ซุปเปอร์เจ้าสำราญ – ตอนที่ 369 น่าจะฆ่าสองแม่ลูกหลินอิ่งไปตั้งแต่ตอนนั้น!

เช้าวันต่อมา

หลินอิ่งพาฮาเดสมาถึงที่สนามบินนานาชาติตี้จิง ทั้งคู่ขึ้นเครื่องที่จะเดินทางไปเมืองก่าง

หลังขึ้นมาบนเครื่องเขาก็นั่งลงอย่างสงบ

เสียงกลิ้งดังขึ้น

มือถือของเขาดังขึ้น นายคริสเป็นคนโทรมา

“ฮัลโห ประธานหลิน ข้าน้อยได้พาคนมาถึงที่เมืองก่างแล้วครับ ข้าน้อยได้ไปที่ส่วนกลางของลาตินกรุ๊ปมาแล้วครับ” เสียงที่นอบน้อมของนายคริสดังมาจากในสาย

“สถานการณ์ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง? ที่ลาตินกรุ๊ปในเมืองก่าง คุณสามารถสร้างผลกระทบได้มากแค่ไหน” หลินอิ่งถามไปอย่างเรียบเฉย

“ประธานหลินครับ ข้าน้อยได้พบกับโม่เก๋อติงที่อยู่ลาตินกรุ๊ปในเมืองก่างแล้วครับ เขามีความกังวลและความแค้นกับข้าน้อยมาก” นายคริสตอบ “การที่ข้าน้อยอยู่ที่นี่ ตำแหน่งตัวแทนของเอเชียแปซิฟิกนั้นไม่มีอำนาจที่จะทำอะไรเลยครับ”

“จริงด้วย ประธานหลิน เซียวซื่อกรุ๊ปของประเทศMมีสาขาอยู่ที่เมืองก่างด้วยครับ พวกเขามีเส้นสายที่กว้างขวางมาก” นายคริสพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เรื่องเมื่อคราวก่อน เซียวซื่อกรุ๊ปก็จับตาดูผม ครั้งนี้ที่มาเมืองก่สง คนของพวกมันก็ได้ทักทายผมอย่างไม่ไว้หน้าแล้วครับ……”

“หือ?” หลินอิ่งสนใจขึ้นมาเล็กน้อย “เป็นบริษัทที่อยู่เบื้องหลังเซียวจวงคราวก่อนใช่มั้ย? ดีมาก?”

“คุณไปตรวจสอบคู่แข่งของคุณที่ชื่อโม่เก๋อติงนั้นอย่างละเอียด พอผมไปถึงก็จัดการเขาซะ” หลินอิ่งพูดออกมาอย่างเรียบเฉย

“ครับ!” นายคริสตอบด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น

นายคริสรู้สึกได้เลยว่าประธานหลินกำลังจะพาเขาบิน จะได้เป็นนายคนแล้ว!

นายคริสที่เป็นถึงตัวแทนของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในลาตินกรุ๊ป ความจริงเขาควรมีอำนาจล้นฟ้าแล้ว

แต่ที่น่าเสียคือ ทางสำนักงานใหญ่กลับส่งโม่เก๋อติงมาขัดขวางเขาที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซะได้

นายคริสนั้นดูผิวเผินแล้วก็เป็นคนมีหน้ามีตา เหมือนมีอำนาจอยู่เต็มมือ แต่ความจริงแล้วเขาเป็นแค่ตัวแทนเท่านั้นเส้นสายในสำนักงานใหญ่ก็เทียบกับโม่เก๋อติงไม่ติดเลย

แค่สำนักงานใหญ่ของลาตินกรุ๊ปส่งหนังสือมา เขาก็สามารถสูญเสียทุกอย่างที่เป็นของตัวเองได้ทันทีเลย

ประธานหลินเคยพูดเอาไว้ว่า จะมอบมันให้กับเขา เป็นอำนาจจริงๆ ช่วยเขาให้สามารถครอบครองลาตินกรุ๊ปได้อย่างสมบูรณ์

นี่ถือเป็นสิ่งที่นายคริสเฝ้าฝันมาโดยตลอด เขารู้สึกว่า วันนั้นมันใกล้เข้ามาแล้ว……

หลังวางสาย หลินอิ่งก็ยิ้มออกมาด้วยความมั่นใจ

การที่เขามาเมืองก่างในครั้งนี้ เขามาเพียงลำพัง ไม่มีกองกำลังใดๆ ที่สามารถใช้งานได้ในเมืองก่างเลย

การที่จะถอนเขี้ยวจากปากเสือของเศรษฐีอันดับหนึ่ง คนที่บริหารเมืองก่างมานับสิบปี และคนที่ผู้คนต่างขนานนามว่าเจ้าสัวจี้อย่างจี้ฉงซานนั้น มันเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

ดูแล้วอำนาจที่มีมันช่างต่างกันมากจริงๆ

แต่ว่านะ เขาต้องการสิ่งสำคัญแค่สิ่งเดียวเท่านั้น เขาก็สามารถงัดเมืองก่างจนพลิกได้แล้ว

ซึ่งจุดเปลี่ยนนั้นก็คือนายคริสนี่แหละ

แค่ตัวนายคริสเองอาจจะไม่มีความสามารถขนาดนั้น แต่การเปลี่ยนคนที่ไม่มีค่าให้เกิดประโยชน์นั้นเป็นวิธีที่หลินอิ่งถนัดอยู่แล้วการใช้ดาบอย่างนายคริสมาไล่ฟันอาณาจักรธุรกิจของเจ้าสัวจี้ เดี๋ยวจิ้งจอกเฒ่าที่ซ่อนตัวอยู่ก็ถูกกดดันจนออกมาเอง

……

เมืองก่าง เกาะเทียมซิงหวน คฤหาสน์เชียงปิง

นี่คือเกาะเทียมเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่พัฒนาโดยบริษัทวั่นซาน ค่อนข้างมีชื่อเสียงในเมืองก่าง ทุกตารางนิ้วนั้นมีค่ามาก ยังคือสโมสรที่มีชื่อเสียงในแวดวงเศรษฐีของเมืองก่าง

ภายในคฤหาสน์ตรงสนามกอล์ฟขนาดใหญ่ ตอนนี้ได้มีบอดี้การ์ดใส่สูทสีดำสิบกว่าคนยืนตั้งแถวอยู่

หญิงวัยกลางคนที่ดูโดดเด่น รูปร่างผอมบางอยู่ในชุดลำลองสีครีมคนหนึ่งกำลังตีกอล์ฟอยู่

ที่นั่งที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล มีชายชราที่ดูแก่มากๆ คนหนึ่งนั่งอยู่เขามาในชุดสูทที่ดูทางการ ดูจากสีหน้าก็ยังแข็งแรงดีแววตาคู่เปี่ยมไปด้วยสติปัญญา

ใบหน้าของเขา มักจะปรากฏอยู่บนหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งเจ้าใหญ่ของเมืองก่างอยู่บ่อยๆ

ซึ่งเขาก็คือเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองก่าง จี้ฉงซานนั่นเอง

“คุณท่านจี้ ครั้งนี้ที่ตี้จิงคุณทำได้สวยมากเลยค่ะ คุณคิดว่า ไอ้สารเลวหลินอิ่งของตระกูลฉีนั่นจะโกรธแค้นจนตามมาฆ่าคุณที่เมืองก่างรึเปล่าคะ?”

หญิงวัยกลางคนเดินกลับมาที่นั่งพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เธอยกแก้วไวน์ขึ้นมาควงเล่น แล้วพูดด้วยอารมณ์ที่สนุกสนาน

ถ้าหลินอิ่งอยู่ที่นี่ก็จะจำเธอได้ทันที

ผู้หญิงคนนี้ก็คือคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่เลี้ยงของเขา คนที่เคยแฝงตัวอยู่ในตระกูลฉีมาสิบกว่า สุดท้ายก็สังหารฉีเหอถูสามีของตัว นางอสรพิษทีทวางแผนทำลายตระกูลฉี เหวินเทียนเฟิ่งของตระกูลเหวินนั่นเอง

“นายหญิงเหวินพูดชมเกินไป ตามที่ผมคาดการณ์ไว้ ผมคิดว่าหลินอิ่งจะต้องมาหาเรื่องผมที่เมืองก่างแน่นอน เพราะผมได้จับตัวหยูจื๋อเฉิงลูกน้องที่ภักดีของมันมาด้วย ตามที่ผมได้ตรวจสอบหลินอิ่งคนนี้มานะ บุคลิกของคนคนนี้จะเรียกว่าสมบูรณ์แบบเลยก็ว่าได้ ไม่มีงานอดิเรกหรือจุดบกพร่องใดๆ แต่มีจุดอ่อนใหญ่ๆ อยู่จุดหนึ่งก็คือ คนคนนี้ค่อนข้างให้ความสำคัญกับมิตรภาพ ยอมทุ่มสุดตัวเพื่อพวกพ้อง” จี้ฉงซานพูดออกมาอย่างใจเย็น

“หยูจื๋อเฉิงเป็นคนที่เขาปั่นขึ้นมากับมือ ซื่อสัตย์กับเขามาก ด้วยนิสัยของเขานั้นไม่มีทางปล่อยลูกน้องคนนี้ไปแน่นอน”

จี้ฉงซานค่อยๆ พูดออกมา “แต่ว่า การที่หลินอิ่งมายังเมืองก่างแบบนี้ ก็เท่ากับเป็นการรนหาที่ตายเท่านั้น ในเมืองก่างแห่งนี้ ผมมีวิธีนับร้อยที่สามารถทำให้เขาตายอย่างไม่มีที่ฝังศพ”

เหวินเทียนเฟิ่งหัวเราะคริคัก แล้วพูดออกมาว่า “คุณท่านจี้คะ คุณเองก็น่าจะรู้ ว่าฝีมือของหลินอิ่งนั้นเก่งกาจไร้ใครเทียมยากมากที่จะเอาอะไรมาข่มขู่เขา ฉันรู้สึกสงสัยมากเลยค่ะ ว่าคุณจะใช้วิธีอะไรเพื่อฆ่าเขากัน?”

“ผมรู้ หลินอิ่งน่ะเป็นยอดฝีมือที่ไม่เปิดเผยตัวตน คราวก่อนยังจัดการกับกองกำลังลับของตระกูลเหวินด้วยตัวคนเดียวเลย” จี้ฉงซานค่อยๆ พูดออกมา “ในครั้งนี้ลูกน้องที่ผมสั่งให้แฝงตัวอยู่ที่ตี้จิง ก็ถูกเขาถอนรากถอนโคนจนขาดการติดต่อไปแล้วเหมือนกัน เป็นชายหนุ่มที่เด็ดขาดจริงๆ”

“ฮึฮึ แต่เขาก็ยังอ่อนเกินไป วิชาการต่อสู้” ม่ใช่สิ่งที่จะตัดสินทุกอย่างได้เสมอไป ผมเริ่มต้นทุกอย่างจากการที่ไม่มีอะไรเลย การที่จะเดินมาถึงจุดนี้ได้ ผมนั้นไม่เคยพึ่งการใช้กำลังมาก่อนเลย” จี้ฉงซานยิ้มออกมาอย่างมั่นใจ “ผมเองก็ไม่ได้โง่ถึงขนาดไปสู้กับหลินอิ่งตรงๆ หรอก”

“ความสามารถในการใช้กลยุทธ์ของคุณท่านจี้นั้น ฉันเชื่อมั่นค่ะ” เหวินเทียนเฟิ่งหัวเราะออกมาทีหนึ่ง แววตาสั่นไหว จากนั้นก็เผยให้เห็นสายตาที่โหดเหี้ยม “ไอ้สารเลวหลินอิ่ง มันช่างโชคดีจริงๆ ที่ได้เรียนรู้วิชาที่สามารถต่อต้านสวรรค์ได้ถ้าจู่ๆ มันไม่โผล่มา ตระกูลเหวินของเราคงได้ยึดครองตระกูลฉีและได้ปกครองตี้จิงอย่างจักรพรรดิไปนานแล้ว! เจ็บใจนัก!”

“ฮึฮึ ผมเองก็สงสัยเหมือนกัน นายหญิงเหวินเป็นคนที่ทำงานค่อนข้างรอบคอบ ตอนอยู่ตี้จิงถึงขั้นฆ่าเหวินเทียนเจียวเพื่อปิดปากเลย ตอนที่แต่งเข้าไปอยู่ในตระกูลฉี ทำไมถึงต้องเหลือไอ้สารเลวอย่างหลินอิ่งไว้ด้วย?” จี้ฉงซานหัวเราะชอบใน

เหวินเทียนเฟิ่งทำหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทันที แล้วพูดด้วยสีหน้าเย็นชาว่า “มันเหลือแค่ก้าวเดียวเท่านั้น ใครจะไปคิด ว่าคนที่ถูกฉันขับออกจากตระกูลฉีนั้นจะประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ มาทำลายแผนการที่ฉันวางมาสิบกว่าปี!”

“พอนึกถึงพี่ชายที่ตายไปของฉัน ฉันก็รู้สึกเสียใจอย่างถึงที่สุดเลยค่ะ! ตอนนั้น ตอนที่ฉันแต่งเข้าไปที่ตระกูลฉี ฉันก็ควรฆ่าสองแม่ลูกหลินอิ่งทิ้งซะ!” เหวินเทียนเฟิ่งพูดออกมาอย่างเย็นชา ความรู้สึกเกลียดที่มีต่อหลินอิ่งนั้นเข้ากระดูกไปแล้ว!

“นายหญิงเหวิน ไม่ต้องห่วง แผมการที่เราตั้งใจวางไว้อย่างเนิ่นนานนี้ จุดประสงค์ก็เพื่อล่อหลินอิ่งให้มาที่เมืองก่างแห่งนี้ ในครั้งนี้ ผมจัดจัดการมันอย่างดีเลย” จี้ฉงซานยิ้มออกมาอย่างไม่ชอบใจ “ถ้าจับมันได้เมื่อไหร่ ผมจะส่งตัวมันให้นายหญิงเหวินจัดการมันด้วยตนเอง ฮึฮึ……”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset