คู่แข่งของฉันถังแตก ตอนที่ 2.1

บทที่ 2 (1)
Lilac Novel
ทันทีที่เดินพ้นกรอบประตู แผ่นหลังที่เคยเหยียดตรงของจี้หรานก็งอลงทันที
เชี่ยยย เจ็บชะมัด มันไม่เหมือนความเจ็บปวดของบาดแผลเลือดออกตอนชกต่อย แต่เหมือนถูกเข็มหลายร้อยเล่มแทงมาที่จุดจุดเดียว ทั้งแสบและคันยิบๆ ไปหมด
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ขณะที่กำลังจะเดินเข้าไปในลิฟต์ก็ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวมาจากห้องข้างๆ ซึ่งก็คือเสียงของแขกที่พักในห้องนั่นเอง
แขกห้องข้างๆ เป็นคู่รักชายหญิง พอเห็นคนยืนอยู่ข้างนอก ตอนเดินออกมาคนทั้งสองจึงเผลอมองไปยังชายหนุ่มอย่างไม่รู้ตัว
พอนึกถึงคำพูดของฉินหม่านขึ้นมาจี้หรานก็รีบยืดหลังตรงทันที
เขามาโรงแรมนี้เป็นประจำ บางครั้งที่เมามากๆ ก็จะนอนพักอยู่ที่นี่วันสองวัน แต่ผนังที่นี่กันเสียงดีหรือเปล่า เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
เขาอดทนต่อความเจ็บปวดแล้วแสร้งทำเป็นเดินเข้าลิฟต์อย่างมั่นคง ก่อนที่คู่รักคู่นั้นจะเข้ามา ก็รีบกดปุ่มปิดอย่างเอาเป็นเอาตาย
เมื่อประตูลิฟต์ปิดลงเขาก็พิงราวจับอย่างหมดแรง
เขาเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่บ้านแถวๆ ชานเมืองที่เพิ่งซื้อไว้ บ้านหลังนี้ตกแต่งเสร็จตั้งนานแล้ว เพราะแม่บ้านจะเข้ามาทำความสะอาดทุกสองวัน ที่นี่จึงสะอาดมาก
เป็นครั้งแรกที่เขามาพักที่นี่ สิ่งแรกที่ทำเมื่อมาถึงก็คืออาบน้ำ ทันทีที่น้ำเย็นสัมผัสผิว จี้หรานถึงรู้สึกว่าตัวเองกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เขากัดฟันแน่น ยกขาข้างหนึ่งพาดกับอ่างอาบน้ำแล้วเริ่มทำความสะอาดร่างกายส่วนล่างด้วยความอับอาย
แม่งเอ๊ย กลับไปฆ่าฉินหม่านตอนนี้ยังทันไหมนะ
ติดคุกก็ติดไป ยังไงก็ดีกว่าที่เขาจนมุมหมดสภาพอยู่ตอนนี้เป็นไหนๆ
อาบน้ำเสร็จเขาก็สวมเสื้อคลุมอาบน้ำแล้วเดินไปที่เตียง จากนั้นก็ทิ้งตัวนอนตะแคงลงไปเต็มแรง
เชี่ยเอ๊ย! นอนตะแคงยังเจ็บเลย ถ้าคืนนี้เขาเผลอพลิกตัวแรงๆ จะไม่เจ็บจนตายเลยหรือไง!
ทันใดนั้นโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างๆ ก็ดังขึ้น จี้หรานมองสายโทรเข้าอย่างหงุดหงิดก่อนจะกดรับแล้วเปิดลำโพง
“มีอะไร” เขาเอ่ยด้วยเสียงอ่อนแรง
“จี้หราน ออกไปเล่นข้างนอกกันเถอะ” ปลายสายคือเยว่เหวินเหวิน เพื่อนสนิทที่สุดของจี้หราน หลังจากพูดจบเย่วเหวินเหวินถึงสังเกตเห็นความผิดปกติ “ว่าแต่ทำไมเสียงนายเป็นแบบนั้น”
“ไม่มีอะไร ฉันไม่ไป” จี้หรานเอ่ยต่อ “เพิ่งจะบ่ายสอง จะออกไปทำอะไร ดูพระอาทิตย์หรือไง มีอะไรก็พูดมาเลย”
ช่วงนี้เยว่เหวินเหวินถูกพ่อลากตัวไปทำงานที่บริษัท ปกติหลังห้าโมงเย็นถึงได้ออกมาพบเจอผู้คน ที่โทรมาเช้าขนาดนี้ต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ
“ฮี่ๆ ฉันแค่มีอะไรอยากถามนายหน่อยน่ะ…” ปลายสายลดเสียงลง “เมื่อคืนฉินหม่านลีลาเด็ดหรือเปล่า”
จี้หรานสะดุ้งเฮือก ภายในไม่กี่วินาทีเขาก็ทักทายบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของฉินหม่านจนครบ
แต่เขาตกใจเพียงชั่วครู่เท่านั้น ไม่นานก็สงบลง
ไม่สิ ฉินหม่านกับเยว่เหวินเหวินไม่มีทางไปสนิทกันได้แน่ๆ เป็นไปไม่ได้ที่ฉินหม่านจะบอกเรื่องนี้ให้เยว่เหวินเหวินรู้
เย่วเหวินเหวินเห็นเขาไม่ตอบอะไรจึงเร่งทันที “ตอบมาเร็วเข้า ระหว่างเพื่อนสาวต้องไม่มีความลับต่อกันสิ!”
“ใครเป็นเพื่อนสาวนายกัน นายช่วยเปิดกางเกงตัวเองดูด้วย ฉันว่านายคงสับสนกับเพศตัวเองอยู่” จี้หรานเอ่ยต่อ “ใครบอกนายว่าฉันกับฉินหม่าน…ทำเรื่องแบบนั้นกัน”
เย่วเหวินเหวินเป็นคนดังในแวดวงเกย์ ดังขนาดไหนน่ะเหรอ ก็ถึงขนาดเป็นที่รู้จักของเกย์เกือบทั้งเมืองหม่านเฉิง และส่วนเล็กๆ ที่เหลือ ถ้าไม่ใช่พวกเกย์ที่ปิดบังตัวตนก็เป็นพวกสามีที่หลอกภรรยาตัวเองไปวันๆ แม้แต่ในเวยป๋อยังมีคนติดตามหลายแสนคน ซึ่งแปดสิบเปอร์เซ็นต์เป็นผู้ติดตามผู้หญิง และเอาแต่เรียกเยว่เหวินเหวินว่าเพื่อนสาวทั้งวัน
จี้หรานและเยว่เหวินเหวินรู้จักกันตอนมัธยมต้น ตอนนั้นแม้ว่าเย่วเหวินเหวินจะมีท่าทางตุ้งติ้งแต่ก็ไม่ได้เปิดเผยตัวตนให้ทุกคนรู้ว่าตัวเองเป็นเกย์ เพราะตอนนั้นสังคมยังไม่เปิดกว้างเท่าตอนนี้ ทุกคนจึงไม่ได้คิดอะไร
แต่ใครจะไปรู้ว่าพอเข้ามหาวิทยาลัย เยว่เหวินเหวินจะปลดปล่อยตัวเองเต็มที่ พูดจาเสียงเล็กเสียงน้อยเหมือนพวกสาวๆ แถมกระโปรงในตู้เสื้อผ้ายังเยอะกว่าผู้หญิงทั่วไปซะอีก
เยว่เหวินเหวินส่งเสียงดัง
“นายเมาจนสมองฝ่อแล้วหรือไง ก็เมื่อคืนนายเป็นคนบอกฉันเอง”
“…”
จี้หรานจำเหตุการณ์ช่วงนี้ไม่ได้จริงๆ
เมื่อคืนเขาดื่มเยอะมากจึงจำอะไรไม่ค่อยได้ รายละเอียดต่างๆ ก่อนไปโรงแรมถูกลืมไปจนหมดสิ้น
…แต่เขากลับจำได้ว่าตัวเองข่วนฉินหม่านบนเตียงยังไง ถึงตอนนี้จะสงบลงแล้ว แต่เขายังจำอุณหภูมิร่างกายฉินหม่านได้อย่างแม่นยำ จำได้ว่าขาของเขาที่พาดอยู่ข้างบนมันร้อนอย่างกับแนบอยู่กับท่อนเหล็กร้อนฉ่า
จี้หรานรีบหยุดความคิดทันที “แล้วหลังจากนั้นล่ะ”
“ไม่จริงน่า นี่นายลืมจริงๆ เหรอ” เยว่เหวินเหวินเอ่ยต่อ “พวกฉันนึกว่านายเมาก็เลยพูดเล่นๆ ซะอีก ใครจะไปคิดว่านายจะบอกว่าฉินหม่านกำลังรอนายที่ประตู ต้องไปก่อน พอฉันหันไปดู…ถึงเห็นว่าเป็นฉินหม่านจริงๆ”
จี้หรานโมโห “แล้วนายก็ยืนมองฉันเดินออกไปกับเขาเฉยๆ เนี่ยนะ นายไม่กลัวเขาจะลักพาตัวฉันไปฆ่าปิดปากหรือไงฮะ”
“นี่ๆๆ ไม่มีทางหรอกน่า เขาไม่ได้มีความแค้นส่วนตัวกับนายสักหน่อย ไม่คุ้มค่าที่จะทำแบบนั้นหรอก อย่างมากนายก็คงไปชวนเขาต่อยตีนั่นแหละ” เยว่เหวินเหวินคิดแทนเขา “นายคิดดูสิ นายถูกลากออกไปแบบนั้น ถ้าไม่โดนตีก็โดนคร่อม ฉันว่าคุ้มดีออก ถ้าเป็นอย่างหลังล่ะ ได้กำไรเห็นๆ ไม่ใช่หรือไง”
จี้หรานรู้สึกเหลือเชื่อชะมัดที่เขาเป็นเพื่อนกับเยว่เหวินเหวินได้หลายปีขนาดนี้
เยว่เหวินเหวินคนนี้ นอกจากจะบ้าผู้ชายไปสักหน่อยก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร แต่เขาไม่คิดจริงๆ ว่าอีกฝ่ายจะบ้าผู้ชายถึงระดับนี้
“นายสิโดนคร่อม!” หลังจากด่าจบเขาถึงได้รู้ว่าประโยคนี้คงไม่ได้รุนแรงอะไรสำหรับคนอย่างเยว่เหวินเหวิน เขารีบโพล่งตามออกไป “จะบอกอะไรให้ เมื่อคืนฉันนี่แหละที่คร่อมหมอนั่น!”
ปลายสายตกอยู่ในความเงียบ
ผ่านไปสักพักอีกฝ่ายถึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตกใจ “ไม่นะ… จี้หราน นี่นายบ้าไปแล้วหรือไง นายจ่ายเงินเพื่อไปเป็นเลข1[1]งั้นเหรอ”
จี้หรานยังไม่ทันได้พูดอะไร เยว่เหวินเหวินก็โวยวายขึ้นก่อน “นายบ้าไปแล้วแน่ๆ! แค่นายเดินเข้าไปในบาร์เกย์ พวก 0 ก็วิ่งตามตูดนายเป็นพรวนแล้ว คนที่อยากถูกนายคร่อมต่อแถวยาวจากหน้าผับไปจนถึงกลางเมือง! และที่สำคัญที่สุดนะ นายยังมีหน้านอนกับฉินหม่านแล้วให้เขาเป็น 0 เนี่ยนะ! ตายแล้วๆ ฉันว่าฉันไม่ไหว จะเป็นลม”
________________________________________
[1] ภาษาที่ใช้ในหมู่เกย์ 1คือฝ่ายรุก 0คือฝ่ายรับ 0.5คือโบ๊ท (เกย์ที่เป็นฝ่ายรุกและฝ่ายรับในอัตราที่ใกล้เคียงกันมาก)

คู่แข่งของฉันถังแตก

คู่แข่งของฉันถังแตก

คู่แข่งของฉันถังแตก
Score 4.9
Status: Ongoing
อ่านคู่แข่งของฉันถังแตก เรื่องย่อ เขาคนนี้ ‘จี้หราน’ เกิดมาในตระกูลสูงส่ง มั่งคั่งร่ำรวย มีเงินทองใช้ไม่ขาดมือตั้งแต่ไหนแต่ไร แถมยังหน้าตาดี มีความสามารถ เรื่องชกต่อยยิ่งไม่เป็นรองใคร ชีวิตดีๆ แบบนี้ของเขาควรจะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเช้าวันหนึ่ง เขาดันตื่นขึ้นมาบนเตียงพร้อมกับ ‘หลักฐาน’ ตรงหน้า...กางเกงในสีแดงกับบ๊อกเซอร์สีดำ ส่วนคนที่อยู่บนเตียงกับเขานั้น เวรเอ๊ย ผู้ชายหล่อเหลาราวกับเทพบุตร เป็นที่ชื่นชมใฝ่ฝันของใครๆ มากมาย แต่สำหรับเขาแล้ว หมอนี่คือศัตรูตัวฉกาจ ฟาดฟันกันมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งในชีวิต เอาเถอะ ตอนแรกเขาเห็นแก่ที่หมอนี่ตกอับ จากคุณชายสูงส่งกลายเป็นคนล้มละลายหนี้สินรุงรัง เลยจะรีบย่องหนีไปตั้งหลักเงียบๆ แต่อีกฝ่ายกลับกล้าเอ่ยปากทวงสัญญาที่เขาหลุดปากออกไปตอนเมาว่าจะ ‘เปย์’ และ ‘เลี้ยงดู’ “เมื่อคืนนายพูดว่าจะ ‘เปย์’ ฉันไม่ใช่หรือไง ทำไม พอนอนกับฉันแล้วก็คิดจะเบี้ยวงั้นเหรอ” ประโยคนี้ทำเอาจี้หรานอยากลงมือฆ่าคนถ้าไม่กลัวผิดกฎหมาย แม่งเอ๊ย ได้เลย ฉินหม่าน! ได้! ถ้าอย่างนั้นเขาก็จะ ‘เปย์’ และ ‘เลี้ยงดู’ หมอนี่อย่างที่พูดไว้ แต่จำไว้ว่าเงินทั้งหมดที่เสียไป เขาจะใช้เพื่อซื้อตัวฉินหม่าน เทพบุตรในฝันที่เลื่องลือคนนี้มาเหยียดหยาม เหยียบย่ำ ซ้ำเติม จะทำทุกอย่างเพื่อให้หมอนี่อยู่ในจุดที่ทุกข์ทรมานและน่าสมเพชที่สุด คอยดู! .............................................................................................. จี้หรานโกรธจนต้องหัวเราะออกมา “ฉันนอนกับนายหรือนายนอนกับฉันไม่ทราบ” ฉินหม่านเคาะมวนบุหรี่พลางเงยหน้าขึ้นถาม “แล้วนายรู้สึกดีไหมล่ะ” จี้หรานชะงัก เขาเคลื่อนสายตาตามคำพูดของฉินหม่านไปยังส่วนล่างของอีกฝ่ายที่อยู่ใต้ผ้าห่มโดยไม่รู้ตัว “ฉันเนี่ยนะรู้สึกดี?” จี้หรานขำพรืด “นายฝันอยู่หรือไง ไม้จิ้มฟันอันนั้นของนายน่ะเหรอ ยัดร่องฟันยังไม่เต็มด้วยซ้ำ” ฉินหม่านยิ้ม “งั้นนายก็มาลองอีกรอบสิ ขอดูหน่อยว่าร่องฟันนายจะใหญ่แค่ไหน” .............................................................................................. “ไสหัวไปซะ ฉันไม่ได้รู้สึกดีโว้ย!” เขาตะคอก ฉินหม่านได้ยินดังนั้นก็พยักหน้า ดับบุหรี่แล้วเปิดผ้าห่มออก “นายรอก่อน” เพราะฉินหม่านไม่ได้สวมเสื้อผ้า จี้หรานจึงหยิบบ๊อกเซอร์บนพื้นขึ้นมาแล้วโยนไปให้ “ให้รออะไร จะต่อยกันหรือไง ถ้าจะต่อยกันนายก็สวมเสื้อผ้าให้ดีๆ ไม่งั้นพอรถพยาบาลมาคงทุเรศสายตาน่าดูถ้าถูกหามออกไปในสภาพล่อนจ้อนแบบนั้น” ฉินหม่านสวมเสื้อผ้าตามที่เขาขอ “ฉันไม่ต่อย ฉันเป็นมืออาชีพมากพอ ไม่ต่อยเสี่ยเลี้ยงหรอก ฉันก็แค่จะไปถามห้องข้างๆ หน่อย” จี้หรานไม่เข้าใจ “ถามอะไร” ฉินหม่านหัวเราะในลำคอ “ถามว่าเมื่อคืนพวกเขาได้ยินเสียงนายร้องหรือเปล่า” “…” .............................................................................................. แม่งเอ๊ย ทำไมวะ ทั้งที่เขาตั้งใจจะทำให้ฉินหม่านกลายเป็นคนที่น่าสมเพชจนทนดูไม่ได้ แต่ไปๆ มาๆ ทำไมหมอนี่ถึงทำให้เขารู้สึกเหมือนจะกระอักเลือดได้ทุกครั้งที่คุยกัน ทำไมเขาถึงรู้สึกว่า ‘น่าสมเพช’ คำนี้ช่างเหมาะกับเขาในตอนนี้มากกว่าใครๆ ล่ะนี่ โว้ยยยยย

Comment

Options

not work with dark mode
Reset