ตกหลุมร้าย! ยากูซ่าพ่อลูกติด ภาค 2 ตอนที่ 4

บทที่ 4 ครอบครัวของมินจุน (4)
Ink Stone_Y
“อุ๊ยตายหนูคือโทมะเองเหรอจ๊ะ หน้าตาน่ารักจัง เหมือนมินจุนผู้น่ารักของเราตอนเด็กๆ อย่างกับแกะเลยนะเนี่ย ฉันเป็นยายของหนู ไหนลองเรียก ‘ยาย’ หน่อยซิ”
“นี่คุณ ถ้าเด็กเจ็บตัวขึ้นมาจะว่ายังไง เวียนหัวน่า หยุดหมุนได้แล้ว”
แม้ชายที่พูดด้วยน้ำเสียงสุขุมจะจับแขนของหญิงที่หมุนตัวไปมาเอาไว้ แต่ก็ไม่อาจละสายตาไปจากใบหน้าของโทมะได้เลย
“แม่…คือผมมาแล้วครับ”
“โอ๊ย หนวกหู ตอนนี้เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาซะหน่อย ทำไมเด็กคนนี้ยิ่งมองยิ่งน่ารักแบบนี้หนอ”
“นี่ ให้ผมกอดบ้างสิ”
แม้มินจุนจะรู้สึกน้อยใจขึ้นมาแว้บหนึ่ง แต่เมื่อมองโทมะแล้วก็คิดได้ว่าเป็นธรรมดาที่แม่จะต้องเอ็นดูเด็กน้อยคนนี้ ถึงกระนั้น เขาก็ยังคิดว่าท่าทีของพ่อที่รักเขามากที่สุดน่าจะต่างออกไป จึงหันไปหามินจินมัน พ่อของเขาพร้อมน้ำตาคลอเบ้า
“พ่อ ผมกลับมาแล้ว ที่ผ่านมาผมไม่ค่อยได้ติดต่อ…”
ทว่าจินมันกลับไม่ตอบรับคำทักทายของมินจุนเลย เอาแต่เฝ้ามองก้นของโทมะ
“นี่คุณ ผมบอกว่าขอกอดบ้างไงเล่า รอจนตาแฉะแล้วนะ คิดถึงจะแย่”
“รู้แล้วค่ะ รู้แล้ว อย่าตะโกนสิ เดี๋ยวเด็กตกใจ”
แม้ว่าชาแอรยอน แม่ของมินจุนจะเกิดที่โซล แต่หลังจากใช้ชีวิตอยู่ที่ชอนจูมาเป็นเวลานานก็มีนิสัยแปลกๆ ที่มักจะพูดภาษาท้องถิ่นของพื้นที่ต่างๆ ผสมกันมั่วไปหมด เมื่อโทมะค่อยๆ เข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของจินมัน เขาก็มองดูโทมะด้วยความรู้สึกตื้นตันจนพูดอะไรไม่ออก
ดวงตากลมโตของโทมะกลอกไปมาเพื่อมองหามินจุน เมื่อมินจุนขยิบตาให้ โทมะก็ใช้แขนเล็กๆ ของตัวเองโอบคอจินมันไว้แล้วจุ๊บลงบนแก้มจนเสียงดัง
“ฉะหวัดดีฮับ อุนตา โทมะฮับ”
“…….”
