ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] – ตอนที่ 138: ติดหนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

บทที่ 138: ติดหนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ถึงแม้ว่าโครงสร้างของโรงงานจะถูกรื้อถอนไปแล้ว แต่ก็ยังมีเสาไฟสูงตั้งอยู่รอบ ๆ ที่ยังสามารถใช้งานได้ ทันทีที่พวกเขาเปิดมัน แสงไฟที่สองสว่างทำให้เกิดประกายระยิบระยับบนเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่อยู่โดยรอบ จนเกิดเป็นภาพอันสวยงาม

ฉินเย่สูดหายใจเข้าช้า ๆ เพื่อระงับความคาดหวังที่ลุกโชนอยู่ภายในใจ เลขาอู๋สังเกตเห็นความคาดหวังของฉินเย่ก็ยิ้มออกมา “ในการดำเนินงานก่อสร้าง สิ่งแรกที่จะต้องทำก็คือการเตรียมที่ดิน ดังนั้นอุปกรณ์ชิ้นแรกในพื้นที่มักจะเป็นรถขุด ซึ่งในตลาดตอนนี้จะแบ่งรถขุดออกเป็นสามเกรด ได้แก่แบรนด์จากต่างประเทศ แบรนด์ของผู้ร่วมทุน และแบรนด์ภายในประเทศ ลำดับที่ผมเอ่ยออกไปนั้นเรียงตั้งแต่อันดับแรกถึงอันดับสุดท้าย ไม่ใช่ในแง่ของคุณภาพ แต่เป็นในแง่ของราคา”

ในอดีต ฉินเย่ไม่ได้มีความสนใจเกี่ยวกับพวกเครื่องจักรและอุปกรณ์อะไรพวกนี้เลยสักนิด แต่ตอนนี้เขากลับกำลังฟังทุกอย่างด้วยความตั้งใจ และเลขาอู๋จะไม่สังเกตเห็นอาการของอีกฝ่ายได้อย่างไร? เขารีบอธิบายด้วยเสียงที่ดังมากกว่าเดิมทันที

“แม้ว่ามันจะมีข้อแตกต่างเพียงเล็กน้อยระหว่างแบรนด์ภายในประเทศ แต่อุตสาหกรรมเหล็กหลันเจียง อุตสาหกรรมหนักไท่โจว และอุตสาหกรรมหนักจ้าวนั้นมีคุณภาพมากที่สุด เพราะฉะนั้นโปรดวางใจได้เลยครับ พวกเราอยู่ในสายงานนี้ ดังนั้นพวกเราย่อมรู้ดีว่าแบรนด์ไหนดีและแบรนด์ไหนไม่ดี ส่วนเรื่องของราคาและชื่อเสียง คุณสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา”

ฉินเย่ฟังทั้งหมดอย่างตั้งใจ ถึงแม้เขาไม่คิดว่าซุนคังเหลียงจะกล้าหลอกเขา แต่เขาก็ยังต้องระมัดระวังและรอบคอบในขั้นตอนส่งมอบสินค้า เพราะไม่ว่าอย่างไรแล้ว…เขาก็เคยเห็นนักธุรกิจมามากแล้ว

ฉินเย่สงบใจลงแล้วในตอนนี้ เขามองไปรอบ ๆ ห้องที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์และวัสดุทั้งหมดพร้อมกับถามเสียงต่ำ “แล้วเรื่องราคาล่ะ?”

“แบรนด์ต่างประเทศจะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 1.3 – 1.4 ล้านหรือมากกว่านั้นครับ แบรนด์ของผู้ร่วมทุนเกรดดีก็มีราคาสูงถึง 8 – 9 แสนเช่นกัน แต่แบรนด์ภายในประเทศนั้นถูกกว่ากันมากครับ พวกเราซื้อสินค้ามือสองมาจากอุตสาหกรรมเหล็กหลันเจียง” เลขาอู๋ยิ้มพร้อมกับชี้ไปที่หญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังของตน “เธอเป็นตัวแทนขายจากอุตสาหกรรมเหล็กหลันเจียงครับ และก็นำพวกข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับรถขุดมาด้วย คุณสามารถขอดูข้อมูลจากเธอได้ตามต้องการเลยครับ”

