ความลับ(รัก)ของประธานพันธุ์ร้าย NC25 – ตอนที่ 85 มาสู้กันหน่อย

นี่เป็นอีกครั้งที่กู้เมิ่งถูกประธานกู้ตำหนิอย่างรุนแรง การที่เขาทำเรื่องพวกนี้ไม่ได้เกิดประโยชน์อันใดเลย และประธานกู้ก็รู้แล้วว่าหลิวไห่ที่มีหัวหน้าเฉิงคอยเป็นแบ็คหลังให้นั้นไม่ใช่คนธรรมดาที่เขาจะเคี้ยวได้อีกต่อไป

หากเป็นเวลาปกติเขาคงได้รีบจัดการหลิวไห่ไปแล้ว แต่ในเวลานี้ธุรกิจหลักของเขาเรื่องสัมปทานสนามบินและสัมปทานรถโดยสารระหว่างฮ่องกงกับเกาลูนก็กำลังถูกหัวหน้าเฉินสั่นคลอน ดูเหมือนว่าคนในรัฐบาลชุดใหม่ที่เพิ่งแต่งตั้งขึ้นมาจะมีคนของหัวหน้าเฉิงปะปนอยู่ด้วย

เรื่องนี้ดูแล้วยังพอมีหนทางแก้ไข แต่เรื่องงานวิจัยของเขาที่วิจัยมาเป็นสิบ ๆ ปีในตอนนี้เพิ่งย้ายฐานการวิจัยไปที่แผ่นดินใหญ่ได้ไม่นานกลับถูกตำรวจตามพบเข้า

ถ้าไม่ใช่เพราะเขาไว้ใจลูกชายคนเดียวของเขาเรื่องคงไม่ถูกจับได้ง่ายเช่นนี้

แต่สิ่งที่กวนใจประธานกู้ที่สุดก็คือตำรวจหญิงที่ปลอมตัวเป็นเหยื่อคนนั้น

ถึงกล้องของเขาจะถูกทำลายหลายตัว แต่ก็ยังมีบางส่วนที่จับภาพของเธอได้ และในตอนนี้ประธานกู้ก็เกิดอยากจะได้ตัวผู้หญิงคนนั้นขึ้นมาใจจะขาด

สุดท้ายแล้วในเมื่อมันยากที่จะหาตัวเขาก็คงต้องส่งคนของเขาไปจัดการให้เรียบร้อย

ทางด้านหลิวไห่หลังจากได้ตัวเฉินเฟยอวี๋กลับมาเขาก็ได้รับการขอร้องจากเฉินเฟยอวี๋ทันที

“พี่ชายฉันต้องการพาอาชิวไปกับฉันด้วย ยังมีน้องสาวของเขาอีกฉันไม่มั่นใจว่าคนของกู้เมิ่งจะปล่อยเขาในเมื่อฉันช่วยเขาขนาดนี้”

หลิวไห่เองไม่อยากให้เฉินเฟยอวี๋มีภาระ ลำพังแค่เฉินเฟยอวี๋คนเดียวเขาก็ระวังลำบากแล้ว ยังจะมีผู้ชายคนนั้นและเด็กหญิงอีก ต่อไปเขาก็ไม่คิดจะดึงน้องชายเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เมื่อเห็นสายตาอ้อนวอนที่เต็มไปด้วยน้ำที่คลอหน่วยทำให้หลิวไห่เองก็เริ่มใจอ่อน

เขากล้วแต่ว่าหลี่เจี่ยซินจะมีภาระเพิ่มขึ้น คงต้องจัดคนเฝ้าเฉินเฟยอวี๋เอาไว้จนกว่าเรื่องจะเงียบ และในเวลานั้นเขาจึงจะสารภาพกับเธอว่าเขาไม่ใช่เฉินเฟยอวี๋แต่คือหลิวไห่ จากเดิมหลิวไห่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมีความห่วงใยผู้หญิงสักคนได้ขนาดนี้ แต่เมื่อมาพบกับหลี่เจี่ยซินตั้งแต่วันแรกที่เธอปล้ำเขาและวางเงินยับยู่ยี่เอาไว้ให้ใจของหลิวไห่ก็มีเธอเข้าไปเต็ม ๆ เสียแล้ว

เมื่อไม่สามารถปฏิเสธน้องชายได้ คนทั้งหมดจึงเดินทางกลับฮ่องกงด้วยกัน แต่ในระหว่างนี้เขาจะไม่ปรากฎตัวต่อหน้าหลี่เจี่ยซินอีก เขาจะตามสืบเรื่องของประธานกู้อย่างลับ ๆ ด้วยตัวเอง

หลี่เจี่ยซินไปรอรับเฉินเฟยอวี๋ที่สนามบินด้วยความคิดถึง เธอไม่ได้เจอเขาไม่กี่วันกลับรู้สึกเหมือนไม่ได้เจอกันนานนับปี ทันที่ที่เห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงเข็ญรถขนกระเป๋าออกมาเธอก็วิ่งไปกอดเขาด้วยความดีใจ

“ที่รักคิดถึงเธอมาก ๆ เลย”

เฉินเฟยอวี๋เองก็คิดถึงเธอ ระหว่างที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ฮ่องกงเขาไม่ได้โทรศัพท์หาหลี่เจี่ยซินแม้แต่ครั้งเดียว เขากอดหลี่เจี่ยซินแนบแน่นแต่หลี่เจี่ยซินสังเกตุได้ทันที่ว่าเขามาพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่ง

เธอเห็นแล้วใบหน้าซีดเผือดทันที

“ที่รักนี่แฟนใหม่ของฉันจ้ะ”

เขากระซิบบอกเธอด้วยใบหน้าแย้มยิ้มจนปากแทบจะฉีกไปถึงรูหู หลี่เจี่ยซินตกตะลึงจนกระทั่งเฉินเฟยอวี๋ใช้ศอกกระทุ้งที่สีข้างของเธอ

“หล่อใช่มั๊ยล่ะ แน่นอนว่าสายตาของฉันก็ต้องดีมาก ๆ”

หลี่เจี่ยซินยิ้มและทักทายผู้ชายคนนั้นด้วยใบหน้าถอดสี ที่เฉินเฟยอวี๋บอกว่ามีธุระด่วนต้องรีบไปฮ่องกงไม่ใช่ว่าไปรับคนคนนี้ใช่หรือไม่ เฉินเฟยอวี๋เองก็เตรียมความพร้อมอยู่แล้ว เขาจึงบอกเธอว่า

“คนสำคัญของฉันเขาตัดสินใจจะมาอยู่ที่นี่ด้วยน่ะ อีกอย่างเราคิดว่าจะดูใจกันไปสักพักค่อยหมั้นกัน”

หลี่เจี่ยซินถึงกับเข่าอ่อน หมั้นเหรอ คืออะไร แล้วเธอล่ะ ทำไมเขาต้องเทเธอด้วย

หลีเจี่ยซินจับมือของเฉินเฟยอวี๋เอาไว้ ในขณะที่เธอกำลังจะอ้าปากพูด เฉินเฟยอวี๋ก็ดึงเด็กตัวน้อยมาแนะนำให้เธอรู้จัก

เด็กหญิงที่มีใบหน้างดงามราวกับเจ้าหญิงตัวน้อย ยิ้มทักทายเธอด้วยใบหน้าน่ารักจนหลี่เจี่ยซินนน้ำตาร่วง

“นี่เธอเตรียมลูกเอาไว้แล้วด้วย”

เฉินเฟยอวี๋โบกมือ พลางจับแขนของเธอเอาไว้ พวกเขาเดินไปด้วยกันพลางพูดคุย

“ไม่ใช่นี่น้องสาวแท้ ๆ ของหยางชิว ชื่อหยางจื่อน่ะ จะมาอยู่กับเราด้วยพวกเขากำพร้าพ่อแม่น่าสงสารใช่หรือเปล่า”

หลี่เจี่ยซินรู้ว่าระยะหลังเฉินเฟยอวี๋มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมหาศาล แต่ไม่คิดว่าเขาจะรับเลี้ยงครอบครัวผู้ชายจริงจังขนาดนี้ นี่เป็นสิ่งที่เฉินเฟยอวี๋ทำกับเธอคนเดียว ขอหมั้นและให้เงินด้วยแต่เธอก็ทำงานเป็นบอดี้การ์ดอารักขานี่นา

ทำไมเขาถึงได้ลำเอียงขนาดนี้

ตอนนี้หลี่เจี่ยซินยังช็อกอยู่ เธอไม่ค่อยพูดคุยและตอบโต้นัก ลืมสังเกตุความแตกต่างที่เกิดขึ้นจนกระทั่งเธอพาทุกคนกลับบ้าน

“ทำไมบอดี้การ์ดมีมากขึ้นเป็นเท่าตัว”

หลี่เจี่ยซินตาโต เมื่อพบว่ามีรถขับตามเธอมาจากสนามบินอีกหลายคัน

เฉินเฟยอวี๋ไม่ได้บอกเธอว่าจริง ๆ แล้วเป็นหลิวไห่ที่ห่วงเกินไปจึงจ้างคนคุ้มกันอีกบริษัทหนึ่งให้มาดูแล เขาตบไหล่เธอแล้วพูดเบา ๆ

“เอาน่าเธอจะได้สบายขึ้นตอนนี้ครอบครัวเราก็ใหญ่ขึ้นแล้ว มีคนมาคุ้มครองเพิ่มดีออก”

แต่หลี่เจี่ยซินเสียใจมาก เธอรู้สึกว่าตั้งแต่ผู้ชายคนนี้เหยียบสนามบินเธอเหมือนจะไร้ตัวตนไปอย่างสิ้นเชิง

เห็นได้ชัดว่าเฉินเฟยอวี๋กำลังมีความรักแบบหัวปักหัวปำ

เขาเป็นของเธอนะ แต่เอ๊ะ

“แหวนหมั้นของเธอล่ะ”

เฉินเฟยอวี๋มึนงง เขาถามออกไปโดยไม่ได้คิด

“แหวนหมั้นอะไร ฉันมีด้วยเหรอ”

หลี่เจี่ยซินซึมกะทือ เธอคอตกเดินกลับห้องไปโดยไม่พูดอะไรอีก

แม้กระทั่งแหวนมั้นเขายังจำไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่บอกเธอว่าห้ามถอดแท้ ๆ

เขากลับมาเป็นเฉินเฟยอวี๋คนเดิมคนนั้นอีกแล้ว

เอาเฉินเฟยอวี๋ของฉันกลับคืนมานะ

ในคืนนั้นหลี่เจี่ยซินถึงกับนอนไม่หลับ เมื่อเฉินเฟยอวี๋ยึดครองห้องนอนกับผู้ชายคนนั้น เธอคิดว่าเขาไม่รู้จักบุญคุณคน

เธอเป็นคนที่ทำให้งูของเขาผงาดขึ้นมานะ ทำไมพอหายแล้วถึงได้ทิ้งเธอไปกับคนอื่น แล้วเธอก็เสียใจมากที่กลายเป็นเครื่องมือให้เขาหลอกใช้

หลี่เจี่ยซินนอนว้าวุ่นน้ำตาไหลพราก เธอจะทำยังไงให้เฉินเฟยอวี๋หันมามองเธอบ้าง เธอถอนตัวไม่ทันแล้ว

วันต่อมา

หลี่เจี่ยซินตื่นแต่เช้า วันนี้เธอรวบผมจนเรียบตึงม้วนเอาไว้ไม่ให้มันลงมาเกะกะ เธอยังติดหนวดเข้าไปที่หน้า แต่งตัวอย่างมาดแมนเหมือนผู้ชายคนหนึ่ง หญิงสาวหมุนตัวไปหมุนตัวมาจนแน่ใจว่าตัวเองเหมือนผู้ชายแล้ว แม้จะไม่มีกล้ามแต่เธอแรงเยอะกว่าผู้ชายคนนั้นอีก

หลี่เจี่ยซินเดินออกจากห้อง แม่บ้านเตรียมอาหารเช้าเป็นปกติ วันนี้ถึงกับทักเธอด้วยความแปลกใจ

“คุณหลี่คะ วันนี้ทำไมติดหนวดคะจะไปแสดงละครที่ไหน”

หลี่เจี่ยซินกระแอม ทำเสียงให้แหบแห้งเหมือนผู้ชาย

“ป้าว่าผมเหมือนผู้ชายเท่ห์ คนหนึ่งหรือเปล่าครับ”

ป้าแม่บ้านส่ายหน้า บอกตามตรง

“คุณผมขนาดนี้หน้าอกก็ใหญ่แบบนั้น ไหนจะเอวคอด ก้นผายหุ่นยังกะดาราจะเหมือนผู้ชายตรงไหนคะ แต่งแบบนี้ก็ดูแปลกและน่ารักดีค่ะ”

แย่แล้ว

หลี่เจี่ยซินก้มมองดูหน้าอกของตัวเอง เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกรังเกียจมัน แต่ตอนอยู่กับเฉินเฟยอวี๋เขาก็ชอบลูบคลำนี่นา หรือเธอจะไปเอาออกดี

ในขณะที่หลี่เจี่ยซินกำลังกลุ้มใจกับขนาดหน้าอกของตัวเองอยู่นั้น เฉินเฟยอวี๋ก็ควงแขนแฟนหนุ่มคนใหม่ลงมาอย่างกระหนุงกระหนิง เด็กหญิงตัวน้อยเดินตามมาต้อย ๆ หลี่เจี่ยซินเพิ่งรู้ว่าป้าแม่บ้านจัดห้องรับแขกให้เด็กน้อยอยู่ถาวร

สองคนหวานกันมาก ต่างคนต่างป้อนอาหารให้กันคล้ายโลกนี้มีเขาเพียงสองคน

“ว่าไงที่รักสวัสดีตอนเช้าจ้ะ”

เฉินเฟยอวี๋ทักทายหลี่เจี่ยซินแต่สายตาของเขากลับจับจ้องอยู่ที่หยางชิวเท่านั้น สายตาที่คลั่งรักขนาดนี้ทำให้หลี่เจี่ยซินปวดใจ เธอกระแอมเสียงดัง จนกระทั่งเด็กน้อยหยางจื่อร้องทักขึ้น

“พี่สาวมีหนวดด้วยเหรอคะ”

หลี่เจี่ยซินรีบพูดเสียงดัง

“ใช่ พี่ดูเท่ห์หรือเปล่าคะ”

เด็กน้อยส่ายหน้า

“ดูแปลก ๆ ค่ะ หน้าพี่สาวสวยใส่หนวดแล้วดูตลกค่ะ”

หลี่เจี่ยซินแทบจะล้มลงจากเก้าอี้ นี่เธอแต่งหนวดนี่อยู่นานนอกจากป้าแม่บ้านจะว่าเธอแปลก เด็กคนนี้ยังว่าเธอแปลกอีก เอาล่ะ หลี่เจี่ยซินเธอต้องใจเย็น ๆ นะ คนที่ต้องให้ความเห็นคือเฉินเฟยอวี๋ไม่ใช่คนนอก

หญิงสาวฝืนยิ้มหันไปถามเฉินเฟยอวี๋เสียงเข้ม

“ที่รักเธอว่าฉันหล่อหรือเปล่า”