เมื่อภาษาเกาหลีน่ารักๆ ออกมาจากปากของโทมะ ทั้งแอรยอน มินโฮ พี่ชายคนโตของมินจุนที่กำลังต่อแถวรอคิวของตัวเอง และมินฮยอกพี่ชายคนรองต่างก็จ้องมองไปที่โทมะไม่วางตา อาจเพราะจู่ๆ พวกผู้ใหญ่ก็เงียบกันจนน่ากลัว โทมะจึงย่นจมูกและทำท่าเหมือนจะร้องไห้ ทันใดนั้นจินมันที่กอดโทมะไว้ก็เริ่มเต้นรำอย่างสนุกสนาน เมื่อร่างกายสั่นไหวไปมาเหมือนอยู่บนคลื่น โทมะก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากออกมา
“โถ เจ้าหนูน้อยผู้น่ารัก ใช่แล้ว ฉันคือตาของหนูนะ มินฮยอกหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาจากกางเกงให้พ่อที”
จินมันยื่นสะโพกไปทางมินฮยอกโดยที่ยังกอดโทมะเอาไว้ มินฮยอกหยิบกระเป๋าสตางค์ที่พ่อใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงชุดสูทออกมาตามคำสั่ง
“นี่ครับ”
“มินฮยอก เอาเงินในกระเป๋าออกมาให้หมดเลย”
“ไปแลกเงินมาตอนไหนเนี่ย”
มินฮยอกหยิบเงินทั้งหมดในกระเป๋าออกมาตามที่จินมันสั่ง จินมันรับเงินมาแล้วยื่นให้โทมะ
“โทมะ นี่คือค่าขนมที่ตาให้นะ อย่าเอาไปให้ใครทั้งนั้น เก็บไว้ใช้คนเดียวนะ”
“อื้อ ใฉ่ไว้ในนี้ให้หน่อยฮับ”
โทมะยืนกระเป๋าสตางค์รูปกบสีเขียวออกไปตามที่มินจุนสอนไว้
“โทมะ จะซื้อจักกายาน”
“จักกายาน?”
“จักรยานครับ”
มินจุนพูดขึ้นพลางขยับเข้าไปใกล้ๆ ไดกิพร้อมกับเกร็งหน้าท้องแล้วตะโกนออกมาเสียงดังว่า
“แม่ครับ พ่อครับ มินจุน ลูกชายคนเล็กแห่งตระกูลมินกลับมาแล้วครับ!”
“โอ๊ย ตกใจหมด เจ้าลูกชาย แกโตขึ้นแต่เสียงรึไง รู้แล้วน่า แกรอไปก่อนเงียบๆ…ว่าแต่ คุณคนนี้คือ?”
ไม่รู้ว่าเพิ่งมาสังเกตเห็นไดกิเอาตอนนี้หรืออย่างไร ดวงตาของแอรยอนเริ่มสว่างไสวขึ้นมาและเริ่มเปล่งประกายเป็นรูปหัวใจราวกับหลอดไฟประดับต้นคริสต์มาส มินจุนสัมผัสได้ถึงภัยที่กำลังคุกคามจนรู้สึกเสียววาบไปทั้งตัว เขาไปยืนขวางหน้าไดกิเอาไว้
“แม่ คนนี้คือไดกิ แม่จะมองเขาตาเป็นประกายแบบนี้ไม่ได้นะ เขาเป็นของผมนะแม่ ตั้งสติหน่อย”
“หนวกหูน่า ไอ้ลูกคนนี้นี่ หลีกไปเลย”
เมื่อแขนที่แข็งเหมือนท่อนไม้ซึ่งถูกคลุมไว้ในชุดฮันบกขยับทีเดียว ร่างของมินจุนก็กระเด็นไปอยู่ด้านหลังโดยทันที โชคดีที่เคนตะช่วยจับเขาไว้ไม่ให้ล้มหัวทิ่มไปเสียก่อน
“ยินดีต้อนรับจ้ะ ฉันเป็นแม่ของเด็กที่ขาดๆ เกินๆ บ้องๆ บวมๆ คนนั้น เดินทางมาไกลเธอคงเหนื่อยแย่ ฉันเป็นแม่ของมินจุนก็เหมือนเป็นแม่ของเธอด้วย คิดซะว่าจู่ๆ เธอก็มีแม่ที่สง่างามและมีจิตใจที่อบอุ่นหล่นลงมาจากฟ้า ทำตัวตามสบายนะ”