ฉินเย่รับเอกสารข้อมูลมาจากอีกฝ่ายและดูมันอย่างละเอียด

“หมายเลขรุ่น: EC140B. รุ่นเครื่องยนต์: D4D, EAE1, ประเทศจีน D4D, EAE2, ยูโซเนียเหนือ D4D, EBE2, ประเทศญี่ปุ่น… รูปแบบการส่ง: M2X63-CHB จำนวนล้อที่รองรับ: 14 รางเชื่อม: 45 นอต 41 นอต…”

ค่อนข้างเป็นมืออาชีพ

น่าเสียดายที่เขายังติดอยู่เรื่องหนึ่ง

แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นแบบนั้น มันก็มีเวลาที่คุณจำเป็นจะต้องแสร้งทำความเข้าใจในบางสิ่งแม้ว่าคุณจะไม่เข้าใจอะไรเลยก็ตาม…และตัวแทนขายทั้งหมดก็มองไปยังลูกค้าที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขาด้วยสายตาอย่างรู้ทันและแสร้งให้คำชมอย่างไม่จริงใจนัก

บริการที่ให้นั้นรอบด้านอย่างไม่ต้องสงสัย

ฉินเย่ยังคงอ่านเอกสารในมือจนสุด จนกระทั่งเขาเห็นข้อมูลบรรทัดสุดท้ายที่สะดุดตาเป็นพิเศษ

“ราคารวม: 580,000 หยวน”

ฉินเย่ชะงักและตกตะลึงเป็นอย่างมาก “เท่าไหร่นะ?”

580,000 หยวนสำหรับรถขุดของแบรนด์ภายในประเทศอย่างนั้นเหรอ?!

ถ้าอย่างนั้นเงินสองล้านหยวนที่เขามี…ไม่สิ ไม่ใช่ว่านี้เป็นจำนวนเงินมหาศาลเลยหรือไง?

คุณกำลังเข้าใจผิดความหมายของคำว่า ‘ถูกกว่ามาก’ หรือเปล่า? ทำไมผมถึงรู้สึกว่า…ผมไม่มีค่าพอที่จะเข้าไปในเขตพื้นที่ก่อสร้างกัน?

“ราคา 580,000 หยวนครับ” เลขาอู๋หยิบโทรศัพท์ของเขาออกมาและส่งให้ฉินเย่ดูใบเสร็จรับเงินของรายการของทั้งหมดพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า “คำขอที่คุณเอ่ยกับคุณซุนคือหาวัสดุก่อสร้างจำนวนมาก รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องจักรจำนวนเล็กน้อย หากคุณซื้อเครื่องจักรมือหนึ่ง คุณภาพสูง ผมเกรงว่าคุณจะสามารถซื้อเครื่องจักรได้เพียงสามเครื่องเท่านั้น หัวหน้าซุนจึงคัดสรรอุปกรณ์มือสองที่ไม่ได้ใช้งานมาเป็นเวลานานให้กับคุณ และราคาทั้งหมดของมันก็ยังสูงถึง 4.8 ล้านหยวน คุณลองดูสิครับ”

ฉินเย่รับโทรศัพท์มาจากเลขาอู๋และอ่านดูทุกอย่างอย่างถี่ถ้วน หล้งจากผ่านไปครู่หนึ่ง พร้อมกับหางตาที่กระตุกไม่หยุด ฉินเย่ก็ถามขึ้นว่า “แล้ว… 2.8 ล้านล่ะ….”

“หัวหน้าซุนบอกว่าคุณสามารถถือได้ว่ามันเป็นเงินกู้ส่วนบุคคลที่คุณยืมในนามของเขาก็ได้ครับ เงินก้อนนี้จะถูกจ่ายโดยใช้บัญชีบริษัทพี่เขยของเขา และมันก็คงไม่มีปัญหาอะไรหากคุณสามารถจ่ายทั้งหมดได้ภายในสี่ปี โดยไม่มีดอกเบี้ยใด ๆ ถือเสียว่าเป็นน้ำใจของหัวหน้าซุนก็ได้ครับ” เลขาอู๋เอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง ๆ

ฉินเย่: “ฮ่า ๆๆๆๆ…”

ยังมีหน้ามาพูดว่าเป็นน้ำใจอีกนะ….

ถ้าเป็นน้ำใจจริง ๆ ทำไมไม่ลบไอ้ตัวเลขพวกนี้ออกไปทั้งหมดเลยล่ะ?

ตอนนี้พวกเรากำลังพูดถึงเงินมูลค่า 2.8 ล้านหยวน…มันไม่ได้เป็นจำนวนเงินที่มากมายเลยสำหรับบริษัทรับเหมาก่อสร้าง…บางทีนี้อาจจะไม่สามารถใช้สร้างห้องน้ำสาธารณะได้เลยด้วยซ้ำ แต่…สำหรับคนอย่างเขาที่เคยพยายามดิ้นรนกับธุรกิจโลงศพที่ต่ำต้อยมากหลายเดือนที่ผ่านมา เขาจะสามารถจ่ายเงินมากขนาดในระยะเวลาเพียงสี่ปีได้อย่างไรกัน?!

เฮ้อ…ความดีและความชั่วจะได้รับการตอบแทนอย่างสาสม หากไม่เชื่อก็ลองเงยหน้าดูสิว่าสวรรค์เคยละเว้นผู้ใดบ้าง…

“คุณฉินมีคำถามอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าครับ?” เลขาอู๋สังเกตเห็นทันทีว่าสีหน้าของฉินเย่ในเวลานี้นั้นดูแปลกไป ไม่สิ…มันไม่ได้แค่แปลก แต่สีหน้าของคนตรงหน้าในตอนนี้เปลี่ยนจากแดงที่สดใสเป็นซีดเผือด จากนั้นก็เข้มขึ้นและน่ากลัว ด้วยเหตุนี้ เขาจึงถามขึ้นอย่างเป็นกังวล

“ไม่มีอะไร…เดี๋ยวผมขอเดินไปดูอะไรอีกสักครู่ เดี๋ยวผมกลับมา” ฉินเย่ถือโทรศัพท์ของเลขาอู๋เอาไว้แน่นและเดินไปที่ด้านข้างรถขุด จากนั้นก็กัดฟันแน่นและเตะไปที่ยางของรถขุดสองสามครั้ง – ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง!

เวรเอ๊ย!

นายนี่มันตัวดูดความซวยเข้าตัวแท้ ๆ เลย!

อยากมีชีวิตที่เรียบง่าย และมีอิสระก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมนายจะถึงต้องเรื่องใส่ตัวแบบนี้ด้วย?! แถมก่อนหน้านี้นายก็มีหนี้ค้างอยู่แล้ว 2.8 ล้านหยวน! ให้ตายเถอะ…นี่นายกำลังถูกเจ้าหนี้ต้อนจนจนมุมแล้วนะฉินเย่….

“คุณฉินครับ?” เงาของเลขาอู๋ปรากฏขึ้นที่ปลายทางเดินระหว่างเครื่องยนต์ขณะที่ถามอย่างเป็นกังวลว่า “ทุกอย่างปกติดีหรือเปล่าครับ? เมื่อครู่นี้พวกเราได้ยินเสียงแปลก ๆ…”

ฉินเย่ตอบกลับไปด้วยเสียงสบาย ๆ ว่า “ผมปกติดี ถ้าหากมีอะไรเกิดขึ้นผมจะเรียกคุณทันที”

จากนั้น ทันทีที่เลขาอู๋หมุนตัวและเดินกลับไป เด็กหนุ่มก็ยกมือกุมเข้าที่อกอีกครั้ง

อ่า เจ็บชะมัด….ให้ตายเถอะ…ความรู้สึกเหมือนถูกเข็มทิ่มพวกนี้มันมาจากไหนกัน?

“ปฏิเสธไปดีหรือเปล่านะ?” เขานวดขมับของตัวเองพร้อมกับคิดออกมาเสียงดัง

ทว่าเขาก็ต้องถอนหายใจออกมาทันทีที่พูดคำพูดเหล่านั้นออกไป

เมื่อพิจารณาทุกอย่างแล้ว เงินกู้แบบปลอดดอกเบี้ยก็นับว่าเป็นประโยชน์กับเขามาก และแม้ว่าอุปกรณ์และเครื่องจักรพวกนี้จะไม่ได้มีค่ามากไปกว่าหยดน้ำในมหาสมุทรของขนาดพื้นที่ทั้งหมดของนรก แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริงที่ว่าตอนนี้นรกกำลังสิ้นเนื้อประดาตัว และอุปกรณ์กับเครื่องจักรทั้งหมดนี้ก็ได้รับความช่วยเหลือในยามยากลำบาก ดังนั้นมันจึงไม่มีทางที่ฉินเย่จะสามารถปฏิเสธสิ่งนี้ได้

ในขณะเดียวกัน กลับไปที่ห้องพักของฉินเย่ กระจกโบราณกลิ้งไปมาอย่างเบื่อหน่ายและพึมพำขึ้นว่า “หืม? ข้าสัมผัสได้ว่ามียมทูตไม่ทำตามข้อตกลงระหว่างยมโลกและแดนมนุษย์ กระจกบานนี้ควรจะทำอะไรสักอย่างหรือไม่?”

ด้วยหนี้จำนวน 2.8 ล้านที่ยังคงค้างอยู่ในความคิด ฉินเย่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะอ่านใบเสร็จอย่างละเอียด

“นี่คือรถเกลี่ยดินครับ” เลขาอู๋เดินมาหยุดอยู่ด้านข้างของฉินเย่และอธิบาย “โดยทั่วไปแล้วจะใช้งานร่วมกับรถขุดเพื่อทำให้งานส่วนแรกเสร็จสมบูรณ์ รถขุดจะลงพื้นที่ก่อน จากนั้นรถเกลี่ยดินก็จะเข้าไปเก็บเศษดินและเศษซากที่รถขุดได้ขุดเอาไว้ นี่เป็นสิ่งที่เราเลือกมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ มันมีประสิทธิภาพมากกว่ารถเกลี่ยดินอื่น ๆ มาก เนื่องจากมีระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติและยังมีระบบติดตามอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดที่คุณต้องทำมีเพียงขนเศษดินและสิ่งสกปรกทั้งหมดใส่รถดั้ม และส่งรถดั้มพวกนั้นไปยังจุดทิ้งขยะเท่านั้น รถแต่ละคันจะถูกแบ่งออกตามรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกันออกไป หากคุณต้องการทั้งหมด มันจะมีราคาประมาณ 8-9 ล้านหยวน ดังนั้นพวกเราจึงเลือกเฉพาะสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น”

“ส่วนตรงนี้เป็นปั้นจั่นครับ ปกติจะรู้จักกันในชื่อของทาวเวอร์เครน นอกจากนี้มันยังเป็นทั้งรูปแบบที่สร้างขึ้นมาเอง รูปแบบเสากระโดงและรูปแบบเครื่องจับหรือหนีบ ทาวเวอร์เครนทั่วไปมาตรฐานเป็นแบบที่ใช้ในงานก่อสร้างมากที่สุด หรือเรียกอีกอย่างว่างานทดสอบรถกระเช้า ปั้นจั่นที่ใช้ในโรงงานจะมีราคาไม่เกิน 20,000 หยวน แต่พวกที่สามารถใช้ในงานก่อสร้างอาคารที่สูงมากกว่า 30 ชั้น….”

ฉินเย่ฟังทั้งหมดอย่างหวาดหวั่น โชคดีที่เลขาอู๋ไม่ได้เอ่ยเรื่องราคาต่อ ดังนั้นเขาจึงยังสามารถสงบใจลงและฟังทุกอย่างต่อได้

“นี่คือรุ่น T5013 ครับ มันมีกลไกชักรอกสามตัน 63 Luffing และกลไกการแกว่ง RCV มันมีความสูง 20 เมตร และทำงานโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของชไนเดอร์ที่นำเข้ามา นี่เป็นสินค้าภายใต้แบรนด์ของอุตสาหกรรมหนักจ้าว และเป็นรุ่นที่ดีที่สุด และมันก็ยังเป็นสินค้ามือสองที่อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ บริษัทเล็ก ๆ บางแห่งในอุตสาหกรรมนี้ไม่สามารถรักษาความปลอดภัยให้กับโครงการอื่น ๆ ได้ หลังจากที่เสร็จสิ้นโครงการก่อนหน้านี้ พวกเขาถูกบังคับให้ปล่อยเช่าเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อช่วยให้กิจการของพวกเขาไปต่อได้ พวกเราจึงใช้โอกาสนี้ในการซื้อปั้นจั่นพวกนี้มาจากพวกเขาครับ”

ฉินเย่ไม่รู้ว่าเขาควรจะมีปฏิกิริยาอย่างไรดี

เขาเองก็อยากจะเช่าอุปกรณ์และเครื่องจักรเหล่านี้เช่นกัน…

แต่หากเขาจะย้ายพวกมันไปยังนรก ทั้งหมดนี้จะต้องถูกเผา! แล้วเขาจะคืนพวกมันหลังจากที่ใช้งานเสร็จได้อย่างไร?!

“นี่คือรถบดถนน ใช้ในการยกระดับพื้นดินสำหรับงานวางรากฐาน….ส่วนนี่คือเครื่องตอกเสาเข็ม…ทั้งหมดนี้เพียงอุปกรณ์อย่างเดียวก็มีมูลค่ามากกว่าสองล้านแล้วครับ” ครึ่งชั่วโมงต่อมา ในที่สุดเลขาอู๋ก็อธิบายข้อมูลทุกอย่างจนหมด เขาเดินไปหยุดลงตรงข้าง ๆ กองวัสดุและเอ่ยต่อว่า

“นี่คือแท่งเหล็กขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เซนติเมตร พวกเราได้ทำการทดสอบแรงดึงและทดสอบการดัดเย็นแล้วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ของทั้งหมดนี้มาจากบริษัทเดียวกัน เตาเผาเดียวกัน ชนิดเดียวกัน ขนาดเดียวกัน และล็อตเดียวกันครับ”

จากนั้นเขาก็พูดคุยรายละเอียดเรื่องราคาอีกครั้ง ภายในหัวของฉินเย่มึนงงไปชั่วขณะจากได้ยินตัวเลขทั้งหมด

“ราคาของลวดขนาด 6.5-10 คือตันละ 3,540 หยวน ลวดขนาด 12-14 มือสองราคาตันละ 3,590 หยวน และลวดขนาด 16 มือสองราคาตันละ 3,560 หยวน….คุณสามารถตรวจสอบรายละเอียดพวกนี้ได้ทั้งหมด รวมแล้วมีทั้งสิ้น 60 ตัน หากคุณฉินต้องการจะตรวจสอบสินค้าอย่างละเอียด ทางเราได้นำอุปกรณ์ตรวจสอบและผู้เชี่ยวชาญของเรามาด้วย”

“ไม่จำเป็น” ฉินเย่ส่ายศีรษะ เรื่องพวกนี้มีเพียงผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นที่เข้าใจ

“มันยังมีตัวอย่างไม้และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอยู่ด้านข้างด้วย ไม่ทราบว่าคุณฉินอยากจะดูข้อมูลพวกนี้หรือเปล่าครับ?”

ฉินเย่คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะปฏิเสธไป นรกในตอนนี้มีไม้เต็มไปหมด และทั้งหมดที่เขาต้องการก็คือเลื่อยและอุปกรณ์แปรรูปไม้ชนิดอื่น ๆ

เลขาอู๋นำเอกสารปึกหนึ่งมาให้เขา และฉินเย่ก็อ่านข้อมูลทั้งหมดไปกว่า 20 นาทีก่อนจะเซ็นชื่อของตัวเองลงไปในเอกสารเหล่านี้ในที่สุด ขณะที่เขาคืนเอกสารให้กับเลขาอู๋ เด็กหนุ่มก็เอ่ยขึ้นว่า “บอกซุนคังเหลียงว่าหากเขาต้องเจออะไรแปลกประหลาดในอนาคต เขาสามารถติดต่อผมมาโดยตรงได้เลย เขารู้ดีว่าผมหมายถึงอะไร”

“ขอบคุณครับคุณฉิน” ถึงแม้เลขาอู๋จะไม่เข้าใจว่าประโยคดังกล่าวหมายถึงอะไร แต่เขาก็ยังยิ้มอย่างจริงใจและพยักหน้าให้กับฉินเย่ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องพร้อมกับตัวแทนและผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ

ในที่สุดคนทั้งหมดก็จากไป เขาสามารถใช้ที่นี่ได้เป็นเวลาสองวัน ฉินเย่นั่งอยู่ในที่นั่งควบคุมของรถขุดและถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ขณะที่จ้องมองท้องฟ้ายามค่ำคืน

ทั้งหมดมันแพงเกินไป…

ดูเหมือนว่าการก่อสร้างในครั้งนี้ เขาจะต้องกู้ไปด้วยและก็ทำงานจริง ๆ แล้ว นี้เพิ่งจะมีของกี่อย่างเอง? นี่ถ้าเอาไปสร้างไว้มั่ว ๆ สักที่หนึ่ง เกรงว่าอาจจะไม่สามารถสร้างชั้นแรกเสร็จเลยด้วยซ้ำ ประสิทธิภาพก็คงจะต่ำอย่างไม่น่าเชื่อด้วยสภาพอุปกรณ์ของเขาในตอนนี้ และทั้งหมดนี้ก็ยังใช้เงินถึงสองสามล้าน แต่ซุนคังเหลียงก็รู้ดีว่าเขาไม่ค่อยมีเงิน อีกฝ่ายจึงเลือกที่จะจัดหาสินค้ามือสองมาให้แทน

ฉินเย่ไม่กล้าถามเลขาอู๋ด้วยซ้ำว่าการสร้างย่านที่อยู่อาศัยย่านหนึ่งจากความว่างเปล่านั้นใช้เงินทั้งหมดเท่าไหร่

แล้ว…การสร้างยมโลกขึ้นมาใหม่ต้องใช้เงินมากเท่าไหร่กัน?

ฉินเย่จ้าวนรกที่ยากจนที่สุดในประวัติศาสตร์ ไม่กล้าที่จะคิดถึงเรื่องพวกนี้เลยสักนิด

“เราจะต้องหาจุดเชื่อมต่อให้ได้เร็วที่สุด” เขาขมวดคิ้วยุ่ง ลุกขึ้นยืนและเดินไปรอบ ๆ “ระบบการเงินของนรกยังไม่ถูกพัฒนาขึ้นมา แต่ในอนาคตมันจะต้องมีจุดที่เศรษฐกิจของยมโลกและโลกมนุษย์มีการพึ่งพาซึ่งกันและกันแน่ ๆ ไม่เช่นกัน…เขาจะต้องใช้เวลานานเพียงใดกันกว่าจะสามารถหาเงินพันล้านได้ด้วยตัวเอง จนสามารถใช้เป็นเงินทุนในการก่อตั้งนรกขึ้นมาใหม่ได้?”

“ทางที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องนี้ก็คือการแลกเปลี่ยนสินค้าพิเศษของนรกในแดนมนุษย์ แต่…ข้าคงต้องคุยเรื่องนี้กับอาร์ทิสทีหลัง ตอนนี้หลาย ๆ อย่างยังไม่เรียบร้อยนัก…แต่ก่อนหน้านี้นางก็ไม่เคยพูดเรื่องอะไรพวกนี้เลยเหมือนกัน ดูเหมือนว่านางจะรู้แค่วิธีกินดื่มและขับถ่ายเท่านั้น นางอาจจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับระบบการเงินในยมโลกเลยก็เป็นได้…”

อาร์ทิสที่กำลังนั่งดูซีรีส์อยู่ขมวดคิ้ว จู่ ๆ นางก็รู้สึกเหมือนว่ามีใครบางคนกำลังว่าร้ายนางจากที่ไกล ๆ…

ฉินเย่ไม่ได้แปะยันต์ลงไปบนเครื่องจักรทั้งหมดทันที ก่อนหน้านี้เขาได้ตรวจสอบมาว่าการเผาสินค้าด้วยยันต์นั้นให้ผลที่แตกต่างจากการเผาทั่วไปอย่างสิ้นเชิง จะไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นว่ามันเกิดอะไรขึ้น แม้ว่าที่นี่จะเป็นบริเวณนอกชานเมือง แต่มันก็ย่อมเป็นการดีกว่าที่จะต้องระมัดระวังตัวเอาไว้ก่อน

เมื่อนาฬิกาตีบอกเวลาตีสี่ ในที่สุดเด็กหนุ่มก็แปะยันต์ลงไปบนเครื่องมือและเครื่องจักรทั้งหมด หลังจากห่อหุ้มยันต์ทุกแผ่นด้วยพลังหยินของเขา ทุกอย่างก็เริ่มเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่านและเปลี่ยนเป็นสีดำอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะไม่ปรากฏเปลวไฟหรือแสงใด ๆ เลยก็ตาม

ไม่มีแม้กระทั่งกลิ่นของการเผาไม้ด้วยซ้ำ…แทบจะเหมือนกับว่าทุกอย่างได้กลายเป็นกระดาษแผ่นเล็ก ๆ เท่านั้น หลังจากผ่านไปเพียงสิบนาที เครื่องจักร อุปกรณ์ และวัสดุก่อสร้างทั้งหมดที่เคยถูกวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบก็กลายเป็นเพียงเถ้ากระดาษสีดำและสลายไปในท้องฟ้ายามค่ำคืน

“ในที่สุดทุกอย่างก็เรียบร้อยสักที” หลังจากที่เคร่งเครียดมานานหลายวัน ในที่สุดเขาก็สามารถผ่อนคลายจิตใจและร่างกายของตัวเองได้ เด็กหนุ่มมองไปยังเศษเถ้ากระดาษที่ลอยอยู่ในอากาศด้วยสายตาจริงจัง และเขาก็หลับตาลงพร้อมกับถอนหายใจออกมาอย่างหนักอีกครั้ง

ทุกอย่างพร้อมแล้ว

เรือพร้อมที่จะออกแล่น

และสายลมตะวันออกก็กำลังพัดมา

ทั้งหมดที่เขาต้องการในตอนนี้ก็คือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่เป็นผลงานออกเป็นของแผนกออกแบบ และเขตพื้นที่ก่อสร้างในนรก…การเริ่มงานก่อสร้างในนรกก็จะกลายเป็นสิ่งที่เขาทนสร้างขึ้นมาจากความยากจน!

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]

ฉินเย่เด็กหนุ่มมัธยมปลายที่ไม่มีวันแก่ เพราะกิน “เห็ดเทียนสุ่ย” เข้าไปทำให้มีชีวิตอยู่ระหว่างสองโลก เป้าหมายในชีวิตของเขาเพียงต้องการมีชีวิตเล่นเกมอยู่ไปวัน ๆ เท่านั้น แต่ดูเหมือนนรกจะไม่ได้ยินเสียงเรียกร้องของเขา เมื่อนรกถึงกาลอวสาน ผีร้ายออกอาละวาดบนโลกมนุษย์ ทำให้ฉินเย่ที่เป็นยมทูตคนสุดท้ายต้องรับหน้าที่จ้าวนรกเพื่อพิทักษ์โลกใบนี้!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset