ซุปเปอร์มหาเศรษฐีหน้าใหม่ – ตอนที่ 80

บทที่ 80

จากนั้นคำพูดของไป๋ยี่เฟย ทำให้เขาและคนอื่นๆตกตะลึง

“หลิ่วจาวเฟิง บริษัทแกกำลังจะเจ๊งแล้วไม่ใช่เหรอ?”ไป๋ยี่เฟยพูดอ้อยอิ่ง

“แกรู้ได้ยังไง?ฝีมือแกงั้นเหรอ?”หลิ่วจาวเฟิงถาม พลางคิดแล้วส่ายหน้า:“ไม่!เป็นไปไม่ได้!แกไม่มีทางทำได้!”

“ใคร?แกไปฟังใครพูดมา?”

คำพูดของหลิ่วจาวเฟิงถามแทนสิ่งที่ทุกคนคิด ทุกคนไม่เชื่อว่าไป๋ยี่เฟยเป็นคนทำ แค่คิดว่าไป๋ยี่เฟยได้ข่าวอะไรมา

แต่ถ้ากลับไปคิดทบทวน เรื่องแบบนี้นอกจากคนทั้งสองฝ่ายก็ไม่อาจมีคนอื่นรู้ ไป๋ยี่เฟยรู้งั้นก็แปลว่า……

หลิ่วหลงพูดเสียงขรึม:“พูดมา!ใครอยู่เบื้องหลังแก?โหวจวี๋กรุ๊ป?”

ทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็มีปฏิกิริยา ใช่!ไป๋ยี่เฟยต้องมีคนอยู่เบื้องหลังแน่ๆ!แต่โหวจวี๋กรุ๊ปอยากจัดการหลิ่วซื่อ?นี่มันไม่ค่อยเป็นไปได้?

ไป๋ยี่เฟยมองหลิ่วหลง ไม่ได้ตอบเขาว่าใช่โหวจวี๋กรุ๊ปหรือไม่ แต่ถามขึ้น:“แกรู้ไหมว่าเพราะอะไร?”

หลิ่วหลงได้ยินเช่นนั้นจึงมีท่าทางน่าเกรงขาม หลิ่วจาวเฟิงเห็นแล้วก็ไม่กล้าพูดขัด

โหวจวี๋กรุ๊ปเป็นคนใหญ่คนโตในเมืองเทียนเป่ย ธุรกิจอื่นๆไม่อาจเทียบได้ แต่หลิ่วซื่อกรุ๊ปก็เป็นรองจากโหวจวี๋ งั้นคนที่ต้องการจัดการหลิ่วซื่อก็มีแค่โหวจวี๋

แต่สำหรับโหวจวี๋แล้ว จัดการหลิ่วซื่อก็ทำร้ายตัวเองไปด้วย เหมือนกับทำร้ายศัตรูหนึ่งพันครั้ง เจ็บเองแปดร้อยครั้ง

หลิ่วหลงมองไป๋ยี่เฟยพลางพูด:“พูดมา”

จู่ไป๋ยี่เฟยก็ยืนมือชี้ไปยังหลิ่วจาวเฟิง“ล้วนเป็นเพราะเขา!”

ทุกคนหันไปมองทันที

หลิ่วจาวเฟิงหน้าซีดทันใด ส่ายหน้า:“เป็นไปไม่ได้!แกใส่ร้ายฉัน!ฉันกับโหวจวี๋กรุ๊ปไม่เกี่ยวข้องอะไรกันเลย!”

“แกอย่ามาใส่ความฉัน เพียงเพราะฉันพูดว่าภรรยาแกสวมเขาให้!ยิ่งกว่านั้น โหวจวี๋กรุ๊ปเป็นใคร?เป็นไปไม่ได้ที่จะจัดการหลิ่วซื่อเพียงเพราะฉัน?”

พูดจบทุกคนต่างพากันพยักหน้า ที่พูดก็มีเหตุผล!

“คุณชายหลิ่วเป็นคุณชายคนสุดท้องของบริษัทเรา พูดตามตรงจริงๆแล้ว มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับประธานของโหวจวี๋กรุ๊ปเลย!”

“ใช่!เป็นไปไม่ได้แน่นอน!”

“……”

หลิ่วหลงพยักหน้าเช่นกัน เขาก็ไม่เชื่อว่าหลิ่วจาวเฟิงแค่คนเดียวจะยั่วโมโหโหวจวี๋กรุ๊ปได้?

ไป๋ยี่เฟยพูดอย่างเย็นชา:“งั้นพวกแกบอกฉันมา ว่าทำไมโหวจวี๋กรุ๊ปถึงโจมตีแค่บริษัทในชื่อของเขา ไม่โจมตีธุรกิจอื่นของหลิ่วซื่อกรุ๊ป?”

“นี่……”

ทุกคนพูดไม่ออก

เพราะนี่คือความจริง ที่มีแค่บริษัทในชื่อและร้านในเครือของหลิ่วจาวเฟิง โดนโหวจวี๋กรุ๊ปโจมตี

ไป๋ยี่เฟยมองไปยังหลิ่วหลง“เพราะเขาไปมีเรื่องกับประธานของโหวจวี๋กรุ๊ป ไม่สนใจคำเตือนของประธาน เขาล้ำเส้นประธานซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่งั้นประธานจะออกมาจัดการงั้นเหรอ?”

“ประธานหลิ่ว นี่อีกนิดเดียวก็จะโดนหลิ่วซื่อทำลายแล้ว ผมอยากให้คุณตบสั่งสอนเขาสักหน่อย คุณว่าดีไหม?”

หลิ่วหลงมือสั่นเทา

ไป๋ยี่เฟยถาม:“ทำไม?ทำไม่ลงงั้นเหรอ?”

หลิ่วหลงกัดฟัน พูดตามตรงตบก็อยากตบ ลูกเนรคุณคนนี้เกือบจะทำลายหลิ่วซื่อแล้ว ควรตบจริงๆ!

แต่ให้เขาตบลูกตัวเองต่อหน้าคนเยอะขนาดนี้ นี่มันทำให้ตัวเองขายหน้าไม่ใช่เหรอ?ยิ่งกว่านั้นคือเชื่อฟังคำพูดพนักงานของโหวจวี๋!

หลิ่วจาวเฟิงพูดอย่างร้อนรน:“พ่อ!มันพูดจาเหลวไหลทั้งนั้น!ผมไม่รู้จักประธานโหวจวี๋กรุ๊ปอะไรทั้งนั้น!ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะไปมีเรื่องกับเขา!ไป๋ยี่เฟยมันพูดเหลวไหล!”

“อีกอย่างมันเป็นแค่ผู้จัดการในโหวจวี๋ จะพูดอะไรก็ควรให้ประธานหรือกรรมการบริษัทมาพูด ไม่เกี่ยวกับเขา?”

หลิ่วหลงได้ยินเช่นนั้นก็นิ่งไป ตอนแรกเขานึกว่าไป๋ยี่เฟยเป็นแค่พนักงานธรรมดาคนหนึ่ง ไม่คิดว่าจะเป็นผู้จัดการ แต่ถึงอย่างนั้น แค่ผู้จัดการคนหนึ่งมันไม่มีคุณสมบัติพอ!

ตอนนี้หลิ่วเซียวเหยาครุ่นคิด

ถ้าหลิ่วจาวเฟิงมีเรื่องกับประธานโหวจวี๋กรุ๊ปจริง งั้นเขาก็ไม่ต้องกังวลว่าหลิ่วจาวเฟิงจะมีที่ยืนในหลิ่วซื่อกรุ๊ปหรือไม่ และหลิ่วซื่อจะเป็นลูกไก่ในกำมือของเขา

แต่เรื่องวุ่นวายในตอนนี้ก็คือ ถ้าหลิ่วจาวเฟิงไม่สำนึกผิด ทำให้โหวจวี๋กรุ๊ปโมโหจนทำลายทั้งหลิ่วซื่อกรุ๊ป นั่นไม่คุ้มกับการสูญเสียเลย

“แค่ผู้จัดการ ตัดสินใจเรื่องใหญ่ระหว่างสองบริษัทไม่ได้หรอก ที่จะพูดก็คือต้องให้ประธานของโหวจวี๋กรุ๊ปตัดสินใจ”

หลิ่วหลงมีท่าทีขึ้นมา พูดกับไป๋ยี่เฟย:“ความแค้นของลูกชายผมกับโหวจวี๋กรุ๊ป เท่ากับความแค้นส่วนตัว ไม่ควรให้ผู้จัดการของบริษัทมาพูด และทำจนเป็นเรื่องใหญ่หาข้อยุติไม่ได้แบบนี้ ยิ่งกว่านั้น เรื่องที่โหวจวี๋กรุ๊ปต้องการทำลายหลิ่วซื่อ มันยังไม่แน่ชัด แกไม่มีคุณสมบัติอยู่ที่นี่!”

หลิ่วจาวเฟิงรีบพูดเสริม“ใช่!แกแค่สบโอกาสขู่หลิ่วซื่อ และทำลายความสัมพันธ์ของหลิ่วซื่อกับโหวจวี๋กรุ๊ป!ความคิดสกปรก!”

พูดจบทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

ไป๋ยี่เฟยก็แค่พูด ไม่มีหลักฐาน ไม่น่าเชื่อถือสักนิด ใครจะไปเชื่อ?

ทันใดนั้นหลิ่วเซียวเหยาหยิบโทรศัพท์ขึ้น พลางพูด:“อยากรู้ว่าที่เขาพูดเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แค่ถามก็จบ ฉันรู้จักกรรมการบริษัทในโหวจวี๋กรุ๊ปคนหนึ่งพอดี โทรไปถามเขาเพื่อความแน่ใจตอนนี้เลย”

ทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็ฮึกเหิมทันที

ไป๋ยี่เฟยยักคิ้วเล็กน้อย นึกถึงจางหรง จากนั้นถามขึ้น:“คุณแน่ใจว่าจะโทร?”

“ฮ่าๆ……ไป๋ยี่เฟย แกกกลัวแล้วใช่ไหม?”หลิ่วจาวเฟิงพึงพอใจขึ้นมา

ไป๋ยี่เฟยส่ายหน้า“อืม งั้นโทรเลย!”

หลิ่วจาวเฟิงพูดต่อ“ไป๋ยี่เฟย!แกคอยดู พอพี่รองโทรไปเช็คแล้ว ถ้าแกไม่อธิบายให้พวกเราฟัง อย่าหวังว่าวันนี้จะได้ออกจากตึกหลิ่วซื่อ!”

ไป๋ยี่เฟยสีหน้าเหมือนเดิม ปกติมากๆ

หลิ่วเซียวเหยาโทรไปแล้ว เพื่อให้ไป๋ยี่เฟยขายหน้า เลยตั้งใจเปิดลำโพง

ทุกคนมองอย่างใจจดใจจ่อ

คำพูดต่อจากนั้น ทำให้ทุกคนตกตะลึง

“ฮัลโหล ไอ้จาง ฉันคือเซียวเหยา”

“หลิ่วเซียวเหยา!แกยังมีหน้าโทรหาฉันอีกงั้นเหรอ!”จางหรงพูดอย่างโมโห

“……ทำไม?”

“ทำไม?แม่ง ฉันเกือบตายเพราะคำโกหกของแก!แกยังจะถามว่าฉันทำไม?”

“ไอ้จาง ที่คุณพูดหมายความว่าไง?ผมหลอกคุณตอนไหน?”

“แกไม่ต้องมาโกหก?แกเป็นคนให้ฉันไปไล่คนออก ผลสรุปเขาเป็นประธาน!สมองกลวงรึไง?”

หลิ่วเซียวเหยานิ่งอึ้งครู่หนึ่ง“ไม่ใช่ คนที่ฉันให้แกไล่ออกคือไป๋ยี่เฟย มันเป็นแค่ผู้จัดการของโหวจวี๋กรุ๊ป ไม่เกี่ยวอะไรกับประธานเลย?”

“แม่ง ไป๋ยี่เฟยก็คือประธานไง?”

“ตู๊ดๆๆ……”

“……”

หลิ่วเซียวเหยาโดนจางหรงตัดสายใส่ น่าโมโหจริงๆ“วางทำบ้าอะไร ไม่ตรวจสอบให้ดีเองว่าบริษัทตัวเองมีคนชื่อไป๋ยี่เฟยกี่คน ยังจะ……”

พูดไม่ทันจบ หลิ่วเซียวเหยานิ่งอึ้งไป

ซุปเปอร์มหาเศรษฐีหน้าใหม่

ซุปเปอร์มหาเศรษฐีหน้าใหม่

ลูกเขยแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิงที่ถูกคนอื่นหัวเราะเยาะ ตัวตนที่แท้จริงของเขาคือ……

Comment

Options

not work with dark mode
Reset