ท่านประธานที่รัก – ตอนที่ 191 ความรักอันแรงกล้า

เจียงฉยงฉยง รู้สึกว่าเธอเป็นเพียงคนเดียวในสายตาของซังหลินจวิน เมื่อตอนมีประโยชน์ ก็จะโทรมาขอความช่วยเหลือ

ตอนหมดประโยชน์ ก็จะถีบหัวส่ง

เธอกลั้นใจเตือนตัวเอง

ซังหลินจวินเป็นแค่ผู้ชายหลอกลวง อย่าไปใส่ใจ

หลังจากบอกกับตัวเองแบบนี้อารมณ์ของเธอก็ดีขึ้นมากจริงๆ

เจียงฉยงฉยง หยิบกระเป๋าเดินไปที่เตียงของเฉินเฉียว และบอกลาเธอ: “เฉียวเฉียว วันนี้ฉันจะกลับก่อนนะ พรุ่งนี้ฉันค่อยมาเยี่ยมใหม่”

“กินข้าวก่อนแล้วค่อยไปสิ”เฉินเฉียวรู้สึกผิดวันนี้ฉยงฉยงอยู่กับเธอมานานแล้วและม่ได้ชวนเธอไปทานอาหารค่ำด้วยซ้ำ

แม้จะเป็นเพื่อนสนิท แต่ก็ไม่สามารถทำแบบนี้ได้

นอกจากนี้เฉินเฉียวยังรู้สึกว่ากระเป๋าที่หลินจวิน ถืออยู่นั้นค่อนข้างใหญ่และมันต้องมีสิ่งของมากมายอยู่ในนั้น

นึกถึงพวกเขาสั่งอาหารมามากทุกครั้ง แต่พวกเขาก็กินทิ้งกินขว้าง

กินกับฉยงฉยงดีกว่า กินกับเธอหมดทุกครั้ง

“ไม่ล่ะ ไม่ล่ะ ถ้าฉันอยู่นานกว่านี้ คงมีบางคนจ้องฉันจนตาถลนแน่”เจียงฉยงฉยงโบกมือหยิบกระเป๋าและเดินไปที่ประตู

หลังจากโบกมือลากับเฉินเฉียวแล้วเธอก็ออกไป

ซังหลินจวินเขาของที่เขานำมาวางบนโต๊ะ แล้วเปิดฝาออก กลิ่นหอยโชยออกมาเตะจมูก

เฉินเฉียวมองไปที่จานบนโต๊ะเปลือกตาของเธอกระตุกและพูดกับเขาอย่างโกรธ ๆ ว่า “อาหารเยอะขนาดนี้ ฉันกินไม่หมดอยู่แล้ว ทำไมไม่ให้ฉยงฉยงกินกับฉันล่ะ”

เธอรู้สึกว่าเขาเป็นคนขี้เหนียว แต่เธอก็ต้องยอมรับมัน

ว่าเขาเป็นแบบนี้ก็น่ารักดี

เหมือนกับพวกเด็ก ในโรงเรียนอนุบาลที่แย่งชิงความรักจากครู

และเมื่อได้รับแล้วจะไม่ต้องการแบ่งกับคนอื่น

หลังจากที่ซังหลินจวินตักข้าวให้เฉินเฉียว ตัวเขาเองก็หยิบมาถ้วยหนึ่ง:“ผมจะกินกับคุณ เราสองคนกินก็อิ่มพอดีแล้ว”

ในความเป็นจริงมันไม่ใช่แค่เพียงพอ แต่เหลือเยอะเกินไปมาก

หลังจากรับประทานอาหารแล้ว ซังหลินจวินช่วย เฉินเฉียวพยุงจากเตียงและพาเธอออกไปเดินเล่น

จู่ๆซังหลินจวินก็ถามว่า “เฉียวเฉียวคุณคิดว่าอาหารวันนี้อร่อยไหม”

เฉินเฉียวสวมเสื้อโค้ทและใบหน้าที่สวยงามของเขายังคงขาวซีดเห็นได้ชัดว่าร่างกายของเธอยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

เธอพูดไม่ออกทำไมวันนี้เขาพูดอะไรแบบนี้

อย่างไรก็ตามอาหารวันนี้อร่อยมากเธอพูดตรงๆ: “อร่อยมาก คุณรับพ่อครัวมาใหม่หรือซื้อมาจากร้านหรอ?”

ซังหลินจวินยิ้มและส่ายหัว: “เฉียวเฉียว ผมทำให้คุณเอง”

คำพูดเหล่านี้ของซังหลินจวินทำให้ดวงตาของเฉินเฉียวหม่นลงชั่วขณะและและพูดเสียงสั่น ๆ ว่า “ไม่น่าล่ะคุณอยากให้ฉยงฉยงกลับไป ที่แท้คุณทำอาหารมาให้ฉัน”

ซังหลินจวินเลิกคิ้วร่องรอยแห่งชัยชนะฉายแววในดวงตาของเขา

ในเวลานี้เฉินเฉียวคิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับรสชาติที่เธอเพิ่งกินและพบว่าซังหลินจวินถ้าไม่ใช่ประธานที่เอาแต่ใจเขาก็สามารถเป็นพ่อบ้านได้ความสามารถรอบด้านเลยจริงๆ

คิดแค่นี้ก็อดดีใจไม่ได้

เพราะเธอรู้ว่าคน ๆ นี้เป็นของเธอและจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป

ทั้งสองคนออกไปเดินเล่นเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงก่อนจะกลับไปที่ห้องผู้ป่วย

ตอนแรกห้องผู้ป่วยไม่มีคนเลย แต่ตอนนี้มีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่

“ พี่ คุณ….คุณซัง พวกคุณกลับมาแล้วหรอ”เฉินอินเงยหน้าขึ้นพร้อมกับสีหน้ามีความสุข

เมื่อเธอเห็นซังหลินจวินแววตาของเธอเต็มไปด้วยความสุขและลนลาน

สีหน้าของซังหลินจวินเย็นชา

ถ้าไม่ใช่เพราะใบหน้าของ เฉินเฉียว เขาจะไม่อยากเห็นคน ๆ นี้เลย

เมื่อนึกถึงครั้งสุดท้ายที่เธอทำกับเฉินเฉียว เขารู้สึกเบื่อหน่ายมากขึ้น

เฉินอินรู้สึกไวต่อความรังเกียจในสายตาของซังหลินจวิน เธอเจ็บเล็กน้อย แต่เมื่อเธอเห็น เขาดูแลเฉินเฉียวเธอก็รู้สึกอิจฉามาก

เธอรู้สึกว่าเฉินเฉียวต้องพูดเรื่องแย่ ๆ มากมายเกี่ยวกับเธอลับหลังไม่เช่นนั้น ซังหลินจวินจะเกลียดเธอได้อย่างไร

อย่างไรก็ตามเธอเข้าใจดีว่าตอนนี้เธอต้องอดทนต่อไปถ้าเธอกับ เฉินเฉียวผิดใจกันเธอกลัวว่าจะยากที่จะได้เจอเขา

คราวนี้เธอทนได้

ด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนบนใบหน้าของเฉินอินเธอรีบเข้าไปจับไหล่ของเฉินเฉียวและพูดอย่างเป็นห่วง: พี่สาวรู้ไหมฉันได้ยินมาว่าพี่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและฉันเป็นห่วงคุณมากถ้าพี่ป่วยจริงๆทำไมไม่บอกครอบครัวเลย”

เธอบ่นเบา ๆ

เฉินอินที่เป็นเช่นนี้ทำให้หัวใจของ เฉินเฉียว อบอุ่น

ในอดีตทุกครั้งที่เธอล้มป่วย เฉินอินตั้งความหวังไว้กับเธอ เฉินเฉียวรู้สึกว่ามันนานมาแล้ว

เฉินเฉียวแตะหัวของเธอเบา ๆ และยิ้มอย่างสบายใจ: “ฉันได้ยินฉยงฉยงพูดว่าวันนี้เธอจะมาเยี่ยมฉัน อินอินไม่โกรธฉันแล้วหรอ?”

เฉินอินขมขื่นในใจเธอบีบมือแน่น แต่เธอยิ้มและส่ายหัว: “พี่เป็นพี่สาวของฉันฉันโกรธได้อย่างไรฉันแค่รู้สึกเศร้าที่พี่ไม่เคยบอกฉันเรื่องความสัมพันธ์กับคุณซัง ถ้าพี่บอกฉันก่อนฉันก็จะไม่ชอบเขาแล้ว ”

เฉินเฉียวรู้สึกสับสนเล็กน้อยที่เธอไม่ได้บอกก่อนเพราะเธอรู้สึกว่าความรู้สึกของเฉินอิน ที่มีต่อซังหลินจวินนั้นมากเกินไปเธอกังวลว่าถ้าเธอถูกปฏิเสธเธอจะต้องเจ็บปวดอย่างแน่นอน

เพราะเธอไม่อยากเสียน้องสาวไปเพราะซังหลินจวิน เธอเลยปิดบังไว้

เธอคิดว่ามันดีสำหรับเธอ

แต่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าสิ่งนี้จะทำให้เธอเจ็บมากขึ้น

เฉินเฉียว เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดเธอไม่ต้องการที่จะพูดถึงเรื่องนี้เธอเพียงยิ้มและพูดว่า: “ดึกมากแล้ว เธอกลับบ้านไปก่อนเถอะ ตอนนี้ร่างกายฉันแข็งแรงดีแล้ว ไม่นานก็กลับบ้านได้ ”

เฉินอินส่ายหัว: “พี่คะ ฉันอยากอยู่กับพี่ เราสองคนไม่ได้อยู่ด้วยกันนานแล้ว วันนี้ให้ฉันค้างได้ไหม”

เฉินอินจับมือของ เฉินเฉียวและเขย่า

ซังหลินจวินไม่ได้พูดในตอนแรก แต่เมื่อเขาเห็นว่าเฉินอินโตขนาดนี้แล้วยังจะทำเหมือนเด็กๆรบกวนเฉินเฉียว ในใจเขาก็ไม่สบอารมณ์

ยิ่งไปกว่านั้นร่างกายของ เฉินเฉียวยังอ่อนแอมากเธอจะทนได้อย่างไรเธอสั่นอย่างแรง

ซังหลินจวินดึงเธอออกไปและตำหนิ: “พี่สาวคุณอยู่ที่นี้ มีผมอยู่ด้วย ถ้าไม่วางใจก็รออยู่ที่บ้านดีกว่านะ คุณไปกวนพี่สาวแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่จะหายดีคุณจะค้างที่นี้ก็มีแต่จะเพิ่มภาระ”

คำพูดของซังหลินจวินไม่ได้แสดงความใจดีเลยและตอนนี้เขาก็เข้าใจแล้วสำหรับคนหน้าด้านอย่างเฉินอินสิ่งที่พูดนั้นมันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเธอแม้แต่น้อย

ท่านประธานที่รัก

ท่านประธานที่รัก

เฉินเฉียวต้องมานอนกับผู้ชายลึกลับคนหนึ่งอย่างไม่ได้ตั้งใจ เธอไม่รู้ ชื่อหรืออาชีพของเขา และไม่รู้เลยว่าเขานั้นได้แต่งานมาแล้ว แต่เขามักจะมาช่วยเธอให้หลุดพ้นจากความอับอายอยู่เสมอ อะไรนะ!!! ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างที่เธอคิด แต่เขาเป็นถึงซังหลินจวินที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเป่ยเฉิง และมีข่าวลือมาว่า ชายผู้มีอำนาจคนนี้ทั้งได้ผ่านการแต่งงานมาแล้วหลายครั้ง และมีลูกแล้วอีกด้วย และมีข่าวลือกอีกว่าชายคนนี้มีนิสัยเย็นชา………….

Comment

Options

not work with dark mode
Reset