เฉินเฟยอวี๋หันมาบีบแก้มของเธอ ยังดึงหนวดที่หลี่เจี่ยซินตั้งใจติดเกือบชั่วโมงทีละเส้นออกในครั้งเดียว หญิงสาวร้องโอ๊ยออกมาและเสียใจมาก นี่คือคำตอบของเขา

“เธอขี้เหร่มาก หน้าสวย ๆ เก็บไว้ล่อผู้เถอะ จะมาติดหนวดทำไม ยังเสียงของเธออีกเป็นหวัดเหรอกินยาหรือยัง”

เขาสำรวจเธออย่างละเอียด ก็ยังถือว่ามีน้ำใจห่วงใย แต่ความรู้สึกแบบนี้หลี่เจี่ยซินไม่คุ้นเคยเลย มันเหมือนหลี่เจี่ยซินเห็นเฉินเฟยอวี๋คนเดิมเปี๊ยบ ไม่ใช่เฉินเฟยอวี๋ของเธออีกต่อไป

“ที่รักเธอกลับมาเป็นคนเดิมแล้ว ที่ผ่านมาฉันคงฝันไปใช่หรือเปล่า”

เฉินเฟยอวี๋เข้าใจว่าหลี่เจี่ยซินหมายถึงว่าเขากลับจากฮ่องกงแล้ว และดีใจมากจนร้องไห้ เขาหัวเราะลูบหัวเธอแล้วหันไปพูดกับแฟนของเขา

“เธอก็อ่อนไหวแบบนี้แหละ อย่าถือสานะ”

ดีที่ผู้ชายคนนั้นไม่ค่อยช่างพูด เขาดูเป็นคนเงียบ ๆ ท่าทางไม่มีพิษภัย แต่หลี่เจี่ยซินเองยังไม่ไว้ใจเธอต้องจับตาดูเขาให้ดี

“ที่รักวันสองวันนี้ฉันจะพาน้องสาวของเราไปสมัครเรียนหนังสือ อีกอย่างอาชิวก็มีความสามารถหลายอย่างฉันดูตำแหน่งงานในบริษัทให้เขาแล้ว หลังจากนี้สามวันฉันจะพาเขาไปทำงานเธอว่ายังไงดีล่ะ”

“ไม่ได้”

หลี่เจี่ยซินไม่เห็นด้วย จะให้ผู้ชายคนนี้เกาะติดเฉินเฟยอวี๋ตลอดเวลาไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นเธอยิ่งถูกกีดกันจนไม่มีโอกาสเป็นแน่

“ทำไมล่ะ”

เฉินเฟยอวี๋ประหลาดใจ เพราะฝีมือของหลิวไห่ที่ถีบน้องสาวของเขาให้ออกจากบริษัท อำนาจเต็มจึงกลับมาที่เขาอีกครั้ง ต่อไปทำอะไรเขาก็แค่ไปปรึกษาพี่ชาย คนในบริษัทถูกเปลี่ยนถ่ายเป็นคนของหลิวไห่แทบทั้งหมด เขาจึงไม่มีห่วงอะไรแล้ว

หลี่เจี่ยซินกลัวเฉินเฟยอวี๋รู้ว่าเธอหาทางกีดกัน จึงพูดว่า

“ก็ต้องให้เขาเรียนรู้งานจากฉันก่อน ต่อไปฉันจะดูแลเขาเอง”

เฉินเฟยอวี๋ส่ายหน้า

“เธอทำอะไรได้ล่ะในบริษัท นอกจากคุ้มครองฉันเธอก็ทำอะไรไม่เป็นเลยนะ”

หลี่เจี่ยซินไม่ยอมแพ้

“ก็ให้เขามาเป็นบอดี้การ์ดลับไง อย่างน้อยก็มีฉันเป็นหัวหน้า ฉันฝีมือดีไม่ใช่เหรอ”

