คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด – ตอนที่ 40.3 งานเลี้ยงอาหารค่ำ (3)

“เอาล่ะ ตอนนี้ทุกคนกลับไปพักผ่อนกันได้แล้ว ในคืนก่อนอสูรล้อมเมืองจะเริ่มต้น พวกเราทุกคนจะไปร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่จวนเจ้าเมืองกัน ข้าคิดว่าเทศกาลอสูรล้อมเมืองในปีนี้แม่นางฉินคงจะเป็นที่จับตามองของทุกคน”

ชื่อเซียวระบายยิ้มอ่อนเมื่อคิดว่าจะได้พบโฉมงามผู้ลึกลับของเขาอีกครั้ง นายน้อยแห่งกองทหารรับจ้างชื่อเหยียนเดินนำทุกคนกลับไปยังโรงเตี๊ยมที่พัก

เขาอยากจะรู้เหลือเกินว่า ฉินอวี้โม่จะแสดงผลงานได้ดีเพียงใดในวันอสูรล้อมเมือง

…..ทว่าตัวฉินอวี้โม่ผู้เป็นประเด็นหลักในหัวข้อสนทนาของเหล่าบุรุษในกองทหารกลับไม่ทราบเลยว่า ตอนนี้สถานะของนางในหัวใจของบุรุษคิดไม่ซื่อนามว่าชื่อเซียวกำลังไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อย ๆ …..

นางพาเสี่ยวโร่วตรงกลับโรงเตี๊ยมและเตรียมจะช่วยสาวน้อยในการดูดซับพลังของผลหลิวหลี

“เสี่ยวโร่ว กินผลไม้นี่เข้าไปและนั่งลงตรงนี้ รวบรวมสมาธิให้ดี ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น”

เสี่ยวโร่วอึ้งไปชั่วขณะ นางไม่อยากจะเชื่อเลยว่านายหญิงของตัวเองจะมอบสิ่งที่ล้ำค่าถึงเพียงนี้ให้ “คุณหนูจะให้ข้ากินจริง ๆ หรือเจ้าคะ? ”

“เด็กโง่ ข้าจะโกหกเจ้าทำไม เวลานี้เจ้าคือคนที่สำคัญที่สุดของข้า หากเจ้ายังอยากจะติดตามและอยู่เคียงข้างข้า เจ้าก็ต้องพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นให้เร็วที่สุด เข้าใจหรือไม่? ”

ฉินอวี้โม่บอกเล่าความในใจให้สาวใช้ตัวน้อยฟังในขณะที่ดึงให้เสี่ยวโร่วนั่งลง

ครั้งก่อนตอนที่อวี๋เสี่ยวอวิ๋นถูกลักพาตัวไปนั้น ทุกสิ่งเกิดขึ้นอย่างกะทันหันจนฉินอวี้โม่ไม่อาจตั้งรับได้ทัน และบทเรียนในเรื่องนั้นก็ทำให้อดีตนักฆ่าสาวตื่นตัวอย่างมาก นางต้องคิดทุกอย่างให้รอบคอบมากขึ้นและไม่กล้าประมาทอีกแล้ว

ไม่ว่านางจะแข็งแกร่งเพียงใดก็ตาม แต่นางก็ไม่สามารถอยู่ดูแลทุกคนรอบข้างได้ตลอดทุกเวลา มีวิธีเดียวที่ทำได้คือต้องทำให้คนที่นางรักมีพลังเพียงพอที่จะปกป้องตัวเองได้ นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องพวกเขา

นอกเหนือจากอวี๋เสี่ยวอวิ๋นแล้ว คนที่สำคัญที่สุดสำหรับนางในตอนนี้ก็มีเพียงเสี่ยวโร่ว

เสี่ยวโร่วเติบโตขึ้นมาพร้อมกับนางตั้งแต่ยังเล็ก ๆ เด็กน้อยผู้นี้ซื่อสัตย์ภักดีกับนางเสมอมา สาวใช้ตัวน้อยรักคุณหนูของนางจากหัวใจ ด้วยเหตุนี้ทำให้ฉินอวี้โม่ตัดสินใจที่จะทุ่มเททุกอย่างเพื่อช่วยให้เสี่ยวโร่วแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด เพื่อให้เสี่ยวโร่วสามารถป้องกันตัวเองได้

