ท่านเทพมาแล้ว – ตอนที่ 96

คู่หมั้นของข้า

ตอนที่พวกจีหมิ่นจวินเพิ่งออกจากวังจิ้งจอก หลินเจี้ยนหรูก็เพิ่งถึงน้ำพุวิญญาณเซียน

นี่เป็นโอกาสอันดีงามให้เขาตรวจสอบรากฐานวิญญาณของตนเอง

เขาคิดไม่ถึงว่าจีหมิ่นจวินจะกล้าไปหาเรื่องถึงชิงชิว และยังนำศพของหลินเซี่ยไปด้วย ก่อนไปหัวชิงถามเขาว่าจะไปหรือไม่ แน่นอนว่าเขาไปไม่ได้ เขาไม่มีหน้าไปพบมู่จิ่ว หากจีหมิ่นจวินไปครั้งนี้แล้วกระทบถึงความคืบหน้าของคดี แบบนั้นแล้วเขาแทบไม่มีทางจะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้นางฟังได้

และเขารู้ หากเขาอยู่ในเหตุการณ์ ตอนเผชิญหน้ากันจีหมิ่นจวินต้องใช้เขาเป็นโล่กำบังแน่นอน หากเป็นเช่นนั้นแล้วเรื่องราวต้องยิ่งซับซ้อนขึ้นแน่นอน

เขาอ้างว่าจะรั้งอยู่ทำความสะอาดหอไว้ทุกข์ จึงได้รับความเห็นชอบจากหัวชิง ในความเป็นจริงหัวชิงไม่วางอำนาจ เขาปฏิบัติต่อเหล่าศิษย์พี่น้องในสำนักอย่างดียิ่ง เป็นธรรมดาที่จะพอใจว่าหลังจากหลินเซี่ยตายยังมีคนทำเรื่องเพื่อระลึกถึงเขา โดยเฉพาะเมื่อคนๆ นี้คือหลินเจี้ยนหรูซึ่งเป็นเพียงคนเดียวที่ใช้แซ่หลิน

หลังมื้ออาหารเที่ยงเขาก็แอบมาถึงที่นี่ สถานที่นี้ไม่ใช่เขตหวงห้ามอะไร ไม่มีคนคุมอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ

ที่บอกว่าแอบๆ เพราะเขาต้องการหลบเลี่ยงหูตาผู้คน มิเช่นนั้นแล้วหากการกระทำของเขาเล็ดลอดไปถึงสายตาจีหย่งฟาง จะทำให้เกิดการคาดเดาที่ไม่เป็นผลดีได้โดยง่าย

ด้านล่างผนังหินมีตาน้ำขนาดใหญ่เท่าลำไม้ไผ่

มือของเขาสั่นเทา หยดเลือดลงไปสองหยด เลือดค่อยๆ กระจายตัวไป และอ่อนจางลงจนละลายรวมไปกับน้ำพุ…แต่ตอนที่มันเปลี่ยนเป็นสีแดงอ่อนแล้วกลับไม่เปลี่ยนไปอีก…รากฐานวิญญาณไม่สะอาดน้ำจะเป็นสีแดง!…แสดงว่าสิ่งที่เหลียงชิวฉานพูดเป็นเรื่องจริง? ตอนนั้นที่จีหมิ่นจวินชำระล้างรากฐานวิญญาณให้เขา ที่แท้ก็ไม่ได้ชำระล้างให้หมดจด?

ชีพจรเขาอ่อนแรงเล็กน้อย

นี่คือเรื่องจริง…

และแสดงว่าเขาที่แต่เดิมไม่ได้รับการสั่งสอนวิชาเซียนจากอาจารย์ จะยิ่งห่างไกลจากการบำเพ็ญเพียรไปอีกหนึ่งก้าว?

มือของเขาค้ำอยู่ริมตาน้ำ มองสีแดงที่ไม่เคลื่อนไหวอยู่นาน สายตาพลันเปลี่ยนไปเหี้ยมเกรียม นิ้วทั้งสิบอัดเข้าไปในหินข้างน้ำพุ!

เหลียงชิวฉานยังมีหน้ามาพูดว่าเขาลืมบุญคุณ เขาได้รับบุญคุณอะไรจากสำนักแรกพยับ เขาต้องทดแทนคุณอะไรกับพวกนั้น?!

น้ำพุสะท้อนใบหน้าอันโหดเหี้ยมของหลินเจี้ยนหรู เขาเบือนหน้าออก หมุนตัวนั่งลงบนพื้น ยื่นมือไปหยิบมหาโอสถทองที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเล็กออกมา

แต่เดิมเขาคิดว่ากลับสวรรค์ไปก่อนค่อยกินมัน แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่จำเป็นแล้ว

เขาอ้าปากนำมันเข้าไปในลำคอ ฉับพลันรู้สึกเพียงความเย็นสบายผ่านลงคอไป ความเย็นสบายนี้ผ่านห้าอวัยวะตันหกอวัยวะกลวง[1] มุ่งตรงเข้าสู่จุดตันเถียน เหมือนกับมังกรน้ำแหวกว่ายไปทุกทิศอยู่ในร่างหลายรอบ จากนั้นความเร็วก็เพิ่มขึ้น กลายเป็นกระแสน้ำอุ่นแตกตัวเข้าไปในเส้นชีพจรเหรินและเส้นชีพจรตู๋…

เขาจำได้ชัดเจนว่าหลังจากหลินเซี่ยกินยานี้แล้วใบหน้าก็สงบนิ่ง ทำไมพอเป็นเขาถึงได้ปะทุรุนแรงขนาดนี้?

เขาก้มหน้าลงมองเลือดที่ไหลออกจากจมูกและมุมปาก กัดฟันทนต่อความเจ็บที่เกิดตามเส้นชีพจรทั่วร่าง…เขารู้ พลังของเขาอ่อนเกินไป แบกรับยาที่ล้ำลึกขนาดนี้ไม่ไหว…

หลังจากหัวชิงไปแล้ว ในที่สุดวังจิ้งจอกก็สงบลง

กลางคืนราชาจิ้งจอกจัดงานเลี้ยงต้อนรับมู่จิ่ว ซ่างกวนสุ่น และลู่ยาที่วังซ่าน แน่นอนว่าประเด็นสำคัญคือเพื่อลู่ยา ถึงแม้นางจะถูกยกย่องให้เป็นแขกคนสำคัญ ลู่ยากลับนั่งอยู่ข้างซ้ายของนาง จิ้งจอกเฒ่าเดี๋ยวก็ส่งสัญญาณให้สาวใช้เข้ามาเติมสำรับให้ลู่ยา เดี๋ยวก็ส่งสัญญาณให้พวกนางรินเหล้าให้เขา ถึงนางโง่กว่านี้ก็ดูออก

นี่มันคนละคนกับผู้ที่หยิ่งยโสเชิดจมูกขึ้นฟ้าก่อนหน้านี้!

ลู่ยาต้องมีที่มาที่ไปแน่นอน

และยังเป็นที่มาที่ไปที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก

นางใจลอยไปบ้างเพราะการรู้แจ้งในครั้งนี้ ตอนยกแก้วขึ้นมา ลู่ยาคีบเอาเนื้อท้องปลาส่งให้นาง “ปลานี้ถึงแม้จะสู้ปลาลายทองที่ข้าบอกไม่ได้ แต่ก็ไม่เลวทีเดียว เจ้ากินให้มากหน่อย”

คนทั้งโต๊ะมองมา

นางอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีแล้ว เขากลับพูดอย่างราบเรียบ “นี่คือคู่หมั้นของข้า”

ราชาจิ้งจอกสำลักเหล้าออกทางจมูก แม้ว่าราชินีจิ้งจอกก็ตกใจ แต่ยังถลึงตาใส่สามีอย่างไม่พอใจคราหนึ่ง

มู่จิ่วเกือบจะกระอักเลือดแล้ว…

แต่นางยังไม่ทันหาคำพูดแก้ต่างที่เหมาะสมให้ตนเอง ราชาจิ้งจอกก็เปลี่ยนเรื่องกะทันหัน ยกเรื่องคดีจิ้งจอกน้อยถูกทำร้ายขึ้นมา รอจนงานเลี้ยงนี้เลิกรา ทุกคนย้ายไปที่ห้องหนังสือ ยามที่มู่จิ่วเสนอแนะ ครอบครัวจิ้งจอกเฒ่าล้วนมากันหมดแล้ว รวมถึงจิ้งจอกน้อยที่ถูกซ่างกวนสุ่นอุ้มไว้ด้วย

จนตอนนี้มู่จิ่วถึงค่อยหลุดออกมาจากความอับอายที่ลู่ยาสร้างไว้ให้

แต่เดิมคิดจะมาที่นี่เพื่อรวบรวมหลักฐานและสืบหาเบาะแส เพียงแต่ไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายขนาดนี้ ในเมื่อตอนนี้ราชาจิ้งจอกยินยอมร่วมมือทำคดีด้วย เป็นธรรมดาที่สามารถจะเร่งรีบทำงานให้ลุล่วง จากนั้นเร่งกลับไปที่เรือน มู่เสี่ยวซิงอยู่คนเดียวที่ลานจื่อหลิง ไม่รู้ว่านางถูกคนรังแกหรือไม่

มู่จิ่วให้จิ้งจอกน้อยเล่าเรื่องที่โดนทำร้ายอีกรอบ

จิ้งจอกน้อยยังคงต้องอาศัยจิตจิ้งจอกของลู่ยาถึงจะตามหาจิตต้นกำเนิดกลับมาได้ ตอนนี้ยังไม่สามารถเปลี่ยนร่างเป็นคนได้ แต่การพูดกลับชัดเจนอย่างมาก และเรื่องราวที่เขาเล่ามาไม่ต่างกับตอนนั้นที่ลู่ยาใช้พลังเรียกขึ้นมาให้ดูแม้แต่น้อย

ที่แท้วันนั้นฆาตกรอ้างว่าพี่สาวของเขาพบอันตรายอยู่ที่ริมแม่น้ำนอกชิงชิว เขาร้อนใจเรื่องพี่สาว เพราะแต่ไหนแต่ไรไม่เคยโดนคนหลอกมาก่อน จึงไม่คิดอะไรมาก เดินตามพวกเขาออกนอกเมืองไป

ลู่ยาถาม “เจ้ายังจำได้ไหม บนร่างของฆาตกรมีอะไรพิเศษหรือไม่?”

มู่หรงรุ่ยเจี๋ยคิดๆ ก่อนพูดว่า “หลังจากข้าหมดสติไป ก่อนจิตจิ้งจอกจะออกจากร่าง ได้ยินพวกเขาพูดว่าต้องกลับสวรรค์”

“กลับสวรรค์?” มู่จิ่วอึ้งไป

ในเมื่อเป็นคนของลัทธิฉ่านและยังกลับสวรรค์อีก หรือว่าจะเป็นคนของวังหลีเฮิ่น?

“เป็นไปได้หรือไม่ว่าพวกเขาตั้งใจปั่นหัว?” นางถาม

“ข้าคิดว่าไม่ใช่” มู่หรงรุ่ยเจี๋ยนั่งบนเก้าอี้ครุ่นคิด ขมวดคิ้วเสียจนเหมือนก้อนเนื้อนูนออกมา “เพราะพวกเขาพูดอย่างเร่งร้อน และน้ำเสียงก็เคร่งเครียดมาก แม้กระทั่งพูดถึงซิงจวินอะไรด้วย ถึงแม้ข้าจะได้ยินไม่ชัด แต่ก็แน่ใจได้ว่าพวกเขามาจากสวรรค์”

สายตาของเจ้าตัวน้อยกระจ่างใสและมั่นใจ ไม่พูดโกหก

มู่จิ่วฟังถึงตรงนี้ ในที่สุดสติก็กลับคืนมาเล็กน้อย เทพเซียนในสวรรค์ไม่ใช่หยวนจินก็คือซิงจวิน ไม่ใช่ซิงจวินก็คือเจินเหริน แต่ซิงจวินที่สามารถใช้ยันต์หลบหนีได้กลับมีไม่มาก!

“ที่แท้ไม่เพียงแต่เป็นคนของลัทธิฉ่าน ยังเป็นคนของวิมานหลีเฮิ่น!” ราชาจิ้งจอกได้ยินถึงตรงนี้ก็อดไม่ได้ที่จะสะบัดแขนเสื้อ “เฮอะ! คราวนี้ข้าจะดูว่าไท่ซ่างเหล่าจวินจะชดใช้คืนให้ข้าอย่างไร!”

พูดถึงลำดับรุ่นแล้ว ไท่ซ่างเหล่าจวินเป็นศิษย์ของหงจวิน ราชาจิ้งจอกเป็นหลานจิ้งจอกเก้าหางของหนี่ว์วา ลำดับรุ่นห่างกันไม่เท่าไหร่ แต่หากพูดถึงศักดิ์ฐานะแล้ว ฐานะของอาณาจักรชิงชิวเปรียบกับไท่ซ่างเหล่าจวินแล้วไม่ได้ต่ำกว่า สืบคดีมาจนถึงตรงนี้ ไท่ซ่างเหล่าจวินควรจะให้คำอธิบายแก่ชิงชิว

แต่ติดขัดที่มีเทพผู้ยิ่งใหญ่องค์หนึ่งอยู่ เขาจึงหยุดยั้งความตั้งใจที่จะขึ้นไปบนสวรรค์

มู่จิ่วคิด ก่อนพูด “ไม่ทราบว่าอีกสองตระกูลที่ถูกทำร้ายสถานการณ์เป็นอย่างไร?”

ราชาจิ้งจอกสั่งให้คนไปนำเจ้าของเรื่องราวทั้งสองเข้ามา

ที่แท้อีกสองตระกูลยังคงเป็นญาติของจิ้งจอกเก้าหาง ยังนับว่าเป็นเชื้อพระวงศ์ จิ้งจอกน้อยสองตัวที่ตายไปไม่โชคดีเหมือนมู่หรงรุ่ยเจี๋ย อายุของพวกเขายิ่งน้อยกว่า คนหนึ่งยังไม่ทันสำเร็จมีจิตจิ้งจอก คนหนึ่งจิตจิ้งจอกถูกทำลาย ไม่มีใครสามารถช่วยได้แล้ว

ท่านเทพมาแล้ว

ท่านเทพมาแล้ว

เส้นทางการบำเพ็ญเป็นเซียนของมู่จิ่วราบรื่นนัก แต่พอถึงจุดสำคัญกลับไม่สามารถเลื่อนขั้นเป็นเซียนได้ อาจารย์ชี้ทางสว่างให้นาง เดิมทีสามารถปะปนอยู่ในแดนสวรรค์รอเวลาที่จะสำเร็จสมหวัง ไหนเลยจะรู้ว่าไปได้ครึ่งทางกลับเก็บเจ้าตัวปัญหาได้คนหนึ่ง…

Comment

Options

not work with dark mode
Reset