เฉินเฟยอวี๋เห็นด้วย แต่หยางชิวกลับคิดในใจอย่างดูถูก

หลี่เจี่ยซินผอมบางซ้ำยังเป็นผู้หญิงต่อให้เธอได้เหรียญทองโอลิมปิกด้านการต่อสู้มา เขาก็ไม่คิดว่าหลี่เจี่ยซินจะเอาชนะเขาได้

เฉินเฟยอวี๋เห็นด้วย

“ก็ดีนะ อาชิวว่าไงจ้ะยินดีหรือเปล่า”

เฉินเฟยอวี๋แอบลูบแขนหยางชิว หลี่เจี่ยซินหมั่นไส้เป็นอย่างยิ่งอยากซัดผู้ชายคนนั้นสักหมัด

“ก็ดี แต่ผมคิดว่าเธอดูอ่อนแอไปนะ”

เขาให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมา หลี่เจี่ยซินยกมุมปาก

“ลองดูสักหน่อยดีหรือเปล่าคะ ฉันกับคุณใครจะชนะ”

เฉินเฟยอวี๋รีบส่ายหน้าทั้งโบกมือ

“ไม่เอาที่รัก เธอจะทำหน้าหล่อ ๆ ของอาชิวเสียโฉม”

หยางชิวกลับพูดว่า

“ผมไม่ตีต่อยกับผู้หญิง โดยเฉพาะคนผอมบางหน้าสวยแบบนี้”

เขาเองก็ไม่เห็นด้วย หลี่เจี่ยซินยังไงก็เป็นคนสำคัญของเฉินเฟยอวี๋ ทั้งยังเป็นคู่หมั้นปลอม ๆ ของเขาอีก ยังไงเขาก็ทำร้ายผู้หญิงที่พิเศษคนนี้ไม่ลงเป็นแน่

หลี่เจี่ยซินยกยิ้ม ใบหน้าสวยงามของเธอทำให้หยางชิวถึงกับใจสั่น

“ไม่กล้าเหรอ กลัวถูกฉันซัดคว่ำเหรอ”

ความลับ(รัก)ของประธานพันธุ์ร้าย NC25

ความลับ(รัก)ของประธานพันธุ์ร้าย NC25

ความลับ(รัก)ของประธานพันธุ์ร้าย NC25
Status: Completed
อ่านความลับ(รัก)ของประธานพันธุ์ร้าย NC25สภาพของโรงฝึกที่ถูกรื้อค้นจนเละตุ้มเป๊ะ คนของเธอสามคนถูกทำร้ายและยังถูกบังคับให้คุกเข่าอยู่ต่อหน้าผู้ชายคนหนึ่ง ในมือของผู้ชายคนนั้นมีปืนที่กำลังจ่อเข้าไปที่หัวของครูฝึกของเธอ หลี่เจี่ยซินกลืนน้ำลายลงคอ พวกเขามองหน้าเธอแล้วบอกเธอให้หนีไป หลี่เจี่ยซินน้ำตาคลอเบ้า เธอกำมือแน่นปล่อยถุงผักผลไม้ที่เพิ่งซื้อมาลงไปกองกับพื้น ส้มลูกหนึ่งกลิ้งไปหยุดที่หน้าของชายคนหนึ่งที่หนึ่งอยู่บนเก้าอี้ ม้นก้มลงเก็บส้มที่หยุดเมื่อกลิ้งมาโดนขาของมันขึ้นมา ใบหน้าที่เป็นรอยนั้นแลดูน่ากลัว มันหยิบส้มขึ้นมาดมแล้วแสยะยิ้มพร้อมกับปอกส้มช้า ๆ  "ถ้าเงินไม่มีก็ขายตัวให้ฉัน เข้าซ่องสักปีสองปีแป๊บเดียวก็ใช้หนี้หมดตอนนั้นอยากได้ตึกคืนก็ไม่สาย"

Comment

Options

not work with dark mode
Reset