ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง – ตอนที่ 32 กุศโลบายแยบยล

หมอหลวงไม่อาจไม่หยิบเข็มเงินชุดหนึ่งออกมาให้หลินชิงเวย

เข็มเงินทั้งหมดนั้นล้วนปักอยู่บนกระเป๋าผ้าใบหนึ่ง นางยื่นมือไปพิจารณาลักษณะและขนาดของเข็มเงินทางหนึ่ง พร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ปลดอาภรณ์ของเขาออกทั้งหมด”

“นี่…”

ปลายนิ้วเรียวเล็กขาวสะอาดของหลินชิงเวยราวกับมีจิตวิญญาณของมันเอง ขณะที่ทำการคัดเลือกเข็มเงินที่ส่องประกายสะท้อนแสงออกมา นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาพร้อมกับเลิกคิ้วถามว่า “อย่างไร ไม่เห็นด้วย?”

เซียวเยี่ยนพลันส่งเสียงขึ้น “ช่วยปลดอาภรณ์ให้ฮ่องเต้”

หลินชิงเวยหยิบเข็มเงินขึ้นมาสามเล่มในคราเดียว นำไปลนกับเปลวไฟเพื่อทำการฆ่าเชื้อ จากนั้นนิ้วมือทั้งสิบนั้นรวบรวมพละกำลังลงไปยังเข็มที่ฝังลงบนร่างกายของเซียวจิ่น ทั้งวิธีการและความรวดเร็วนั้นทำให้คนแทบจะตาพร่ากันเลยทีเดียว

บรรดาหมอหลวงในเวลานี้ได้แต่เงียบขรึมไม่พูดจา

เซียวเยี่ยนมีเหตุผลมากพอที่จะเชื่อในตัวนาง เมื่อแรกที่นางเข้าไปอยู่ในตำหนักเย็นนางยื้อชีวิตของซินหรูที่เหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายให้รอดชีวิตกลับมาไม่ใช่เป็นเพียงคำพูดโอ้อวด

ปลายนิ้วของหลินชิงเวยหยิบเข็มเงิน นางพยายามกระตุ้นร่างกายของเซียวจิ่นให้รู้สึกเจ็บปวด ราวกับเซียวจิ่นรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดคิ้วของเขาขมวดมุ่น นางจึงออกแรงมากขึ้น พร้อมกับกล่าวว่า “สาเหตุที่คนเรามีอาการตัวร้อนไม่ลด เพราะร่างกายกำลังต่อสู้กับพิษไข้ หากไม่หาสาเหตุให้เจอ ให้ความร้อนนั้นลดลงแล้วจะมีประโยชน์อันใด?”

เซียวเยี่ยนยืนดูอยู่ข้างๆ ด้วยสายตาอันเย็นเยียบ สาเหตุที่ว่านี้มิใช่นางหรอกรึที่เป็นผู้ก่อขึ้นมา

หมอหลวงได้แต่ยืนดูอยู่เงียบๆ หลินชิงเวยฝังเข็มทะลวงลมปราณทั่วทั้งร่างกายให้กับเซียวจิ่น ดีชั่วอย่างไรเซียวจิ่นก็เป็นบุรุษ ส่วนลับของบุรุษนั้นเกิดปฏิกิริยาตื่นตัวอยู่เบื้องหน้าสีหน้านางกลับไม่เปลี่ยน กระทั่งมาถึงขาทั้งคู่ของเซียวจิ่นแม้เซียวจิ่นจะไม่รู้สึกตัวแต่หลินชิงเวยยังรู้สึกได้ถึงกระแสเลือดที่ไหลเวียนบริเวณต้นขาของเขา ขาของเขาไม่มีปัญหาแน่นอน

พลังบางอย่างถูกหลินชิงเวยบีบบังคับ จากนั้นซัดวนขึ้นมารวมกันอยู่บริเวณหน้าอกของเขา เซียวจิ่นรู้สึกทรมานยิ่งยวด สีหน้าจึงซีดขาวกว่าก่อนหน้านี้ เขากำลังอดทนอดกลั้นต่อความเจ็บปวด ริมฝีปากเม้มแน่นไม่ยอมส่งเสียงออกมา

หมอหลวงเห็นเช่นนี้จึงรีบกล่าวด้วยความตื่นตระหนก “เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้! เจ้าทำเช่นนี้จะเป็นการทำร้ายฝ่าบาท!”

หน้าผากของหลินชิงเวยปรากฏให้เห็นเม็ดเหงื่อเล็กๆ กล่าวขึ้นอย่างไม่ชอบใจนักว่า “อย่างไรก็เป็นเช่นนี้แล้ว ไม่ให้ข้ารักษาก็มีแต่ตายเท่านั้น” พูดแล้วนางก็กดลงบนหน้าอกของเซียวจิ่นอย่างแรง เซียวจิ่นร้องอึกอักขึ้นครั้งหนึ่งแล้วค่อยๆ ยกศีรษะขึ้นมา เอียงศีรษะเพื่อจะกระอักโลหิตสีดำคล้ำออกมาคำหนึ่ง

เขายังคงไม่ได้สติดังเดิม ทว่าด้วยความที่ร่างกายอึดอัดคับข้องมานานพลันปลอดโปร่งโล่งสบายจึงหายใจโล่งอก สีหน้าจึงดูผ่อนคลายขึ้นมาก

กระทั่งหลินชิงเวยดึงเข็มเงินเล่มสุดท้ายออกจากร่างกายของเขา แล้วยื่นมือไปแตะหน้าผากของเขาอีกครั้ง “ไม่ร้อนแล้ว”

หมอหลวงก้าวขึ้นมาแตะหน้าผากดูด้วยสีหน้าตื่นตะลึง ไม่อาจไม่มองหลินชิงเวยตาค้าง กล่าวอย่างยินดีว่า “ฝ่าบาทตัวไม่ร้อนแล้วจริงๆ”…”

ต่อมาหลินชิงเวยเดินมาข้างโต๊ะ เห็นบนโต๊ะมีกระดาษและพู่กัน ก่อนที่นางจะเป็นแพทย์แผนปัจจุบันนางเคยเป็นแพทย์แผนจีนมาก่อนเพียงแต่ไม่เคยใช้พู่กันเขียนใบสั่งยาให้กับคนไข้ เวลานี้นางหยิบพู่กันขึ้นมาแต้มหมึก จากนั้นเขียนเทียบยาลงบนกระดาษเซวียนจื่อ[1]เสร็จในอึดใจเดียวแล้ววางพู่กันลง “พวกท่านไปต้มยาตามเทียบยาที่ข้าเขียนนี้ วันละสามครั้ง ดื่มหลังอาหารครึ่งชั่วโมง”

หมอหลวงรับเทียบยาไปดู ด้วยท่าทีโง่งม

บนโลกใบนี้มีลายมือของคนสองประเภทที่อ่านยากที่สุด ประเภทที่หนึ่งก็คือ นักพรต อีกประเภทหนึ่งก็คือ หมอ

เป็นท่านหมอมาหลายปี หมอหลวงท่านนั้นกลับอ่านตัวอักษรของหลินชิงเวยไม่ออก

“ตัวอักษรของแม่นางเขียนหวัดเกินไป…ข้า…” หมอหลวงปาดเหงื่อบนหน้าผาก เขารู้สึกเหงื่อชุ่มแผ่นหลัง

[1] เซวียนจื่อ หรือกระดาษฟางที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือ สีกระดาษขาวสะอาด เนื้อกระดาษละเอียด นุ่มและเบา กระจายน้ำหมึกได้สม่ำเสมอและชัดเจนไม่เปื่อยยุ่ยง่าย

ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง

ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง

Status: Ongoing
อ่านนิยายเรื่อง ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋องเพราะไม่อยากแต่งไปเป็นนางสนมที่ถูกลืม “หลินเสวี่ยหรง” จึงได้วางยา “หลินชิงเวย” พี่สาวของตนให้ขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวแทน ทั้งยังตามมาวางยากำหนัดนางอีกถึงในวัง เพื่อใส่ร้ายว่านางคบชู้ ทำให้ ‘หลินชิงเวย’ หญิงสาวยุคปัจจุบันที่ทะลุมิติเข้าร่างมาต้องตกกระไดพลอยโจรไปมีอะไรกับหนุ่มนิรนามที่มาช่วยนางไว้ จนถูกจับได้ว่าคบชู้สู่ชาย ทำให้นางโดนเนรเทศไปอยู่ตำหนักเย็น แม้นางจะทำใจ ยอมอยู่อย่างสงบในตำหนักเย็น ทว่าโลกใบนี้ ไม่ปล่อยให้นางมีความสุขง่ายๆ เช่นนั้น นางจึงต้องใช้ปัญญาและความสามารถทางแพทย์ปกป้องตัวเอง ผนวกกับการได้พบกับชายผู้ยิ่งใหญ่เย็นชาปากไม่ตรงกับใจอย่าง “เซ่อเจิ้งอ๋อง” การได้พบกับเขาทำให้นางค่อยๆ พบความหวัง ที่จะได้กลับมามีอิสรภาพอีกครั้ง! หลินชิงเวย: ท่านอ๋อง ท่านมองลำคออันขาวผ่องของข้าด้วยดวงตาที่เบิกกว้างเช่นนั้น นี่ข้ากำลังปลุกอารมณ์ของท่านหรือ ? เซ่อเจิ้งอ๋อง: คงไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเจ้าจะเป็นสตรีที่ไร้ยางอายเช่นนี้ !

Comment

Options

not work with dark mode
Reset