คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ – ตอนที่ 219 รู้หรือเปล่าว่าเวินเฟิงเหมียนเป็นใคร

แต่ไหนแต่ไรมาเธอไม่ค่อยยิ้ม มีสีหน้าเย็นชาอยู่ตลอด

หลังจากที่เธอยิ้มแบบนี้ก็เหมือนมีลมตะวันออกพัดผ่าน หนาวเย็นสุดขั้ว

นักเรียนหญิงที่อยู่ข้างๆ อดอึ้งไปไม่ได้

อย่าเห็นว่าจงจือหว่านกับอิ๋งเย่ว์เซวียนถูกนักเรียนของชิงจื้อยกให้เป็นนางฟ้า แต่เด็กสาวตรงหน้านี้เมื่อเทียบกันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน

แต่รอยยิ้มนี้เมื่อสะท้อนในดวงตาของนักเรียนชายก็คือยันต์ยมทูต อิ๋งจื่อจินพูดคำพูดแบบนี้ออกมาง่ายดาย ฟังดูเหลือเชื่อมาก แต่เขากลับเชื่ออย่างไม่มีสาเหตุ ถ้าเขากล้าปิดบังจริงเธอก็กล้าทำแบบนั้นจริง!

เพียงชั่วพริบตาความหวาดกลัวที่นักเรียนชายฝืนข่มไว้ก็ได้ทะลักแผ่ซ่าน สติแตกขึ้นมาทันที

“ฉันยอมแล้ว ยอมพูดแล้ว!”

เขากลัวจนร้องไห้ออกมา “ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจ ฉันก็แค่ช่วยพวกเขานัดน้องชายเธอออกไป ส่วนหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นฉันไม่รู้จริงๆ นะ”

“ตอนฉันออกมาพวกเขายังอยู่ที่ห้องคาราโอเกะในคิงคลับ ห้องหกศูนย์เจ็ด! เลขห้องนี้แหละ ขอร้องล่ะนะ ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันไม่รู้อะไรแล้วจริงๆ”

“โครม!” อิ๋งจื่อจินปล่อยมือ

นักเรียนชายล้มลงบนพื้น เขาหายใจหอบแรง สีหน้าหวาดกลัวมาก เขาไม่เข้าใจว่าทำไมอิ๋งจื่อจินถึงมาหาเขาได้ เขายังวานให้นักเรียนอีกคนไปบอกเวินทิงหลานด้วยซ้ำ ไม่เคยไปที่บ้านของพวกเขา

อิ๋งจื่อจินหยิบกระดาษออกมาเช็ดมือ พูดเสียงขรึม “ทางที่ดีนายภาวนาขอให้เขาไม่เป็นอะไร”

“ปะ เป็นไปไม่ได้มั้ง” นักเรียนชายเพิ่งจะอาการดีขึ้นก็เริ่มกลัวขึ้นมาอีก “ก็แค่ดื่มเหล้าร้องเพลงไม่ใช่เหรอ จะมีอะไรได้”

แต่คำพูดนี้เขาพูดเองก็ยังไม่มั่นใจ

อิ๋งจื่อจินไม่มองเขาอีก เธอหันตัวไป

นักเรียนที่อยู่แถวนั้นต่างหลบให้เธอเดินทันที และก็เป็นเวลานี้เองที่อิ๋งเย่ว์เซวียนพาอาจารย์มาพอดี

วันนี้อาจารย์สวีไม่อยู่ อาจารย์ที่เข้าเวรคืออาจารย์เติ้ง

นับตั้งแต่อิ๋งจื่อจินย้ายไปอยู่ห้องสิบเก้า อาจารย์เติ้งก็ได้ขอให้เธอช่วยแปลเอกสารภาษาอังกฤษอยู่หลายครั้ง ถือว่าค่อนข้างสนิทสนม

ตอนนี้พอเห็นสีหน้าของเธออาจารย์เติ้งก็อึ้ง “จื่อจิน เกิดอะไรขึ้น”

“เรื่องมันยาวค่ะ” อิ๋งจื่อจินพยักหน้า

“อาจารย์เติ้งคะ หนูขอไปตามหาน้องชายก่อน เจอแล้วจะกลับมาค่ะ”

อาจารย์เติ้งรู้ว่าน้องชายของเธอคือเวินทิงหลาน คนที่มหาวิทยาลัยตี้ตูยังอยากปกป้อง จึงเร่งให้เธอไป

“รีบไปเถอะ”

“เอ๊ะ เดี๋ยวสิ!” อิ๋งเย่ว์เซวียนรีบพูดขึ้น “น้องจื่อจิน รอก่อน พี่มีเรื่องจะพูดด้วย…”

ทันใดนั้นอิ๋งจื่อจินก็หันมา

ดวงตาหงส์ขรึมลง เย็นชาดุจหิมะ

“ฉันไม่ได้มาหาเธอ เธอก็อย่ามายุ่งกับฉัน” สายตาเย็นชา “เรื่องบางเรื่องเธอรู้อยู่แก่ใจ”

“วางใจได้ สิ่งที่เธอต้องการ ฉันไม่มีทางเอาสักอย่าง”

อิ๋งเย่ว์เซวียนยังไม่ทันพูดจบ อิ๋งจื่อจินก็ออกจากห้องเรียนไปแล้ว

“ทุกคนทำข้อสอบต่อ” อาจารย์เติ้งดันแว่นตา ไม่พูดอะไรอีก “กรรมการนักเรียน เธอด้วย ออกมาหน่อย”

พวกนักเรียนกลับไปนั่งที่อีกครั้ง

นักเรียนชายคนนั้นยืนขึ้นตัวสั่น ตามกรรมการนักเรียนออกไป

นักเรียนหญิงที่นั่งโต๊ะเดียวกันดึงแขนเสื้อของอิ๋งเย่ว์เซวียน พูดเสียงเบา “เย่ว์เซวียน อิ๋งจื่อจินพูดแบบนั้นหมายความว่าไงเหรอ ทำไมฉันฟังไม่เข้าใจ”

“ไม่มีอะไร” อิ๋งเย่ว์เซวียนเก็บความสงสัยในใจ เธอพูดขึ้น “น่าจะเข้าใจผิดกัน”

สิบห้านาทีต่อมา

คิงคลับ

อิ๋งจื่อจินเพิ่งมาถึงคลับที่ใหญ่ที่สุดในฮู่เฉิงแห่งนี้ก็มีคนเรียกเธอ “คุณอิ๋ง!”

เธอหันไป เห็นชายหนุ่มในชุดลำลองสี่คนกำลังรออยู่ด้านนอก สี่คนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยอีจื้อ ต่อให้ฝีมือของบอดี้การ์ดจะดีแค่ไหนก็เทียบกับเจ้าหน้าที่หน่วยอีจื้อไม่ได้ เนี่ยอี้โยกเจ้าหน้าที่กลุ่มเล็กมาให้เธอกลุ่มหนึ่ง มีสิบสองคน หกคนรับหน้าที่คุ้มกันเวินทิงหลานกับเวินเฟิงเหมียน อีกหกคนรับหน้าที่เรื่องอื่น

เนื่องจากไม่ใช่งานหลวง พวกเขาจึงไม่ใส่ชุดเครื่องแบบ

“คุณอิ๋ง คุณชายทิงหลานอยู่ด้านบน ยังมีพวกเราอีกสองคนอยู่หน้าประตูครับ” หนึ่งในสี่คนพูดขึ้น

“พวกเราเฝ้าอยู่ วางใจได้ ไม่มีทางมีใครลงมือ”

อิ๋งจื่อจินหลับตา สองวินาทีต่อมาเธอก็ค่อยๆ ลืมตา “ไม่ เขาไม่อยู่แล้ว”

ทั้งสี่คนต่างอึ้ง

ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้สติกลับมา อิ๋งจื่อจินก็เข้าไปแล้ว พวกเขาไม่ทันได้ถามตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว

ลิฟท์ตรงขึ้นไปชั้นหก ทั้งหมดไปที่หน้าห้องหกศูนย์เจ็ด สมทบกับหน่วยอีจื้ออีกสองคน

“คุณอิ๋ง” สองคนนั้นนั่งยองอยู่ที่กำแพง พอเห็นอิ๋งจื่อจินก็รีบยืนขึ้น “งานเลี้ยงข้างในยังไม่จบครับ”

“เดี๋ยวก่อน” มือของอิ๋งจื่อจินจับที่ประตู กำลังจะเข้าไป

บรรดาพนักงานบริการที่อยู่แถวนั้นเห็นสถานการณ์ไม่ดีจึงรีบเข้ามาห้าม “คุณผู้หญิงครับ นี่เป็นห้องจองส่วนตัว คุณไม่มีสิทธิ์เข้าไปนะครับ”

พูดเตือนอีกประโยค “ถ้าคุณฝ่าฝืนเข้าไป เราจะแจ้งตำรวจนะครับ”

อิ๋งจื่อจินไม่ขยับ มือจับลูกบิดไว้

เสียง “ติ๊ด” ดังขึ้น ที่ล็อคแบบดิจิตอลช็อตข้างใน

อิ๋งจื่อจินยกเท้าถีบเปิดประตู ภายในห้องคาราโอเกะ เหล่าคุณชายโอบผู้หญิงของตัวเอง กำลังดื่มเหล้าพลางตะโกนร้องเพลง อยู่ๆ ก็ถูกขัดจังหวะพวกเขาเลยไม่พอใจ

แต่หลังจากเงยหน้ามอง สายตาของเหล่าคุณชายก็แน่นิ่ง

“โอ๊ะ” คุณชายคนหนึ่งยืนขึ้น เดินเซเข้าไป ยกมือขึ้นจะลูบใบหน้าของอิ๋งจื่อจิน “คิงคลับมีสาวสวยแบบนี้ตั้งแต่เมื่อ…โอ๊ย!”

เสียงร้องเหมือนหมูถูกเชือด มือของเขาที่ยื่นออกไปกระดูกหักแล้ว

พวกผู้ชายที่ตามมาด้านหลังแสดงบัตรประจำตัว พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หลบไป หน่วยอีจื้อจะทำการค้น” บรรดาคุณชายสร่างเมาขึ้นมาทันที ตะลึงเหงื่อแตกท่วมตัว

พวกเขาเป็นแค่คุณชายของตระกูลขนาดกลางหรือขนาดเล็กในฮู่เฉิง เทียบชั้นกับสี่ตระกูลเศรษฐีไม่ติด แน่นอนว่าย่อมไม่เคยได้ยินชื่อหน่วยอีจื้อ

แต่อย่างน้อยพวกเขาก็รู้จักตราประทับที่อยู่บนบัตรนั้น

ขึ้นตรงกับตี้ตู!

เหล่าคุณชายยังไม่ทันหายตกใจก็เห็นเด็กสาวเดินขึ้นหน้าเข้าไปกดจุดที่นูนขึ้นมาจากโซฟาราวกับรู้อะไร เกิดเสียง “คลิก” กำแพงด้านหลังก็เคลื่อนออกมีทางเดินปรากฏ

เจ้าหน้าที่หกคนของหน่วยอีจื้อต่างตะลึง นที่สุดก็ตระหนักได้ว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้วจริงๆ

อิ๋งจื่อจินไม่สนพวกคุณชายที่ทำหน้าตกใจสุดขีด เธอถาม “ผู้หญิงที่ออกไปจากตรงนี้เป็นใคร”

“เป็น…ปะปะเป็นคุณหนูตระกูลฟาง ฟางรั่วถง” คุณชายคนหนึ่งกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พูดอย่างยากลำบาก “พะ พวกเราก็แค่ถูกสั่งมา ทะ ที่เหลือไม่รู้อะไรทั้งนั้น”

ประเด็นคือเด็กสาวคนนี้รู้ได้อย่างไร!

“ไปได้สี่ชั่วโมงแล้ว” อิ๋งจื่อจินพูด “พวกนายมาตอนบ่ายโมง ดูท่าพอเสี่ยวหลานเข้ามาพวกเขาก็ออกไปทันที”

เธอก้มตัวเล็กน้อย ชี้ที่ทางเดินนั้น “ไปจากตรงนี้ไม่ได้ และก็ไม่มีทางไปประตูหลัง”

เจ้าหน้าที่หน่วยอีจื้อทั้งหกเข้าใจขึ้นมาทันที

พวกเขาเฝ้าอยู่ทางประตูหน้าและหลังของคิงคลับ รวมถึงหน้าห้องนี้ แต่ตอนอีกฝ่ายลงมือกลับเลี่ยงทั้งสามจุดนี้

คลับธรรมดาๆ ยังมีกลไกแบบนี้ด้วยเหรอ

เรื่องแบบนี้ไม่ได้รับอนุญาตด้วยซ้ำ

“ขอโทษครับคุณอิ๋ง” เจ้าหน้าที่ทั้งหกรู้สึกผิด “พวกเรายินดีรับโทษ พวกเราจะรายงานเรื่องนี้ขึ้นไปที่ศูนย์ใหญ่ครับ”

“ไม่โทษพวกคุณ พวกคุณเพิ่งมาอยู่ฮู่เฉิงไม่นาน ไม่รู้ว่าที่นี่มีกลไกแบบนี้” อิ๋งจื่อจินหันไป “เรียกใช้เฮลิคอปเตอร์ ไปหนิงชวนทันที”

หนิงชวน

บ้านตระกูลฟาง

หนิงชวนเป็นเมืองที่อยู่ระหว่างฮู่เฉิงกับตี้ตู ถึงแม้จะไม่ใช่เมืองใหญ่ระดับนานาชาติ แต่ก็เป็นเมืองชั้นแนวหน้า

ส่วนตระกูลฟางก็คือตระกูลอันดับหนึ่งของหนิงชวน

หากว่ากันด้วยเรื่องความเก่ง ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าตระกูลจงกับตระกูลอิ๋ง

“คุณหยวน ผมกับภรรยาต้องขอบคุณคุณมาก” ฟางจื้อเฉิงรินน้ำชาหนึ่งถ้วย “ถ้าไม่ได้คุณช่วย พวกเราคงไม่มีทางเอาตัวคนมาได้เร็วขนาดนี้”

คุณนายจงแซ่หยวน

“คุณฟางเกรงใจเกินไปแล้วค่ะ” คุณนายจงจิบชา ยิ้มเล็กน้อย “ช่วยจัดการให้พวกคุณได้ ถือเป็นเกียรติของฉันค่ะ”

ฟังถึงตรงนี้ฟางจื้อเฉิงก็ยิ้ม “ได้ยินว่าคุณหยวนออกจากตระกูลจงแล้ว ผมว่าสายตาของตระกูลจงไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ ไม่สู้ต่อไปคุณหยวนมาพักที่บ้านตระกูลฟางเป็นไงครับ”

เฉียบคม เด็ดขาด

ตระกูลฟางของพวกเขาต้องการคนแบบนี้

“ไม่ดีกว่าค่ะ” คุณนายจงไม่รับโอกาสที่ถูกหยิบยื่นให้ เธอยืนยัน “พวกเราตกลงกันแต่แรกแล้วว่า ฉันช่วยนัดคนออกมาให้พวกคุณ พวกคุณต้องช่วยฉันเล่นงานตระกูลจง”

เธอนึกไม่ถึงจริงๆ ว่าจงไห่เหยียนจะไร้เยื่อใยได้ขนาดนั้น ไม่เห็นแก่ความเป็นสามีภรรยาถึงยี่สิบปี ดึงดันจะหย่ากับเธอ

เนื่องจากเธอเป็นฝ่ายผิด เลยต้องออกมาตัวเปล่า

ครอบครัวฝ่ายพ่อแม่ของเธอไม่ใช่ตระกูลใหญ่อะไร เธอใช้ชีวิตฟุ่มเฟือยจนชินแล้ว จะให้กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมก็ไม่ได้แล้ว

“แน่นอนครับแน่นอน” ฟางจื้อเฉิงยิ้มเจ้าเล่ห์ “แต่ไม่รู้ว่าคุณหยวนรู้หรือเปล่าว่าเวินเฟิงเหมียนเป็นใคร”

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ

Status: Ongoing
อ่านนิยาย คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ‘จื่อจิน ถึงเธอจะเป็นลูกสาวของพวกเรา แต่พวกเราเลี้ยงเสี่ยวเซวียนมาสิบห้าปี ผูกพันกับเสี่ยวเซวียนมาก เสี่ยวเซวียนถูกเลี้ยงมาอย่างคุณหนู ไม่เหมือนเธอที่ทนความลำบากที่บ้านนอกมาตลอด ดังนั้นคุณหนูใหญ่ของตระกูลอิ๋งก็ยังคงเป็นเสี่ยวเซวียน’ ‘เธอคงจะน้อยใจ แต่เธอจิตใจดีขนาดนี้ แม่รู้ว่าเธอไม่มีทางถือสาแน่นอน วางใจนะ อะไรที่เธอควรได้ก็จะไม่มีทางน้อยหน้า’ ‘อะไรนะ เธอเองก็อยากไปด้วยล้อเล่นหรือเปล่า ทางนั้นเขาต้องการคุณหนูไฮโซ เธอน่ะ แม้แต่เล่นเปียโนสักเพลงก็ยังไม่เป็น จะไปเล่าอะไรให้เขาฟังมีแต่จะทำขายหน้า’ ภายในความฝันเป็นเงาคนเต็มไปหมดกับคำพูดที่ตีกันยุ่งเหยิง

Comment

Options

not work with dark mode
Reset