นอกเหนือจากการให้เสี่ยวโร่วกินผลหลิวหลีแล้ว ฉินอวี้โม่ยังคิดจะถามซิวในครั้งต่อไปที่อีกฝ่ายปรากฏตัวด้วยว่า หากนางอยากจะมอบอสูรมายาที่สยบมาได้ให้กับเสี่ยวโร่วจะต้องทำอย่างไร นางจะได้โอนย้ายอสูรมายาที่แข็งแกร่งของตัวเองไปให้เสี่ยวโร่วได้ สาวน้อยของนางจะได้มีคู่หูที่แข็งแกร่งไว้คอยช่วยเหลือ

เสี่ยวโร่วพยักหน้าอย่างหนักแน่น เมื่อได้ยินที่คุณหนูของนางพูด นางก็ยิ่งเทิดทูนคุณหนูผู้นี้มากขึ้นอีก นางหมายใจแล้วว่าจะต้องฝึกฝนอย่างหนักเพื่อไล่ตามคุณหนูให้ทัน ในอนาคตนางจะได้ช่วยเหลือคนที่นางรักมากผู้นี้ได้

เสี่ยวโร่วกลืนผลหลิวหลีเข้าไปตามคำสั่งของฉินอวี้โม่และเริ่มรวบรวมสมาธิ ในเวลาเดียวกันนางก็ใช้จิตสำนึกของตนคอยชักนำให้กระแสพลังจากผลหลิวหลีไหลไปทั่วร่าง

ฉินอวี้โม่นั่งลงข้าง ๆ เสี่ยวโร่ว นางรู้ดีว่าระดับพลังและความแข็งแกร่งของเสี่ยวโร่วยังต่ำอยู่ การที่นางกินผลหลิวหลีเข้าไปทั้งลูกเช่นนี้ถือเป็นเรื่องอันตราย

ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดผลแทรกซ้อนที่รุนแรง ทันทีที่เสี่ยวโร่วกลืนผลหลิวหลีลงไป นางจึงต้องใช้พลังมายาของตัวเองเข้าช่วยเสี่ยวโร่วเพื่อให้สาวน้อยคงสภาวะพลังและความสมดุลของร่างกายเอาไว้ให้ได้ การทำเช่นนี้เป็นวิธีการที่ปลอดภัยที่นางจะช่วยเสี่ยวโร่วได้มากที่สุด

ฉินอวี้โม่หวังว่าด้วยความช่วยเหลือนี้จะทำให้เสี่ยวโร่วดูดซับพลังของผลหลิวหลีได้ดีและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

หลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป ในตอนนี้ภายในร่างกายของเสี่ยวโร่วยังหลงเหลือกระแสพลังจากผลหลิวหลีอยู่อีกประมาณกึ่งหนึ่ง มันแพร่กระจายอยู่ทั่วร่างของนางและค่อย ๆ ยอมให้นางดูดซับเข้าไป

“ฟู่~”

ฉินอวี้โม่ลืมตาขึ้นมา สตรีผู้ล่วงเข้าสู่ขอบเขตมายารัตนะสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วผ่อนออกก่อนจะลุกขึ้นยืน

เป็นตอนนั้นเองที่เสี่ยวโร่วค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้า ๆ สาวน้อยสูดลมหายใจเข้าออกอยู่หลายครั้งก่อนจะเหยียดกายลุกขึ้นยืน และในทันทีที่ยืนขึ้นได้ แสงแห่งการเลื่อนระดับพลังก็ปรากฏขึ้นที่ฝ่าเท้าของนาง

ดวงดาราจากเดิมที่มีหกก็แปรเปลี่ยนเป็นเก้า จากเก้าดวงรวมเป็นดาราใหญ่หนึ่งเดียวก่อนที่ดาราดวงน้อยจะปรากฏเพิ่มขึ้นทีละดวงรวมเป็นหกดวงอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งดาราดวงที่เจ็ดเปล่งประกายอย่างสมบูรณ์บนฝ่าเท้าของนางการเลื่อนระดับพลังจึงสิ้นสุดลง

หลังจากนั้นแสงจากดวงดาราทั้งเจ็ดก็หายวับไป ตอนนี้ลมหายใจของเสี่ยวโร่วถี่กระชั้นรุนแรงยิ่งกว่าตอนเริ่มกลืนผลหลิวหลีเสียอีก หัวใจดวงน้อยกำลังเต้นอย่างบ้าคลั่ง

“คุณหนู ข้าเป็นผู้ใช้พลังมายาขอบเขตทิพย์มายาเจ็ดดาราแล้ว ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหมเจ้าคะ! ”

เสี่ยวโร่วกำมือของฉินอวี้โม่อย่างแรงด้วยความตื่นเต้น นางรู้สึกราวกับว่าทุกอย่างเป็นเพียงความฝันเท่านั้น

พรสวรรค์ของนางนับว่าธรรมดามาก ก่อนจะกินผลหลิวหลีเข้าไปนางยังเป็นเพียงผู้ที่อยู่ในขอบเขตจิตมายาหกดารา ทว่าตอนนี้กลับพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจนขึ้นมาอยู่ในขอบเขตทิพย์มายาเจ็ดดาราแล้ว

“ถึงแม้เจ้าจะขึ้นมาอยู่ขอบเขตทิพย์มายาเจ็ดดาราแล้วก็ตาม แต่สภาวะพลังของเจ้าก็ยังไม่มั่นคงนัก การพัฒนาที่รวดเร็วเกินไปจะทำให้พลังภายในของเจ้าค่อนข้างเรรวน ฉะนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา เจ้าจะต้องฝึกฝนอย่างหนักเพื่อให้พลังเข้าที่”

เมื่อเห็นท่าทางที่ตื่นเต้นดีใจของเสี่ยวโร่ว ฉินอวี้โม่ก็กล่าวเตือนนาง

เสี่ยวโร่วพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น นางเข้าใจความหมายของฉินอวี้โม่ดี ไม่ว่าคุณหนูของนางจะพูดสิ่งใดสาวน้อยก็พร้อมปฏิบัติตาม

“เอาล่ะ วันนี้พักผ่อนกันเถอะ ในช่วงเวลาไม่กี่วันที่เหลืออยู่นี้ พวกเราจะอยู่แต่ที่โรงเตี๊ยม ข้าจะสอนวิชาการต่อสู้ให้เจ้าเอง เราจะเริ่มกันจากกระบวนท่าง่าย ๆ ก่อน”

ฉินอวี้โม่บอกสาวน้อยตรงหน้าแล้วไม่กล่าวอะไรอีก ตอนนี้นางรู้สึกอ่อนล้าเป็นอย่างมากจึงล้มตัวลงบนที่นอนทันทีเพื่อพักผ่อน

เสี่ยวโร่วพยักหน้าอย่างเชื่อฟังก่อนจะปีนขึ้นไปนอนบนเตียงอีกหลังหนึ่งเช่นกัน

คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด – ตอนที่ 40.3 งานเลี้ยงอาหารค่ำ (3)

คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด – ตอนที่ 40.3 งานเลี้ยงอาหารค่ำ (3)

“เอาล่ะ ตอนนี้ทุกคนกลับไปพักผ่อนกันได้แล้ว ในคืนก่อนอสูรล้อมเมืองจะเริ่มต้น พวกเราทุกคนจะไปร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำที่จวนเจ้าเมืองกัน ข้าคิดว่าเทศกาลอสูรล้อมเมืองในปีนี้แม่นางฉินคงจะเป็นที่จับตามองของทุกคน”

ชื่อเซียวระบายยิ้มอ่อนเมื่อคิดว่าจะได้พบโฉมงามผู้ลึกลับของเขาอีกครั้ง นายน้อยแห่งกองทหารรับจ้างชื่อเหยียนเดินนำทุกคนกลับไปยังโรงเตี๊ยมที่พัก

เขาอยากจะรู้เหลือเกินว่า ฉินอวี้โม่จะแสดงผลงานได้ดีเพียงใดในวันอสูรล้อมเมือง

…..ทว่าตัวฉินอวี้โม่ผู้เป็นประเด็นหลักในหัวข้อสนทนาของเหล่าบุรุษในกองทหารกลับไม่ทราบเลยว่า ตอนนี้สถานะของนางในหัวใจของบุรุษคิดไม่ซื่อนามว่าชื่อเซียวกำลังไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อย ๆ …..

นางพาเสี่ยวโร่วตรงกลับโรงเตี๊ยมและเตรียมจะช่วยสาวน้อยในการดูดซับพลังของผลหลิวหลี

“เสี่ยวโร่ว กินผลไม้นี่เข้าไปและนั่งลงตรงนี้ รวบรวมสมาธิให้ดี ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น”

เสี่ยวโร่วอึ้งไปชั่วขณะ นางไม่อยากจะเชื่อเลยว่านายหญิงของตัวเองจะมอบสิ่งที่ล้ำค่าถึงเพียงนี้ให้ “คุณหนูจะให้ข้ากินจริง ๆ หรือเจ้าคะ? ”

“เด็กโง่ ข้าจะโกหกเจ้าทำไม เวลานี้เจ้าคือคนที่สำคัญที่สุดของข้า หากเจ้ายังอยากจะติดตามและอยู่เคียงข้างข้า เจ้าก็ต้องพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นให้เร็วที่สุด เข้าใจหรือไม่? ”

ฉินอวี้โม่บอกเล่าความในใจให้สาวใช้ตัวน้อยฟังในขณะที่ดึงให้เสี่ยวโร่วนั่งลง

ครั้งก่อนตอนที่อวี๋เสี่ยวอวิ๋นถูกลักพาตัวไปนั้น ทุกสิ่งเกิดขึ้นอย่างกะทันหันจนฉินอวี้โม่ไม่อาจตั้งรับได้ทัน และบทเรียนในเรื่องนั้นก็ทำให้อดีตนักฆ่าสาวตื่นตัวอย่างมาก นางต้องคิดทุกอย่างให้รอบคอบมากขึ้นและไม่กล้าประมาทอีกแล้ว

ไม่ว่านางจะแข็งแกร่งเพียงใดก็ตาม แต่นางก็ไม่สามารถอยู่ดูแลทุกคนรอบข้างได้ตลอดทุกเวลา มีวิธีเดียวที่ทำได้คือต้องทำให้คนที่นางรักมีพลังเพียงพอที่จะปกป้องตัวเองได้ นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องพวกเขา

นอกเหนือจากอวี๋เสี่ยวอวิ๋นแล้ว คนที่สำคัญที่สุดสำหรับนางในตอนนี้ก็มีเพียงเสี่ยวโร่ว

เสี่ยวโร่วเติบโตขึ้นมาพร้อมกับนางตั้งแต่ยังเล็ก ๆ เด็กน้อยผู้นี้ซื่อสัตย์ภักดีกับนางเสมอมา สาวใช้ตัวน้อยรักคุณหนูของนางจากหัวใจ ด้วยเหตุนี้ทำให้ฉินอวี้โม่ตัดสินใจที่จะทุ่มเททุกอย่างเพื่อช่วยให้เสี่ยวโร่วแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด เพื่อให้เสี่ยวโร่วสามารถป้องกันตัวเองได้

นอกเหนือจากการให้เสี่ยวโร่วกินผลหลิวหลีแล้ว ฉินอวี้โม่ยังคิดจะถามซิวในครั้งต่อไปที่อีกฝ่ายปรากฏตัวด้วยว่า หากนางอยากจะมอบอสูรมายาที่สยบมาได้ให้กับเสี่ยวโร่วจะต้องทำอย่างไร นางจะได้โอนย้ายอสูรมายาที่แข็งแกร่งของตัวเองไปให้เสี่ยวโร่วได้ สาวน้อยของนางจะได้มีคู่หูที่แข็งแกร่งไว้คอยช่วยเหลือ

เสี่ยวโร่วพยักหน้าอย่างหนักแน่น เมื่อได้ยินที่คุณหนูของนางพูด นางก็ยิ่งเทิดทูนคุณหนูผู้นี้มากขึ้นอีก นางหมายใจแล้วว่าจะต้องฝึกฝนอย่างหนักเพื่อไล่ตามคุณหนูให้ทัน ในอนาคตนางจะได้ช่วยเหลือคนที่นางรักมากผู้นี้ได้

เสี่ยวโร่วกลืนผลหลิวหลีเข้าไปตามคำสั่งของฉินอวี้โม่และเริ่มรวบรวมสมาธิ ในเวลาเดียวกันนางก็ใช้จิตสำนึกของตนคอยชักนำให้กระแสพลังจากผลหลิวหลีไหลไปทั่วร่าง

ฉินอวี้โม่นั่งลงข้าง ๆ เสี่ยวโร่ว นางรู้ดีว่าระดับพลังและความแข็งแกร่งของเสี่ยวโร่วยังต่ำอยู่ การที่นางกินผลหลิวหลีเข้าไปทั้งลูกเช่นนี้ถือเป็นเรื่องอันตราย

ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดผลแทรกซ้อนที่รุนแรง ทันทีที่เสี่ยวโร่วกลืนผลหลิวหลีลงไป นางจึงต้องใช้พลังมายาของตัวเองเข้าช่วยเสี่ยวโร่วเพื่อให้สาวน้อยคงสภาวะพลังและความสมดุลของร่างกายเอาไว้ให้ได้ การทำเช่นนี้เป็นวิธีการที่ปลอดภัยที่นางจะช่วยเสี่ยวโร่วได้มากที่สุด

ฉินอวี้โม่หวังว่าด้วยความช่วยเหลือนี้จะทำให้เสี่ยวโร่วดูดซับพลังของผลหลิวหลีได้ดีและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

หลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป ในตอนนี้ภายในร่างกายของเสี่ยวโร่วยังหลงเหลือกระแสพลังจากผลหลิวหลีอยู่อีกประมาณกึ่งหนึ่ง มันแพร่กระจายอยู่ทั่วร่างของนางและค่อย ๆ ยอมให้นางดูดซับเข้าไป

“ฟู่~”

ฉินอวี้โม่ลืมตาขึ้นมา สตรีผู้ล่วงเข้าสู่ขอบเขตมายารัตนะสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วผ่อนออกก่อนจะลุกขึ้นยืน

เป็นตอนนั้นเองที่เสี่ยวโร่วค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้า ๆ สาวน้อยสูดลมหายใจเข้าออกอยู่หลายครั้งก่อนจะเหยียดกายลุกขึ้นยืน และในทันทีที่ยืนขึ้นได้ แสงแห่งการเลื่อนระดับพลังก็ปรากฏขึ้นที่ฝ่าเท้าของนาง

ดวงดาราจากเดิมที่มีหกก็แปรเปลี่ยนเป็นเก้า จากเก้าดวงรวมเป็นดาราใหญ่หนึ่งเดียวก่อนที่ดาราดวงน้อยจะปรากฏเพิ่มขึ้นทีละดวงรวมเป็นหกดวงอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งดาราดวงที่เจ็ดเปล่งประกายอย่างสมบูรณ์บนฝ่าเท้าของนางการเลื่อนระดับพลังจึงสิ้นสุดลง

หลังจากนั้นแสงจากดวงดาราทั้งเจ็ดก็หายวับไป ตอนนี้ลมหายใจของเสี่ยวโร่วถี่กระชั้นรุนแรงยิ่งกว่าตอนเริ่มกลืนผลหลิวหลีเสียอีก หัวใจดวงน้อยกำลังเต้นอย่างบ้าคลั่ง

“คุณหนู ข้าเป็นผู้ใช้พลังมายาขอบเขตทิพย์มายาเจ็ดดาราแล้ว ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหมเจ้าคะ! ”

เสี่ยวโร่วกำมือของฉินอวี้โม่อย่างแรงด้วยความตื่นเต้น นางรู้สึกราวกับว่าทุกอย่างเป็นเพียงความฝันเท่านั้น

พรสวรรค์ของนางนับว่าธรรมดามาก ก่อนจะกินผลหลิวหลีเข้าไปนางยังเป็นเพียงผู้ที่อยู่ในขอบเขตจิตมายาหกดารา ทว่าตอนนี้กลับพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจนขึ้นมาอยู่ในขอบเขตทิพย์มายาเจ็ดดาราแล้ว

“ถึงแม้เจ้าจะขึ้นมาอยู่ขอบเขตทิพย์มายาเจ็ดดาราแล้วก็ตาม แต่สภาวะพลังของเจ้าก็ยังไม่มั่นคงนัก การพัฒนาที่รวดเร็วเกินไปจะทำให้พลังภายในของเจ้าค่อนข้างเรรวน ฉะนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา เจ้าจะต้องฝึกฝนอย่างหนักเพื่อให้พลังเข้าที่”

เมื่อเห็นท่าทางที่ตื่นเต้นดีใจของเสี่ยวโร่ว ฉินอวี้โม่ก็กล่าวเตือนนาง

เสี่ยวโร่วพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น นางเข้าใจความหมายของฉินอวี้โม่ดี ไม่ว่าคุณหนูของนางจะพูดสิ่งใดสาวน้อยก็พร้อมปฏิบัติตาม

“เอาล่ะ วันนี้พักผ่อนกันเถอะ ในช่วงเวลาไม่กี่วันที่เหลืออยู่นี้ พวกเราจะอยู่แต่ที่โรงเตี๊ยม ข้าจะสอนวิชาการต่อสู้ให้เจ้าเอง เราจะเริ่มกันจากกระบวนท่าง่าย ๆ ก่อน”

ฉินอวี้โม่บอกสาวน้อยตรงหน้าแล้วไม่กล่าวอะไรอีก ตอนนี้นางรู้สึกอ่อนล้าเป็นอย่างมากจึงล้มตัวลงบนที่นอนทันทีเพื่อพักผ่อน

เสี่ยวโร่วพยักหน้าอย่างเชื่อฟังก่อนจะปีนขึ้นไปนอนบนเตียงอีกหลังหนึ่งเช่นกัน

Options

not work with dark mode
Reset