ความลับ(รัก)ของประธานพันธุ์ร้าย NC25 – ตอนที่ 29 นายดูแปลกไป

สี่ปีต่อมา

หลังจากวันนั้นที่ออกจากคุกหลิวไห่ได้พบกับลุงเฉิงอีกไม่กี่ครั้ง เขายังไม่สามารถแก้แค้นสกุลกู้ได้ และยังไม่สามารถติดตามแฟรชไดร์ของพ่อกลับมาได้เช่นกัน

แต่สิ่งทีเปลี่ยนแปลงเขาคือ ในตอนนี้หลิวไห่อาศํยความช่วยเหลือของอเล็กซ์ในการเปิดบริษัทเงินทุนและการบัญชี โดยมีมู่หลงที่หลิวไห่ช่วยเหลือเรื่องคดีจนสามารถออกจากคุกได้มานั่งในตำแหน่งผู้จัดการ

มู่หลงมีความสามารถในเรื่องบัญชีและการเงินมากจนเรียกว่าเป็นอัจฉริยะและตัวหลิวไห่เองยังมีความสามารถรอบด้าน เขาเรียนรู้ว่องไว และปราดเปรียว วางแผนเฉียบขาดมองการณ์ไกล ตัดสินใจไม่มีพลาด

ด้วยความร่วมมือกันอย่างเต็มที่ ทำให้ทั้งสองคนสามารถสร้างบริษัทให้เติบโตขึ้นมาได้อย่างมั่นคง กลายเป็นบริษัทที่น่าจับตามองน้องใหม่มาแรง จนกระทั่งหลิวไห่คิดขยายกิจการเข้าไปที่แผ่นดินใหญ่ เพราะเขาได้ข่าวว่ากู้เมิ่งถูกส่งไปทำงานที่สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่เซี่ยงไฮ้

กู้เมิ่งที่ไม่มีอิทธิพลของพ่อในฮ่องกงเมื่อไปอยู่ที่แผ่นดินใหญ่อำนาจของเขาก็ลดลงไปมาก

ความจริงแล้วหลายปีมานี้เขาพยายามอย่างหนักที่จะไล่ตามสกุลกู้ แต่สุดท้ายเขาก็ไปไม่ถึงฝั่งจึงทำให้ถอดใจไปมาก คิดจะเอาใจออกห่างไม่สนใจความแค้นเหมือนที่ลุงเฉิงเคยบอกเขาให้ปล่อยวาง

แต่ในตอนนี้เขาทำไม่ได้แล้ว เมื่อสกุลกู้ยื่นมือเข้ามาสอดกระทั่งในบริษัทน้องชายของเขา และเหมือนเขาจะเริ่มมองเห็นช่องโหว่ของกู้เมิ่งแล้ว ความคิดในการแก้แค้นจึงย้อนกลับคืนมาอีกครั้ง

หลิวไห่วางแก้วเหล้าในมือลง ตัดสินใจรวดเร็ว

“ได้ นายอยู่ที่นี่ก็ไม่ต้องไปไหน ที่นี่ฉันมีผู้จัดการคอยดูแลที่ไว้ใจได้ ใช้ชีวิตในแบบที่นายต้องการเถอะ เรื่องบริษัทแม่บุญธรรมฉันจะจัดการให้นายเอง”

เฉินเฟยอวี๋โผเข้ามากอดเขา หลิวไห่ใช้แขนดันร่างของน้องชายที่แต่งตัวเป็นหญิงให้ออกห่าง

“อย่ามาทำเสื้อฉันเลอะเครื่องสำอางค์นาย”

“หลิวไห่พี่เป็นคนดีจริง ๆ พี่เป็นคนดีจริง ๆ”

เฉินเฟยอวี๋ที่ผ่านมาไม่เคยรู้เรื่องของหลิวไห่เลย เขาไม่สามารถติดต่อพี่ชายได้หลายปีในใจก็กระวนกระวายเป็นอย่างมาก แต่ยังได้รับจดหมายจากหลิวไห่ฉบับหนึ่งว่าจะไปที่แห่งหนึ่ง ไม่สะดวกติดต่อ เมื่อเขาสะดวกแล้วจะติดต่อหาเฉินเฟยอวี๋เอง

แค่รู้ว่าพี่ชายยังอยู่ดีจึงดีใจเป็นอย่างมาก เขาจึงเอาแต่เฝ้ารอว่าหลิวไห่จะกลับมาเมื่อไหร่ กระทั้งวันนั้นมาถึง หลิวไห่กลับมาแล้วพร้อมกับเปิดตัวบริษัทที่ยิ่งใหญ่

เฉินเฟยอวี๋จึงคิดว่าพี่ชายของตัวเองอยู่ดีกินดีและใช้ชีวิตสุขสบายมาตลอด

“แล้วพี่จะไปเมื่อไหร่ ฉันบอกพี่ก่อนนะว่าหลี่เจี่ยซินคู่หมั้นของฉันน่ะ เธอค่อนข้างพิเศษ เพราะฉะนั้นห้ามรังแกเธอเด็ดขาด”

“นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเธอต่อสู้เก่ง ฉันจะทำอะไรเธอได้”

“ไม่รู้ล่ะ ห้ามรังแกฉันห้ามพี่แล้ว และพี่ต้องแสดงเป็นฉันอย่างแนบเนียนด้วยทำได้หรือเปล่า”

หลิวไห่ยกมือกอดอก หรี่ตามองน้องชาย

“เรื่องมากชะมัด ตกลงมาขอความช่วยเหลือหรือบังคับขู่เข็ญกันแน่”

เฉินเฟยอวี๋หยิบแก้วเหล้าของหลิวไห่มาดื่มจนหมดแล้วเช็ดปาก

“เอาตามนี้แล้วกัน ฉันเชื่อมือพี่กำจัดพวกหน้าด้านนั่นให้หมดเลยนะ เรียบร้อยเมื่อไหร่ฉันจะบินไปสลับตัวกับพี่ทันที เอกสารของบริษัททั้งหมดอยู่ในนี้แล้ว”

เฉินเฟยอวี๋ยกกระเป๋าเอกสารสีดำขนาดใหญ่วางไว้บนโต๊ะ

หลิวไห่พยักหน้า

“ขอเวลาสักหนึ่งสัปดาห์ฉันจะบินไปเป็นตัวนายให้เอง”

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา

หลี่เจี่ยซินตื่นแต่เช้าเพราะวันนี้เฉินเฟยอวี๋จะกลับมาจากฮ่องกง เธอต้องรีบไปรับเขาในเวลาเจ็ดนาฬิกา หญิงสาวตื่นตั้งแต่ตีห้าแต่งตัวด้วยชุดเสื้อยืดกางเกงยีนรองเท้าบู๊ทสีดำยาว ยังใส่เสื้อคลุมตัวยาวทับอีกที

วันนี้เธอแต่งหน้าอ่อน ๆ ทำให้ดูนุ่มนวลและน่ารักเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อเรียบร้อยแล้วจึงสตาร์ทรถรีบออกไปรับเขาทันที เธอไปถึงก่อนเวลาเครื่องลงราวครึ่งชั่วโมง รอเขารับกระเป๋าอีกประมาณครึ่งชั่วโมง หนึ่งชั่วโมงหลังจากนี้จึงเห็นร่างสูงหล่อเหลาของเฉินเฟยอวี๋ลากกระเป๋าใบใหญ่ออกมา

“ที่รักทางนี้ค่ะ”

หลี่เจี่ยซินชินเสียแล้วที่เรียกเขาว่าที่รัก ในความหมายคือเพื่อนสาวที่รักของเธอ เมื่อเธอซึ่งเป็นสาวสวยร่างเล็กคนหนึ่งโบกไม้โบกมือยังตะโกนเสียงดังเรียกคนรักจึงทำให้คนหันมามองเธอเป็นตาเดียว

และเมื่อร่างของผู้ชายที่หลี่เจี่ยซินเรียกว่าที่รักปรากฎตัว ก็ทำให้คนหันมามองเป็นตาเดียว

ผู้ชายร่างสูง ตัวขาวราวกับจะเรืองแสงได้คนนี้ถอดแว่นออกมา

แว๊บแรกที่หลี่เจี่ยซินเห็นเขา เธอเกิดความรู้สึกแปลก ๆ

เขาดูไม่เหมือนเฉินเฟยอวี๋แม้แต่น้อย หลี่เจี่ยซินกะพริบตาปริบ ๆ กระทั่งเฉินเฟยอวี๋อ้าแขนกว้างเธอทำหน้างงเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นว่ามีคนกำลังรอถ่ายรูปพวกเธออยู่หลี่เจี่ยซินจึงไม่รอช้าพุ่งตัวเข้าไปซบอกของเฉินเฟยอวี๋ทันที

กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ แบบสปอร์ตลอยปะทะจมูก หลี่เจี่ยซินจึงเงยหน้าขึ้นถามเขาคำแรก

“ที่รักเปลี่ยนน้ำหอมเหรอคะ”

เฉินเฟยอวี๋ตอบเบา ๆ

“อืม”

หลี่เจี่ยซินคิดว่ากระทั่งท่าทางการพูดของเขาก็เปลี่ยนไป แต่หนึ่งสัปดาห์ที่เขาไปฮ่องกงเขาโทรหาเธอทุกวัน เขาก็บอกแล้วว่ากลับมาคราวนี้เขาจะเปลี่ยนตัวเองแสดงเป็นผู้ชายเต็มตัวที่โหดเหี้ยมเพื่อเอาบริษัทคืนมา

หลี่เจี่ยซินจึงให้ความร่วมมือ ไม่ว่าในบ้านหรือนอกบ้านเฉินเฟยอวี๋จะกลายเป็นผู้ชายแมน ๆ เพื่อให้เคยชิน ข้าวของเครื่องสำอางค์ที่เฉินเฟยอวี๋เคยใช้เขาจึงบอกให้หลี่เจี่ยซินกำจัดให้หมดก่อนที่เขาจะกลับมาถึง

หญิงสาวไม่ได้สงสัยอะไร เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าเฉินเฟยอวี๋มีฝาแฝด และเธอก็ยังจำเรื่องของเธอและหลิวไห่ในคืนนั้นไม่ได้ นั่นเป็นเพราะเธอเมาจนสมองเหลือเท่าเม็ดถั่ว

ในขณะที่หลิวไห่รู้นั้นรู้จักหลี่เจี่ยซินตั้งแต่วันแรกที่น้องชายเอารูปคู่หมั้นให้ดูแล้ว

ในวันนั้นเขาหัวเราะออกมาอย่างแรง โลกช่างกลมเหลือเกิน ผู้หญิงที่ซื้อเขาด้วยเงินยับ ๆ ราคา ห้าสิบเหรียญในวันที่เขาไปทำธุระที่แผ่นดินใหญ่กลับกลายเป็นคู่หมั้นปลอม ๆ ของน้องชายไปได้

คิดว่าได้เขาแล้วจะทิ้งไปง่าย ๆ เหรอ ไม่มีทาง ในเมื่อเจอเธอแล้วเขาไม่มีทางปล่อยไปง่าย ๆ เป็นอันขาด

ทันทีที่เจอหน้าเธอ หลิวไห่จึงคิดกลั่นแกล้งโดยการกอดเธอเป็นอันดับแรก

ร่างกายเล็ก ๆ นุ่มนิ่มของเธอนี้ไม่คิดว่าจะมีเรี่ยวแรงมหาศาลขนาดนั้น เรื่องนี้ทำให้หลิวไห่คิดถึงลูกสาวของแม่บ้านของเขาคนนั้น ที่หลิวไห่กำลังให้การรักษาอยู่ เด็กคนนั้นก็เหมือนหลี่เจี่ยซิน และยังมีเด็กหญิงในความทรงจำของเขาอีกคนที่เป็นมีลักษณะพิเศษอย่างนี้

เด็กผู้หญิงตัวเล็กท่าทางอ่อนแอมีความคล้ายคลึงกันทั้งสามคน เรื่องนี้ไม่แน่ว่าอาจจะมีอะไรเกี่ยวข้องกันก็เป็นได้

“คิดอะไรอยู่เหรอคะที่รัก”

เขายังโอบไหล่ของหลี่เจี่ยซินเอาไว้ พลางลากกระเป๋าแล้วเดินมาพร้อม ๆ กัน

หลิวไห่ยกมุมปาก ในใจสงสัยว่าเฉินเฟยอวี๋เคยจูบเธอหรือเปล่า หลิวไห่จึงหยุดเดินพร้อมกับวางกระเป๋าเอาไว้ข้าง ๆ เขาใช้มือเชยใบหน้าของหลี่เจี่ยซินขึ้นมา

หลี่เจี่ยซินย่นหัวคิ้ว เธอเริ่มสับสนกระซิบถามเขาเสียงเบา

“เสี่ยวอวี๋เธอเป็นอะไรท่าทางแปลกมากเลย”

หลิวไห่หัวเราะในลำคอ ก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากของหลี่เจี่ยซิน

“ฉันคิดถึงเธอน่ะ”

คำพูดมีเพียงเท่านี้ หลี่เจี่ยซินก็ถูกหลิวไห่ประทับจูบอย่างดูดดื่มโดยไม่ทันตั้งตัว

ความลับ(รัก)ของประธานพันธุ์ร้าย NC25

ความลับ(รัก)ของประธานพันธุ์ร้าย NC25

ความลับ(รัก)ของประธานพันธุ์ร้าย NC25
Status: Completed
อ่านความลับ(รัก)ของประธานพันธุ์ร้าย NC25สภาพของโรงฝึกที่ถูกรื้อค้นจนเละตุ้มเป๊ะ คนของเธอสามคนถูกทำร้ายและยังถูกบังคับให้คุกเข่าอยู่ต่อหน้าผู้ชายคนหนึ่ง ในมือของผู้ชายคนนั้นมีปืนที่กำลังจ่อเข้าไปที่หัวของครูฝึกของเธอ หลี่เจี่ยซินกลืนน้ำลายลงคอ พวกเขามองหน้าเธอแล้วบอกเธอให้หนีไป หลี่เจี่ยซินน้ำตาคลอเบ้า เธอกำมือแน่นปล่อยถุงผักผลไม้ที่เพิ่งซื้อมาลงไปกองกับพื้น ส้มลูกหนึ่งกลิ้งไปหยุดที่หน้าของชายคนหนึ่งที่หนึ่งอยู่บนเก้าอี้ ม้นก้มลงเก็บส้มที่หยุดเมื่อกลิ้งมาโดนขาของมันขึ้นมา ใบหน้าที่เป็นรอยนั้นแลดูน่ากลัว มันหยิบส้มขึ้นมาดมแล้วแสยะยิ้มพร้อมกับปอกส้มช้า ๆ  "ถ้าเงินไม่มีก็ขายตัวให้ฉัน เข้าซ่องสักปีสองปีแป๊บเดียวก็ใช้หนี้หมดตอนนั้นอยากได้ตึกคืนก็ไม่สาย"

Comment

Options

not work with dark mode
Reset