จักรพรรดิมังกร – ตอนที่ 487 เปิดบิลกินสามปี

เพราะจะไปดูคฤหาสน์ยอดเขา หวังฟางนอนไม่หลับทั้งคืน

หวังฟางปีนขึ้นมาจากเตียงในตอนเช้า หลังจากที่รีบกุลีกุจอกินอาหารเช้า ก็เริ่มปลุกคนอื่นๆ

หลังจากที่ทั้งบ้านกินอาหารเช้าเรียบร้อย หวังฟางก็รบเร้าไปดูคฤหาสน์ยอดเขา

เฉินเสี่ยวถงกลอกตา มือกุมท้องพูดขึ้น“คือฉันเมนส์มาไม่ค่อยสบาย คงจะไม่ไป พักผ่อนอยู่บ้านดีกว่า เดี๋ยวจะทำความสะอาดบ้าน”

“งั้นก็ดี เสี่ยงถงอยู่บ้านพักผ่อนแล้วกัน งานบ้านไม่ต้องทำแล้ว ไม่สบายก็นอนพัก”

หวังฟางให้เฉินเสี่ยวถงอยู่บ้าน จากนั้นก็เรียกรวมพลหน้าบ้าน

รอจนหลี่โม่ กู้หยุนหลันออกมาจากบ้านแล้ว เฉินเสี่ยวถงจึงเดินไปข้างหน้าต่าง ค่อยๆแอบมอง

พอเห็นพวกหลี่โม่ขึ้นรถไปแล้ว พอขับรถพ้นหมู่บ้าน เฉินเสี่ยวถงจึงรีบเข้าไปในห้องของหลี่โม่และกู้หยุนหลัน

สองไว้นี้เฉินเสี่ยวถงสำรวจไปไม่น้อย แต่เห็นเพียงเปลือก ตามตู้ ตามลิ้นชัก เฉินเสี่ยวถงยังไม่ได้รื้อ

พอเข้าไปในห้องได้เฉินเสี่ยวถงก็รื้อค้นทุกซอกมุม แต่ส่วนมากเป็นของกู้หยุนหลัน ของหลี่โม่มีแต่เสื้อผ้า ไม่เห็นจะมีกุญแจลับอะไร

“โอ๊ยน่ารำคาญ ไม่เห็นมีเบาะแสอะไร จะให้หาไงเล่า!ให้หาเรื่อยเปื่อยก็คงไม่ได้”

เฉินเสี่ยวถงบ่นอย่างรำคาญ จู่ๆแววตาเป็นประกาย พูดออกมาอย่างดีใจ“ไหนๆพวกเขาก็ไม่รู้ว่ากุญแจลับคืออะไร เราก็หาของที่ดูเหมือนกุญแจลับไปหลอกซะเลย ยังไงก็ไม่ได้อยากจะทำงานให้สักหน่อย”

เฉินเสี่ยวถงที่ตัดสินใจเสร็จสรรพ เริ่มคิดว่าจะปลอมกุญแจลับอย่างไรดี

นั่นเป็นกุญแจที่สำนักหลงเหมินสืบทอดมาเชียวนะ อย่างน้อยควรจะมีกลิ่นอายโบราณหน่อยถูกมั้ย แล้วก็ต้องมีสัญลักษณ์ของสำนักหลงเหมินด้วย

“หาหยกมังกรมาแกะสลักเป็นรูปมังกรก็พอมั้ง แหมเรานี่ฉลาดหลักแหลมจริงๆ แต่กลัวว่าบ้านพี่หลี่โม่จะไม่มีหยกน่ะสิ ต้องไปหาซื้อมาสักชิ้น”

เฉินเสี่ยวถงครุ่นคิดชั่วครู่ จึงตัดสินใจ หยิบมือถือออกมาโทรหาคางเหวินซิง บอกให้คางเหวินซิงมารับ

ไม่นานคางเหวินซิงก็ขับรถมาถึง เฉินเสี่ยวถงกระโดดลงจากชั้น เปิดประตูรถเบนซ์ขึ้นนั่งด้านหลัง

“เธอคนเดียวเหรอ อาจารย์กับอาจารย์แม่ล่ะ”

“ฉันนี่แหละอาจารย์แม่ของนาย พวกเขาไปดูคฤหาสน์กันหมดแล้ว ไม่ต้องพูดมาก รีบขับรถไปเมืองขายของโบราณเร็ว ฉันจะไปซื้อหยกมังกร แต่บอกไว้ก่อนนะ ฉันไม่มีตังค์”

คางเหวินซิงทำหน้ายุ่ง ลอบมองเฉินเสี่ยวถงผ่านกระจกหน้า

“อาจารย์แม่เล็ก ฉันว่าอาจารย์กับอาจารย์แม่รักกันมากเลยนะ ฉันว่าเธอหมดหวังล่ะ หรือไม่ก็ยอมรับความจริงหน่อย”

“หมายความว่าไง!อะไรคือหมดหวัง!”

เฉินเสี่ยวถงจ้องเขม็ง รู้สึกว่าคางเหวินซิงถ้าไม่โง่ก็บ้า ที่แน่ๆไม่ใช่คนดีแน่นอน

“ฉันแค่รู้สึกว่าเธออย่าไปเล่นกับไฟเลย ถ้าทำให้อาจารย์กับอาจารย์แม่แตกแยกกัน เกรงว่าเธอจะสูญเสียอาจารย์ตลอดไป ยังไงฉันก็ไม่เคยมีความรัก แค่พูดความเห็นส่วนตัว ถ้าพูดผิดก็ถือว่าไม่ได้พูด”

“หึหึ นายพูดไม่ผิดหรอก ความหวังฉันยิ่งใหญ่นัก จะว่าไป ฉันก็ไม่เคยอยากเป็นเมียหลวงสักหน่อย”

เฉินเสี่ยวถงรู้สึกปวดใจ รู้แก่ใจว่าตัวเองไม่ได้หวังตำแหน่งเมียหลวง ขอแค่มีที่ว่างในใจหลี่โม่บ้างก็พอ

คางเหวินซิงไม่พูดอะไรอีก ขับรถเงียบๆ ไม่นานก็ถึงเมืองขายของโบราณ

ทั้งคู่ลงจากรถ คางเหวินซิงส่ายหน้าพูด“จะซื้อของที่น่าเชื่อถือหน่อย ต้องหาคนที่น่าเชื่อถือได้ ของโบราณพวกเนี่ยล้ำลึก แต่ฉันไม่รู้จักใครในนี้หรอกนะ”

“ฉันไม่สน ฉันต้องการหยกมังกรโบราณ แล้วเอาจำนวนนึงด้วย แต่ห้ามเอาของปลอมมาหลอกกันนะ”

มีชายวัยกลางคนสองคนเดินตัดหน้า ได้ยินคำพูดเฉินเสี่ยวถง จึงยิ้มและหยุดฝีเท้า

“สองท่านต้องการซื้อหยกมังกรเหรอ”

“ค่ะ รู้เส้นสายบ้างไหม ฉันต้องการของแท้”

เฉินเสี่ยวถงพูดตรงๆ

ชายวัยกลางคนดีใจ มองสำรวจคางเหวินซิงกับเฉินเสี่ยวถงโดยละเอียด

เห็นสองคนแต่งตัวเข้าที คาดว่าน่าจะเป็นศิษย์สำนักใหญ่ คงอยากหาของกำนัลผู้ใหญ่หรอกมั้ง

นี่เป็นเหยื่อติดกับของแท้ แค่แสดงให้เต็มที่ ก็คงฟันได้หลายเงินอยู่หรอก

ตอนนี้ของปลอมในวงการของโบราณมีมากกว่าของแท้ เถ้าแก่กี่คนล้วนโดนหลอกไม่เหลือคราบ พวกพ่อค้าของโบราณส่วนมากมักจะใช้กลโกงในการหลอกเงิน“หึหึ พอดีเลย ในมือผมมีหยกมังกรสมัยราชวงศ์หมิงอยู่ก้อนหนึ่ง อ๋องราชวงศ์หมิงเป็นคนเอามาเอง เป็นของแท้ชั้นเลิศแน่นอน ตามไปดูมั้ย”

“ไปดูน่ะได้ แต่ของพวกคุณเชื่อถือได้ไหมเนี่ย”

เฉินเสี่ยงถงถาม

“เชื่อได้แน่นอนขอรับ ผมขอแนะนำทั้งสองท่านก่อน ผมชื่อเถียนจินหมิง พวกเราเป็นรองนายกสมาคมสมาคมเก็บหยกโบราณเมืองฮ่านแห่งเมืองฮ่าน เป็นกรรมการของสมาคมหยกเมืองฉู่โจว ในเรื่องของโบราณพวกเราเป็นอันดับหนึ่งของเมืองฮ่าน”

ท่าทีงามสง่าของเถียนจินหมิงรวมกับการแนะนำตัวอย่างทางการ ทำให้เฉินเสี่ยวถงรู้สึกน่าเชื่อถือ“คางเหวินซิง นายว่าไง”

เฉินเสี่ยวถงถาม

“ฉันว่า ดูของก่อนเถอะ”

คางเหวินซิงก็แสดงความเห็นไม่ถูก รู้สึกว่าดูของก่อนค่อยว่ากัน แม้ว่าจะไม่เคยกินเนื้อหมู แต่ก็เคยเห็นหมูวิ่ง ในบ้านก็มีคนสะสมของโบราณอยู่ คางเหวินซิงก็เดินตามไปดู รู้สึกว่าตัวเองน่าจะแยกออกระหว่างของจริงกับของปลอม

เถียนจินหมิงเบ้ปากยิ้ม ผายมือเชิญ“พบกันเป็นบุญสัมพันธ์ ซื้อขายได้หรือไม่ค่อยว่ากันเถิด ถือว่าไปนั่งดื่มน้ำชาในร้านก็แล้วกัน”

เฉินเสี่ยวถงกับคางเหวินซิงเตรียมใจไว้แล้ว จึงเดินตามเถียนจินหมิงไปที่ร้าน

เมื่อเข้ามาที่ร้านเถียนจินหมิง เถียนจินหมิงเริ่มโม้ถึงของสะสม แล้วก็ชี้ชวนให้ดูชนิดหยกต่างๆ หยกแต่ละสมัยมีลักษณะที่ต่างกันออกไป

คางเหวินซิงกับเฉินเสี่ยวถงโดนเถียนจินหมิงเกลี้ยกล่อมยกใหญ่ พวกเขาได้แต่พยักหน้ารับ

เถียนจินหมิงเห็นว่าสุกงอมได้ที่ แววตาจึงเล็ดลอดยิ้มพรายออกมา หยิบหยกออกมาวางหน้าคนทั้งสอง

“สองท่านมาดู นี่เป็นหยกมังกรที่แกะสลักเป็นรูปแพะชั้นเลิศ ฝีมือละเอียดประณีต ลักษณะท่าทางราวมีชีวิต เป็นหยกแกะสลักระดับจักรพรรดิแน่นอน”

เฉินเสี่ยวถงหยิบหยกมังกรขาวสะอาดขึ้นดู ดูละเอียดเป็นนาน“ดูไม่ต่างกันนี่ เท่าไหร่ล่ะ”

“ราคาเดียว ห้าล้าน”

เถียนจินหมิงชูนิ้วทั้งห้าขึ้น

ในวงการของโบราณสามปีเปิดบิลที พอเปิดบิลก็กินไปอีกสามปี เถียนจินหมิงเตรียมฟันราคาอย่างโหด ไหนๆก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอลูกศิษย์สำนักคนรวยที่โง่ๆแบบนี้

Comment

Options

not work with dark mode
Reset