ซุปเปอร์มหาเศรษฐีหน้าใหม่ – ตอนที่ 335

บทที่ 335

จางหัวปินพูดว่าต้องมีชีวิตรอดถึงวันพรุ่งนี้ ตอนนี้ยังเป็นตอนกลางคืน งั้นคนพวกนั้น จะต้องมาฆ่าตัวเองอีกแน่นอน

นั่งไปสักครู่หนึ่ง เฉินอ้าวเจียวลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ ในห้องเหลือแค่สวีลั่งและไป๋ยี่เฟยสองคน

วางแก้วเหล้าลง จู่ๆไป๋ยี่เฟยก็ถามขึ้นมาว่า”ทำไมคุณไม่ฆ่าฉันแล้ว?”

สวีลั่งมองไปที่ไป๋ยี่เฟยเหมือนมองคนโง่”โง่เกินไป”

และเวลานี้ ไป๋ยี่เฟยเปลี่ยนเรื่องทันที”คุณรู้จักเหลยRไหม?”

พอพูดเสร็จ สวีลั่งก็หันกลับมาอย่างแรง ต้องไปดูไป๋ยี่เฟย

ไป๋ยี่เฟยก็มองไปที่สวีลั่ง”คนที่มาฆ่าฉันในวันนี้ก็คือฆาตกรของเหลยR”

ดวงตาของสวีลั่งมืดลง”ดังนั้น คุณสงสัยฉัน?”

แม้ว่าเป็นประโยคคำถาม แต่เป็นเสียงที่แน่วแน่

ไป๋ยี่เฟยก็ไม่ท้อถอยใดๆ”ฉันแค่อยากรู้ความจริง อยากรู้ว่าฉันเชื่อคนผิดหรือเปล่า”

สวีลั่งถามอย่างจริงจัง”นี่ก็คือเหตุที่คุณมาสงสัยฉันหรือ?”

ไป๋ยี่เฟยก็ไม่รู้ว่าพูดยังไงดี ถ้าพูดจากความสัมพันธ์ระหว่างกัน เขาก็ไม่ควรไปสงสัยสวีลั่ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในเมื่อที่มีเบาะแสแล้ว ในฐานะที่เป็นคนปกติ ล้วนจะไปสงสัยโดยจิตใต้สำนึก

ไม่ ถ้าพูดอย่างชัดเจนแล้ว เป็นความกังวลและผิดหวัง

ถ้าเกิดว่าเป็นแค่คนที่ไม่รู้จัก หรือว่ารู้จักแต่ความสัมพันธ์แค่ธรรมดาเอง แล้วมาปฏิบัติเช่นนี้ต่อตัวเอง งั้นตัวเองจะไม่มีความรู้สึกที่ถูกหักหลังและผิดหวังแม้แต่นิด

แต่ถ้าเป็นคนที่ตัวเองเชื่อถือ ความรู้สึกที่ถูกหักหลังนั้น ราวกับถูกคนแทงเข้ามาจากด้านหลัง เกือบจะหายใจไม่ออก

ไป๋ยี่เฟยไม่อยาก เพราะว่าเขาใช้ความจริงใจต่อเขา ดังนั้นหวังว่าเขาจะใช้ความจริงใจต่อตัวเองด้วย

“งั้นคุณบอกกับฉันมา ผู้นำขององค์กรนี้เป็นคุณหรือ?”ไป๋ยี่เฟยถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ

สวีลั่งเอ่ยเสียงเย็นชาออกมา”คุณรู้แล้วไม่ใช่หรือ ยังมาถามฉันทำไม?และอีกอย่างหนึ่ง คุณไม่เชื่อฉัน ฉันพูดแล้ว มันมีประโยชน์หรือ?”

“ขอให้แต่คุณพูด ฉันก็เชื่อ”

ทันใดนั้น ทั้งสองคนก็ตกในความเงียบ อุณหภูมิในห้องเหมือนลดลงถึงศูนย์องศา

ไม่ทราบว่าผ่านไปนานแค่ไหน สวีลั่งพูดขึ้นมาก่อน”ฉันเป็นคนก่อตั้งเหลยR และก็เป็นผู้นำของเหลยRด้วย แต่ ฉันทำแค่สองปีเองก็จากไปแล้ว เพราะว่าฉันไม่เหมาะที่จะเป็นผู้นำ”

“ไม่มีคำว่าเหมาะหรือไม่เหมาะ มีแต่อยากหรือไม่อยาก”ไป๋ยี่เฟยพูดย่างราบเรียบ ไม่มีใครเกิดมาก็เหมาะกับการเป็นผู้นำ ขอให้แค่คุณอยาก ก็มีหลายวิธีสามารถผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆได้

สวีลั่งไม่ได้ตอบว่ามันถูกหรือผิด”ฉันไม่อยาก”

นิสัยของเขาก็เป็นเช่นนี้ ไม่ชอบพูด ไม่ชอบสัมผัสกับคนอื่น อยู่กันคนเดียวจนคุ้นเคยแล้ว ดังนั้นไม่อยากเป็นผู้นำ

ไป๋ยี่เฟยก็เข้าใจได้ นิสัยอย่างสวีลั่ง ถ้าเป็นผู้นำ นั้นคง……ยากที่จะบรรยาย

แต่สวีลั่งพูดเช่นนี้ นั้นก็หมายความว่าไม่ใช่คำสั่งของสวีลั่ง แล้วทำไมถึงได้ข่าวมาว่าเป็นคำสั่งของสวีลั่งล่ะ?

เจตนา?หรือว่า……

ไป๋ยี่เฟยไม่ได้คิดลึกลงไป ได้กล่าวคำขอโทษ”ขอโทษด้วย”

“ฉันไม่ยอมรับคำขอโทษของคุณ”สวีลั่งเอ่ยเสียงเย็นชาออกมา”คุณสงสัยฉัน”

“ไม่ พี่น้อง……”ไป๋ยี่เฟยใจร้อนขึ้นมา”ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นจริงๆ ถ้าฉันสงสัยคุณ คงไม่ถามออกมาโดยตรงหรอก จะต้อง…….”

คำพูดนี้ไม่ได้พูดลงไปอีก แต่ทั้งสองคนล้วนรู้ว่ามันมีความหมายอะไร

สวีลั่งจ้องมองไป๋ยี่เฟยตรงๆ”คุณกล้ามาบอกว่าคุณไม่ได้สงสัยฉัน แม้แต่สักวินาที?”

ไป๋ยี่เฟยจนคำพูด

เคยมีสักพักหนึ่ง ก็คือในเมื่อที่เพิ่งรู้ข่าวนี้ หลังจากตกใจไปแล้วเขามีความสงสัยสักครู่หนึ่ง นี้เป็นธรรมชาติของมนุษย์ แต่ไม่นานเขาก็สงบลงมา ไม่ได้สงสัยสวีลั่งอีกแล้ว

สวีลั่งเห็นท่าทีของไป๋ยี่เฟย ก้มลงและพูดว่า”คุณก็คือสงสัยฉันนั่นแหละ”

แม่งเอ๋ย ไอ้สวีลั่งนี่มันสมองไม่คิดเลย ยึดแต่หลักของตัวเอง

ไป๋ยี่เฟยโกรธจนลุกขึ้นมา”นั้นฉันขอโทษให้คุณได้ไหมล่ะ?ความผิดของฉันเอง ฉันเหยียบย่ำหัวใจที่จริงใจของคุณ ฉันนี่จิตใจเหี้ยมโหดเยี่ยงหมาป่า ฉันขอโทษคุณ ฉัน……”

ประตูของห้องวีไอพีถูกเปิดออก เฉินอ้าวเจียวที่เต็มไปด้วยความมึนงงยืนอยู่ตรงนั้น

ไป๋ยี่เฟยและสวีลั่งหันไปมองเขาพร้อมกัน

“เป็นไร?”ไป๋ยี่เฟยถาม

เฉินอ้าวเจียวมองไปดูไป๋ยี่เฟย และมองไปดูสวีลั่งอีก สายตานั้น ยากที่จะอธิบาย ก่อนอื่นเป็นการตกใจก่อน จากนั้นกลายเป็นว่าเข้าใจ สุดท้ายกลายเป็นเยาะเย้ย

“ไม่ คุณเข้าใจอะไรผิดใช่ไหม?”ไป๋ยี่เฟยมองแล้วก็รู้ว่าเขาจะต้องเข้าใจผิดอะไรแน่นอน ไม่ใช่ว่าเป็นการเห็นพวกเขาทะเลาะกัน

เฉินอ้าวเจียวส่ายหน้า”ไม่ ฉันไม่ได้เข้าใจผิด แต่มีความประหลาดใจหน่อยนึง”

อะไรกันเนี่ย?

ประหลาดใจ?การทะเลาะกันยังต้องมาประหลาดใจหรือ?

คำพูดต่อมา ทำให้ไป๋ยี่เฟยและสวีลั่งรู้ว่าทำไมเขาถึงประหลาดใจ และหน้าก็มืดทึบอย่างสิ้นเชิง

“ที่จริงแล้วพวกคุณเล่นเก่งขนาดนี้นี่ว่ะ!”เฉินอ้าวเจียวทำสีหน้าที่สื่อความหมายว่าฉันสามารถยอมรับได้”พวกคุณไม่ต้องห่วง ฉันไม่ดูถูกพวกคุณหรอก แต่ว่า ถ้าพวกคุณมีความเข้าใจผิดอะไร รีบๆพูดให้มันรู้เรื่อง เพราะยังไงแล้ว ผู้ชายสองคนมาอยู่ร่วมกัน ไม่ง่ายเลยนะ”

เฉินอ้าวเจียวเพิ่งเข้ามาในประตูก็ได้ยินไป๋ยี่เฟยและสวีลั่งทะเลาะกัน พอดีว่าคำพูดที่ป๋ายี่เฟยกล่าวมานั้น เหมาะที่จะใช้ในสถานการณ์บางอย่าง ทำให้คนไม่คิดมากไปก็คงไม่ได้!

ไป๋ยี่เฟยโกรธก็ไม่ใช่ ไม่โกรธก็ไม่ใช่ ในที่สุดเดินจากไป”ฉันออกไปเงียบก่อน”

“ปัง!”

ประตูปิดแล้ว

เฉินอ้าวเจียวมีความอับอายเล็กน้อย หันไปมองสวีลั่ง”พี่น้อง เมื่อกี้พวกคุณเป็นอะไร?”

“อย่ามายุ่ง!”สวีลั่งเอ่ยเสียงเย็นชาออกมา และก็ออกไป

ไป๋ยี่เฟยยืนอยู่บนทางเดินชั้นสองสักครู่หนึ่ง เมื่อเห็นสวีลั่งออกมา ก็อึ้งไปสักครู่หนึ่ง”คุณมีคนที่ชอบไหม?ควรหาผู้หญิงสักคนแล้ว”

“คุณอยู่คนเดียว ก็เลยไม่มีใครห่วงเรื่องแต่งงานของคุณ แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว คุณมีพวกเราไง ดังนั้น เรื่องนี้ควรพิจารณาให้ดี”

“ไม่ต้องมาพูดว่าต้องการหรือไม่ต้องการ มนุษย์เรา ยังไงก็ควรหาคู่มาอยู่ด้วย อย่างนี้ถึงไม่เหงา”

พอพูดเสร็จ ไป๋ยี่เฟยไม่ให้สวีลั่งมีโอกาสที่ได้พูด หันหน้าโดยตรง เตรียมที่จะลงตึกไปดู

ซุปเปอร์มหาเศรษฐีหน้าใหม่

ซุปเปอร์มหาเศรษฐีหน้าใหม่

ลูกเขยแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิงที่ถูกคนอื่นหัวเราะเยาะ ตัวตนที่แท้จริงของเขาคือ……

Comment

Options

not work with dark mode
Reset