ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ – ตอนที่ 269 ดาบนั้นคืนสนอง

จวินโม่ซี “เรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อน แต่เจ้าก็พอจะรู้เรื่องมาบ้างแล้ว  ตระกูลของข้า ตระกูลจวินเป็นหนึ่งในสามตระกูลยาโบราณ เป็นเพราะการลงมือจากพลังลึกลับ ตระกูลของข้าทั้งหมดถูกทำลายล้างลง เหลือเพียงข้าคนเดียวที่หนีมากับม้วนไม้ไผ่โบราณม้วนนั้น”

“ข้านำม้วนไม้ไผ่โบราณหนีมาที่หนานจิ้ง  มาเจอกับสำนักนิกายระดับสองแห่งหุบเขาหมอเทวดาที่ข้าเคยมีพระคุณต่อเขา  แต่สุดท้ายคนเหล่านั้นกลับเนรคุณ และข้าก็สูญเสียสมบัติของมีค่ามากมายกว่าจะหนีออกมาจากหุบเขาหมอเทวดานั้นได้   ต่อมาข้ามาถึงเซี่ยโจวได้เป็นราชาโอสถที่หุบเขาราชาโอสถ แต่ข้าก็รู้ดีว่าต้องมีสักวันที่พวกมันจะตามข้าเจอ คนพวกนี้หากไม่ตายก็ไม่ยอมหยุดเป็นแน่!”

ตระกูลถูกทำลายล้าง ถูกหักหลัง ถูกตามฆ่าสังหาร นี่เป็นการบดขยี้คนให้หมดหนทางชัด ๆ

ทว่าชายผู้นี้ยังคงใช้ชีวิตอย่างไร้หัวใจ ใจจดใจจ่ออยู่กับการกินและการปรุงยา

เขาทำได้อย่างไร ?

จวินโม่ซี “มู่เฉียนซีสาวน้อย… สิ่งที่เจ้ามีอยู่ในมือตอนนี้ทำให้โอกาสในการตามหาหม้อเทพนิรันดร์ของเจ้ามีมากกว่าผู้อื่น ข้าหวังให้เจ้าหามันเจอสมดั่งปรารถนา”

มู่เฉียนซี “แน่นอนอยู่แล้ว เรารีบไปจากที่นี่กันเถอะก่อนที่พวกมันจะตามมาทัน”

“เจ้าหนีไปก่อนดีกว่า ข้าจะล่อพวกมันไปทางอื่น เป้าหมายของพวกมันคือมาตามฆ่าข้า เจ้าอุตส่าห์ยอมให้ข้าไปอยู่ด้วย เลี้ยงดูทำอาหารอร่อย ๆ อย่างดี อีกทั้งยังช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าไม่ต้องการทำให้เจ้าต้องมาตายไปกับข้า”

ทันใดนั้นน้ำเสียงของมู่เฉียนซีพลันเปลี่ยนกลายเป็นเย็นชา “การที่ข้าเข้ามาในทะเลทรายเมฆามืดแห่งนี้ก็เพื่อมาช่วยเจ้า ทว่าตอนนี้กลับเจ้าบอกให้ข้าหนีไปเช่นนั้นรึ ?”

“แต่คนพวกนั้นล้วนมีพลังวิญญาณเป็นถึงจักรพรรดิแห่งภูต  มันเป็นพลังวิญญาณระดับสูง เจ้าอยู่กับข้ามีแต่อันตราย ในเมื่อข้าหนีรอดมาได้เป็นสิบ ๆ ปี ข้าย่อมมีวิธีหนีของข้าเอง  เจ้าวางใจเถอะ ข้าไม่เป็นไร”

เสี่ยวหง “ไม่เป็นไรรึ ? แล้วเมื่อครู่ใครกันที่เกือบโดนมังกรปีศาจบ้านั่นกลืนไป หืม ?!”

จวินโม่ซี “นั่นเป็นเพียงอุบัติเหตุ อุบัติเหตุเท่านั้น!”

มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “จวินโม่ซี หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นอีกครั้ง เกรงว่าเจ้าจะหายสาบสูญไปจากโลกนี้”

“แต่ว่า…”

“เจ้าก็รู้ดีว่าข้าเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น พวกคนของหุบเขาหมอเทวดาบีบบังคับให้ข้าตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวัง ข้าไม่ยอมปล่อยพวกมันเอาไว้แน่นอน ม้วนไม้ไผ่ม้วนที่สามอยู่กับสำนักหุบเขาหมอเทวดา  ปล่อยให้พวกมันเข้ามาในทะเลทรายเมฆามืด  ข้าจะพลาดโอกาสที่จะหาเบาะแสนี้ไปไม่ได้”

จวินโม่ซี “มู่เฉียนซีเจ้าบ้าไปแล้วหรืออย่างไร ? พวกมันเป็นถึงจักรพรรดิแห่งภูต เจ้า…”

มู่เฉียนซีกล่าวแทรก “จวินโม่ซี ดูเหมือนว่าเจ้าจะลืมตัวตนอีกตัวตนหนึ่งของข้าไปเสียแล้ว ในเมื่อข้าฆ่าพวกมันไปได้กลุ่มหนึ่ง เช่นนั้นเราสองคนมาร่วมมือกันจัดการกับพวกมันกลุ่มนี้ ก็ใช่ว่าจะจัดการไม่ได้  หากเราจัดการมันได้ เบาะแสของเจ้าก็จะไม่ถูกเปิดเผยไปมากกว่านี้ นี่เป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่าวิธีของเจ้า”

จวินโม่ซี “ช่างเถอะ ๆ  ถือเสียว่าข้าบ้าคลั่งไปกับเจ้าสักคราก็แล้วกัน”

หลังจากที่กินอิ่ม  พวกเขาก็ไม่ได้ออกไปจากทะเลทรายเมฆามืดแต่อย่างใด การถูกจักรพรรดิแห่งภูตตามฆ่าสังหารเช่นนี้ หากออกไปจากทะเลทรายเมฆามืดอาจจะอันตรายกว่านี้

กลิ่นอายของจักรพรรดิแห่งภูตนั้นเข้าใกล้มากขึ้นทุกที และกำลังจะล้อมพวกเขาเอาไว้

— ฟึ่บ!  ฟึ่บ!  ฟึ่บ! —

ร่างหลายร่างปรากฏขึ้นด้านหลังพวกเขา

พวกเขากล่าวขึ้นด้วยความตกใจว่า “ศิษย์พี่ใหญ่ นั่นเจ้าเด็กตระกูลจวิน!”

“โอ้! แล้วยังมีแม่นางผู้นั้นอีกด้วย ที่แท้นางก็เป็นพวกเดียวกับเจ้าเด็กตระกูลจวินผู้นั้น พวกเราหลงกลเด็กนั่นแล้ว”

จวินโม่ซี “มู่เฉียนซีสาวน้อย เหมือนว่าพวกมันใกล้จะตามมาทันแล้ว เราจะทำอย่างไรกันดี ?”

มู่เฉียนซีเหลือบมองกองทรายด้านหน้าที่มีรูเล็ก ๆ  พลันแสงประกายวาบผ่านดวงตาของนาง “อา… หามาตั้งนาน ในที่สุดก็หาเจอจนได้สินะ”

จวินโม่ซีกล่าวถามด้วยความสงสัย “เจ้าหาอะไรอยู่รึ ?”

มู่เฉียนซียกมือขึ้น  ทันใดนั้นขวดยานับร้อยลอยออกมา นางตะโกนอย่างเย็นชาว่า “บุปผาหลั่งสายฝน!”

— ฟึ่บ!  ฟึ่บ!  ฟึ่บ! —

หยดน้ำจำนวนนับไม่ถ้วนตกลงไปในทะเลทราย  จากนั้นทรายใต้เท้าของพวกเขาดูเหมือนว่าจะมีสิ่งมีชีวิตกำลังเคลื่อนไหวอยู่ ช่างดูแปลกประหลาดนัก

จวินโม่ซีกระโดดขึ้นด้วยความตกใจพร้อมทั้งอุทาน “อ๊าก! นี่มันตัวอะไรกัน ?!”

— เคร้ง!  เคร้ง!  เคร้ง! —

มู่เฉียนซีทุบขวดยาสามขวดเพื่อทำให้มันเปียก

“มันคือตัวอะไรเจ้าก็ดูเองสิ”

เวลานี้รอบ ๆ ตัวพวกเขามีแมงป่องสีทองที่มีพิษร้ายแรงกระจัดกระจายอยู่อย่างหนาแน่น ยาเมื่อครู่นั้นกระตุ้นพวกมัน ทำให้พวกมันตื่นขึ้นมาจากการหลับใหล

แน่นอนว่ากลิ่นยาของมู่เฉียนซีทำให้แมงป่องสีทองเหล่านี้ไม่กล้าที่จะเข้ามาใกล้ พวกมันเป็นสัตว์พิษ แต่บนร่างกายของมู่เฉียนซีและพวกนั้นมีกลิ่นยา แน่นอนว่ากลิ่นยานี้เป็นพิษต่อพวกมัน

เดิมทีคนของหุบเขาหมอเทวดานั้นคิดว่าจะจับเหยื่อได้แล้ว แต่เมื่อศิษย์พี่ใหญ่เห็นแมงป่องพิษสีทองเหล่านี้มากันอย่างท่วมท้น ใบหน้าของศิษย์พี่ใหญ่พลันเปลี่ยนไปอย่างมาก

“ศึกด่วน!  รีบจับเจ้าเด็กตระกูลจวินนั่นให้ได้และรีบถอยทันที แมงป่องพิษสีทองนี้รับมือได้ยากอย่างมาก พวกเราอาจเอาไม่อยู่”

แมงป่องพิษสีทองเป็นทรราชของทะเลทรายเมฆามืดแห่งนี้ มู่เฉียนซีก็เพิ่งเรียนรู้สิ่งนี้มาจากกลุ่มโจรสลัดทะเลทราย

เมื่อแมงป่องพิษสีทองโกรธขึ้นมา พวกมันก็จะล่าศัตรูจนตาย  ไม่ตายไม่ปล่อย  เปลือกร่างของพวกมันแข็งมาก ต่อให้เป็นจักรพรรดิแห่งภูตก็ยากที่จะทำลายมันได้ ยิ่งไปกว่านั้น จำนวนของพวกมันมีมากล้นเหลือคณานับ  เมื่อพลังวิญญาณระดับจักรพรรดิเจอพวกมันเข้าแล้ว ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต!

คนของหุบเขาหมอเทวดาเหล่านี้ราวกับตกอยู่ในโศกนาฏกรรม พวกเขาเห็นมู่เฉียนซีและพวกยืนอยู่ในกลุ่มแมงป่องพิษสีทองอย่างปลอดภัย

ประกายแสงวาบผ่านดวงตาของพวกเขาทันที

“ดูนั่น พวกมันต้องใช้ยาเพื่อป้องกันการโจมตีของแมงป่องพิษสีทองนี้เป็นแน่!”

“ศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์พี่ใหญ่ก็คงจะมีวิธีใช่หรือไม่ ?!”

ศิษย์พี่ใหญ่กล่าว “ข้ามีวิธี จะรับมือกับสัตว์พิษเหล่านี้ก็ต้องใช้พิษต่อสู้กับพิษ”

เมื่อเผชิญหน้ากับแมงป่องพิษสีทองจำนวนท่วมท้นเช่นนี้ ศิษย์พี่ใหญ่ก็เรียนรู้การใช้พิษควบคุมการโจมตีของแมงป่องพิษจากมู่เฉียนซี แต่เห็นได้ชัดว่าฝีมือเกี่ยวกับยาพิษของเขานั้นไม่เพียงพอ ซ้ำยังกระตุ้นให้แมงป่องพิษเหล่านี้ทวีความโกรธเพิ่มขึ้นไปอีกเท่าทวีคูณ

“อ๊า  อ๊า  อ๊าก!” พวกเขาถูกแมงป่องพิษโจมตีตกอยู่ในอันตราย

— ฟึ่บ!  ฟึ่บ!  ฟึ่บ! —

เข็มยาจำนวนมากพุ่งออกมา มู่เฉียนซีตะโกนขึ้นอย่างเย็นชาว่า “พวกเรา ลงมือ!”

นางตั้งใจฉวยโอกาสนี้ลงมือคร่าชีวิต  คนของหุบเขาหมอเทวดาถูกล้อมรอบไปด้วยแมงป่องพิษจำนวนมาก นี่เป็นโอกาสดีที่พวกเขาจะลงมือกับคนพวกนี้

จวินโม่ซีในเวลานี้อารมณ์ฮึกเหิมกระหายจะต่อสู้ เขาตะโกนขึ้นว่า “ฮ่าห์! ในที่สุดก็ถึงคราที่ข้าต้องแก้แค้นเสียที”

เผชิญหน้ากับจักรพรรดิแห่งภูต  เพื่อความมั่นใจในชัยชนะ มู่เฉียนซีจึงกลืนยาสวรรค์ซวนหวงเข้าไปหนึ่งเม็ด  ทันใดนั้นความแข็งแกร่งก็เพิ่มขึ้นถึงสองระดับ

ซวนหวงระดับสอง มีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับพลังระดับจักรพรรดิ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถเผชิญหน้าต่อสู้กับพวกเขาได้ ก็สามารถที่จะหลบหนีได้ทัน

“เสี่ยวหง อู๋ตี้ ชิงอิ่ง ลุย!”

กระบี่มังกรเพลิงถูกมู่เฉียนซีชักออกจากฝัก พลังระดับจักรพรรดิหลั่งไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องไม่มีขาด

มู่เฉียนซีตะเบ็งเสียง “หลงเหยียนพิฆาต!”

ขณะเดียวกับที่เสี่ยวหงตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว “เพลิงเผาสวรรค์!”

ร่างของอู๋ตี้หายวับไปในอากาศ จากนั้นภายในชั่วพริบตาเดียว เหล่าบรรดาศิษย์ของหุบเขาหมอเทวดาที่ถูกแมงป่องพิษโจมตีอยู่นั้น กลับโดนกรงเล็บอันแหลมคมข่วนเข้าที่คออย่างรุนแรง

โลหิตแดงสดกระเซ็นออกมาในทันที

— ตูม!  ตูม!  ตูม! —

ส่วนจวินโม่ซีนั้น แน่นอนเขาต้องร้ายกาจที่สุด

นอกจากนี้เขายังมีสิ่งที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งติดตัวจำนวนไม่น้อยเลย และตอนนี้พลังความแข็งแกร่งของเขาก็เพิ่มขึ้นเป็นถึงจักรพรรดิแห่งภูตระดับสูงแล้ว การฆ่าศิษย์ของหุบเขาหมอเทวดาเหล่านี้ง่ายดายราวกับหั่นผักหั่นแตงโมก็มิปาน

“พลังสังหาร!” สีหน้าของจวินโม่ซีเย็นชา คนพวกนี้ที่ทำลายล้างตระกูลของเขา ต้องตายตกไป!

— ตูม!  ตูม!  ตูม! —

“อ๊าก!”

ศิษย์ของหุบเขาหมอเทวดาส่งเสียงร้องตะโกนลั่นออกมาอย่างต่อเนื่องด้วยความเจ็บปวดแทบขาดใจ

.

Related

ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

Score 7.8
Status: Ongoing Artist: Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ นางคือหมอปีศาจผู้เหี้ยมโหดแต่กลับต้องมาอยู่ในร่างของหญิงอ่อนแอไร้ความสามารถที่ผู้คนพากันรังเกียจ ทว่าหลังทำพันธสัญญากับเทพอสูรโบราณ ฝึกฝนบำเพ็ญเคล็ดวิชาต้านสวรรค์จึงเปล่งประกายเจิดจรัสจนผู้คนต้องหลบตาไปตาม ๆ กัน ทั้งยังครอบครองพิษหลายแขนง ใครที่กล้ามารังแกนาง นับว่ารนหาที่ตาย! โอสถเก้าสรรพคุณน่ะหรือ นั่นมันถั่วเคลือบน้ำตาลไว้ให้สัตว์เลี้ยงแสนน่ารักของนางกินเล่นต่างหากเล่า ปรุงยาเป็นก็ต้องเอาแต่ใจอย่างนี้นี่ล่ะ! -------------------------- เขาคือเยี่ยอ๋องรูปงามผู้เย้ายวน ผู้คนต่างเข้าใจว่าเขาเหี้ยมโหดไร้ความปรานี แต่ทำไมกับนาง เขาถึงได้เอาแต่ตามติดจนสลัดไม่หลุดอย่างนี้นะ “ท่านจ้องข้าทำไม” “ข้ากำลังคิดอยู่ว่า เจ้าจะกลายมาเป็นสตรีของข้าอย่างถูกต้องเมื่อไหร่” ทันใดนั้น เข็มเล็กก็จ่อเข้าที่เอวของเขา นางเอื้อนเอ่ยอย่างยิ้มแย้ม “ท่านอ๋อง การหุนหันพลันแล่นเปรียบดั่งปีศาจร้าย หากพิษเข้าร่างเกรงว่าท่านคงจะต้องมีชะตาเยี่ยงขันทีไปชั่วชีวิต!”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset