คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ – ตอนที่ 185 บังคับ ถูกตัดชื่อออกจากมหาวิทยาลัยนอร์ตัน

“ครับ” พอได้ยินแบบนี้ เหล่าศาสตราจารย์ก็พยักหน้า

มองหน้ากัน พอจะเข้าใจแล้ว

อันที่จริงบรรดาศาสตราจารย์ก็รู้ว่า การที่ประธานมหาวิทยาลัยมาดูการสอบวัดผลนักศึกษาระดับ ดี ถือเป็นการให้เกียรติมากแล้ว ย่อมไม่มีทางลดตัวมาตั้งคำถามด้วยตัวเอง

แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาตะลึงก็คือ ประธานมหาวิทยาลัยคนนี้เด็กมาก

ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามหาวิทยาลัยมีประธานมหาวิทยาลัยด้วย

อย่างไรเสียมหาวิทยาลัยนอร์ตันก็ไม่เหมือนมหาวิทยาลัยอื่น ลึกลับ แต่กลับเบียดขึ้นไปอยู่อันดับหนึ่งของโลกได้ ไม่มีใครรู้แหล่งเงินทุนที่อยู่เบื้องหลังมหาวิทยาลัยนอร์ตัน แต่สุดท้ายก็ไม่มีนายทุนแสดงตัวออกมาสักคน

ดังนั้นจึงไม่เหมือนการร่วมมือของมหาวิทายาลัยอื่นหรือมหาวิทยาลัยเอกชนอื่นๆ ที่มีบอร์ดบริหารมหาวิทยาลัย สามารถตัดสินใจเรื่องใหญ่ต่างๆ ในมหาวิทยาลัยได้

เรื่องใหญ่ทั้งหมดในมหาวิทยาลัยนอร์ตันจะตัดสินใจโดยอธิการบดีคนเดียว

ตอนนี้อยู่ๆ ก็มีประธานมหาวิทยาลัยโผล่มา แถมยังเป็นเด็กสาว จะเป็นหลานสาวของอธิการบดีหรือเปล่า

แต่อันที่จริงพวกศาสตราจารย์ก็ไม่เคยเจออธิการบดีมาก่อน ไม่รู้ว่าเคยมีการเปลี่ยนคนหรือไม่ และก็ไม่รู้ว่าอธิการบดีอายุเท่าไรแล้ว

“นักศึกษาเฮ่อ ให้เวลาเตรียมตัวหนึ่งนาทีครับ” ศาสตราจารย์คนหนึ่งมองนาฬิกาแล้วพูด

“พวกเราจะผลัดกันตั้งคำถามคุณ”

เฮ่อสวินยังคงอึ้งไม่ได้สติกลับมา

เขามองอิ๋งจื่อจิน เส้นประสาทที่เดิมตึงเครียดมาตลอดได้ขาดผึง

ราวกับมีสายฟ้าผ่ากลางหัวของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ระเบิดเป็นผุยผง ทำให้สติแตกกระเจิง ควบคุมตัวเองไม่ได้ทันที

ครั้งนี้ไม่ใช่การถามตอบแบบเปิดเผยของชิงจื้อ ไม่ใช่สอบกลางภาคอะไรทั้งนั้น และก็ไม่ได้อยู่ในห้องเรียน

เด็กสาวนั่งอยู่ด้านบน เห็นได้ชัดว่าสายตาไม่ได้มองลงมา แต่กลับทำให้เฮ่อสวินรู้สึกกดดัน และต่ำต้อยแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

ความอวดดีและทะนงตนที่เขาภาคภูมิใจมาตลอดได้ถูกพังทลายลงในเวลานี้

ถูกโจมตีจนสิ้นซาก ไม่เหลือแม้แต่น้อย

อิ๋งจื่อจินเป็นประธานมหาวิทยาลัยนอร์ตันงั้นเหรอ

แต่เธอเป็นแค่ลูกเลี้ยงตระกูลอิ๋ง คนธรรมดาที่มาจากบ้านนอกไม่ใช่เหรอ

คนแบบนี้จะเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยนอร์ตันได้อย่างไร!

เฮ่อสวินรู้สึกหนาวไปทั้งตัว เลือดในกายพลุ่งพล่าน ไม่ว่าอย่างไรก็เชื่อไม่ลง

“นักศึกษาเฮ่อ?” ศาสตราจารย์ที่ถามสังเกตเห็นเขาดูแปลกไป “นักศึกษาเฮ่อ ไม่ต้องเครียด ผมให้อีกหนึ่งนาทีนะครับ”

เฮ่อสวินพยักหน้าเหมือนหุ่นยนต์ ไม่รู้ว่าเสียงของตัวเองออกมาได้อย่างไร “ครับศาสตราจารย์”

แต่เวลาหนึ่งนาทีนี้ยิ่งทำให้เขาเหมือนนั่งอยู่บนพรมหนาม

โดยเฉพาะคนที่เขาดูถูกมาตลอด ตอนนี้กลายเป็นเขาต้องให้เกียรติ

เฮ่อสวินรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง

“นักศึกษาเฮ่อ คำถามที่ผมจะถามเกี่ยวกับการเล่นแร่แปรธาตุ” ครบหนึ่งนาทีแล้ว ศาสตราจารย์พูดขึ้น

“ปีสี่พวกคุณมีวิชาเลือกที่ชื่อว่าแหล่งกำเนิดการเล่นแร่แปรธาตุ”

“เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า การเล่นแร่แปรธาตุเป็นรากเหง้า และแนวความคิดปรัชญาเคมีอย่างหนึ่งในยุคกลาง ในประวัติศาสตร์มีนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงจำนวนไม่น้อยเคยศึกษาวิชาเล่นแร่แปรธาตุ ผลักดันให้เกิดการพัฒนาด้านเคมี แต่วิทยาศาสตร์ในปัจจุบันกลับปฏิเสธการมีอยู่ของมัน”

“คำถามแรก คุณช่วยอธิบายวิชาเล่นแร่แปรธาตุตามความเข้าใจของคุณ คำถามที่สอง ในสายตาของคุณวิชาเล่นแร่แปรธาตุมีอยู่จริงหรือไม่”

เฮ่อสวินเตรียมข้อมูลมามากมายเพื่อการสอบวัดผลครั้งนี้

แต่เขานึกไม่ถึงว่าพอขึ้นมาคำถามแรกจะเป็นคำถามที่เกี่ยวกับวิชาเล่นแร่แปรธาตุ

เป็นวิชาตั้งแต่ปีสี่ อีกทั้งไม่ได้เกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียน ใครจะไปตั้งใจฟัง

“ผม…วิชาเล่นแร่แปรธาตุ อืม มัน…” เฮ่อสวินพยายามนึกหาคำตอบ “จุดมุ่งหมายของมันคือ เปลี่ยนโลหะไม่มีค่าให้เป็นโลหะมีค่า แล้วก็ยังมี…”

พอฟังถึงตรงนี้เหล่าศาสตราจารย์ก็ส่ายหน้า

ถึงแม้พวกเขาจะไม่มีทางบังคับนักศึกษาของคณะระดับ ดี ให้เข้าใจเรื่องพวกนี้ แต่คำตอบแบบนี้ก็ไม่เหมือนหัวกะทิที่จบจากมหาวิทยาลัยนอร์ตันเลยจริงๆ

“พูดไม่ปะติดปะต่อ ไม่มีตรรกะเลยสักนิด ท่าทางไม่จริงจัง” ในที่สุดสายตาของอิ๋งจื่อจินก็มองมาที่เฮ่อสวินอีกครั้ง “ถ้าตอบส่งเดชแบบนี้ละก็ ไม่ต้องสอบแล้ว”

เธอยกมือชี้ไปที่ประตู

ไม่ดีใจไม่โมโห คำพูดไม่เจือไปด้วยอารมณ์ เรียบเฉยมาก

“เชิญออกไป”

พอคำพูดนี้ออกมา อย่าว่าแต่เฮ่อสวิน แม้แต่ศาสตราจารย์ทั้งสี่ก็ตะลึง

สติสุดท้ายในสมองของเฮ่อสวินขาดผึง เขาเงยหน้าทันที

“ทำไมผมต้องไปด้วย ผมไม่รู้ แล้วคุณรู้งั้นเหรอ”

“ฉันไม่ต้องรู้” อิ๋งจื่อจินเท้าศีรษะ สีหน้าเรื่อยเปื่อย “ถ้าคุณมีความสามารถจริง คุณมาอยู่ตำแหน่งนี้ คุณจะไม่ไปไหนทั้งนั้นก็ได้”

ไม่มีพลังโจมตีใดที่จะทรงอานุภาพได้เท่าคำพูดที่ตัวเองเคยพูดได้ย้อนกลับมาเล่นงาน

เฮ่อสวินหน้าซีด สีหน้าจนตรอก

เขาเดินออกไปอย่างสติเลื่อนลอย แม้แต่ฝีเท้าก็เบา เดินโซเซจนเกือบล้ม

“พวกคุณต่อเลยค่ะ” อิ๋งจื่อจินลุกขึ้นแล้วออกไปทางประตูด้านหลัง

ศาสตราจารย์ทั้งสี่มองหน้ากันอยู่สักพัก จากนั้นก็เรียกคนต่อไป

รองอธิการบดีรออยู่ด้านนอก

เขาเองก็ไม่กลัว อย่างไรเสียก็ไม่มีนักศึกษารู้จักเขา

พอเห็นอิ๋งจื่อจินออกมาเขาก็รีบเข้าไปหา “ทำไมคุณถึงต้องมาดูสอบวัดผลของคณะระดับ ดี ให้ได้ล่ะครับ ผมบอกแล้วว่าไม่มีอะไรน่าดูหรอก”

“ก็ไม่มีอะไร” อิ๋งจื่อจินหันไปยิ้ม “ช่วยแก้แค้นแทนคนอื่น”

มายุ่งกับเธอ เธอทนได้

แต่รังแกน้องชายของเธอ ยอมไม่ได้

รองอธิการบดีตะลึง “ใครกล้าไปยุ่งกับคนของคุณครับ”

เรื่องราวซับซ้อนเกินไป อิ๋งจื่อจินไม่ได้อธิบาย พูดเพียงว่า “ฉันจะอยู่ที่นี่อีกสองวันช่วยหาเตาปรุงยาของฉันออกมาด้วย ฉันจะทำยาให้คุณ”

ถึงแม้วิชาเล่นแร่แปรธาตุของยุโรปกับแพทย์แผนโบราณของจีนจะมีอยู่จริงเหมือนกัน แต่แตกต่างกันมาก อะไรที่ใช้วิชาเล่นแร่แปรธาตุช่วยไม่ได้ แพทย์แผนโบราณกลับช่วยได้

ผ่านมาสองร้อยกว่าปี อิ๋งจื่อจินไม่แน่ใจว่าวงการเล่นแร่แปรธาตุกับวงการแพทย์แผนโบราณในปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้างแล้ว

แต่เมื่อก่อนนี้วงการเล่นแร่แปรธาตุกับวงการแพทย์แผนโบราณมักจะส่งคนไปแลกเปลี่ยนวิชากันอยู่เสมอ

“อ้อ ได้เลยครับ!” รองอธิการบดีตบต้นขา “ผมจะไปเตรียมให้เดี๋ยวนี้”

วิ่งออกไปด้วยความตื่นเต้น แต่ทันใดนั้นเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ “จะว่าไป ในเมื่อคุณกลับมาแล้วไม่อย่างนั้นก็อยู่ที่นี่เลยสิครับ”

“ในมหาวิทยาลัยยังมีสาขาดาราศาสตร์ของคณะระดับ เอสเอส ไม่งั้นผมจะหาตำแหน่งคณบดีให้คุณ คุณไปลองสอนนักศึกษาดูเป็นไงครับ”

พอได้ยินแบบนี้อิ๋งจื่อจินก็ดึงปีกหมวกลง “อ่อ อันที่จริงคุณยังไม่รู้นะว่าฉันตายไปแล้ว”

“…”

เนื่องจากมีห้าร้อยคน การสอบวัดผลของคณะระดับ ดี จึงจัดต่อเนื่องสามวัน

และก็เหมือนที่บรรดาศาสตราจารย์คาดการณ์ไว้ สุดท้ายคนที่สอบผ่านมีเพียงเก้าคน ส่วนที่เหลือไม่ผ่านทั้งหมด ต้องถูกเพิกถอนใบจบการศึกษา

ถึงแม้เหล่านักศึกษาจะเศร้า แต่ก็ต้องยอมรับ

ใครใช้ให้พวกเขาไม่ตั้งใจฟังบางวิชา สอบพวกเขาเรื่องวิชาเล่นแร่แปรธาตุกับดาราศาสตร์ แบบนั้นก็ตอบไม่ได้จริงๆ

ตอนที่ย้ายมาอยู่หอพักชั่วคราวของมหาวิทยาลัย พวกนักศึกษาแอบคุยกัน

“แต่เรื่องเฮ่อสวินมันอะไรกัน ชื่อของเขาถูกแขวนไว้บนเว็บมหาวิทยาลัยที่เปิดเผยต่อคนภายนอกด้วย”

“แบบนี้ไม่เท่ากับบอกคนอื่นว่า เขาถูกมหาวิทยาลัยไล่ออกแล้วเหรอ น่าสงสารเป็นบ้าเลย”

เฮ่อสวินก็รับไม่ได้เหมือนกัน

เขาย่อมรู้ว่าใครสั่งให้ทางมหาวิทยาลัยทำแบบนี้

แต่เขาจะไปพบอิ๋งจื่อจินกลับพบไม่ได้

“คุณเฮ่อ อย่าว่าแต่คุณไม่ใช่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยแล้วเลย ต่อให้คุณเป็น ประธานมหาวิทยาลัยก็ไม่ใช่คนที่คุณอยากพบก็ได้พบง่ายๆ นะ” ศาสตราจารย์ที่อยู่ตรงหน้าประตูขวางไว้ ยิ้มอย่างสุภาพ “ไม่ทราบว่าคุณมีสิทธิ์อะไรถึงได้จะบังอาจขอพบประธานมหาวิทยาลัย”

“เธอไม่ยุติธรรม!” นอกจากความอับอายแล้ว ที่มากกว่าคือเฮ่อสวินรู้สึกโมโห “สอบไม่ผ่านเหมือนกันหมด ทำไมทำกับผมไม่เหมือนคนอื่น!”

เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการประกาศให้โลกรู้ว่าเขาไม่ใช่นักศึกษาของมหาวิทยาลัยนอร์ตันแล้ว

“ประธานมหาวิทยาลัยบอกว่า นี่ก็ต้องถามคุณเฮ่อแล้วว่าเมื่อก่อนเคยทำอะไรไว้” ศาสตราจารย์พูดอ้อมค้อม “ทำกรรมเช่นไรก็ได้ผลเช่นนั้น คุณเฮ่อเป็นคนจีน น่าจะเข้าใจหลักการนี้ใช่หรือไม่ครับ”

สีหน้าของเฮ่อสวินชะงัก

นึกถึงเรื่องต่างๆ ที่เขาเคยทำตอนอยู่ชิงจื้อ เลือดบนใบหน้าก็ค่อยๆ หายไปทีละนิด

ตอนแรกเริ่มเขาไม่ชอบนักเรียนอย่างอิ๋งจื่อจิน เป็นเพราะเธอเรียนแย่

ต่อมาเป็นเพราะเธอเย่อหยิ่งเกินไป ทั้งยังรวมหัวกับพวกขาใหญ่ประจำโรงเรียนรังแกนักเรียนคนอื่น

เขาถึงได้ปฏิบัติแตกต่าง

“อ้อ จริงสิคุณเฮ่อ ประธานมหาวิทยาลัยฝากคำพูดมาบอกด้วยครับ” ศาสตราจารย์ดันแว่นตาแล้วยิ้ม

“เธอบอกว่า ความสามารถของเธอมีมากกว่าที่คุณคิด”

“แล้วก็มีของอย่างหนึ่งที่ต้องให้คุณดู”

ขณะพูดศาสตราจารย์ก็เอาสำเนาเอกสารฉบับหนึ่งออกมาวางตรงหน้าเฮ่อสวิน ทั้งยังพูดเตือน

“ดูเสร็จแล้วคืนผมด้วยนะครับ”

แผ่นหลังของเฮ่อสวินหดเกร็ง ผ่านไปสักพักเขาถึงหยิบเอกสารฉบับนี้

นี่เป็นหนังสือตอบรับเข้าเรียนต่อ

ไม่เหมือนกับบัตรเชิญ หนังสือตอบรับเข้าเรียนต่อเป็นเอกสารที่มหาวิทยาลัยนอร์ตันออกให้อย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกันก็จะบันทึกลงทะเบียนนักศึกษาอีกด้วย

บัตรเชิญเป็นแค่การเชิญนักเรียนที่มหาวิทยาลัยนอร์ตันเห็นแววให้มาทดสอบ หลังผ่านแล้วถึงจะได้รับหนังสือตอบรับเข้ามหาวิทยาลัย นี่เป็นสิ่งที่ได้ยากกว่าบัตรเชิญ

เฮ่อสวินก้มหน้าอย่างอึ้งๆ เห็นคำว่าหนังสือตอบรับเข้าเรียนต่อ

คณะระดับ เอสเอส มหาวิทยาลัยนอร์ตัน

สาขาเครื่องกล เวินทิงหลาน

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

Status: Ongoing
อ่านนิยาย คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ‘จื่อจิน ถึงเธอจะเป็นลูกสาวของพวกเรา แต่พวกเราเลี้ยงเสี่ยวเซวียนมาสิบห้าปี ผูกพันกับเสี่ยวเซวียนมาก เสี่ยวเซวียนถูกเลี้ยงมาอย่างคุณหนู ไม่เหมือนเธอที่ทนความลำบากที่บ้านนอกมาตลอด ดังนั้นคุณหนูใหญ่ของตระกูลอิ๋งก็ยังคงเป็นเสี่ยวเซวียน’ ‘เธอคงจะน้อยใจ แต่เธอจิตใจดีขนาดนี้ แม่รู้ว่าเธอไม่มีทางถือสาแน่นอน วางใจนะ อะไรที่เธอควรได้ก็จะไม่มีทางน้อยหน้า’ ‘อะไรนะ เธอเองก็อยากไปด้วยล้อเล่นหรือเปล่า ทางนั้นเขาต้องการคุณหนูไฮโซ เธอน่ะ แม้แต่เล่นเปียโนสักเพลงก็ยังไม่เป็น จะไปเล่าอะไรให้เขาฟังมีแต่จะทำขายหน้า’ ภายในความฝันเป็นเงาคนเต็มไปหมดกับคำพูดที่ตีกันยุ่งเหยิง

Comment

Options

not work with dark mode
Reset