คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ – ตอนที่ 118 เสียใจที่ไปหาเรื่องคนที่ไม่ควร

เสียงดังสนั่นได้ขัดจังหวะการพูดของยูจีน

ความรู้สึกคุ้นเคยที่ทำให้เขาพูดไม่ออกในช่วงเวลาสำคัญ ทำให้เขานึกถึงเมื่อห้าวันก่อน

เด็กสาวเข้ามาพร้อมแสงออร่า ตอนเธอเข้ามาไม่รีบร้อน แต่แววตากลับเย็นชา สายตาดุจคมมีด

ชวนให้รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง

รอยยิ้มของยูจีนหยุดชะงัก เขาหันไปก็เห็นเด็กสาวปรากฏตัวอีกครั้งตามที่คิดไว้

ราวกับเธอเพิ่งตื่น ดวงตายังดูปรืออยู่

ชุดที่สวมใส่ก็ไม่ใช่แบรนด์ดังหรือสั่งตัด แต่เป็นชุดลำลองทั่วไป

ดูแล้วเหมือนไม่มีการอบรมสั่งสอนอะไรให้พูดถึง

ซีอีโอของดีเคกรุ๊ปขมวดคิ้วเล็กน้อยแบบที่สังเกตไม่เห็น แต่ไม่พูดอะไร ยังคงนั่งพิงเก้าอี้สบายๆ

สาวไฮโซที่ตระกูลเศรษฐีของฮู่เฉิงอบรมเลี้ยงดูออกมาย่อมไม่มีทางทำตัวดิบเถื่อนแบบนี้ ไม่แปลกที่จะเป็นแค่ลูกเลี้ยง

แม้จะมีเปลือกห่อหุ้มที่ดีก็ตาม

ครั้งนี้เขาเอาเฝ่ยชุ่ยไจมาอยู่ในมือได้อย่างราบรื่นขนาดนี้ก็ต้องขอบคุณคุณอิ๋งคนนี้

ไม่รอให้ยูจีนเอ่ยปาก ชายชาวต่างชาติก็ลุกขึ้นก่อน เดินขึ้นหน้า

เขายิ้มพลางพูดอย่างสุภาพ “นี่ก็คือคุณอิ๋งใช่ไหมครับ ผมยังไม่ได้ขอบคุณคุณอิ๋งที่ช่วยให้เฝ่ยชุ่ยไจมาอยู่ในมือของดีเคกรุ๊ปเลยครับ”

คำพูดนี้เห็นได้ชัดว่าต้องการประชด

ผู้ถือหุ้นที่อยู่ฝ่ายเดียวกับผู้เฒ่าจงจำนวนไม่น้อยต่างหน้าถอดสี

หลานสาวทำกิจการที่ตาสร้างมาด้วยความรักความเอาใจใส่หลายปีหลุดมือไปแล้ว

ยังจะทำอะไรได้

ผู้เฒ่าจงนั่งเงียบมาตลอด พอได้ยินแบบนี้ก็เอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น “ผมรู้ว่าหลานสาวของผมหน้าตาดี นิสัยดี ดีทุกอย่าง”

“แต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องมาใช้วิธีจีบที่น่าขยะแขยงลูกไม้เดิมๆ แบบนี้ หลานสาวของผมยังไม่สิบแปด คุณอายุเกือบสามสิบแล้ว ชายแก่ไม่คู่ควร”

รอยยิ้มของซีอีโอของดีเคกรุ๊ปหายไป

พวกผู้ถือหุ้น “…”

ถึงแม้พวกเขาจะอยากคัดค้าน

แต่มีความงามอยู่ประเภทหนึ่งที่เห็นเพียงแวบแรกก็อยากจะครอบครองแต่เพียงผู้เดียว

แต่ผู้เฒ่าจงยังมาพูดแบบนี้ในเวลานี้ ไม่กลัวทำดีเคกรุ๊ปโมโหแล้วโหดกับจงซื่อกรุ๊ปมากกว่าเดิมเหรอ

“อาจงใจเย็นก่อนครับ” ผู้ถือหุ้นวัยกลางคนทนดูต่อไปไม่ไหว กระซิบบอก “ผมรู้ว่าอาใจร้อน แต่อดทนหน่อยนะครับ”

ผู้เฒ่าจงแสยะยิ้ม “ถ้าฉันอดทนจะใช่ฉันเหรอ”

ผู้ถือหุ้นวัยกลางคน “…”

ขอโทษที่รบกวน ผมจะหุบปากแล้วครับ

“ประธานยังแข็งแรงดีจังเลยนะครับ ผมพูดผิดเองครับ ผมแค่อยากขอบคุณคุณอิ๋งจริงๆ ครับ” ขณะที่ซีอีโอของดีเคกรุ๊ปพูด ทันใดนั้นเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ “อ้อ จริงสิครับ”

เขามองไปทางเด็กสาวแล้วยิ้มให้อีกครั้ง “ได้ยินว่าคุณอิ๋งมาจากอำเภอที่ยากจน ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ ขอโทษจริงๆ ครับ นอกจากภาษาแม่ผมก็พูดได้แค่ภาษาอังกฤษครับ”

ขณะที่เขาพูดแบบนี้กลับไม่ได้มีท่าทางเชิงขอโทษแม้แต่น้อย

สีหน้ามีแค่การดูถูก

เดิมทีเขายังคิดว่าคนที่เซ็นสัญญาเดิมพันจะเก่งสักแค่ไหน นึกไม่ถึงว่าจะได้แค่นี้ น่าผิดหวังจริงๆ

คราวนี้ผู้เฒ่าจงทนไม่ไหวแล้ว

ในขณะที่เขากำลังจะอาละวาดก็มีมือข้างหนึ่งมากดบ่าเขาไว้

อิ๋งจื่อจินหันหน้ามา เหลือบตาขึ้นเล็กน้อยแล้วพูดอย่างสบายๆ “Nulli expugnabilis hosti.”

“…”

ทุกคนในห้องประชุมต่างตกอยู่ในห้วงความเงียบเพราะคำพูดนี้

ซีอีโอของดีเคกรุ๊ปอึ้งไปชั่วขณะ “อะไรนะ”

“ไม่เข้าใจเหรอคะ” อิ๋งจื่อจินพยักหน้า น้ำเสียงที่พูดยังคงเรียบเฉย ครั้งนี้เธอเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ “น่าเสียดายนะคะ คิดว่าคุณมาจากยุโรปน่าจะรู้เยอะกว่านี้”

ความหมายที่แฝงอยู่คือ

ในเมื่อไม่เข้าใจก็คงต้องใช้ภาษาอังกฤษง่ายๆ สื่อสารกับคุณแล้ว

สีหน้าของซีอีโอแย่ลงขั้นสุดในชั่วพริบตา

อย่างน้อยก็ในชั่วขณะที่ทุกสายตาจับจ้อง

อย่าว่าแต่เขาไม่เข้าใจเลย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอิ๋งจื่อจินพูดภาษาของประเทศไหน

ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ภาษาเยอรมัน และก็ไม่ใช่ภาษาฝรั่งเศส

แต่กลับมีความคล้ายคลึงอยู่บ้าง

ผู้เฒ่าจงกระแอม ในใจเบิกบานขั้นสุด

แต่สีหน้ากลับยังคงเคร่งขรึม เขากระซิบถาม “ประโยคนั้นหมายความว่าไงเหรอ”

“อาจงประเมินผมสูงไปแล้วครับ” ผู้ถือหุ้นวัยกลางคนก็งงเหมือนกัน “ผมก็ได้แค่ภาษาอังกฤษเหมือนกัน อาจเป็นภาษาของประเทศเล็กๆ ในยุโรปหรือเปล่าครับ”

ทวีปยุโรปมีหลายประเทศ ภาษาที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ

แต่ต่อให้เป็นภาษาอังกฤษก็มีสำเนียงที่แตกต่างออกไปในแต่ละท้องที่ เหมือนภาษาท้องถิ่นของประเทศจีน

“เฮ้อ” ผู้เฒ่าจงถอนหายใจอย่างหนักหน่วง “ดูเอาแล้วกัน หลานสาวของฉันเก่งขนาดไหน”

ผู้ถือหุ้นวัยกลางคน “…”

ให้ตายเถอะ

ไม่มีใครเข้าใจ ใครจะไปรู้ว่าพูดมั่วขึ้นมาเองหรือเปล่า

“ประธานจงเลี้ยงหลานสาวมาดีจริงๆ นะครับ” ซีอีโอของดีเคกรุ๊ปค่อยๆ สงบสติอารมณ์ แสยะยิ้มหนึ่งที “ไม่พูดมากแล้วครับ ตอนนี้รบกวนประธานจงเอาหนังสือสัญญาเซ็นมอบกับโฉนดของเฝ่ยชุ่ยไจออกมาด้วยครับ”

หยามเกียรติไม่สำเร็จ กลับเป็นฝ่ายถูกหยามเสียเอง เป็นใครก็รับไม่ได้

ผู้ถือหุ้นวัยกลางคนสีหน้าเปลี่ยนอีกครั้ง “อาจง พวกเรา…”

ยังไม่ทันพูดจบก็มีคนสองคนยกลังขนาดใหญ่เดินเข้ามาวางไว้กลางห้อง

พอเห็นลังใบนี้ยูจีนก็เริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี

จงซื่อกรุ๊ปคงไม่ได้ตามหาโลกสิบทิศกลับมาได้แล้วหรอกนะ

ไม่สิ เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

พวกเขาอุตส่าห์เชิญจอมโจรในแก๊งโจรกรรมที่อยู่ห้าอันดับแรกของโลกมาเชียวนะ เมื่อครู่คนที่ลงมือยังรายงานเข้ามาอยู่ว่าโลกสิบทิศอยู่ในสายตาของพวกเขา ไม่มีทางที่ใครจะเอาไปได้

สงสัยจะอยากตบตาพวกเขา

พอนึกได้ถึงตรงนี้ยูจีนก็ยิ้มอย่างได้ใจ “คุณอิ๋งหมายความว่าไงครับ”

อิ๋งจื่อจินไม่สนใจเขา แต่หันมองซีอีโอของดีเคกรุ๊ป “เปิดดู”

สีหน้าของซีอีโอดีเคกรุ๊ปค่อยๆ เย็นชาลง ที่มากกว่าคืออยากหัวเราะ “สั่งผมเหรอ”

ไม่รู้จริงๆ เหรอว่าตัวเองเป็นใคร

อิ๋งจื่อจินโยนมีดคัตเตอร์ให้ เสียง ‘ปึ้ก’ ชวนให้สติขาดผึง

“บอกให้เปิดดู”

พูดเสียงแข็ง ไม่ยอมให้เกิดความสงสัย

“บอส ผมเองครับ” ยูจีนปาดเหงื่อ “อย่าโมโหเลยครับ”

ไม่รู้เพราะเหตุใด เขายังคงรู้สึกกระวนกระวายใจ

แต่อย่างไรเสียพวกเขาก็จะได้เฝ่ยชุ่ยไจแล้ว ไม่จำเป็นต้องถือสาเรื่องพวกนี้

ซีอีโอของดีเคกรุ๊ปทำเสียงฮึดฮัดเล็กน้อย ถอยหลังหนึ่งก้าว แสดงถึงความใจกว้างของตัวเอง

ยูจีนหยิบมีดคัตเตอร์ที่ถูกโยนไว้บนโต๊ะขึ้นมาเริ่มกรีดลัง

ลังไม่ได้เปิดยาก ไม่กี่วินาทีเขาก็เปิดได้

ขณะที่กำลังอยากดูว่าเป็นอะไร พอก้มหน้า สีหน้าก็ชะงักในชั่วขณะ

ยูจีนเบิกตาโพลง มองของที่อยู่ในลังด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ สองมือเริ่มสั่น

“ตกใจอะไร เอาให้ทุกคนดูสิ” ผู้ถือหุ้นวัยกลางคนเข้าไปเปิดออก

เขาหยิบมีดคัตเตอร์ขึ้นมาแล้วกรีดลังทั้งสี่ด้านให้แยกออก

คราวนี้ของที่อยู่ในลังก็ประจักษ์แก่สายตาทุกคน

ชั่วขณะที่เปิดออกนั้นมีประกายชวนสะดุดตา

นี่คือหยกที่สูงเท่าครึ่งตัวคน ด้านล่างมีฐานรองที่แกะสลักเป็นลายดอกไม้

ตัวหยกใสแวววาว สะท้อนประกายยิ่งกว่ากระจก สวยงามระยิบระยับ

ลักษณะท่าทางของพระแปดสิบแปดรูปแตกต่างกันออกไป แสดงสีหน้าต่างๆ

ราวกับมีชีวิตขึ้นมาภายใต้การแกะสลักของช่างฝีมือ

ไม่ใช่โลกสิบทิศแล้วจะเป็นอะไรไปได้

“…”

เกิดความเงียบขึ้นอย่างกะทันหัน

ผู้เฒ่าจงลุกพรวด จ้องหยกแกะสลักชิ้นนั้นเขม็งด้วยความตะลึง

มีเพียงเขาแค่คนเดียวที่มองออกว่านั่นไม่ใช่โลกสิบทิศ

อย่างไรเสียเขาก็ดูแลโลกสิบทิศมาหลายปีขนาดนี้ ต่อให้มีการเปลี่ยนแปลงแม้เพียงนิดเดียวก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่สังเกตเห็น

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าหยกแกะสลักชิ้นนี้ประณีตยิ่งกว่าโลกสิบทิศเสียด้วยซ้ำ ฝีมือก็ล้ำยิ่งกว่า

ผู้เฒ่าจงไม่ใช่คนโง่ เขาปะติดปะต่อความคิดก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เอามือจับตรงหัวใจตัวเอง

สรุปว่าช่วงหลายวันมานี้ที่หลานสาวของเขาเก็บตัวอยู่ในห้องก็เพื่อแกะสลักโลกสิบทิศจริงๆ เหรอ

ผลงานที่ช่างแกะสลักต้องใช้เวลาถึงสามเดือนกว่าจะทำเสร็จ แต่หลานสาวของเขาสี่วันก็ทำเสร็จงั้นเหรอ

ผู้เฒ่าจงช็อกมาก ลืมแสดงท่าทางตอบสนอง

แน่นอนว่าคนที่ช็อกที่สุดก็คือซีอีโอของดีเคกรุ๊ป

เขามาดหลุดทันที “เป็นไปไม่ได้!”

เห็นๆ อยู่ว่าโลกสิบทิศยังอยู่ในคลังสินค้าที่ยุโรป แล้วจะมาปรากฏที่นี่ได้ยังไง!

เขาอดตวาดเสียงไม่ได้ “นี่เป็นของปลอม! ของปลอมแน่นอน!”

พอคำพูดนี้ออกมา แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่เชื่อ

เอาแค่สีของหยกชิ้นนี้ก็เป็นหยกเย็นชั้นยอดแล้ว สร้างของปลอมออกมาไม่ได้

“เพ้อเจ้อ!” ในที่สุดผู้ถือหุ้นวัยกลางคนก็ได้สติกลับมา “เบิกตาสุนัขของคุณมองให้ชัดๆ นี่ก็คือโลกสิบทิศ! ตอนนี้พวกคุณควรยกออเดอร์สามร้อยล้านดอลล่าร์ให้พวกเราแล้วหรือเปล่า”

ดีมาก นับจากนี้ไปเขาขอประกาศว่าคุณหนูอิ๋งคนนี้ก็คือไอดอลของเขาแล้ว

ผู้ถือหุ้นวัยกลางคนรู้สึกอิจฉาผู้เฒ่าจงขึ้นมาทันที

มีหลานสาวที่เก่งขนาดนี้ ตามกลับมาได้แม้กระทั่งโลกสิบทิศ

พอได้ยินแบบนี้ซีอีโอของดีเคกรุ๊ปก็เดือดมาก ที่มากกว่าคือความอับอาย “ในเมื่อตามหาโลกสิบทิศกลับมาได้แล้ว พอถึงเวลาเงินส่วนที่เหลือก็ย่อมถูกโอนเข้าบัญชีของจงซื่อกรุ๊ป”

“ส่วนออเดอร์สามร้อยล้านดอลล่าร์นั่น พวกคุณไม่ต้องแม้แต่จะคิด”

ยกออเดอร์สามร้อยล้านดอลล่าร์ให้ ในสิบปีดีเคกรุ๊ปอย่าหวังจะได้ก้าวหน้าแม้แต่น้อยเลย

ซีอีโอของดีเคกรุ๊ปแสยะยิ้ม ลุกขึ้นจะออกจากตรงนั้น

เขาไม่เชื่อว่ายังจะมีคนของจงซื่อกรุ๊ปกล้าขวางเขา

ทันใดนั้นอิ๋งจื่อจินได้เงยหน้าขึ้น มองเขาพลางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “รับโทรศัพท์”

“รับโทรศัพท์อะไร” ซีอีโอของดีเคกรุ๊ปหงุดหงิด “ก็บอกแล้วว่าพวกคุณไม่มีทางได้ออเดอร์สามร้อยล้านดอลล่าร์ไป ฝันไปเถอะ”

เขาเดินไปทางประตู แต่พอก้าวออกไปได้หนึ่งก้าว

ตือดือดึ๊ง!

ทันใดนั้นก็มีเสียงดนตรีดังมาจากกระเป๋าชุดสูท

ฝีเท้าของซีอีโอดีเคกรุ๊ปชะงัก หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา

เป็นสายเรียกเข้าจากต่างประเทศที่มาจากยุโรป

แต่ไม่แสดงชื่อ

แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่คนรู้จัก ไม่อยู่ในสมุดรายชื่อ

เขาสงสัย แต่สุดท้ายก็กดรับ “ฮัลโหล”

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

Status: Ongoing
อ่านนิยาย คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ‘จื่อจิน ถึงเธอจะเป็นลูกสาวของพวกเรา แต่พวกเราเลี้ยงเสี่ยวเซวียนมาสิบห้าปี ผูกพันกับเสี่ยวเซวียนมาก เสี่ยวเซวียนถูกเลี้ยงมาอย่างคุณหนู ไม่เหมือนเธอที่ทนความลำบากที่บ้านนอกมาตลอด ดังนั้นคุณหนูใหญ่ของตระกูลอิ๋งก็ยังคงเป็นเสี่ยวเซวียน’ ‘เธอคงจะน้อยใจ แต่เธอจิตใจดีขนาดนี้ แม่รู้ว่าเธอไม่มีทางถือสาแน่นอน วางใจนะ อะไรที่เธอควรได้ก็จะไม่มีทางน้อยหน้า’ ‘อะไรนะ เธอเองก็อยากไปด้วยล้อเล่นหรือเปล่า ทางนั้นเขาต้องการคุณหนูไฮโซ เธอน่ะ แม้แต่เล่นเปียโนสักเพลงก็ยังไม่เป็น จะไปเล่าอะไรให้เขาฟังมีแต่จะทำขายหน้า’ ภายในความฝันเป็นเงาคนเต็มไปหมดกับคำพูดที่ตีกันยุ่งเหยิง

Comment

Options

not work with dark mode
Reset