แอรยอนลูบไล้มือของไดกิตลอดเวลาที่พูดกับเขา แถมยังละสายตาจากใบหน้าของเขาไม่ได้เลย ถึงไดกิจะทำตัวไม่ถูก แต่ก็เป็นห่วงมินจุนที่หน้าดำหน้าแดงทำท่าเหมือนจะวิ่งเข้ามาในอีกไม่ช้า เขาจึงก้มหัวให้แอรยอน
“ขอบคุณที่เชิญผมมานะครับ…คุณแม่”
เมื่อไดกิเรียกว่าคุณแม่ด้วยโทนเสียงเกือบจะทุ้มต่ำ จมูกของแอรยอนก็บานออก เธอไม่สามารถซ่อนความตื่นเต้นไว้ได้อีกต่อไป
“คุณแม่…? ใช่แล้ว แม่เองจ้ะ คุณพระคุณเจ้า ยิ่งมองก็ยิ่งหล่อ”
“โว๊ย จะอยู่ตรงนี้กันถึงเช้าเลยหรือไง ผมล่ะอายจริงๆ เข้าบ้านกันได้แล้ว! แล้วก็แม่ ยังไม่ปล่อยมืออีกนะ จับทักทายแค่ครั้งเดียวก็พอแล้ว มือของไดกิไม่ใช่ดินเหนียวสักหน่อย จะขยำอะไรนักหนา!”
มินจุนกลั้นความโมโหที่เอ่อล้นออกมาเอาไว้ไม่อยู่และแผดเสียงตะโกนออกไป แอรยอนหันหลับมามองมินจุนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เธอม้วนชายกระโปรงชุดฮันบกที่ลู่ลงอย่างสง่างามขึ้นมาและผูกเอาไว้ด้วยเชือกอย่างแน่นหนา เมื่อเห็นภาพนั้นแล้ว จินมันก็เกร็งแขนที่อุ้มโทมะไว้พลางกระซิบด้วยเสียงเบาๆ ว่า
“โทมะ ไปกินเนื้อวัวกับตาไหม”
แม้โทมะจะไม่เข้าใจว่าสิ่งที่จินมันพูดกระซิบเบาๆ หมายความว่าอะไร แต่ก็ตบมือพร้อมส่งเสียงชอบใจเพราะได้ยินคำว่าวัว
“อื้อ โทมะจะกิม”
เมื่อจินมันเดินเข้าไปในบ้านด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูโทมะที่ยกก้นขึ้นพลางดึงคอของเขามากอดเอาไว้ เคนตะก็เดินตามหลังไปทันที หลังจากที่โทมะเข้าไปในบ้าน แอรยอนก็เริ่มเดินสำรวจหน้าบ้านทุกซอกทุกมุมด้วยสีหน้าโล่งใจว่าไม่มีอะไรต้องกังวลแล้ว สายตาของเธอเป็นประกายเมื่อมองเห็นไม้กวาดที่ตั้งอยู่ตรงมุมหนึ่งของกำแพง
“มะ แม่! จะ…ใจเย็นก่อน วันนี้ไม่ใช่โหมดมาดามชาแอรยอนผู้สง่างามเหรอ ทำแบบนี้เดี๋ยวไดกิก็ตกใจแย่หรอก…พี่ มัวทำอะไรอยู่เล่า จับไว้สิ!”
ในมือของแอรยอนที่กำลังหัวเราะเยาะพลางมองมินจุนที่โวยวายขอความช่วยเหลืออย่างไม่เป็นผลนั้น มีไม้กวาดอยู่ แม้พี่ชายทั้งสองคนจะวิ่งมาเพราะเสียงร้องของมินจุนและพยายามห้ามแอรยอน แต่ก็ไม่สามารถเข้าใกล้ไม้กวาดที่รัวไม่ยั้งของเธอได้ แถมยังโดนลูกหลงเข้าให้อีก
“โอ๊ย เจ็บ แม่ ตั้งสติหน่อยสิครับ น่าขายหน้าชะมัด นี่มันอะไรกัน… โอ๊ย เจ็บ!”
มินฮยอก พี่ชายคนรองโดนไม้กวาดฟาดเข้าไปที่ก้นจึงวิ่งหนีไปจากตรงนั้น ฮาคุโตะที่เฝ้าดูความวุ่นวายนี้อยู่ใกล้ๆ จับสะโพกของตนเองพลางถอยไปข้างหลังหนึ่งก้าว มินโฮ พี่คนโตที่รักตัวกลัวตายได้แต่หันหน้าหนีไปทางอื่น และส่งสายตาบอกมินจุนว่ายอมโดนตีไปให้มันจบๆ เถอะ
“แก ไอ้เด็กนี่ เก็บปากเอาไว้กินข้าวเถอะ พล่ามอะไรอยู่ได้ ยังไม่มานี่อีก”
“แม่ ไม่สิ มาดามชา! ผมผิดไปแล้ว วันนี้มาดามเป็นอะไรเนี่ย ผมมินจุน ลูกชายคนเล็กของบ้านไง จะทำแบบนี้กับลูกชายที่มีชีวิตรอดกลับมาไม่ได้นะ ไดกิเขาจะคิดยังไง เขาฟังภาษาเกาหลีออกหมดนะ!”
“ไดกิของเราเข้าใจอยู่แล้ว ใช่ไหม”
“อ่า ครับ ก็…”
เป็นครั้งแรกของไดกิเช่นกันที่พูดออกมาไม่เต็มเสียงด้วยความงุนงง ให้เขาไปสู้แบบ 20 ต่อ 1 ยังสบายใจกว่า
“เห็นไหม ไดกิบอกว่าเข้าใจทุกอย่าง ไอ้เด็กเหลือขอ ออกมานี่เดี๋ยวนี้! ยังไม่ออกมาอีก”
“ถ้าออกไปผมก็โดนตีน่ะสิ!”
แอรยอนไม่อาจทนมินจุนที่หลบอยู่หลังไดกิแล้วพูดเหมือนรู้ทันด้วยน้ำเสียงที่ไม่แน่ใจว่ากลัวหรือกวนเธอกันแน่ได้ จึงง้างมือที่ถือไม้กวาดขึ้น
“มันแน่อยู่แล้ว ฉันสอนไว้ว่ายังไง ฉันสอนว่ามือที่ง้างขึ้นแล้วจะต้องพุ่งลงไปที่เป้าหมายใช่ไหม”
แอรยอนที่จู่ๆ ก็เปลี่ยนจากพูดภาษาถิ่นแบบมั่วๆ มาใช้ภาษากลางอย่างฉะฉานสมกับที่เธอเป็นคนโซล ฟาดไม้กวาดลงไปที่หัวของมินจุนที่ชะโงกตัวออกมาครึ่งหนึ่งอย่างเต็มแรง
แม้ว่าวินาทีนั้นเรนและฮาคุโตะจะวิ่งไปหาไดกิราวกับสายฟ้า แต่มือของแอรยอนไปเร็วกว่า เมื่อไม้กวาดพุ่งไปที่มินจุน ไดกิโอบกอดมินจุนไว้ตามสัญชาตญาณแล้วหมุนตัวรับแทน ไม้กวาดที่ถูกฟาดลงมาสุดแรงกระแทกแผ่นหลังของไดกิจนเสียงดังสนั่นและกลิ้งตกลงไปบนพื้นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ บอส”
ไดกิไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ทันที ถึงแม้ว่าไม้กวาดจะกระเด็นออกจากตัวไปแล้ว แต่ความเจ็บปวดยังคงส่งผลกระทบต่อร่างกายราวกับอาฟเตอร์ช็อค มินจุนดึงไดกิมากอดพลางร้องไห้ออกมาเสียงดัง
“ไม่นะ ไดกิตายแหง แค่รอยถูกมีดฟันที่หลังผมก็ปวดใจจะแย่แล้ว ที่นี้จะทำยังไงล่ะ โธ่ ผมมีชีวิตอยู่ต่อไม่ได้แล้ว”
เสียงร้องไห้คร่ำครวญของมินจุนที่ดังก้องอยู่หน้าบ้านพื้นเมืองแบบเกาหลีอันเงียบสงัดนั้น คล้ายกับเสียงร้องไห้หน้าศพ คนอื่นๆ ที่ได้ฟังสิ่งที่มินจุนพูดต่างก็คิดกันไปต่างๆ นาๆ เรนที่ฟังภาษาเกาหลีออกรู้สึกอยากคว้านท้องตัวเอง ส่วนพวกพี่ๆ ของมินจุนต่างก็กำลังหน้าซีดเพราะได้ยินมินจุนพูดว่าไดกิเคยถูกมีดฟัน ส่วนไดกิ…เพียงรู้สึกขายหน้าเท่านั้น
“เงียบๆ สิ ชาวบ้านเขาได้ออกมาดูกันหมดพอดี เอาเถอะ แค่นี้ก็ถือว่าผ่านแล้วล่ะ ฝากดูแลลูกชายคนเล็กเจ้าปัญหาของตระกูลมินแบบนี้ต่อไปนะ ทุกคนหิวกันแล้วใช่ไหม รีบเข้าไปข้างในเถอะ หน้าร้อนแบบนี้หัวของเธอคงจะร้อนน่าดู ฉันมีหมวกฟางคุณภาพดีอยู่ เดี๋ยวจะเตรียมไว้ให้นะ เธอเอาไปใช้ได้เลย ทำอะไรกันอยู่ล่ะ ยังไม่รีบเชิญแขกเข้าไปข้างในอีก”
แอรยอนที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนเป็นห่วงหัวของเรนที่กำลังยืนอยู่ด้วยสีหน้าเหมือนคนใกล้ตาย เธอคล้องแขนเข้ากับแขนของเรนและลากเขาเข้าบ้านไป ถึงกระนั้น มินโฮที่เป็นลูกชายคนโตก็กล่าวทักทายไดกิด้วยความสุภาพ
“ผมมินโฮเป็นพี่ชายคนโตครับ ดูเหมือนว่าแม่จะทดสอบคุณน่ะครับ พวกผมเองก็เกินจะคาดเดาได้ โดนแบบนี้ตลอดเลยครับ คุณคงตกใจมากใช่ไหมครับ เข้าไปข้างในเถอะครับ”
“พี่ นี่พี่ไม่ได้รู้อยู่แล้วเหรอ”
“รู้แล้วยังจะถามทำไมอีก ถ้าพวกเรารู้แล้วมีหรือจะปล่อยให้ตัวเองโดน”
ไดกิคว้ามินจุนที่ยังคงโมโหอยู่เอาไว้ทันที
“มินจุน ฉันไม่เป็นไร”

* * *

เมื่อเข้ามาในห้องขนาดใหญ่ กลุ่มของไดกิก็ต้องชะงักอีกครั้ง เพราะนอกจากโต๊ะที่โทมะกำลังนั่งกินเนื้อวัวที่ย่างด้วยเตาถ่านอย่างเอร็ดอร่อยแล้ว บนโต๊ะอาหารขนาดใหญ่อีกสี่โต๊ะยังมีสำรับมื้อกลางวันที่เต็มไปด้วยอาหารเลิศรสรออยู่
พวกเขาจ้องมองสำรับที่เรียกว่าบรันซ์ด้วยสายตาที่สงบนิ่ง เพราะมินจุนบอกเอาไว้ว่าต้องอดอาหารก่อนมาเท่านั้น ทุกคนจึงหิวจนไส้กิ่ว แต่ออกซิเจนที่อัดแน่นอยู่เต็มปอดก็เริ่มไหลย้อนออกมาเพราะขนาดของการจัดโต๊ะอาหารที่น่าตกใจนี้ ยกเว้นอยู่คนเดียว ทันทีที่ได้ยินเสียงหายใจกระหืดกระหอบของอิสึกิ มินจุนก็มองไปข้างหน้าแล้วพูดออกมาอย่างเข้มแข็งว่า
“เอาล่ะ ยินดีต้อนรับสู่นรกครับ คุณต้องกินข้าวให้หมด ไม่ให้เหลือแม้แต่เม็ดเดียว จึงจะสามารถออกจากนรกขุมนี้ได้ ดังนั้น โปรดเตรียมกระเพาะเอาไว้ให้พร้อมก่อนกินนะครับ และหลังจากนี้ยังมีอาหารมื้อเย็นรอทุกท่านอยู่ ตอนนั้นจะมีโต๊ะอาหาร…เพิ่มขึ้นอีกสองโต๊ะครับ”
มินจุนที่พูดจบแล้วนั่งลงข้างโทมะพร้อมกับไดกิ นอกจากส่วนหัวแล้ว ส่วนอื่นๆ ของวัวตัวหนึ่งถูกแยกชิ้นส่วนอย่างสมบูรณ์และวางเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะอาหารราวกับว่าบ้านนี้ไปล้มวัวมาตัวหนึ่งจริงๆ นอกจากยำเนื้อวัวดิบที่ค่อยๆ ละลายในปากแล้ว ยังมีเนื้อส่วนต่างๆ ที่อวดสีชมพูสวยถูกจัดวางไว้อย่างเรียบร้อยในจานกระเบื้องพร้อมด้วยซุปเนื้อวัว รอนำขึ้นไปย่างบนเตาถ่านอีกด้วย

ตกหลุมร้าย! ยากูซ่าพ่อลูกติด

ตกหลุมร้าย! ยากูซ่าพ่อลูกติด

ตกหลุมร้าย! ยากูซ่าพ่อลูกติด
Score 8.9
Status: Ongoing
อ่านตกหลุมร้าย! ยากูซ่าพ่อลูกติดเรื่องย่อ อุตส่าห์วาดฝันชีวิตในต่างแดนไว้อย่างดี แต่ทำไมทุกอย่างมันถึงกลายเป็นแบบนี้ได้ล่ะเนี่ย! มินจุน หนุ่มน้อยสัญชาติเกาหลีวัย 22 ปี ดั้นด้นจากบ้านเกิดมาเรียนต่อที่ญี่ปุ่น ทว่าเขาดันถูกคนรักที่เพิ่งคบกันเมื่อหกเดือนก่อนหลอกรีดไถเงินไปจนหมด แถมยังโดนเอาชื่อไปใช้กู้เงินนอกระบบอีก และถึงจะอยากหนีกลับเกาหลีมากแค่ไหน พาสปอร์ตก็ถูกยึดไปแล้ว! ขณะที่สิ้นหวังว่าจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรดี จู่ๆ ฟ้าก็ประทานขบวนรถเบนซ์สีดำเรียงแถวหน้ากระดานมาจอดตรงหน้า มินจุนผงะ ถอยกรูดไปชิดกำแพงอัตโนมัติด้วยความตื่นกลัว …จากนั้นก็มีเด็กชายตัวน้อยวิ่งลงจากรถเบนซ์เข้ามากอดเขาโดยไม่ทันตั้งตัว “หม่าม้า!” ‘อะไรนะ หม่าม้า? ใครกัน? ฉันเหรอ!?’ “ฉันจะให้นายมาเป็นแม่ชั่วคราวของลูกชายฉัน” เจ้าพ่อยากูซ่าอย่าง ไดกิ พูดไปควงปืนไป แบบนี้… เขาคนเดียวจะไปสู้ไหวเหรอ!? แต่ผู้ชายหล่อบาดใจแถมอันตรายนิดๆ นี่มันสเป็คเขาเลยนี่นา… ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ลองจีบยากูซ่าสักครั้งก่อนตายก็แล้วกัน!!!

Comment

Options

not work with dark mode
Reset