คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ – ตอนที่ 191 พ่ออิ๋งลงมือจัดการ

เธอหาตัวอิ๋งจื่อจินไม่เจอ ตำรวจยังจะหาไม่เจอได้เหรอ

เรื่องอย่างลักขโมย เกิดลือออกไปได้ขายหน้าแย่

แต่ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่มีทางที่จะเลี่ยงไม่เจอหน้ากันได้จริงๆ จงมั่นหวาบอกจะแจ้งตำรวจก็แค่ขู่อิ๋งจื่อจินไปเท่านั้น

ขอเพียงแต่อิ๋งจื่อจินยอมกลับมาดีๆ มาเป็นคุณหนูรองของตระกูลอิ๋ง เธอย่อมไม่มีทางแจ้งตำรวจ

อิ๋งเย่ว์เซวียนไม่เข้าใจการกระทำของจงมั่นหวาเลยจริงๆ เธอตะลึงมาก “แม่คะ…ยังไม่ถามให้รู้เรื่อง แถมไม่มีหลักฐาน แม่ก็ตัดสินว่าน้องทำแล้วเหรอคะ” แบบนี้ได้ด้วยเหรอ

“เสี่ยวเซวียน เรื่องนี้ลูกไม่ต้องยุ่ง” จงมั่นหวากดโทรหาชิงจื้อ เดินไปโทรที่ระเบียง พูดอย่างเลือดเย็น

“เด็กคนนั้นคิดอะไรอยู่แม่รู้ดีที่สุด” เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมอิ๋งจื่อจินถึงไปจากบ้านนี้

ก็คงหนีไม่พ้นเป็นเพราะเธอกับอิ๋งเจิ้นถิงไม่คำนึงถึงความรู้สึกของอิ๋งจื่อจิน รักอิ๋งเย่ว์เซวียนมากกว่า เลยรู้สึกน้อยใจ

แต่คนที่เลี้ยงมาสิบกว่าปี เทียบกับคนที่เลี้ยงมาปีเดียวได้เหรอ ตอนที่อิ๋งจื่อจินกลับมาเธอก็เคยพูดแล้วว่า พวกเขาผูกพันกับอิ๋งเย่ว์เซวียนมาก อีกทั้งยังได้ให้อิ๋งเย่ว์เซวียนไปอยู่ยุโรปหนึ่งปีเพื่อให้อิ๋งจื่อจินเข้ากับครอบครัวอิ๋งได้เร็วขึ้น นอกจากเรื่องบริจาคเลือดที่ทำโดยไร้ศีลธรรม เรื่องอื่นก็ไม่เห็นมีอะไร ปรากฏว่าอิ๋งจื่อจินตัดขาดความสัมพันธ์ แล้วพวกเขาที่เป็นพ่อแม่จะเอาหน้าไปไว้ไหน

พอเห็นจงมั่นหวาเดินออกไป อิ๋งเย่ว์เซวียนก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้น

เธอลังเล จากนั้นจึงกระซิบถาม “คุณอาพ่อบ้านคะ ระยะนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอคะ ก่อนหนูไปแม่ไม่เห็นเป็นแบบนี้”

พ่อบ้านยังไม่รู้ว่าอิ๋งจื่อจินตัดความสัมพันธ์กับตระกูลอิ๋งแล้ว แม้แต่ชื่อในทะเบียนบ้านก็ย้ายออกไป

เขาพูดอย่างลังเล “คุณหนูรองค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเอง ทำให้คุณนายกลุ้มใจ คุณหนูใหญ่ก็ทราบว่าเดิมทีคุณนายเป็นคนหัวแข็ง ขายหน้าไม่ได้”

“แต่ก็ทำแบบนี้ไม่ได้นะคะ” อิ๋งเย่ว์เซวียนรับไม่ได้ “น้องเป็นลูกสาวแท้ๆ ของคุณแม่ ไม่ใช่ศัตรูเสียหน่อย ทำไมถึงกับจะแจ้งตำรวจเลย” พ่อบ้านไม่รู้ว่าควรพูดอะไรแล้ว

เรื่องของเจ้านาย เขาเป็นบ่าวจะไปทำอะไรได้

“นี่ขนาดน้อง แม่ยังแจ้งตำรวจ” อิ๋งเย่ว์เซวียนหน้าเริ่มซีด “ถ้าเป็นหนู แม่ไม่จับส่งเข้าคุกเลยเหรอ”

“คุณหนูใหญ่!” พ่อบ้านตกใจ “คุณหนูใหญ่ ห้ามคิดแบบนี้เด็ดขาดนะครับ คุณนายกับคุณท่านจะเสียใจ” อิ๋งเย่ว์เซวียนเม้มริมฝีปาก “งั้นคุณแม่ไม่คิดว่าน้องจะเสียใจบ้างเหรอคะ”

มิน่าเธอกลับมาครั้งนี้ถึงไม่เห็นอิ๋งจื่อจินอันที่จริงพวกเธอได้เจอกันแค่ไม่กี่ครั้ง อิ๋งจื่อจินถูกรับกลับมาเธอถึงได้รู้ว่าเธอไม่ใช่ลูกแท้ๆ เป็นเด็กที่ถูกรับมาเลี้ยง เธอจะไปจากที่นี่ แต่จงมั่นหวากับอิ๋งเจิ้นถิงรั้งเธอเอาไว้ บอกว่าเธอไม่มีพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก ไปจากตระกูลอิ๋งจะไปอยู่ที่ไหนได้

ครั้นแล้วเธอก็ทำได้เพียงถอยห่างออกมา สมัครโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนของชิงจื้อไปอยู่ยุโรป

“คุณหนูใหญ่ เรื่องนี้จะโทษคุณนายก็ไม่ได้นะครับ” พ่อบ้านเกลี้ยกล่อม “เอาเป็นว่า เฮ้อ คุณหนูรองจะเทียบกับคุณหนูใหญ่ได้อย่างไรครับ คุณนายก็แค่ไม่เจอเธอนานแล้วเลยอยากเจอเธอน่ะครับ”

อิ๋งเย่ว์เซวียนไม่พูดอะไรอีก “ไปถามคนใช้ก่อนว่าเพชรสีชมพูของหนูไปอยู่ไหนแล้วกันแน่ มีใครเผลอหยิบติดมือไปหรือเปล่า”

พ่อบ้านขานรับ “ครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้”

แต่ละโรงเรียนใหญ่ๆ ต่างทราบข่าวกันแล้ว ชิงจื้อก็เช่นกัน

แต่นับตั้งแต่โรงเรียนมัธยมชิงจื้อก่อตั้งเป็นต้นมา ก็ไม่เคยพลาดตำแหน่งคะแนนสอบเป็นอันดับหนึ่ง จึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรเท่าไร

ข้อสอบทั้งประเทศในปีนี้ยากกว่าปีที่แล้ว แต่ยังมีคนได้คะแนนเต็มวิชาวิทยาศาสตร์ พวกเขาก็เห็นข้อสอบแล้ว วิธีแก้โจทย์สุดหินจริงๆ

ดังนั้นทางโรงเรียนก็รับสายแทบไม่หวาดไม่ไหวเหมือนกัน ก็คงหนีไม่พ้นอยากให้เวินทิงหลานเลือกมหาวิทยาลัยของพวกเขาเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งยังรับปากเรื่องทุนการศึกษาและสวัสดิการอย่างเต็มที่

แน่นอนว่ามหาวิทยาลัยตี้ตูก็ไม่เว้น

“เฮ้อ…” ผู้อำนวยการวางสาย รู้สึกกลุ้มใจ

“นี่ผ่านมาตั้งกี่ปีแล้ว มหาวิทยาลัยตี้ตูยังต่างคนต่างอยู่อีกเหรอ”

อาจารย์ฝ่ายวิชาการถอนหายใจ

“นั่นน่ะสิครับ ได้ยินว่าสาขาฟิสิกส์กับสาขาคณิตศาสตร์ทะเลาะกันเพราะเรื่องนักศึกษาทุกเดือน ก่อนหน้านี้มีนักศึกษาคนนึงอยากย้ายไปสาขาฟิสิกส์ สาขาคณิตศาสตร์เลยโมโหใหญ่”

“แต่ว่าเรื่องนี้ให้นักเรียนเป็นคนตัดสินใจเองดีกว่า” ผู้อำนวยการรู้สึกว่าตัวเองมีหัวก้าวหน้า

“โชคดีที่นักเรียนเวินทิงหลานย้ายมาที่ชิงจื้อของเราแล้ว ไม่อย่างนั้นคนที่ได้คะแนนอันดับหนึ่งของปีนี้คงไม่อยู่ที่พวกเรา”

นักเรียนอัจฉริยะบางคนไม่จำเป็นต้องให้ครูไปสอน และก็ไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรทางการศึกษาเท่าไร ก็สามารถสลัดคนอื่นทิ้งชนิดไม่เห็นฝุ่น

“เขาต้องเลือกมหาวิทยาลัยตี้ตูแน่นอน” อาจารย์ฝ่ายวิชาการพยักหน้า “แต่จะเลือดคณะไหนอันนี้ไม่รู้แล้ว” พวกเขาเองก็ได้ทำการวิเคราะห์เวินทิงหลานในด้านต่างๆ สุดท้ายก็พบว่า…มีคนที่เรียนเก่งทุกด้านจริงๆ ยกเว้นด้านภาษาศาสตร์ล้วนๆ

“น่าเสียดาย ความคิดแรกของผมเลยคืออยากให้นักเรียนเวินทิงหลานไปอยู่มหาวิทยาลัยนอร์ตัน” ผู้อำนวยการส่ายหน้า “ต่อไปอาจมีโอกาสก็ได้มั้ง”

ขณะที่พูดอยู่นั้นโทรศัพท์ในห้องทำงานก็ดังขึ้น ผู้อำนวยการรับสาย แต่ฟังแค่ไม่กี่ประโยค สีหน้าก็แย่ลงไปมาก เขาไม่พูดพล่ามทำเพลง พูดเพียงว่า

“ผมจะช่วยติดต่อให้ครับ ส่วนเธอจะไปพบคุณหรือไม่นั่นก็เป็นเรื่องของเธอแล้วครับ”

หลังจากวางสายอาจารย์ฝ่ายวิชาการก็รีบถาม “มหา’ลัยไหนอีกเหรอครับ”

“ไม่ใช่ คุณนายอิ๋ง” ผู้อำนวยการขมวดคิ้ว “เห็นบอกว่านักเรียนอิ๋งจื่อจินหยิบเอาเพชรสีชมพูของนักเรียนอิ๋งเย่ว์เซวียนไป พวกเขาหาตัวไม่เจอเลยโทรมาที่พวกเรา”

อาจารย์ฝ่ายวิชาการนึกไม่ออกในทันที สามวินาทีต่อมาถึงร้องอ๋อ “คนที่ปรมาจารย์กวาดล้างเรียกว่าคุณนายไฮโซที่มีแนวโน้มชอบความรุนแรงนั่นน่ะเหรอครับ”

อาจารย์ฝ่ายปกครองบอกว่า เขาเจอผู้ปกครองมาก็มาก แต่คนอย่างจงมั่นหวาที่ลงมือตีลูกโดยไม่ฟังเหตุผลให้ดีก่อน เขาเพิ่งเคยเจอเป็นคนแรก

“ครอบครัวพวกเขาก็แปลกจริงๆ” ผู้อำนวยการเปิดสมุดจดเบอร์โทรศัพท์ “ถ้าไม่ชอบนักเรียนอิ๋งจื่อจิน จะรับเลี้ยงไปทำไม ตอนนี้อิ๋งลู่เวยก็ติดคุกแล้ว ยังจะถือสาหาความอะไรกันอีก”

“อะแฮ่ม!” อาจารย์ฝ่ายวิชาการกระแอมหนึ่งที พูดเสียงขรึม “ผู้อำนวยการ จากประสบการณ์ดูละครมาหลายปีของผม ตระกูลอิ๋งจะต้องมีแผนชั่วร้ายอย่างแน่นอน!”

มือของผู้อำนวยการที่กำลังกดเบอร์หยุดชะงัก หันไปมองเขา

“ละครน้ำเน่าขาดศีลธรรมในครอบครัวน่ะเหรอ”

“…”

ณ บ้านตระกูลเวิน

อิ๋งจื่อจินกำลังดูเวินทิงหลานทำโจทย์

ไม่ใช่โจทย์ฟิสิกส์หรือคณิตศาสตร์ แต่เป็นโจทย์ทดสอบตรรกะความคิดที่ศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยนอร์ตันออกโดยเฉพาะ ทั้งยังถูกไอบีไอเอาไปหนึ่งชุด บอกว่าจะเอาไว้ใช้รับสมัครสายสืบ

โจทย์แบบนี้ช่วยเรื่องอาการของเวินทิงหลานได้มาก

ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือได้ดังขึ้น อิ๋งจื่อจินเหลือบมองแล้วกดรับ “ค่ะผู้อำนวยการ”

“นักเรียนอิ๋ง มีเรื่องนิดหน่อย” ผู้อำนวยการคิดอยู่สักพัก จากนั้นก็เล่าเรื่องที่คุยกับจงมั่นหวาทั้งหมดให้ฟัง “ทางโรงเรียนจะไม่เข้าไปยุ่ง เธอตัดสินใจเองได้เลยนะ”

อิ๋งจื่อจินหลุบตาลงเล็กน้อย “รบกวนผู้อำนวยการแล้วค่ะ”

หลังจากเธอออกจากตระกูลอิ๋งก็ไม่ได้ไปยุ่งด้วยอีก เธอเองก็ไม่มีเวลาพยากรณ์เรื่องของตระกูลอิ๋งโดยเฉพาะ

จึ๊ วุ่นวายจริง…

เวินทิงหลานเงยหน้า “พี่?”

ตอนนี้เขารู้สึกว่าพี่สาวของเขาอาจเป็นหมอดู ถึงขนาดที่ทำนายได้แม้กระทั่งคะแนนสอบได้เป๊ะแบบไม่เพี้ยนเลยสักนิด

“ไม่เป็นไร ทำไปเถอะ” อิ๋งจื่อจินยืนขึ้น ค่อยๆ บิดขี้เกียจ “เดี๋ยวพ่อกลับมาพวกเราออกไปกินข้าวกัน”

ตั้งแต่เที่ยงถึงเย็น จงมั่นหวาก็ยังไม่เห็นวี่แววของอิ๋งจื่อจินหรือแม้กระทั่งโทรมา เธอโทรหาชิงจื้ออีกครั้ง แต่ชิงจื้อกลับบอกว่าพวกเขาไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัว จงมั่นหวาโมโหจนนั่งรถไปโรงพัก

เวลานี้ตำรวจเลิกงานกันแล้ว มีแค่ตำรวจเข้าเวรสองคน ตำรวจหญิงคนหนึ่งต้อนรับจงมั่นหวา พาเธอไปห้องสอบสวน

“คุณนายอิ๋งใจเย็นก่อนนะคะ” ตำรวจหญิงรินน้ำให้เธอแล้วหยิบกระดาษกับปากกา

“รบกวนช่วยเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังทีค่ะ”

“วันนี้ลูกสาวของฉันกลับมาบ้านก็พบว่าเพชรสีชมพูของตัวเองหายไปค่ะ” น้ำเสียงของจงมั่นหวาเย็นชา “หาในบ้านไม่เจอ ถูกขโมยไปแล้ว คนที่ขโมยเพชรสีชมพูไปก็คือลูกสาวอีกคนของฉันค่ะ”

ฟังถึงตรงนี้ตำรวจหญิงก็เงยหน้าด้วยความตกใจ “คุณแน่ใจเหรอคะ”

จงมั่นหวาถูกเธอมองด้วยสายตาแบบนั้นก็กระอักกระอ่วน สีหน้าไม่ค่อยดี “แน่ใจค่ะ”

ตำรวจหญิงไม่รู้จะพูดอะไรดี เธอเตือนอ้อมๆ “เรื่องแบบนี้คุณโทรหาลูกสาวก่อนได้นะคะ”

เรื่องส่วนตัวในครอบครัว ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นขึ้นโรงพัก

“เธอไม่มาเจอฉันค่ะ” พูดถึงเรื่องนี้จงมั่นหวาก็หงุดหงิด “ถ้าเธอไม่ร้อนตัว มีเหรอจะไม่มา”

ตำรวจหญิงส่ายหน้า หยิบปากกาขึ้นมาอีกครั้ง “แรงจูงใจก่อคดี พยานหลักฐาน บอกมาด้วยค่ะ”

“แรงจูงใจก่อคดีก็ต้องเป็นเพราะเธออิจฉาเสี่ยวเซวียน ถึงได้เอาเพชรสีชมพูไป” จงมั่นหวาหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม “ฉันนี่แหละคะพยาน พวกคุณรีบช่วยติดต่อเธอให้ทีบอกให้เธอมาตอนนี้เลยนะคะ”

ตำรวจหญิงสีหน้าเคร่งขรึม “คุณนายอิ๋งคะ ฉันจำเป็นต้องถามคุณอีกครั้ง คุณแน่ใจว่าลูกสาวคนรองของคุณขโมยเพชรสีชมพูของลูกสาวคนโตไปนะคะ”

เพชรสีชมพูชิ้นนี้มูลค่าแปดล้าน ไม่ใช่ตัวเลขน้อยๆ ถ้าเป็นการใส่ร้ายก็คือผิดกฎหมาย จงมั่นหวาตอบโดยไม่ต้องคิด “แน่ใจค่ะ”

ตำรวจหญิงพยักหน้า ออกไปติดต่อคน

สักพักเธอก็กลับมา “คุณรอสักครู่นะคะ เดี๋ยวก็มาแล้วค่ะ”

จงมั่นหวาทำสีหน้าอวดดี เธออุตส่าห์พูดดีๆ บอกให้อิ๋งจื่อจินกลับมาแต่ไม่กลับ ต้องรอให้เธอมาแจ้งตำรวจอิ๋งจื่อจินถึงจะมา แบบนี้เรียกไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา

ยี่สิบนาทีต่อมาประตูห้องสอบสวนก็เปิดออก

จงมั่นหวาหันไป เตรียมจะอ้าปากสั่งสอน แต่ทว่าคนที่มากลับเป็นชายหนุ่มพร้อมกระเป๋าเอกสาร

เขาอยู่ในชุดสูทสีดำ บุคลิกน่าเกรงขาม ดูก็รู้ว่าไม่ธรรมดา สีหน้าของจงมั่นหวาเปลี่ยนไป

“คุณเป็นใคร อิ๋งจื่อจินล่ะ”

“สวัสดีครับ ผมเป็นทนายความของคุณอิ๋งครับ” ชายหนุ่มวางกระเป๋าเอกสาร ไม่สนใจจงมั่นหวา แต่พยักหน้าให้ตำรวจหญิงที่มีหน้าที่บันทึกคำให้การอย่างสุภาพ “นี่นามบัตรของผมครับ”

เขาวางนามบัตรบนโต๊ะ สำนักงานทนายความซีเฟิงแห่งตี้ตู ‘ทนายสีเหวยหวน’

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

Status: Ongoing
อ่านนิยาย คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ‘จื่อจิน ถึงเธอจะเป็นลูกสาวของพวกเรา แต่พวกเราเลี้ยงเสี่ยวเซวียนมาสิบห้าปี ผูกพันกับเสี่ยวเซวียนมาก เสี่ยวเซวียนถูกเลี้ยงมาอย่างคุณหนู ไม่เหมือนเธอที่ทนความลำบากที่บ้านนอกมาตลอด ดังนั้นคุณหนูใหญ่ของตระกูลอิ๋งก็ยังคงเป็นเสี่ยวเซวียน’ ‘เธอคงจะน้อยใจ แต่เธอจิตใจดีขนาดนี้ แม่รู้ว่าเธอไม่มีทางถือสาแน่นอน วางใจนะ อะไรที่เธอควรได้ก็จะไม่มีทางน้อยหน้า’ ‘อะไรนะ เธอเองก็อยากไปด้วยล้อเล่นหรือเปล่า ทางนั้นเขาต้องการคุณหนูไฮโซ เธอน่ะ แม้แต่เล่นเปียโนสักเพลงก็ยังไม่เป็น จะไปเล่าอะไรให้เขาฟังมีแต่จะทำขายหน้า’ ภายในความฝันเป็นเงาคนเต็มไปหมดกับคำพูดที่ตีกันยุ่งเหยิง

Comment

Options

not work with dark mode
Reset