จักรพรรดิมังกร – ตอนที่ 438 สู้แบบทุ่มสุดตัว

“ใครมันมาเอะอะโวยวาย แถมกล้าพูดว่าจะทำให้พวกเราเสียใจที่เกิดมาบนโลกนี้ ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยเสียใจ! ใครกล้าทำฉันเสียใจ ฉันจะทำให้มันเสียที่พูดแบบนี้”

“เจ้าหัวสงสัยจะมีคนทำตัวเป็นฮีโร่มาช่วยสาวงาม พวกเราทำให้มันรู้หน่อยสิว่าการช่วยสาวงามเป็นเรื่องอันตรายที่สุด”

เจ้าหัวกับคนอื่นๆ คลึงข้อมือไปมา รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้า พวกเขาหันมาเห็นหลี่โม่ที่หน้าประตู

หลี่โม่กระดิกนิ้วเรียกเจ้าหัวและพวก เขาพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “เข้ามาพร้อมกันเลยสิ จะได้ไม่เสียเวลา”

“ไอ้ฉิบหาย! คิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงให้พวกฉันเข้าไปพร้อมกัน ฉันคนเดียวก็ทำให้แกร้องหาพ่อแล้ว กินหมัดของฉันก่อนแล้วกันไอ้หนุ่ม!”

เจ้าหัวแผดเสียงออกมา เขาเหวี่ยงหมัดขนาดใหญ่เข้าไปหาหลี่โม่ เจ้าหัวที่เคยได้แชมป์คิกบ็อกซิ่งระดับจังหวัด เขามั่นใจกับหมัดของตัวเองมาก

ไม่ต้องพูดถึงคนทั่วไป ขนาดคนที่มีวิชายังไม่สามารถรับมือกับหมัดของเจ้าหัวได้ ถ้าไม่ใช่เพราะหลายปีนี้เขาได้กำไรที่อยู่กับพี่เท่า เจ้าหัวคิดอยากเป็นคนดังและท้าประลองพวกมีฝีมือที่เป็นระดับตำนาน

ช่วงนี้เรื่องนักชกผิดกฎหมายโด่งดังมาก เพื่อนในทีมเก่าของเจ้าหัวเชิญเขาไปร่วม ว่ากันว่าชกแค่แมตช์เดียวก็ได้เงินหลายแสนอย่างสบายๆ

เมื่อเห็นหมัดอันทรงพลังของเจ้าหัวที่เหวี่ยงออกไปหาหลี่โม่ พวกชายร่างกำยำที่เหลือต่างพากันส่งเสียงเชียร์อย่างตื่นเต้น

“เจ้าหัวสุดยอด หมัดนี้งดงามมาก เขาเป็นคนที่อยู่เหนือจักรวาลแล้ว”

“เจ้าหัวแค่ขาดการแนะนำจากอาจารย์ผู้มีชื่อเสียง ถ้าเขามีคนแนะนำคงจะเข้าถึงกำลังภายในแล้ว”

“เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว กำลังภายใน ข้ามขั้นคู่ต่อสู้อะไรกัน นั่นมันก็แค่เรื่องเล่าหลอกลวงทั้งนั้น ไม่เคยเห็นพวกปรมาจารย์โดนต่อยจนฉี่ราดเหรอ”

ขณะที่ชายร่างกำยำกำลังถกเถียงกันอย่างออกรส หลี่โม่ยื่นมือออกมาปัดหมัดของเจ้าหัว

เพียะ!

เสียงดังสนั่นจนทำให้ชายร่างกำยำหยุดคุยและหันมามองหลี่โม่กับเจ้าหัว

เจ้าหัวรู้สึกเหมือนตัวเองต่อยแผ่นเหล็ก เขาเซถอยมาข้างหลัง แขนขวาของเขาสั่นจนไม่สามารถควบคุมได้ เขารู้สึกชาไปทั้งแขน จนรู้สึกว่าไม่ใช่แขนของตัวเอง

เมื่อเห็นแขนของเจ้าหัวสั่นเหมือนคนเป็นโรคพาร์กินสัน ชายร่างกำยำเบิกตาโพลงจนลูกตาจะกระเด็นออกมา

