ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ – ตอนที่ 720 ตามทันอย่างรวดเร็ว

ครืน!

ซวนอี้กลิ้งลงบันไดไป

มู่เฉียนซีที่กำลังเดินขึ้นมาก็ได้เห็นกับร่างที่คุ้นเคยร่างหนึ่งกำลังกลิ้งลงบันไดมา จินซ่านซ่านก็กล่าวขึ้นว่า “ดูเหมือนว่าจะเป็นชายหนุ่มรูปหล่อผู้นั้นของสำนักศึกษาพวกเจ้า”

“โล่วิญญาณน้ำแข็ง!”

มู่เฉียนซีโบกมือขึ้นสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นตรงหน้าที่ซวนอี้กำลังตกลงมากั้นเขาเอาไว้

เสียง ตุบ! ดังขึ้นหนึ่งครา จินซ่านซ่านตัวสั่นไปทั้งตัว

เขาบ่นพึมพำว่า “เจ็บ มันจะต้องเจ็บเป็นตายแน่”

พรวด! ตอนนี้ซวนอี้กระอักเลือดคำโตออกมา เลือดนั้นได้ย้อมบันไดที่อยู่ตรงหน้าเขา

มู่เฉียนซีรีบพรวดขึ้นไปราวกับว่าเป็นพื้นราบไม่มีขั้นบันไดก็มิปาน

จินซ่านซ่านวิ่งตามนางไปด้วยความพยายามอย่างสุดกำลังพลางกล่าว “รอข้าด้วย!”

มู่เฉียนซีเดินไปตรงหน้าซวนอี้ และได้เอากำแพงน้ำแข็งออก ประคองซวนอี้ขึ้นและเอายาวิญญาณยัดเข้าปากเขา

มู่เฉียนซีเงยหน้าขึ้นไปมองเหลิ่งหลินที่กำลังก้มมองพวกเขาอยู่ เหลิ่งหลินกล่าวด้วยความดูถูกเหยียดหยามว่า “เหอะ เหอะ เหอะ! สาวน้อย คิดจะแก้แค้นข้าก็ตามข้ามาให้ทันก่อนเถอะแล้วค่อยว่ากัน”

“แต่หากว่าเจ้าตามไม่ทันก็เป็นไรนะ รอให้ข้าขึ้นไปบนยอดเขาสำเร็จก่อนเจ้าค่อยตามขึ้นไป แล้วข้าก็จะทำให้เจ้าไสหัวลงไปโดยสมบูรณ์”

เขาต้องการโจมตีและเอาชนะผู้หญิงผู้นี้ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่นางจะได้รับชัยชนะ เมื่อถึงตอนนั้นนางต้องพังทลายเป็นแน่

มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เช่นนั้นเจ้าก็รอดูได้เลย!”

บนร่างของซวนอี้มีร่องรอยของเขี้ยวงู ตอนนี้บนร่างของซวนอี้เต็มไปด้วยน้ำค้างชั้นหนึ่ง ครั้งนี้เหลิ่งหลินใช้งูพิษที่มีพิษรุนแรงมาก

มู่เฉียนซีทำได้เพียงแค่หยุดขึ้นเขา และแก้พิษให้ซวนอี้ก่อน จินซ่านซ่านกล่าวถามว่า “คนงาม แล้วเราไม่ขึ้นเขาแล้วเหรอ เราจะละทิ้งไปง่าย ๆ เช่นนี้อย่างนั้นเหรอ ?”

“ข้าว่าให้เขายอมแพ้แล้วปล่อยให้เขาพักผ่อนจะดีกว่า แล้วพวกเราก็ขึ้นไปแก้แค้นให้เขา” จินซ่านซ่านกล่าวแนะนำ

มู่เฉียนซีกล่าวเสียงขรึมว่า “ซวนอี้ จะตกไปตั้งแต่รอบแรกไม่ได้”

“แต่เขาบาดเจ็บหนักเช่นนี้แล้วนะ จะขึ้นไปได้อีกจริง ๆ เหรอ อีกอย่างนี่ก็ไม่ใช่ภูขาธรรมดา ๆ นะ!” จินซ่านซ่านกล่าว

“ขึ้นได้แน่นอน หากเจ้าไม่เห็นด้วยเจ้าก็ขึ้นไปเองก็แล้วกัน” มู่เฉียนซีกล่าว

“ไม่นะ ข้าไม่เอาเช่นนั้น เจ้ารับปากข้าไว้แล้วนะ จะกลับคำไม่ได้เด็ดขาด!” จินซ่านซ่านไม่อยากไปคนเดียว ตัดสินใจกอดขามู่เฉียนซีเอาไว้แน่น

จากนั้น พวกเขาที่แซงหน้าคนอื่น ๆ มาหลายคน ตอนนี้ก็ถูกคนเหล่านั้นแซงหน้าไปแล้ว

การที่มู่เฉียนซีหยุดขึ้นเขาเพื่อช่วยคนอื่นเอาไว้เช่นนี้ ในสายตาของคนจำนวนมากเห็นว่านางเป็นคนโง่มาก

อาจารย์ใหญ่เหลยกล่าว “สาวน้อยผู้นี้ช่างมีไมตรีจิตยิ่งนัก เพื่อสหายร่วมสำนักผู้เดียว นี่นางจะยอมละทิ้งไปเช่นนี้อย่างนั้นเหรอ ?”

“ด้วยความเร็วของสาวน้อยนั่นแล้ว มีโอกาสเป็นไปได้สูงมากที่นางจะเข้ารอบสิบอันดับแรกได้ แต่เป็นเพราะมาล่าช้าเช่นนี้ ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก”

“……”

ตอนนี้อาจารย์ใหญ่ซวนก็ร้อนอกร้อนใจราวกับมดที่อยู่ในหม้อน้ำร้อนก็มิปาน “เจ้าซวนอี้ เจ้าต้องไม่เป็นอะไรนะ เจ้าต้องไม่เป็นอะไร”

ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าว “มีสาวน้อยซีอยู่ เจ้าวางใจเถอะ!”

แก้พิษได้แล้ว ทำแผลเสร็จแล้ว และซวนอี้ก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว

ทว่า อาการบาดเจ็บนั้นยังคงหนักอยู่ เขายังเดินไม่ได้ ยิ่งเรื่องขึ้นเขาจิ่วเหลยนั้นยิ่งไม่ต้องพูดเลย

ตอนนี้คนกลุ่มต่อไปของสำนักศึกษาเทียนเฉ๋อก็ตามมาทันนางแล้ว “เหอะ เหอะ เหอะ! พวกเจ้าอยู่ตรงนี้ ไม่กล้าขึ้นไปแล้วนะสิ!”

“ก็แค่บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น ดูท่าเหลิ่งหลินจะลงมือด้วยความปรานีอยู่”

“เจ้าคิดจริง ๆ เหรอว่าสำนักศึกษาเทียนเฉ๋อของพวกข้าจะล่วงเกินกันได้ง่าย ๆ”

แสงเย็นวาบผ่านดวงตาของมู่เฉียนซี “หนวกหู น่ารำคาญ!”

“นี่เจ้ากล้าว่าพวกข้าน่ารำคาญงั้นเหรอ เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้าจัดการกับเจ้าได้”

ทว่า พวกเขาก็ไม่ได้ลงมือแต่อย่างใด “อย่าลงมือก่อนเลย พี่ใหญ่บอกไว้แล้วว่าผู้หญิงคนนี้เก็บเอาไว้ให้เขาเป็นคนลงมือเอง พวกเราอย่ามัวแต่เสียเวลาอยู่ที่นี่เลย รีบขึ้นไปก่อนเถอะแล้วค่อยว่ากัน!”

“ก็จริง ไปกันเถอะ!”

“ไม่กล้าไปก็อยู่ตรงนี้ต่อไปเถอะนะ รอให้ตกรอบไปตั้งแต่รอบแรกเถอะ!” พวกเขากล่าวเย้ยหยัน

เมื่อเห็นแต่ละคนแซงหน้าไปเช่นนี้ จินซ่านซ่านก็รู้สึกร้อนอกร้อนใจขึ้น

“นี่ตกลงเจ้าจะยอมแพ้แล้วใช่หรือไม่ เจ้ารับปากข้าแล้ว จะยอมแพ้ไม่ได้นะ”

ซวนอี้กล่าว “เป็นเพราะข้าที่ทำให้เฉียนซีต้องลำบาก เจ้า…”

เขาไม่ทันกล่าวจบก็ถูกมู่เฉียนซีกล่าวแทรกขึ้น

“ข้าเป็นนักปรุงยา ข้ารู้ดีว่าร่างกายของเจ้าต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะฟื้นฟูกลับมา ดังนั้นเจ้าอย่าพูดมาก”

“สหายมู่เฉียนซี ศิษย์พี่ซวนอี้เป็นอะไรไป ?”

ตอนนี้คนของสำนักศึกษาซวนเสียก็ตามมาทันแล้ว

มู่เฉียนซีกล่าว “เกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อย ซวนอี้จะต้องรักษาร่างกายก่อน พวกเจ้ารีบขึ้นไปก่อนเถอะ แล้วก็ระวังคนของสำนักศึกษาเทียนเฉ๋อด้วยล่ะ”

“เอายาแก้พิษ กับยาป้องกันพิษติดตัวเอาไว้” มู่เฉียนซีโยนขวดยาหลายขวดให้พวกเขา

พวกเขาโกรธเกรี้ยวขึ้น “เป็นพวกสารเลวของสำนักศึกษาเทียนเฉ๋อนั่น!”

“นี่พวกมันกล้าลงมือในตอนแข่งขันเลยรึ”

“……”

มู่เฉียนซีกล่าว “พวกเจ้ารีบขึ้นไปก่อนเถอะ จะต้องแก้ไขสถานการณ์กลับมาได้แน่”

“ตกลง!”พวกเขาพยักหน้าพลางกล่าว

“ศิษย์พี่ซวนอี้ ต้องรีบฟื้นตัวเร็ว ๆ นะ!”

จากนั้นพวกเขาก็รีบขึ้นขึ้นไปอย่างสุดชีวิต

จินซ่านซ่านรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก คนเหล่านี้เชื่อมั่นในตัวนางมากเช่นนั้นเลยเหรอ ไม่มีความกังวลเลยแม้แต่น้อยว่านางจะตกรอบในรอบแรก อีกทั้งยังขึ้นเขาไปเช่นนี้อีก

คนที่คุ้นเคยกับนางก็จะเชื่อมั่นในตัวนางเช่นนี้ เช่นนั้นนางก็คงจะมีความมั่นใจมาก จินซ่านซ่านตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะกอดขามู่เฉียนซีเอาไว้

ทว่า เมื่อเห็นดวงอาทิตย์กำลังเคลื่อนไปทางทิศตะวันตกมากขึ้น จินซ่านซ่านก็ยิ่งเป็นกังวลมากขึ้น

ตอนนี้ซวนอี้ก็ลุกยืนขึ้นแล้ว เขายืดเส้นยืดสายเล็กน้อยและกล่าวว่า “ฝีมือการรักษาของเฉียนซีช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ ตอนนี้ข้าเดินได้แล้วล่ะ”

มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าว “แล้วเจ้ามัวรออะไรอยู่อีกล่ะ ตอนนี้ต้องพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อที่จะขึ้นไปให้ถึง”

มู่เฉียนซีมองไปจินซ่านซ่านและกล่าวว่า “หากเจ้าตามความเร็วของพวกข้าไม่ทัน เจ้าก็พึ่งพาตัวเองก็แล้วกันนะ!”

จินซ่านซ่านกล่าว “ข้าจะตามไม่ทันคนบาดเจ็บเช่นนี้ได้ยังไงกัน”

“ไปกันเถอะ!”

ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังพรวดขึ้นไปนั้น จินซ่านซ่านก็แทบจะบ้าคลั่งแล้ว

ความเร็วของเขาไม่อาจเทียบกับคนบาดเจ็บที่อาการเพิ่งจะดีขึ้นได้เลย

หากจะบอกว่าอาการบาดเจ็บของซวนอี้นั้นหายดีแล้ว นั่นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ตอนนี้เขากำลังประคับประคองอย่างสุดกำลัง

จินซ่านซ่านตามไม่ทัน แต่เมื่อคิดถึงก่อนหน้านี้ที่คุยโวโอ้อวดไป เขาก็หน้าแดงด้วยอับอาย

ไร้ซึ่งหนทาง ต่อให้เขาตามยังไงก็ตามไม่ทันอยู่ดี

เมื่อเห็นว่าดวงอาทิตย์กำลังตกดิน มู่เฉียนซีก็ใช้ความเร็วที่เร็วที่สุดจนแซงหน้าคนของพวกเขาไปได้

ยิ่งพวกเขาใกล้ขึ้นไปถึงด้านบนมากเท่าไหร่ความเร็วของพวกเขาก็ยิ่งช้าลงมากขึ้นเท่านั้น นี่เป็นโอกาสที่ทำให้พวกเขาตามทัน

“เหตุใดถึงได้เร็วเช่นนี้ พวกเขาทำได้ยังไง ?”

“……”

“……”

คนเหล่านั้นที่ถูกมู่เฉียนซีแซงหน้าไป มองตามหลังพวกเขาด้วยท่าทีที่ฉงนสงสัย

ทว่า ในตอนนี้เหลิ่งหลินนั้นนำอยู่หน้าสุด และเหลือเพียงแค่สิบก้าวเท้าสุดท้ายก็จะถึงยอดเขาแล้ว

และในตอนนี้เองเสียงตะโกนอันเย็นยะเยือกก็ดังขึ้น!

“ผนึกมังกรวารี!”

มังกรวารีขนาดใหญ่ตัวหนึ่งพุ่งไปทางเขา

ปัง! เหลิ่งหลินรีบหลบอย่างรวดเร็ว มังกรวารีนั้นพุ่งชนกับบันได

เหลิ่งหลินหันหลังกลับมาด้วยสีหน้าที่โกรธเคือง และเห็นกับมู่เฉียนซีที่กำลังพรวดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เขากล่าวขึ้นด้วยความประหลาดใจว่า “ในที่สุดเจ้าก็มาแล้ว ข้ารอเจ้าอยู่ตั้งนาน!”

ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

Score 7.8
Status: Ongoing Artist: Native Language: Chinese
อ่านนิยายเรื่อง ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ นางคือหมอปีศาจผู้เหี้ยมโหดแต่กลับต้องมาอยู่ในร่างของหญิงอ่อนแอไร้ความสามารถที่ผู้คนพากันรังเกียจ ทว่าหลังทำพันธสัญญากับเทพอสูรโบราณ ฝึกฝนบำเพ็ญเคล็ดวิชาต้านสวรรค์จึงเปล่งประกายเจิดจรัสจนผู้คนต้องหลบตาไปตาม ๆ กัน ทั้งยังครอบครองพิษหลายแขนง ใครที่กล้ามารังแกนาง นับว่ารนหาที่ตาย! โอสถเก้าสรรพคุณน่ะหรือ นั่นมันถั่วเคลือบน้ำตาลไว้ให้สัตว์เลี้ยงแสนน่ารักของนางกินเล่นต่างหากเล่า ปรุงยาเป็นก็ต้องเอาแต่ใจอย่างนี้นี่ล่ะ! -------------------------- เขาคือเยี่ยอ๋องรูปงามผู้เย้ายวน ผู้คนต่างเข้าใจว่าเขาเหี้ยมโหดไร้ความปรานี แต่ทำไมกับนาง เขาถึงได้เอาแต่ตามติดจนสลัดไม่หลุดอย่างนี้นะ “ท่านจ้องข้าทำไม” “ข้ากำลังคิดอยู่ว่า เจ้าจะกลายมาเป็นสตรีของข้าอย่างถูกต้องเมื่อไหร่” ทันใดนั้น เข็มเล็กก็จ่อเข้าที่เอวของเขา นางเอื้อนเอ่ยอย่างยิ้มแย้ม “ท่านอ๋อง การหุนหันพลันแล่นเปรียบดั่งปีศาจร้าย หากพิษเข้าร่างเกรงว่าท่านคงจะต้องมีชะตาเยี่ยงขันทีไปชั่วชีวิต!”

Comment

Options

not work with dark mode
Reset