ตอนที่ 706 อสูรร้ายมอดไหม้

ตอนที่ 706 อสูรร้ายมอดไหม้
เจี้ยนหลิงหลงนำฉินหยุนมายังชั้นที่สาม
ที่ตรงกลางชั้น มันมีเสาอาคมติดตั้งเอาไว้
เจี้ยนหลิงหลงที่เตรียมตัวเรียบร้อยแล้วจึงกล่าว “นำครึ่งเซียนนั่นไป
ใส่ไว้ในค่ายอาคม ข้าจะใช้ค่ายอาคมสะกดมันเอาไว้ จากนั่นค่อยเข้า
ไปสังหารมัน!”
ฉินหยุนถือหม้อราชสีห์สวรรค์สะกดมังกรพลางยิ้มกล่าว “ผู้อาวุโส
หลิงหลง ท่านคล้ายชื่นชอบกระทำเรื่องนี้ไม่น้อย!”
“อย่าได้พูดมาก เร่งรีบเข้า!”
เจี้ยนหลิงหลงกล่าวเร่งพร้อมนำเอามีดขนาดใหญ่คล้ายมีดเชือดสัตว์
ออกมา เป็นนางสร้างขึ้นเป็นพิเศษ มันมีความแหลมคมยิ่ง
ฉินหยุนปล่อยครึ่งเซียนออกจากหม้อราชสีห์สวรรค์สะกดมังกร
ครึ่งเซียนวัยกลางคนตระกูลหลงก่อนหน้านี้ทำร้ายชี่เม่ยเหลียน เป็น
ฉินหยุนต้องการสังหารมันยิ่งกว่าผู้ใด
เมื่อครึ่งเซียนติดอยู่ภายในค่ายอาคม เขาพลันร้องตะโกนออกด้วย
ความหวาดกลัว “ฉินหยุน เจ้าตัวบัดซบสารเลว เจ้าทำอันใดกับข้า?
เหตุใดพลังข้าอ่อนด้อยลงเช่นนี้?”
“หน้าโง่ ไม่ใช่พลังเจ้าอ่อนด้อยลง แต่เป็นพลังเจ้าถูกสะกดไว้ที่
ขอบเขตราชันยุทธ์!”
เจี้ยนหลิงหลงกล่าวคำจบ นางพลันเปิดค่ายอาคมยิงสายฟ้าเข้าใส่ร่าง
อีกฝ่าย!
มวลสายฟ้าแลบแปลบปลาบจากเสาค่ายอาคม โจมตีใส่ร่างครึ่งเซียน
วัยกลางคนจึงเกิดเสียง เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ ดังขึ้น
ครึ่งเซียนวัยกลางคนตะโกนร้องอย่างเจ็บปวด
“นี่เจ้าคิดทำอะไร? หากคิดสังหารข้า ตระกูลหลงในแดนวิญญาณ
อ้างว้างจะไม่มีทางละเว้นเจ้า!” ครึ่งเซียนวัยกลางคนตะโกนร้อง
อย่างรวดร้าว
เจี้ยนหลิงหลงย่อมไม่คิดหวั่นเกรงใด นางเพียงยิ้ม “ฉินหยุน หม้อ
ราชสีห์สวรรค์สะกดมังกรของเจ้าช่างเลิศล้ำ น่าจะเป็นเจ้ายังไม่อาจ
ใช้งานพลังเต็มที่ของหม้อนี้ได้กระมัง? กระนั้นก็ยังสามารถขังครึ่ง
เซียนเช่นมันเอาไว้ได้!”
“เพราะเป็นคนตระกูลหลง ดังนั้นจึงง่ายรับมือ หากเป็นครึ่งเซียน
ผู้อื่น คิดทำเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย!”
ฉินหยุนมองที่หม้อราชสีห์สวรรค์สะกดมังกรในมือพร้อมกล่าว
“หม้อนี้สร้างขึ้นเพื่อยับยั้งสายเลือดมังกรโดยเฉพาะ!”
เจี้ยนหลิงหลงควบคุมค่ายอาคม หากไม่ใช่สายฟ้าโจมตี ก็จะเป็น
อัคคีเพลิงร้อนแรงเข้าทำการทรมานครึ่งเซียนวัยกลางคน
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ช่างวิเศษนัก! ข้าคิดอยากจับตัวครึ่งเซียนมาทดสอบค่าย
อาคมสังหารของข้ามานานแล้ว!” เจี้ยนหลิงหลงเผยเสียงยินดี
“ผู้อาวุโสหลิงหลง เร่งรีบจัดการมัน! ข้ายังต้องการผลึกแก้วชีวิต!”
ฉินหยุนกล่าวเร่ง
หากฉินหยุนไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้ เจี้ยนหลิงหลงคงหลงลืมไปแล้ว
ค่ายอาคมสังหารพลันหยุด ครึ่งเซียนวัยกลางคนจึงคำรามร้อง
ตะโกนกราดเกี้ยวต่อฉินหยุน
เจี้ยนหลิงหลงก้าวเดินเข้าไป นางใช้มีดเชือดสัตว์ขนาดใหญ่ในมือ
ทำการบั่นเศียรครึ่งเซียนวัยกลางคนร่วงหล่นกลิ้ง
“ผู้อาวุโสหลิงหลง มีดเชือดสัตว์นี้คล้ายดีเลิศไม่น้อย อย่างน้อยมันก็
ต้องเป็นร่างเซียน และน่าจะมีโลหิตเซียนด้วยกระมัง? แต่แล้วมีดนั่น
ก็ยังเฉือนหั่นร่างได้ง่ายดายนัก!” ฉินหยุนอุทานร้องชื่นชม
“มีดนี้คืออาวุธราชัน ยังจะมีใดให้ไม่ทรงพลัง?” เจี้ยนหลิงหลงเดิน
เข้าไป คว้าเอาผลึกแก้วชีวิตจากครึ่งเซียนออกมา พร้อมโยนมัน
ให้แก่ฉินหยุน “รับไป ว่าแต่เจ้าต้องการมันไปทำอะไร?”
“มันมีประโยชน์ไม่น้อย!”
หลังได้รับ ฉินหยุนจึงรับรู้ได้ถึงพลังงานภายในของมันอัดแน่นชวน
สะพรึง
ทันใดนี้เอง เสียงระฆังพลันดังอีกครั้งจากตำหนักเซียนดาบ!
“ระฆังนั่นกับหัวใจของเจี้ยนสือเทียนเชื่อมถึงกัน สมควรมีเรื่องด่วน
เกิดขึ้นอีกครั้งแล้ว ข้าขอออกไปดูสถานการณ์ก่อน!” เจี้ยนหลิงหลง
กล่าวออกด้วยอารมณ์ไม่ค่อยดีนักก่อนจะออกไปจากหอคอย
ฉินหยุนเร่งรีบดูดกลืนโลหิตเซียนจากร่างเซียนอีกฝ่าย จากนั้นเขา
ค่อยเผาศพนั้นจนมอดไหม้
“เสี่ยวหยุน เร่งรีบสร้างลูกปืนใหญ่!” หลิงหยุนเอ๋อกล่าวเร่ง
ฉินหยุนพยักหน้ารับ นำเอาหม้อราชสีห์สวรรค์สะกดมังกรออกมา
สั่งให้มันขยายขนาด ก่อนจะเทน้ำมันสัตว์ปริมานมหาศาลลงไป
เขาคิดอยากสร้างลูกปืนใหญ่ชนิดพิเศษ มันคือการผสมผสานระหว่าง
น้ำมันสัตว์ปริมาณมหาศาล พร้อมกับพลังงานจากผลึกแก้วชีวิตครึ่ง
เซียน จากนั้นจึงค่อยขัดเกลาด้วยพลังแห่งความเที่ยงธรรม
“พวกอสูรเหล่านี้ยังไม่กล้าลงมือต่อเจี้ยนสือเทียนและคณะ พวกมัน
จะรอคอยให้พิษหยั่งรากลึกลงไป ถึงตอนนั้นพวกมันคิดจับตัวอีก
ฝ่ายก็เป็นเรื่องง่ายดายแล้ว!” ฉินหยุนกล่าว “กลุ่มของเจี้ยนสือเทียน
สมควรรั้งรอได้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ทันทีเมื่อข้าสร้างกระสุนปืนใหญ่
นี้ได้เรียบร้อย ข้าจะออกไปจัดการพวกมัน!”
ฉินหยุนเวลานี้ร้อนใจไม่น้อยขณะสร้างกระสุนปืนใหญ่
เขาแทบคิดอยากโบยบินออกไปเสียเดี๋ยวนี้ พร้อมใช้จอมราชัน
ดวงดาวอสูรเข้าสังหารกลุ่มคนโฉดชั่ว
แต่ด้วยความจริงที่ว่าอสูรเหล่านั้นแข็งแกร่งยิ่ง หากเขาไม่ตระเตรียม
จอมราชันดวงดาวอสูรให้พอทำลายล้างอสูรเหล่านั้น เขาก็จะไม่มี
โอกาสได้พลิกสถานการณ์
แม้ฉินหยุนร้อนใจ กระนั้นเขาก็ยังสามารถสงบใจขณะสร้างกระสุน
ปืนใหญ่อย่างคร่ำเคร่งต่อไปได้
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม เจี้ยนหลิงหลงค่อยกลับมา
“ผู้อาวุโสหลิงหลง เรื่องราวเป็นอย่างไรบ้างแล้ว?” ฉินหยุนเร่งร้อน
ถาม
“ไม่ดีมาก! หุบเขาเซียนโอสถ ขุนเขาเซียนอัคคีคราม ตระกูลหลง
ตระกูลหยาง ตระกูลเทียน รวมถึงสำนักและตระกูลเล็กทั้งหลายต่าง
ให้ความร่วมมือกับอสูรพวกนั้น พวกมันต่างถูกล้างพิษกันหมดแล้ว”
“พวกมันเรียกขานตนเองเป็นสำนักอันชอบธรรม กระนั้นกลับให้
ความร่วมมือกับพวกอสูรร้าย!”
“พวกมันแต่เดิมก็หาได้ต่างอันใดกับอสูร!” ฉินหยุนสบถเสียงเบา
“ด้วยพวกมันร่วมมือกับพวกอสูร กำลังโดยรวมของฝ่ายนั้นจึงมาก
กว่า ตราบเท่าที่พวกมันคิดเคลื่อนไหว คนของเราจะกลายเป็นถูกจับ
ตัวไว้!”
เจี้ยนหลิงหลงร้อนรนเดินไปเดินมา “พวกมันให้เวลาข้าหนึ่งชั่วยาม
เพื่อส่งตัวเจ้าไป ไม่เช่นนั้นพวกมันจะเริ่มลงมือสังหารผู้คน!”
“หนึ่งชั่วยาม? นั่นเพียงพอแล้ว! ผู้อาวุโสหลิงหลง ท่านช่วยข้าขัด
เกลาสิ่งนี้!” ฉินหยุนเร่งรีบกล่าว
“ขัดเกลาอันใด?” เจี้ยนหลิงหลงพบเห็นว่าฉินหยุนกำลังยุ่งไม่ใช่น้อย
“อัดแน่นน้ำมันสัตว์ปริมาณมหาศาล คัดแยกเอาพลังงานออกจาก
ผลึกแก้วชีวิต จากนั้นแกะสลักอักขระเต๋าที่ตัวพวกมัน นี่จึงถือเป็นดี
ที่สุด ข้าขัดเกลามันต่อ ท่านแกะสลักอักขระเต๋า!” ฉินหยุนกล่าว
เจี้ยนหลิงหลงย่อมเห็นว่าฉินหยุนกำลังขัดเกลาไข่มุกสีดำขึ้นลูกหนึ่ง
มันเป็นกระสุนปืนใหญ่
“กระสุนปืนใหญ่นี้ยังไม่มีอักขระเต๋าใดแกะสลักไว้ เดิมข้าคิดแกะสลัก
โทเทมอัคคี แต่หากเป็นท่านแกะสลักอักขระเต๋าที่ตัวมัน สมควร
แข็งแกร่งกว่าข้าทำเพียงลำพังนัก!” ฉินหยุนกล่าว
“อักขระเต๋าหรือ? ให้ข้าแกะสลักอักขระเต๋าใด?” เจี้ยนหลิงหลงนำ
มีดแกะสลักออกมาพร้อมเร่งร้อนกล่าวถาม
“ขอที่ทรงอำนาจที่สุด เป็นอักขระเต๋าชั้นเลิศ นั่นสมควรผสานแรง
ระเบิดรุนแรงออกมาได้!” ฉินหยุนคล้ายคิดขึ้นมาได้ว่าคำถามของ
นางแปลก “อย่าได้บอกว่าท่านไม่มีอักขระเต๋า?”
“อักขระเต๋าชั้นเลิศ? ข้ามีอยู่หนึ่ง ทว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง นอกจากนี้
แล้ว ข้าก็มีอักขระเต๋าชั้นเลิศอยู่เพียงหนึ่ง! ที่เหลือล้วนเป็นอักขระเต๋า
ระดับต้นที่ไม่ต่างอะไรกับเศษขยะ!”
เจี้ยนหลิงหลงเผยความขื่นขมออกมา “ข้ามีจารึกวิญญาณจ้าวเต๋า
กระนั้นในมือกลับมีอักขระเต๋าเพียงน้อยนิดยิ่งนัก อาจารย์จารึกเต๋า
ผู้อื่นไม่ยินดีมอบอักขระเต๋าที่พวกมันมีให้แก่ข้า”
“พวกมันล้วนแกะสลักเส้นมืด หลงเหลือเพียงเส้นสว่างให้ข้าแกะสลัก
สานต่อ!”
สถานการณ์ของเจี้ยนหลิงหลงนี้กล่าวได้ว่าธรรมดายิ่ง อักขระเต๋าที่ดี
ถือเป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับอาจารย์จารึกเต๋า
เส้นมืด พวกเขาจะเก็บงำเอาไว้กับตนเอง และส่งต่องานเส้นสว่าง
ให้แก่ผู้อื่นลงแรงแทน
เช่นนี้ พวกเขาจะได้มีอาจารย์จารึกเต๋าเยาว์วัยช่วยเหลือแกะสลักเส้น
สว่าง ถือเป็นการแบ่งเบาภาระพวกเขาได้ไม่ใช่น้อย
“ท่านมีจารึกวิญญาณจ้าวเต๋า จะบอกข้าว่าไม่เคยได้รับการดูแลใด
เลยงั้นหรือ? ทั้งที่ท่านสมควรเป็นผู้ครอบครองอักขระเต๋ามากมาย
ด้วยซ้ำ!” ฉินหยุนพบว่าเรื่องนี้เกินจะเชื่อได้
เจี้ยนหลิงหลงแค่นเสียงเบา “เพราะข้ามีจารึกวิญญาณจ้าวเต๋า พวก
มันจึงไม่คิดมอบอักขระเต๋าให้แก่ข้า! หากข้าเชี่ยวชาญอักขระเต๋า
จำนวนมาก อย่างนั้นอาจารย์จารึกเต๋าเฒ่าชราเหล่านั้นก็ไม่จำเป็นต้อง
มีตัวตนอยู่ต่อไปอีก! อักขระเต๋าที่ข้าแกะสลัก ความวิจิตรนั้นสูงล้ำ
และความเร็วยังมากล้น ข้าขันแข่งกับพวกมันนับสิบคนพร้อมกันยัง
ได้!”
“ครานี้เจ้าทราบหรือยังว่าจารึกวิญญาณจ้าวเต๋านี้เป็นขยะประเภท
ใด?”
ฉินหยุนพลันเกิดความนึกคิดในใจพร้อมยิ้มกล่าว “ผู้อาวุโสหลิง
หลง เข้าร่วมนครเซียนยุทธภัณฑ์! ข้าจะมอบอักขระเต๋าชั้นเลิศแก่
ท่านสองอย่าง ท่านสนใจหรือไม่?”
“นี่เจ้าถึงขั้นมีอักขระเต๋าชั้นเลิศ?” ดวงตากลมโตงดงามของเจี้ยน
หลิงหลงพลันทอประกายขึ้นมา
ฉินหยุนนำอักขระเต๋าออกมา ภายในวิญญาณเทวะเก้าตะวัน มันมี
อักขระเต๋าอยู่เก้า ด้วยกำลังของเขาตอนนี้ เขายังไม่อาจใช้งานพวก
มัน
และเขาก็เลือกนำออกมาเพียงสอง
“นี่อักขระเต๋าทั้งสอง หนึ่งคืออักขระเต๋าทำลายล้าง และอีกหนึ่งคือ
อักขระเต๋าผลาญอสูร!”
สองอักขระเต๋าที่ฉินหยุนนำออกมา ทั้งเส้นมืดและเส้นสว่างล้วนชัด
แจ้งกระจ่าง
เจี้ยนหลิงหลงผู้ซึ่งครอบครองจารึกวิญญาณจ้าวเต๋า มองเพียงครั้ง
เดียวย่อมจดจำได้ทุกสิ่ง นางขณะนี้ตื่นเต้นยินดีเป็นล้นพ้น
ฉินหยุนยิ้มกล่าว “หลังจบเรื่องราวนี้ ท่านติดตามข้ากลับนครเซียน
ยุทธภัณฑ์! ท่านไม่มีความจำเป็นต้องจมปลักอยู่ที่นี่!”
“ท่านน่าจะเคยได้ยินเรื่องเหลียวจิงเหมิงใช่หรือไม่? นางเป็นอาจารย์
จารึกลึกล้ำวัยเยาว์ และยังต้องการอาจารย์เพื่อชี้แนะแก่นาง หากท่าน
ไปยังนครเซียนยุทธภัณฑ์ ท่านจะได้ช่วยชี้แนะแก่นางได้!”
เจี้ยนหลิงหลงพอได้เห็นสองอักขระเต๋า นางจึงกล่าว “ได้ ข้าจะตาม
เจ้ากลับไป!”
ฉินหยุนกลายเป็นยินดี ตอนนี้เขาเพียงแค่รอให้เชี่ยวเย่ว์เหม่ยกลับมา
จากนั้นค่อยให้นางใช้กระจกคัดลอกจารึกวิญญาณจ้าวเต๋าของเจี้ยน
หลิงหลง เมื่อใดมีเวลา เขาจะได้สกัดมันออกมาเป็นของตนเอง
ที่ลานกว้าง เจี้ยนสือเทียนร้อนรนยิ่ง เวลานี้ เขามีแต่ต้องใช้วิธีการ
ลากถ่วงเวลา
จนถึงตอนนั้น ทัพครึ่งเซียนจากวิมานเซียนปีศาจและนครเซียน
ยุทธภัณฑ์จะมาถึง ยังจะมีจักรพรรดิยุทธ์และราชันยุทธ์อีกมากมาย
ติดตามมาเพื่อพลิกสถานการณ์
แน่นอนว่าเขาไม่ทราบ ถึงเรื่องที่ฉินหยุนตอนนี้คิดขุดเอากำแพง
ตำหนักเซียนดาบข้างหนึ่งเป็นของตนเอง โดยการชักชวนเจี้ยนหลิง
หลงให้เข้าร่วมกับฝ่ายตน
หากเจี้ยนสือเทียนทราบ คาดว่าเขาต้องกระอักเลือดออกด้วยโทสะ
เป็นแน่แท้
ฉินหยุนและเจี้ยนหลิงหลงเริ่มงานช่วยกันขัดเกลากระสุนปืนใหญ่
“ผู้อาวุโสหลิงหลง นี่ท่านไม่ผูกพันใดกับตำหนักเซียนดาบเลยหรือ?”
ฉินหยุนเอ่ยถามอย่างนึกสงสัย “เหตุใดจึงไปกับข้าได้โดยตัดสินใจ
ง่ายดายเพียงนี้?”
“พวกมันรั้งข้าไว้ประหนึ่งเพชรน้ำเอก กระนั้นกลับใช้ข้าทำแต่งาน
ไร้สาระ!”
“เจ้าทราบหรือไม่? พวกมันให้ข้าสร้างอุปกรณ์เต๋าและลึกล้ำ ทว่ามี
แต่ร่างต้นและเส้นสว่างที่ทำสำเร็จโดยข้า ส่วนแกนกลางอย่างเส้น
มืด พวกมันไม่เคยให้ข้าได้ทำเลยสักชิ้นงาน!”
“ข้าคิดอยากไปจากที่นี่มานานไม่น้อยแล้ว!”
เรื่องราวนี้พอถูกพูดกล่าวออก เจี้ยนหลิงหลงจึงเผยโทสะเจือปนไม่
น้อย
“ก่อนจากไป ส่งมอบอักขระโทเทมมังกรแก่พวกเขา เช่นนี้ ข้าจะได้
ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ด้วย ส่วนเรื่องที่ดึงตัวท่านไป เจี้ยนสือเทียนคง
เกลียดชังข้าไม่น้อย!” ฉินหยุนยิ้มกล่าว
“เป็นมันสมควรแก่การกระทำแล้ว มันสัญญาว่าจะช่วยเหลือหาอักขระ
เต๋าชั้นเลิศแก่ข้า แต่ทุกครั้งก็แค่ลมปาก! เป็นเจ้าที่มอบอักขระเต๋า
ให้แก่ข้า ดังนั้นข้าจึงไปกับเจ้า ยังมีเรื่องใดให้มันต้องเกลียดชังเจ้า?”
ภายในใจของนาง เจี้ยนหลิงหลงเวลานี้มีความรู้สึกประหนึ่งดอกไม้
เพิ่งเบิกบาน เพราะฉินหยุนเพิ่งส่งมอบอักขระเต๋าชั้นเลิศให้แก่นาง
ถึงสอง
เรื่องนี้ เป็นสิ่งที่แม้กระทั่งอาจารย์จารึกเต๋าเฒ่าชราของตำหนักเซียน
ดาบยังไม่อาจให้นางได้
“ผู้อาวุโสหลิงหลง ภายหลังหากท่านมีโอกาสได้รับโทเทมเต๋า
เช่นนั้นโทเทมเต๋าที่ท่านแกะสลักย่อมต้องมีความวิจิตรสูงล้ำ!” ฉิน
หยุนยิ้มกล่าว “จารึกวิญญาณจ้าวเต๋าของท่านจะมีประโยชน์ในตอน
นั้นอย่างยิ่ง!”
ฉินหยุนมองที่ลูกปืนใหญ่ซึ่งมีอักขระเต๋าจารึกเอาไว้โดยเจี้ยนหลิง
หลง เขาพิจารณาพลางต้องอุทานชื่นชม อักขระเต๋าซับซ้อน กระนั้น
เจี้ยนหลิงหลงใช้เวลาเพียงน้อยนิดก็แกะสลักพวกมันได้จนเสร็จ
“ฉินหยุน เจ้ามอบอักขระเต๋าชั้นเลิศให้แก่ข้าถึงสอง ข้าจึงคิดอยาก
ตอบแทน เพราะเหตุนั้นจึงเข้าร่วมนครเซียนยุทธภัณฑ์และเป็น
อาจารย์ให้แก่เหลียวจิงเหมิง! ดังนั้นเจ้าอย่าได้ขออย่างอื่นเพิ่มเติม
แล้ว!” เจี้ยนหลิงหลงเร่งรีบกล่าวออกมา
“ท่านกังวลว่าข้าจะขออะไรจากท่านหรือ?” ฉินหยุนยังคงขัดเกลา
กระสุนปืนใหญ่ต่อเนื่อง
“ไม่มีใด!” เจี้ยนหลิงหลงรับคำเบายามเมื่อเห็นฉินหยุนเผยสีหน้า
ฉงน
ทั้งสองต่างร่วมมือกันขัดเกลากระสุนปืนใหญ่แปดลูก แต่แล้ว
ขณะนี้เองที่ระฆังได้ดังขึ้นอีกครั้ง
“บัดซบนัก… ไม่รู้จักจบสิ้น! หนึ่งชั่วยามยังไม่ทันผ่านพ้นด้วยซ้ำ!”
เจี้ยนหลิงหลงตะโกนโกรธเคือง นางละงานในมือพร้อมเร่งรีบ
ออกไป
ไม่นานหลังเจี้ยนหลิงหลงออกไป เสียงระฆังจึงหยุด แต่ไม่นานนัก
มันกลับดังขึ้นอีกครั้ง
“หรือผู้อาวุโสหลิงหลงโดนโจมตีไล่ต้อนมา?”
ฉินหยุนเร่งรีบเก็บหม้อราชสีห์สวรรค์สะกดมังกร พร้อมบรรจุกระสุน
ปืนใหญ่ทั้งแปดลูกเข้าสู่ปืนใหญ่ราชันลึกล้ำ
จากนั้นเขาจึงเร่งรีบออกจากหอคอย แปรเปลี่ยนตนเองให้โปร่งแสง
และจึงเร่งรีบมุ่งหน้าไปที่ลานกว้าง

Nine Sun God King

Nine Sun God King

Qin Yun, fallen crown prince of Qin Empire. Inherits the martial legacy of nine sun world. The superb martial legacy in his arsenal, insane inscription techniques in his fingertips, surrounded by enemies and beauties abound. But Qin Yun is not satisfied, he wants to go beyond the nine suns into the great astral infinity, to become a GOD.

Options

not work with dark mode
Reset