยปราบปรามของแผนกความมั่นคงนี่ขึ้นชื่อว่าเป็นด่านมหาโหดของพวกอัลฟ่าอีลิทที่คัดเลือกเข้ามาเลยนะ! แล้วนี่หัวหน้าสุโดเพิ่งอายุแค่ 20 ต้นๆ ยังไปสังกัดในหน่วยพิเศษที่ฝึกไม่เหมือนใครแบบนั้นได้ มิน่า ออร่าของเขาถึงได้ไม่เหมือนคนอื่น หัวหน้าสุโดนี่ช่างสุดยอด สุดยอดๆๆ!!! แต่เดี๋ยวสิ… อยู่แผนกที่สุดจะเท่อย่างนั้น แล้วทำไมถึงย้ายมาอยู่แผนกที่ทำคดีบ้านๆ อย่าง LSD นี่ได้ล่ะ? 

             “ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ” ชิกะฮาระถอนหายใจ “ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะบอกข้อมูลส่วนตัวของใครหรอกนะ แต่บางอย่างนายก็ควรจะรู้เอาไว้บ้าง จะได้ไม่เที่ยวเดินไปเหยียบปมของใครเข้า” 

             “ปม?” 

             “หมอนั่นอยู่แผนกเก่าไม่ได้ ก็เพราะแผนกนั้นมีแต่พวกอัลฟ่านี่แหละ” ชิกะฮาระมองสีหน้าของลูกน้องเข้าใหม่ ที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปทีละน้อย ตามประโยคที่เขาพูด 

             “ยังไงนะครับ?” เนะโกตะรีบถาม ““หัวหน้าสุโดเป็นโอเมก้าเหรอ?” 

             เอกุจิมองหน้าเนะโกตะ ซึ่งจริงๆ ถึงไม่มองก็พอจะเดาตอนไอ้ตาเหมือนแมวนั่นขยายกว้างได้ ชิกะฮาระส่ายหน้า พูดต่อแบบลดเสียงลงหน่อย  

             “ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ `สุโดเป็นโอเมก้าแล้ว` น่ะนะ”  

 

[1] คำเรียกสำนักงานตำรวจเมืองหลวง เรียกย่อๆ ว่า MSP 

ข้าแต่ท่านสุนัขรับใช้

ข้าแต่ท่านสุนัขรับใช้

ข้าแต่ท่านสุนัขรับใช้
Score 8.5
Status: Ongoing
อ่านข้าแต่ท่านสุนัขรับใช้เรื่องย่อ คดีที่เกิดกับครอบครัวในอดีต ทำให้สุโด มิโนสะตัดสินใจมาเป็นตำรวจหน่วยพิเศษ แต่เพราะทำงานพลาดเมื่อครึ่งปีก่อน ทำให้เขาต้องย้ายมาอยู่แผนก LSD ที่ว่ากันว่าอ่อนยวบ และถูกหัวหน้าแผนกสปอยล์ทั้งวัน…(?)

Comment

Options

not work with dark mode
Reset