เมื่อกี้เพิ่งคุยกันว่าหมัดของเจ้าหัวเจ๋งแค่ไหน คิดไม่ถึงว่าแค่พริบตาก็เจอความจริงตบหน้าเข้าให้

ที่สำคัญไปกว่านั้น พวกเขาไม่เห็นการกระทำของหลี่โม่ เหมือนหลี่โม่แค่สะบัดมือเบาๆ ก็ทำให้เจ้าหัวเป็นอัมพาตได้

“นี่มันอะไรกันเจ้าหัว นายไม่ได้อ่อนข้อให้มันใช่ไหม”

“อ่อนกะผีน่ะสิ ไอ้หมอนั่นไม่ธรรมดา เข้าไปพร้อมกันเลย!” เจ้าหัวแผดเสียงออกมา เขาเริ่มเสียใจที่อวดดีเมื่อครู่

ถ้าไม่อวดดีก็ดีสิ อย่างน้อยก็ไม่ขายหน้าแบบนี้!

ชายร่างกำยำอึ้งไป จากนั้นจึงเข้าใจสิ่งที่เจ้าหัวต้องการจะสื่อ พวกเขาเหวี่ยงหมัดเข้าไปหาหลี่โม่

หวังจงเสวียนเห็นชายร่างกำยำล้อมโจมตีหลี่โม่ เขาจึงพูดขึ้นอย่างตื่นตระหนก “รีบโทรเรียกคนเร็ว โทรหาสายตรวจเร็ว!”

“พี่นอนเอนไปก่อน มีหลี่โม่อยู่ไม่ต้องกังวล” กู้หยุนหลันพูดอย่างมั่นใจ

หวังจงเสวียนพูดอะไรไม่ออก เขาคิดไม่ออกว่าทำไมกู้หยุนหลันถึงมั่นใจขนาดนี้ โบราณกล่าวว่าสองหมัดยากจะสู้สี่มือ หลี่โม่เก่งแค่ไหนก็สู้ไม่ได้หรอก……

หวังจงเสวียนไม่ทันได้คิดเสร็จ ชายร่างกำยำที่เข้าไปโจมตีหลี่โม่ต่างพากันล้มลงพื้น สุดท้ายเหลือเพียงเจ้าหัวที่ยืนอยู่กลางห้อง

“ให้ตายเถอะ นี่ไม่ใช่ภาพลวงตาใช่ไหม”

หวังจงเสวียนพูดด้วยความตกใจ

“ไม่ใช่ภาพลวงตาแน่นอน พี่หลี่โม่เก่งขนาดนั้น นายจินตนาการไม่ได้หรอกว่าเขาเก่งแค่ไหน”

เฉินเสี่ยวถงเหมือนแฟนคลับของหลี่โม่อย่างไรอย่างนั้น

เจ้าหัวมองเพื่อนที่นอนอยู่บนพื้น เขารู้สึกใจค่อยๆ ร่วงไปที่ตาตุ่ม เลือดในร่างกายของเขาเริ่มเย็นยะเยือก

ภายในระยะเวลาไม่ถึงครึ่งนาที หลี่โม่สามารถจัดการเหล่าชายร่างกำยำที่สู้กับคนสามถึงห้าคนได้อย่างง่ายดาย นี่มันเกินกว่าสิ่งที่เจ้าหัวจินตนาการเอาไว้มาก

“ไอ้น้อง พวกเราน่าจะมาหาคนผิดห้อง เราจะไปแล้ว คุณหลีกทางให้หน่อยได้ไหม”

เจ้าหัวยิ้มอย่างกระอักกระอ่วนแต่ยังคงมีมารยาท

“แกบอกว่ามาหาคนผิดก็จบเหรอ ฉันจะบอกให้นะว่าคนที่ฉันมาหาคือแก ทำร้ายพี่ชายของภรรยาฉันแล้วจะหนีเหรอ เป็นคนอย่าไร้ความรับผิดชอบแบบนี้”

หลี่โม่เหวี่ยงหมัดไปมา เขาไม่คิดจะปล่อยเจ้าหัวไป

เจ้าหัวสบถในใจหลายต่อหลายครั้ง เขาสงสัยว่าตัวเองทำความผิดครั้งใหญ่มาหรือเปล่า ถึงมาต้องมาเจอหลี่โม่

“ไอ้น้องไม่ไว้หน้าเลยนะ ลูกพี่ของเราคือหลงเทาแห่งหลินเจียงนะ ถ้ารู้ก็ปล่อยฉันไป ถือว่าเราดีต่อกัน”

เจ้าหัวพูดชื่อลูกพี่ออกมา เขาหวังว่าชื่อเสียงของลูกพี่จะคุ้มกะลาหัวเขาได้ ถ้าหลี่โม่ไม่รู้จักชื่อเสียงของลูกพี่ เจ้าหัวคิดว่าตัวเองต้องโดนซัดลงไปกองบนพื้นแน่นอน

“ไม่เคยได้ยิน อย่าไปคิดถึงลูกพี่ของแกเลย คิดว่าจะชดใช้ให้พี่ชายของภรรยาฉันยังไงดีกว่า”

หลี่โม่พูดเนิบๆ

เจ้าหัวเริ่มมีความหวังขึ้นมาในใจ เรื่องชดใช้เป็นทางแก้ที่ดี ขอแค่ไม่โดนกระทืบก็พอจะพูดกันได้

“ฉันสำนึกผิดแล้ว ผมทำผิดที่ทำร้ายพี่ชายภรรยาคุณ ผมจะชดใช้ด้วยเงิน ว่ามาเลยว่าจะเอาเท่าไร ผมจะไม่ต่อรอง”

“ชดใช้ด้วยเงินเหรอ พี่ชายภรรยาฉันไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน แกจริงใจหน่อยได้ไหม ถ้าแกไม่จริงใจ ฉันคงต้องไปคุยกับพี่เท่าอะไรนั่นให้รู้เรื่อง”

หลี่โม่มองเจ้าหัวอย่างยียวน เจ้าหัวรู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนยั่วโมโห เขาโกรธจนหน้าดำหน้าแดง

“แกหาเรื่องใช่ไหม จะชดใช้ด้วยเงินก็ไม่เอา จะให้ฉันทำยังไง! หรือจะให้ฉันคุกเข่าขอโทษ!”

“คุกเข่าก็ได้นะ ไม่งั้นแกก็คุกเข่าขอโทษพี่ชายภรรยาฉันแล้วเอาหัวโขกพื้นสักสามทีสิ แล้วก็ตบหน้าตัวเองสักร้อยครั้งด้วยนะ”

แววตาของเจ้าหัวเต็มไปด้วยความโกรธ คำขอของหลี่โม่ทำให้เจ้าหัวรู้สึกอับอาย

“ดูเหมือนว่าแกไม่ให้ฉันขอโทษง่ายๆ นี่ไม่ใช่การขอโทษ แต่เป็นการทำให้ฉันอับอาย!”

“ฉันจะสู้กับแกสุดตัว!” เจ้าหัวแผดเสียงออกมา เขาเหวี่ยงหมัดใส่แก้มหลี่โม่ด้วยความแค้น

ไม่ว่าจะสู้หลี่โม่ได้หรือไม่ แต่เจ้าหัวจะทุ่มเพื่อศักดิ์ศรีอย่างสุดตัว

หลี่โม่ส่ายหน้า เขาสะบัดฝ่ามือไปตามอารมณ์ จากนั้นมือของเขาก็ไปอยู่บนหน้าของเจ้าหัว

เพียะ เพียะ เพีย

เขาตบไปตบมา มือขวาของหลี่โม่ตบไม่หยุด เขาตบจนหัวของเจ้าหัวโยกไปมาเหมือนกลองป๋องแป๋ง

หลังจากที่เสียงตบหยุดลง เจ้าหัวมึนงงไปหมด เขาเอนตัวพิงกำแพง ทำให้ไม่ล้มลงบนพื้น

“แก แก พรวด!”

เจ้าหัวกระอักเลือดออกมา เขาวิ่งโซเซออกไปข้างนอก

Comment

Options

not work with dark mode
Reset