ท่านประธานที่รัก – ตอนที่ 96 พี่เฉียวนี่ตาไม่ถึงเลยจริงๆ

“ พี่เฉียวเด็กน้อยเรียกเธอ

หะ

“ในอนาคตพี่จะมาเป็นแม่ให้ผมไม่ได้ใช่ไหม?”ซังโย่วอีถาม

เฉินเฉียวเงียบไปครู่หนึ่ง “ทำไมคุณถามแบบนี้?”

“ น้าเถียนเถียนบอกว่าพี่กับพ่อจะไม่มีวันได้แต่งงานกัน พ่ออยากแต่งงานกับคนที่สมฐานะด้วย “ซังโย่วอีกระพริบตาโตๆอีกรอบ“ พี่กับพ่อผมไม่เหมาะสมกันหรอ? เป็นเพราะพี่มีสามีหรือเปล่า? พี่เฉียวเมื่อไหร่จะหย่า? ”

ชุดคำถามของเด็กทำให้เฉินเฉียว รู้สึกงุนงงเล็กน้อย

จู่ๆเธอก็พบว่าจนถึงตอนนี้ซังหลินจวินไม่เคยพูดถึงการหย่าของเธอเลย

เขาเองก็คิดว่า จริงๆแลวเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดเรื่องนี้ ยังไงซะโลกของเขาก็มีเถียนเถียน

“ ใช่แล้ว ฐานะเราไม่เหมาะสมกัน ฉันไม่มีทางเป็นแม่ของคุณแม่ “เฉินเฉียวพยายามทำให้คำพูดของเธอนิ่ง เดิมทีเธอและซังหลินจวินไม่ได้คิดที่จะเริ่มต้นจริงๆ แต่ตอนนี้เมื่อพูดถึงอนาคตมักจะรู้สึกไร้สาระและซ้ำซากอยู่เสมอ

“แต่ว่า พ่อกับน้าเถียนเถียนแล้วก็พี่พูดไม่ตรงกันเลย”ซังโย่วอีเงยศีรษะเล็ก ๆ ขึ้นอีกครั้งและมองไปที่เธออย่างจริงจัง “พ่อบอกว่าไม่ว่าพี่จะแต่งงานกับพ่อของผมหรือไม่ ยังไงพี่ก็เป็นแม่ของผม”

เฉินเฉียวสัมผัสใบหน้าไร้เดียงสาของเด็ก“ นอนเถอะ ดึกมากแล้ว”

เธอคิดว่านี่อาจเป็นสิ่งที่ซังหลินจวินพูดเพื่อเกลี้ยกล่อมเด็ก ๆ ถ้าเธอและซังหลินจวินไม่ได้อคบกันเธอจะกลายเป็นแม่ของเด็กได้อย่างไร?

คืนนี้เฉินเฉียวพลิกไปพลิกมา นอนไม่หลับ

ทั้งๆที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้แคร์ผู้ชายคนนั้นมาก แต่ทั้งคืนมีแต่ภาพเขาอยู่กับ เถียนเถียนในความคิดของเธอ

บางทีทั้งคู่อาจอยู่เครื่องบินเดียวกัน

บางทีพวกเขาอาจจะพักในโรงแรมเดียวกัน

บางทีเดือนนี้พวกเขาจะออกไปข้างนอกด้วยกัน

……

สองสามวันนี้เฉินเฉียวไม่ได้รับโทรศัพท์จากซังหลินจวิน

เธอก็ไม่เคยโทรหาเขาเลยสักครั้ง

ไม่น่าแปลกใจที่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาสองคนนั้นแท้จริงแล้วไม่มีอะไรเลย

เฉินเฉียวทุ่มเทให้กับงานของเธอ บริษัทเปิดขึ้นอย่างเป็นทางการและพนักงานที่ได้รับคัดเลือกก็เริ่มทำงานแล้ว

เธอเดินช้าๆตามจังหวะของเธอเองอย่างใจเย็น

เธอคิดว่าถ้าไม่ใช่เพราะซังโย่วอียังอาศัยอยู่ในบ้านของเธอเองเธออาจจะรู้สึกว่ามันเป็นความฝันที่ไม่ชัดเจนระหว่างซังหลินจวินกับเธอ

วันนี้.

หลังจากเลิกงานเธอก็ออกมาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตกับซังโย่วอีและกลับไปที่หย่าย่วน จากระยะไกลเห็นรถที่คุ้นเคยจอดอยู่ชั้นล่างในหย่าย่วน

เฉินเฉียวหยุด เขามาพอดีเลย

ซังโย่วอีเห็นว่าเธอไม่ได้เดินต่อและเงยหน้าขึ้นมองเธอ “พี่เฉียวทำไมไม่เดินล่ะครับ”

เฉินเฉียวไม่พูดอะไร

จากระยะไม่ไกลนักเธอเห็นประตูของรถที่คุ้นเคยก็ถูกผลักเปิดออกและ ปู้อี้เฉินก็ลงจากรถ

เฉินเฉียวลูบหัวซังโย่วอี “คุณขึ้นรถไปก่อน อย่าวิ่งซนนะรู้มั้ย? ”

ซังโย่วอีหยุดนิ่งจ้องมองชายที่เดินมาหาพวกเขาด้วยสายตาระแวดระวังและถาม “พี่เฉียวเขาเป็นใคร?”

น้ำเสียงเห็นได้ชัดว่าเขาหึง

เฉินเฉียวขำ “ไม่ใช่คนสำคัญอะไร”

เขาเป็นใคร?ปู้อี้เฉินเดินมาแล้วและเขาก็เห็นเด็กคนนั้นอยู่ข้างๆเธอ

ซังโย่วอีย่นคิ้วอีกครั้งเพื่อมองเขาและเขาก็ย่นคิ้วและจ้องไปที่ซังโย่วอี

คุณเป็นใคร…ซังโย่วอีเผชิญหน้ากับชายคนนั้นโดยตรงโดยยืนกอดอก

“ ฉันเป็นสามีของเธอ”

สามีหรอเมื่อได้ยินคำสองคำนี้ซังโย่วอีก็ยิ่งอารมณ์เสียมากขึ้นใบหน้าของเขาบึ้ง ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็นคู่แข่งกับพ่อของเขา! เขาเบ้ปากและพูดอย่างรังเกียจ: “พี่เฉียว พี่ตาไม่ถึงเลย พ่อของผมหล่อกว่าตั้งเยอะ!”

ใบหน้าของปู้อี้เฉิน ก็บึ้งเช่นกัน

คนเมื่อวานซืนคนนี้มาจากไหน

“ พ่อของเธอคือใคร”ปู้อี้เฉินถามอย่างเย็นชา

ซังโย่วอีอ้าปากจะพูดอีกแต่เฉินเฉียวก็เอามือปิดปากเล็ก ๆ ของเขาอย่างรวดเร็ว เธอคุกเข่าลง“ เด็กน้อย อย่าพูดซี้ซั่ว รีบขึ้นไปเร็วไม่งั้นเดี๋ยวฉันจะให้เหล่าฟู่มารับกลับบ้าน ”

ซังโย่วอีลุกลี้ลุกลน

พี่เฉียวกังวลขนาดนี้หรือเป็นเพราะมีลับลมคบในกับพ่อ? หรือต่อหน้าสามีของเธอพี่เฉียวไม่ต้องการพูดถึงพ่อของเขาเลย?

ซังโย่วอีคร่ำครวญถึงพ่อของเขาในใจ

ความคิดที่ว่าพี่เฉียวของเขาไปเดทกับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อของเขาทำให้รู้สึกอกหัก เขาหลบตาของเธอแล้วจึงหยิบผักที่ซื้อจากซุปเปอร์มาร์เก็ตมาหันหลังจะเดินกลับ

ผักหนักมาก ถือลำบาก

เฉินเฉียวมองไปที่เขาและพูดว่า “เอาพวกผักไว้ให้ฉัน เดี๋ยวถือไปเองคุณขึ้นไปก่อนเถอะ”

“ พี่ตั้งใจเดทเถอะ ผมไม่ใช่ลูกชายแท้ๆ ไม่ต้องมาสนใจผม”เด็กน้อยพูดอย่างน่าสงสารและฟุดฟิดที่จมูก“ ยังไงซะผมก็แค่เด็กไม่ดีที่ถูกเอามาฝากเลี้ยงที่นี้แล้วโดนพี่เฉียวไล่ออกจากบ้าน”

เมื่อเฉินเฉียวได้ยินดังนั้นหัวใจก็เจ็บปวด

。 เสียใจที่ตะกี้พูดว่าจะให้เหล่าฟู่มารับกลับบ้าน

เธอรีบง้อ:“ถ้าคุณไม่อยากกลับ ก็ยืนรอตรงนี้ก่อน ฉันขอคุยกับน้าคนนี้ก่อน แล้วเดี๋ยวเราไปด้วยกัน ”

อย่างนั้นแหละ!

เขาอยากจะยืนดูพวกเขา จ้องพวกเขา

เด็กน้อยรู้สึกเริงร่าในใจ แต่เขาก็ยังแสร้งทำเป็นเบ้ปากอย่างไม่เต็มใจ: “โอเคงั้นผมจะรออยู่ที่นี่ อย่าให้ผมรอนานนะครับ ผมต้องเขียนการบ้านอีก ”

โอเคเฉินเฉียวหยิกแก้ม ปกติไม่เห็นเขาอยากจะทำการบ้าน ตอนนี้อยากขึ้นมาซะอย่างนั้น

ปู้อี้เฉินยืนดูฉากนี้อยู่ไม่ไกลมีเพียงความรู้สึกเสียดแทงใจเท่านั้น

เมื่อรู้ว่าเด็กคนนี้จะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเธอ แต่ปฏิสัมพันธ์ของพวกเขาดูสนิทสนมมาก เธออ่อนโยนอดทนและเต็มไปด้วยความเมตตาต่อเด็ก

ถ้าเขาไม่รู้ว่าเธอจะไม่มีลูกในวัยนี้เขาคงจะเข้าใจผิดว่าเธอเป็นแม่ของเด็กคนนี้จริงๆ

กับลูกคนอื่นเธอยังดีขนาดนี้ถ้าเธอมีลูกเองขึ้นมาคงจะเป็นแม่ที่ดีมากๆ

อย่างไรก็ตามแม่ของลูกไม่สามารถเป็นเธอได้อีกต่อไป …

ปู้อี้เฉินรู้สึกเจ็บปวดเมื่อนึกถึงเด็กในท้องของโหยวจิ้งหลีในขณะนี้ สายตาที่จ้องมองเธอก็จางไป

ทันทีที่เฉินเฉียวหันกลับมาเจอเขาก็พบกับดวงตาที่ซับซ้อนและเจ็บปวดของเขา

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เดินเข้าไปหาเขา

“คุณมาพอดีเลย จริงๆฉันก็อยากจะไปหาคุณพอดี แต่ช่วงนี้ฉันยุ่งมาก”เฉินเฉียวพูดก่อน

“ เด็กคนนั้นเป็นใคร?”สายตาของปู้อี้เฉินละจากเธอแล้วมองไปด้านหลัง เด็กคนนั้นวางของในมือลงแล้วนั่งยอง ๆ ที่บันไดไม่ไกล สายตาคู่หนึ่งจ้องมองมาที่เขาราวกับมองศัตรูหัวใจ

“……ลูกของเพื่อนของฉัน “เฉินเฉียวตอบอย่างคลุมเครือ

“พ่อของเขากำลังตามจีบคุณหรอ?”ปู้อี้เฉินละสายตาจากเขา

“ เปล่า คุณอย่าไปฟังเขาพูดเพ้อเจ้อ”เฉินเฉียวปฏิเสธโดยไม่รู้ตัว

ท่านประธานที่รัก

ท่านประธานที่รัก

เฉินเฉียวต้องมานอนกับผู้ชายลึกลับคนหนึ่งอย่างไม่ได้ตั้งใจ เธอไม่รู้ ชื่อหรืออาชีพของเขา และไม่รู้เลยว่าเขานั้นได้แต่งานมาแล้ว แต่เขามักจะมาช่วยเธอให้หลุดพ้นจากความอับอายอยู่เสมอ อะไรนะ!!! ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างที่เธอคิด แต่เขาเป็นถึงซังหลินจวินที่มีชื่อเสียงโด่งดังในเป่ยเฉิง และมีข่าวลือมาว่า ชายผู้มีอำนาจคนนี้ทั้งได้ผ่านการแต่งงานมาแล้วหลายครั้ง และมีลูกแล้วอีกด้วย และมีข่าวลือกอีกว่าชายคนนี้มีนิสัยเย็นชา………….

Comment

Options

not work with dark mode
Reset