คลั่งไคล้ใคร่รัก – ตอนที่ 48 กลับบ้านกับฉันเถอะนะ

ตอนเที่ยงครูมาหาแก้วที่บ้านด้วยความเป็นห่วงแต่เธอก็ยังปกปิด ไม่กล้าบอกความจริงกับใครทั้งนั้น สุดท้ายก็โกหกไปว่าปวดศีรษะ ครูจึงจำต้องกลับไปเพราะอยากให้เธอได้พักผ่อน ส่วนยายนั้นก็พยายามทำของโปรดของอร่อยให้หลานสาวเพื่อเอาใจ ไม่ว่าจะเป็นห่อหมกหน่อไม้หมูสามชั้น น้ำพริกปลาร้าผัดกับผัดผักบุ้งปลาเค็ม หลานสาวนั้นดูร่าเริงขึ้นมาบ้างเมื่ออยู่ต่อหน้า แต่พอคล้อยหลังก็กลับซึมเศร้าเหม่อลอยจนยายเป็นห่วงเหลือเกิน

“ แก้วเอ๊ย คนที่นั่นเขารังแกเอ็งหรือเปล่า ”

“ ไม่มีใครรังแกหนูทั้งนั้นจ้ะยาย หนูแค่คิดถึงบ้านเท่านั้น เดี๋ยวก็ดีขึ้น ” ในเมื่อหลานสาวยืนกรานแบบนั้นก็สุดที่ยายจะซักไซ้ ได้แต่มองอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ

เวลาจะช่วยให้ดีขึ้น แก้วกานดาบอกตัวเอง แม้ตอนนี้แย่หน่อยแต่มันจะผ่านไปได้

“ แก้วเอ๊ย แกงส้มมะละกอกับทอดมันหัวปลีของชอบเอ็งเสร็จแล้ว มากินข้าวเย็นเร็วลูก ” เสียงตะโกนเรียกของยายดังมาจากตัวบ้านที่ห่างจากกระท่อมริมคลองไม่ถึงสิบเมตร ยายพยายามทำของโปรดให้หลานสาวคนนี้ แต่เธอแทบจะกลืนอะไรไม่ลงเลย

“ จ้ะยาย หนูยังไม่หิวเลย อีกพักนึงจะไปกิน ”

เธอตะโกนตอบกลับไป

สักพักใหญ่ ๆ เสียงสวบสาบของฝีเท้าที่ย่ำบนผืนหญ้าทำให้คนที่นอนอยู่บนเปลญวนรีบยกมือขึ้นปาดเช็ดน้ำตาเพราะกลัวจะถูกจับได้ว่าแอบมานอนร้องไห้

“ แก้วยังไม่หิวเลยจ้ะยาย ขอนอนอีกสักแป๊บนะ ”

เธอพูดทั้งที่ไม่ได้หันไปมอง เสียงฝีเท้าหยุดนิ่ง ไม่ได้เดินเข้ามาใกล้และไม่ได้เดินจากไปจนกระทั่งเด็กสาวนึกแปลกใจว่าทำไมยายถึงยืนนิ่งเช่นนั้น จึงลืมตาและหันไปมอง ก่อนจะต้องเบิกตาโพลงอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ไม่ใช่ยายแต่เป็นร่างสูงใหญ่ ใบหน้าดุดันของใครบางคน

“ คุณหมอ ! ” เธอหลุดปากเรียก เขายืนจ้องเธอเขม็งอยู่เช่นนั้นก่อนยื่นสิ่งที่ซ่อนเอาไว้ข้างหลังออกมา

“ เธอลืมของไว้ ”

มันคือกล่องคุ้กกี้ที่เธอใส่สิ่งของเกี่ยวกับเขาเอาไว้นั่นเอง เธอพยายามเชิดหน้าขึ้นกลั้นน้ำตาแต่มันดันทรยศไหลพราก ๆ มากกว่าเก่า

“ ไม่ได้ลืมหรอกค่ะ แก้วตั้งใจคืนคุณ มันเป็นของของคุณ ”

“ ก็จริง เสื้อกาวน์น่ะมันของฉัน ภาพวาดก็ภาพฉันแม้จะไม่ได้วาดเองก็เถอะ แถมจดหมายก็ยังเป็นของฉัน ลายมือฉันทั้งนั้น ”

เด็กสาวเบิกตากว้างอย่างแปลกใจ จดหมายเป็นลายมือเขาอย่างนั้นหรือ เขาเขียนเองจริง ๆ น่ะหรือ ?

เขามองข้ามฝั่งคลองไปยังทุ่งนาที่กำลังเป็นสีทองสะพรั่ง รวงทองที่เมื่อต้องแสงตะวันและเปล่งประกายระยิบระยับงดงามยิ่งนัก

“ นี่มันคงเป็นช่วงใกล้ฤดูเก็บเกี่ยวอย่างที่เธอเคยเขียนเล่าให้ฟังสินะ พอถึงวันเกี่ยวข้าว ชาวบ้านที่รู้จักมักคุ้นก็จะมาช่วยลงแขกเกี่ยวข้าวกัน พวกเราในหมู่บ้านจะช่วยเหลือกันแบบนี้ ไม่ต้องเสียเงินจ้างคน แก้วกับยายก็จะต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมาทำกับข้าวเลี้ยงเขาเป็นการตอบแทน เมนูประจำของยายก็จะต้องมีต้มยำปลานิลใส่เห็ดนางฟ้า แกงส้มมะรุม และผัดเผ็ดไก่ใส่หน่อไม้ดอง ของหวานถ้าไม่บัวลอยไข่หวานก็ไม่พ้นแกงบวดฟักทองหรือไม่ก็แกงบวดเผือก ฟักทองยายก็ปลูก เผือกยายก็ปลูก ส่วนไข่ก็มาจากไข่ไก่ที่เลี้ยง เห็ด มะรุม หน่อไม้ที่เอามาดองก็มาจากสวนทั้งนั้น ” สายตาของเขามองไปยังท้องทุ่งกว้าง ปากของเขาพร่ำพูดถึงสิ่งที่เธอเคยเขียนลงในจดหมายพรรณนาชีวิตของตัวเองให้เขาฟัง น้ำตาใสยิ่งไหลอาบแก้มไม่หยุด

“ ไอ้จดหมายโง่ ๆ ที่เธอเขียนแปะไว้บนฝากล่องคุ้กกี้น่ะมันกล่าวหาฉันมากเลยนะ หาว่าฉันไม่ได้เขียนจดหมายเองได้ยังไง เด็กบ้า ! ”

เธอนั่งนิ่ง ส่วนหนึ่งดีใจที่เป็นเขา แต่อีกส่วนหนึ่งคิดว่ามันจะสลักสำคัญอะไรเล่า มันก็เปล่าประโยชน์อยู่ดีเพราะอย่างไรเสียเขาก็มีคนรักแล้ว เธอไม่อยากกลับไปอยู่ในฐานะนางบำเรอลับหลังหรอกนะ มันเจ็บเหลือเกิน

แต่แล้วเพียงเขาพูดคำหนึ่งออกมา กำแพงที่ตั้งไว้ก็พังทลายไปหมด

“ กลับบ้านกับฉันเถอะนะ ”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset