จอมนักรบทรงเกียรติยศ – ตอนที่ 599 ทำอะไรกันในป่า

เดิมทีมีพวกเขาสิบกว่าคนมาที่นี่เพื่อเก็บเงิน ตอนนี้ ตายกันหมดแล้ว ทุกคนที่มาที่นี่ ตายหมดแล้ว ตายแล้ว!

กลุ่มคนบนรถบัสเองก็ตกใจจนตัวทรุดไปแล้วเช่นกัน ปากแต่ละคนกำลังตะโกนดังลั่น “ฆ่าคนแล้ว! ฆ่าคนแล้ว”

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หญิงชราที่ขี้ตกใจหลายคนถึงกับตกใจกลัวจนเป็นลมไปหลายคน มีบางคนถึงกับขนลุกตกใจจนแทบเสียสติไปและร้องตะโกนอยู่อย่างนั้น ฟางเหยียนได้ยินแล้วก็รู้สึกบาดหู ดังนั้นจึงหันไปตะคอกใส่คนเหล่านั้น “ทั้งหมดหุบปาก!”

ประโยคเดียว ทำเอาปากของทุกคนหุบลงทันที จากนั้นก็จ้องไปที่ศพบนพื้นด้วยเนื้อตัวอันสั่นเทา

นี่มันน่าสยดสยองเกินไป ที่แท้เมื่อกี้เขากำลังนั่งรถมากับฆาตกรปีศาจร้ายมาโดยตลอด แทบจะทำลายล้างกระบวนการความคิดของทุกคนไปหมดแล้ว

เมื่อมองดูเลือดที่ไหลไปบนพื้น ชายผู้ออกคำสั่งรู้สึกแค่เพียงชาที่หนังศีรษะ ในหัวมีเสียงอื้ออึงดังขึ้น เขารู้ว่าคนผู้นี้จะต้องขุดรากถอนโคนแน่ คนต่อไปก็คือเขา คนที่ยังหวาดกลัวก็เพราะตนนั้นยังต้องการมีชีวิตอยู่

เขานับว่าเป็นคนประเภทมีปฏิกิริยาที่รวดเร็ว ทันใดนั้น เขาก็ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น น้ำตาก็ไหลออกมาจากดวงตาทันที เขาสะอื้นสะอื้นแล้วพูดว่า “พี่ชาย นายท่าน นายท่าน นายท่าน! อันที่จริงพวกเราไม่ใช่คนประเภทชอบทำชั่ว พวกเราก็แค่อยากหาเลี้ยงชีพ เวลาปล้นเงินเราจะเลือกปล้นคนรวยทั้งนั้น ปกติเวลาเราจะปล้นใครเรามักจจะดูก่อน คนที่นั่งบนรถบัส พวกเราจะขอแค่คนละสองหมื่นเท่านั้น หากขับรถยนต์พวกเราก็จะขอห้าหมื่นถึงหนึ่งแสน พอได้เงินมาแล้ว พวกเราก็ยังเอาไปแบ่งให้กับคนจน ถือว่าเป็นการปล้นคนรวยช่วยเหลือคนจน”

ฟางเหยียนจ้องไปที่ผู้ชายคนนั้นและไม่ได้สนใจต่อคำพูดไร้สาระของเขา และทำแค่เอ่ยถามอย่างเย็นชาว่า “พวกนายไม่ใช่คนประเทศหวา?”

ผู้ชายคนนั้นส่ายหัวและพูดว่า “ไม่ใช่ ไม่ใช่!”

“อย่างนั้นนายก็ไม่มีเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป!” สิ้นเสียงลง ก็เห็นแค่เพียงของสีดำอย่างหนึ่งบินเข้าหาชายคนนั้น ทันใดนั้น หน้าผากของชายคนนั้นก็แตกเป็นรู มีเลือดหลั่งไหลลงมาที่หน้าผาก วินาทีถัดมา ชายคนนั้นก็ล้มลงกับพื้นอย่างแรง ในไม่ช้าเลือดก็ไหลนองปะปนไปกับดินบนพื้น

ตายแล้ว สำหรับฟางเหยียน การฆ่าขยะที่กลัวคนแข็งแกร่งรังแกคนอ่อนแอพวกนี้เหมือนการขยี้มดตัวหนึ่ง เขาไม่มีความเห็นอกเห็นใจแม้แต่น้อยสำหรับขยะประเภทนี้ ถ้าเขามีความเห็นอกเห็นใจ แล้วเขาจะกลายเป็นเทพแห่งสงครามได้อย่างไรกัน

ขณะที่ฟางเหยียนกำลังจะหันหลังกลับและให้คนขับรถเดินทางต่อไป ทันใดนั้น ร่างหนึ่งก็วิ่งเข้ามาหาเขาและล้มลงในอ้อมแขนของเขาทันที เธอก็คือผู้หญิงผมสั้นที่เพิ่งถูกปล้นไปเมื่อครู่

เขาไม่สนใจของสวยงาม สำหรับเขาแล้ว ไม่มีใครสวยไปกว่าเย่ชิงหยู่ นั่นเพราะเธอคือหนึ่งเดียวในใจของเขา

ช่วยชีวิตหญิงสาวคนหนึ่งไว้ถึงกับทำให้เธอส่งอ้อมกอดให้แบบนี้ ทำเอาฟางเหยียนถึงกับอธิบายไม่ถูก

“ฟางเหยียน เป็นคุณ เป็นคุณจริงๆหรือ?” ต่งยู่กอดฟางเหยียนเอาไว้แน่นและถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่น่าเชื่อ

เมื่อได้ยินเสียงนี้ ฟางเหยียนก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นเสียงของต่งยู่ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เจอต่งยู่มาเป็นเวลานานแล้ว อีกทั้งตนเองก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกับหญิงสาวคนนี้มากนัก แต่ความทรงจำของเขานั้นแตกต่างจากคนทั่วไป เขายังคงแยกแยะเธอได้เมื่อได้ยินเสียง

เมื่อครู่เขาไม่เห็นว่าผู้หญิงคนนี้คือต่งยู่ ที่เขาลงมือทั้งหมดก็เพราะเขาไม่อนุญาตให้ใครทำตัวกำเริบเสิบสานในผืนแผ่นดินประเทศหวา โจรปล้นผู้คนกลางวันแสกๆ นี่มันคือเรื่องอะไร? นี่มันยุคไหนแล้ว เขาจะปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาได้อย่างไร

สำหรับผู้หญิงที่เขาช่วยไว้ก็คือต่งยู่ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของเขา

“ต่งยู่ ทำไมถึงเป็นเธอ?” ฟางเหยียนยกมือขึ้นและตบหลังเธอเบาๆเพื่อส่งสัญญาณ

ต่งยู่คลายออกจากฟางเหยียน จากนั้นก็มองขึ้นไปที่เขา เมื่อมองแบบนี้ ดวงตาทั้งสี่ก็สบเข้าด้วยกัน เธอเอ่ยพูดอย่างอับอายอยู่บ้าง “ขอโทษด้วย เมื่อกี้ฉันตื่นเต้นอยู่บ้าง เลยไม่ได้ยั้งเอาไว้…”

ภาพนี้ทำให้กลุ่มคนที่อยู่บนรถบัสรู้สึกอิจฉา ในฐานะผู้ชาย เกรงว่าจินตนาการที่มากสุดในชีวิตก็คงจะเป็นภาพฮีโร่ช่วยสาวงามนี่แหละ! แต่เมื่อเจอเรื่องแบบนี้จริงๆ ส่วนใหญ่ก็ล้วนที่จะหดหัว

ฟางเหยียนมองไปที่ต่งยู่และพูดว่า “ไม่เป็นไร!”

ต่งยู่ยังคงชดช้อยงดงามเช่นเดิม ผมสั้นแบบนี้อาจมีแค่เธอคนเดียวที่สามารถสร้างความรู้สึกเก๋ไก๋ไม่เหมือนใครขึ้นมาได้

เมื่อคิดว่าที่นี่ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งอยู่ เขาก็ตะโกนใส่คนกลุ่มนั้นว่า “เอาล่ะ ทุกคนขึ้นรถเถอะ!”

คนขับรถสำลักและถามพยายามถามอย่างใจกล้า “แล้วศพพวกนี้ล่ะ?”

ฟางเหยียนเหลือบมองไปที่ศพเหล่านี้ จัดการ เขาไม่ได้คิดที่จะจัดการกับศพพวกนี้เลยแม้แต่น้อย ศพของคนเหล่านี้ในไม่ช้าก็เร็วก็จะถูกค้นพบ อีกทั้งทีมรักษาความปลอดภัยเองก็จะตรวจสอบและรู้ว่าเขาเป็นคนฆ่าไม่ช้าก็เร็วเช่นกัน

คนขับคนนั้นพูดต่อว่า “คนพวกนี้ทำชั่วอยู่ที่นี่มาตลอด พวกเราวิ่งรถในหนึ่งปีก็ต้องเจอถึงห้าหรือหกครั้ง ถ้าไม่ให้ความร่วมมือก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะต้องฆ่าคนอีกกี่คน คนชั่วช้าพวกนี้สมควรแล้วที่ถูกฆ่า ไม่อย่างนั้นพวกเราก็จัดการกับศพทั้งหมดนี้หน่อยแล้วกัน! มีเพียงพวกเราเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ และถือซะว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”

“ใช่ ฉันคิดว่าพี่ชายคนขับพูดถูก พวกเราเอาศพพวกนี้ไปทิ้งซะ และถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น”

“อืม สิ่งที่สุภาพบุรุษคนนี้ทำคือการทำหน้าที่แทนสวรรค์แล้ว พวกเราจะปล่อยให้คุณเสียเปรียบไม่ได้”

“…”

คำพูดเหล่านี้ชวนให้คนซาบซึ้ง แต่ว่าก็มีคนอีกบางส่วนที่กลัวว่าฟางเหยียนจะฆ่าคนแบบถอนรากถอนโคนถึงได้เอ่ยขึ้นมาแบบนั้น

ใครจะไปรู้ว่าฟางเหยียนเป็นใคร? เขากล้าทำร้ายลูกน้องของลูกพี่หวาง อีกทั้งยังฆ่าคนจำนวนมาก

“ไม่เป็นไร แต่ว่าฉันว่าโทรแจ้งตำรวจดีกว่า!” ฟางเหยียนพูดอย่างไม่เกรงกลัว จากนั้นก็ถามว่า “ที่นี่ยังห่างจากภูเขาทิพย์อีกมากแค่ไหน?”

คนขับพูดว่า “ภูเขาทิพย์? ไม่ไกลแล้ว ตรงนี้ขึ้นไปก็ใช่แล้ว! มีทางลัดอยู่พอดี”

“โอเค ขอบคุณ!” ฟางเหยียนพูดจบก็เอ่ยกับต่งยู่ “เธออยู่ที่นี่รอตำรวจมาเถอะ ถึงตอนนั้นก็กลับไปกับพวกเขาศะ ที่นี่อันตรายเกินไป เธอผู้หญิงคนเดียวไม่ค่อยเหมาะที่จะอยู่ที่นี่”

“ไม่!” ต่งยู่ส่ายหัวและพูดว่า “ที่ฉันมาที่นี่ก็เพราะจะไปที่ภูเขาทิพย์เหมือนกัน ให้ฉันไปกับคุณเถอะนะคะ! มีคุณอยู่ ก็มีคนดูแลแล้ว”

ที่บอกว่าดูแลจริง ๆ ก็คือคิดอยากให้ฟางเหยียนปกป้องเธอ

ฟางเหยียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งและถามว่า “เธอมาทำอะไรที่ภูเขาทิพย์?”

ต่งยู่สำลักและพูดว่า “มีเรื่องที่ภูเขาทิพย์นิดหน่อย อีกเดี๋ยวฉันจะบอกคุณภายหลัง”

“ก็ได้!”

“อ้อใช่ คุณผู้ชาย มีสัตว์ประหลาดอยู่ในภูเขาทิพย์ พวกคุณต้องระวังเมื่อเข้าไป”

ฟางเหยียนไม่ตอบกลับอะไรคนขับ จากนั้นเขาก็กระโจนเข้าไปในป่าพร้อมกับต่งยู่!

ในเวลานี้เห็นได้ชัดว่ามีคนโล่งใจ ราวกับว่าได้ผ่านพ้นภัยพิบัติครั้งใหญ่ไป

“นี่เขาพาหญิงสาวไปทำอะไรกันในป่าหรือไง?” มีคนเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัยท่ามกลางฝูงชน

จอมนักรบทรงเกียรติยศ

จอมนักรบทรงเกียรติยศ

เทพแห่งสงครามกลับเยือนบ้าน เห็นภรรยาตกที่นั่งลำบากถูกคนเย้ยหยัน ความโกรธแผ่ซ่านไปทั่วเมือง! คนที่คิดจะกระตุกหนวดเสือ มันต้องไม่ตายดีแน่! กล้าทำให้เทพแห่งสงครามมีน้ำโห เตรียมเผชิญกับสงครามนองเลือดไว้ได้เลย!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset