(นิยายแปล) ตำนานวังหลังของพระชายาขาบู๊ – ตอนที่ 37: สาวน้อยเบรกแตก

หลังจากวันนั้นที่ลิลิธมาในฐานะแขกเยี่ยม และได้สนุกสนานเพลิดเพลินกับการประลองมือเปล่ากันหลังจากไม่ได้ทำมานาน ตอนนี้ก็ได้ผ่านไปแล้วหลายวัน

สองวันที่ผ่านมานี้ฟาร์มาสไม่ได้มาหาเธอ ได้ยินมาว่าเพราะมีทูตจากต่างประเทศมาเยือนจึงต้องจัดงานเลี้ยงต้อนรับ ซึ่งเธอก็ไม่ได้รู้สึกเหงาอะไรเป็นพิเศษ อันที่จริงได้ใช้เวลากลางคืนคนเดียวก็ดีเหมือนกัน ถึงขั้นคิดว่าทูตอะไรนั่นจะอยู่ไปตลอดกาลเลยก็ได้นะ ทว่าการที่เฮเลนาคิดแบบนั้นก็นับว่าขาดคุณสมบติในฐานะนางสนมสุด ๆ แล้วล่ะมั้ง

ดังนั้นวันนี้เธอจึงทำตัวเหมือนเคย ช่วงเช้าออกกำลังกายซ้ำ ๆ เพื่อฝึกฝนร่างกาย ส่วนช่วงบ่ายก็ไปแกว่งดาบในสวนระหว่างอาคาร

 

“ฮึบ!”

 

ดาบที่เคยหนักตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกชินมือขึ้นมาหลายส่วนจนขยับตัวได้เหมือนปกติแล้ว มันหนักกว่าดาบคู่ใจอันเดิมของเฮเลนาอยู่เล็กน้อย ตอนแรกจึงรู้สึกติดขัดอยู่บ้าง แต่ในตอนนี้ก็เริ่มคู่ควรที่จะเรียกว่าเป็นดาบคู่ใจเล่มใหม่ได้แล้ว

ดังนั้นวันนี้เธอจึงคิดจะปะทะกับวิกเตอร์อีกครั้ง

 

คู่ต่อสู้ที่รู้จักฝีมือดีที่สุด—“ขุนศึกพยัคฆ์แดง” วิกเตอร์ ครีก

เปอร์เซ็นต์การชนะของเฮเลนาเกรงว่าคงจะไม่ถึงหนึ่งในสิบ มันเหมือนกับความแข็งแกร่งขั้นเอกอุในฐานะมนุษย์ของเกรเดียได้ถูกทำให้อ่อนเยาว์ลงและสืบทอดมาทั้งแบบนั้น

ทว่า—เขาก็เป็นตัวตนที่อยู่ใกล้ที่สุดสำหรับเฮเลนา

ดังนั้นจึงรู้ซึ้งถึงทั้งฝีดาบและนิสัย

 

“ฮ้า!”

 

อันดับแรก เธอฟาดดาบลงจากด้านบน ทว่าการโจมตีหยาบ ๆ เช่นนี้ย่อมไม่มีทางโดนวิกเตอร์อยู่แล้ว

แน่นอนว่าการเคลื่อนไหวนี้เป็นแค่การหลอกล่อ

ด้วยท่าร่างที่เหมือนยังเสียการทรงตัวไปอยู่เล็กน้อย คราวนี้เฮเลนาได้ใช้ลูกเตะออกไป

แม้จะเป็นการฝึกวิชาดาบ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องสู้ด้วยดาบอย่างเดียวเท่านั้น อันที่จริงแล้วนี่ควรจะเรียกว่าวิชาต่อสู้ในสนามรบมากกว่ากระมัง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์แล้วบางครั้งเธอก็ต้องใช้มือเปล่า ดังนั้นเฮเลนาจึงได้ฝึกฝนถึงขั้นที่สามารถต่อสู้กับลิลิธที่เป็นผู้เชี่ยวชาญโดยตรงได้

ทว่าแม้แต่การจู่โจมทีเผลอแบบนี้ วิกเตอร์ก็ยังสามารถป้องกันมันได้

ก็สมควรแล้วที่จะเป็นเช่นนั้น ไม้นี้เธอเคยใช้ให้เขาเห็นมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ในสายตาของวิกเตอร์นี่คงไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นการลอบโจมตี มันก็แค่การเคลื่อนไหวต่อเนื่องแบบหนึ่งของเฮเลนาเท่านั้น

ดังนั้น—เธอจึงเพิ่มการจู่โจมเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง

‘ปริปริ’ ความเจ็บแล่นไปตามแขน ทว่าเธอก็ไม่สนใจมัน ฝืนแรงเหวี่ยงหนีศูนย์และพลิกดาบฟันเข้าใส่วิกเตอร์ทั้งแบบนั้น—

 

แม้เป็นเพียงแค่ในจินตนาการ ศีรษะของวิกเตอร์ก็ได้กระเด็นไป

 

“เฮ้อ……”

 

หลังจากระบำดาบกับจินตนาการมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ในที่สุดจึงสามารถเอาชนะได้สักครั้งหนึ่ง กว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ไม่รู้ว่าเธอได้สะสมความพ่ายแพ้ไปกี่รอบแล้ว

เพราะรู้สึกโล่งจนหมดแรงแบบไม่รู้ตัว เฮเลนาจึงหย่อนก้นลงบนเก้าอี้ที่ถูกวางไว้ตรงมุมหนึ่งของสวนระหว่างอาคาร

 

“ยากลำบากหน่อยนะคะ ท่านเฮเลนา”

 

“……อืม ชนะได้ซะทีน่ะ”

 

“เช่นนั้นก็ยินดีด้วยนะคะ”

 

แม้อเลกเซียจะกล่าวยกย่องไปอย่างนั้น แต่เธอก็ไม่เข้าใจสักนิดว่าอะไรชนะยังไงกันแน่ ทว่าถ้าเฮเลนาบอกว่าชนะงั้นก็คงจะเป็นตามนั้นแหละมั้ง

เรื่องเกี่ยวกับพลังบู๊ของเฮเลนานั้น อเลกเซียกึ่ง ๆ ยอมแพ้มันไปแล้ว

 

“แต่ว่าเจ็บแขนซ้ายนิดหน่อยน่ะนะ”

 

“เป็นอะไรไปหรือคะ?”

 

“อ่า เพื่อเล่นงานวิกเตอร์แบบไม่ให้ตั้งตัวได้เลยจำเป็นต้องเปลี่ยนกระแสของการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ดังนั้นหลังจากฟันลงมาและเตะไปด้านหน้าแล้ว ก็ต้องบังคับเปลี่ยนแรงที่ฟันลงมาให้เป็นการฟันกวาดในแนวขวางแทน ดูเหมือนเพราะไปฝืนเปลี่ยนมันแบบนั้นกล้ามเนื้อก็เลยเจ็บนิดหน่อยน่ะ”

 

“……งั้นหรือคะ”

 

เฮเลนาเดาะลิ้นพลางลูบแขนซ้ายของตน

หากเธอมีพลังมากกว่านี้ก็คงไม่พ่ายแพ้ต่อความหนักของดาบ ดูเหมือนว่าจะต้องฝึกฝนขัดเกลาตนเองให้มากขึ้นไปอีกจริง ๆ ด้วย

แต่สำหรับคนทั่วไป ไอ้การที่เฮเลนาแกว่งดาบใหญ่นั่นไปมาได้มันก็เหนือสามัญสำนึกอยู่แล้ว แม้แต่อเลกเซียก็ยังไม่สามารถถือไว้ได้นานเลย ทว่าหัวสมองอันน่าเสียดายก็ยังไม่เข้าใจถึงเรื่องที่แสนธรรมดานั้น

 

“เอาล่ะ พักสักหน่อย แล้วค่อยฝึกการต่อสู้มือเปล่าแล้วกัน”

 

“……เอ่อ แล้วแขนซ้าย”

 

“ก็เพื่อพักแขนซ้ายไงล่ะ ถ้าแกว่งดาบต่อไปมันอาจจะเจ็บกว่านี้ก็ได้ ดังนั้นต้องฝึกการเคลื่อนไหวด้วยมือเปล่าแทน”

 

ความจริงแล้วพอได้สู้มือเปล่ากับลิลิธหลังจากที่ไม่ได้ทำมานาน เธอก็รู้สึกถึงความอ่อนหัดของตนเอง

เธอฟันดาบ ขัดเกลาวิชาดาบของตนอยู่เสมอ ทว่าแทบไม่ได้ฝึกวิชาต่อสู้มือเปล่าเลย ดังนั้นก็เลยโดนลิลิธเล่นเข้าที่คางได้อย่างหมดจดแบบนั้นสินะ

ด้านความเร็วที่ด้อยกว่าลิลิธ หากดูจากขนาดร่างกายและกล้ามเนื้อแล้วมันก็ช่วยไม่ได้

ทว่าด้านเทคนิคฝีไม้ลายมือ ยิ่งฝึกเท่าไหร่เธอก็ยิ่งเก่งขึ้นได้เท่านั้น

 

‘ฮึบ ฮึบ’ เธอออกหมัดซ้ายขวาสลับกันไปมาพลางเคลื่อนไหวเป็นวงกลม

มันไม่ใช่วิชาต่อสู้ที่เน้นการต่อยแบบลิลิธ แต่เป็นการต่อสู้โดยใช้ทั้งร่างกาย

ในสมรภูมินั้นทุกสิ่งทุกอย่างสามารถเป็นอาวุธได้ทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่ขาของตนเอง

 

ทว่า ระหว่างที่เธอกำลังเคลื่อนไหวด้วยวิชาต่อสู้อยู่แบบนั้น

 

ก็มีร่างหนึ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนกำลังจ้องมองเฮเลนาอยู่

 

“……หืม?”

 

โถงทางเดินตัดผ่านที่มองออกมาแล้วเห็นสวนระหว่างอาคาร

ข้ามไปอีกฟากของโถงทางเดินนั้นคือห้องของสามสนมฟ้า ดังนั้นมาริเอลและชาร์ล็อตเตจึงมักมามองดูเฮเลนาอยู่บ่อย ๆ แล้วพอสบตากันพวกเธอก็จากไป

แต่การที่มีคนอื่นนอกจากสองคนนั้นมาอยู่ที่ตรงนี้ นับว่าแปลกตามาก

 

เฮเลนาฝึกฝนต่อไปโดยไม่คิดมาก ทว่ามุมสายตาของเธอยังคงจับภาพของสาวน้อยปริศนาคนนั้นเอาไว้อย่างมั่นคง

 

สาวน้อยอ่อนเยาว์ผมสีเกาลัด มีใบหน้าซึ่งดูแล้วชวนให้รู้สึกอยากปกป้อง ดูท่าท่างจะอายุน้อยกว่ามาริเอลหรือชาร์ลอตเตเสียอีกกระมัง

ชุดเดรสที่สวมใส่ก็ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นของชั้นสูง และมีร่องรอยของการปะชุนอยู่ในหลายจุด หากเป็นลิ่วล้อของ “สนมฟ้าดารา” มาริเอลก็คงไม่สวมเดรสที่ดูเก่าขนาดนี้ หรือต่อให้เป็นลิ่วล้อของ “สนมฟ้าจันทรา” ชาร์ลอตเตก็คงไม่สวมเดรสที่ดูยากจนแบบนี้เหมือนกัน

ซึ่งก็แปลว่า เธอคนนี้คือฝ่ายที่เป็นกลาง ไม่ได้เข้าพวกกับทั้งสองคนนั้น

 

แม้เฮเลนาจะหัวไม่ดี แต่ความจำนั้นค่อนข้างดี

ดังนั้นจึงรู้ว่าเธอเพิ่งจะเคยพบสาวน้อยคนนี้เป็นครั้งแรก

 

“ฟู่ว”

 

หลังจากขยับตัวสักพัก เฮเลนาก็พักผ่อน

และราวกับว่ากำลังรอโอกาสนี้อยู่ สาวน้อยคนนั้นก็หายตัวไปจากโถงทางเดินเสียแล้ว ดูเหมือนว่าการออกกำลังกายของเฮเลนามันจะดูน่ากลัวในสายตาเด็กผู้หญิงแบบนั้นจริง ๆ ด้วยสินะ

ระหว่างที่เฮเลนารับน้ำเปล่าจากอเลกเซียและกำลังทำท่าจะดื่มมันอยู่นั่นเอง

 

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ! พระสนมฟ้าสุริยา!”

 

สาวน้อยคนเมื่อครู่ ไม่รู้ทำไมจึงได้มาอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว

 

เฮเลนาเกือบจะเผลอทำน้ำหก ปกติแล้วนางสนมคนอื่น ๆ จะไม่เข้ามายุ่งกับเฮเลนา และไม่เคยมีการเชิญไปงานเลี้ยงน้ำชาใด ๆ เป็นพิเศษ

แม้ตามการคาดการณ์ของอเลกเซียแล้ว อีกไม่นาน “สนมฟ้าจันทรา” ก็อาจจะเรียกตัวเธอไปงานเลี้ยงน้ำชาบ้าง แต่ตอนนี้ยังไม่มีกำหนดการชัดเจน

 

 

ดังนั้น

หากไม่นับอเลกเซีย อิซาเบล มาริเอล ชาร์ลอตเตแล้ว

สาวน้อยคนนี้คือคนแรกที่เข้ามาคุยกับเธอแบบเป็นเรื่องเป็นราว

 

“อ……อ่า ยินดีที่ได้รู้จัก”

 

“ค คือว่า ข้ามีนามว่าฟรองซัวส์ เรเวินค่ะ! เคยได้ยินข่าวลือของพระสนมฟ้าสุริยา ก็เลยคิดว่าอยากจะพบกันให้ได้สักครั้งค่ะ!”

 

“……อ อ่า”

 

ได้ยินคำพูดที่คาดไม่ถึง ก็เลยได้แต่ลังเล

แม้ท่าทางแบบนี้มันจะชวนให้คิดว่านี่มันอยากจะสนิทสนมด้วยไม่ใช่รึไงกัน แต่อเลกเซียก็เคยบอกไว้ว่าไม่มีนางสนมคนไหนอยากจะญาติดีกับเฮเลนาหรอก

ทว่าเมื่อถูกมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมขนาดนี้ มันก็อดที่จะสงสัยไม่ได้นะ

 

“ข้าเฮเลนา เรลโนต”

 

“ค คือว่า พอจะมีเวลาว่างไหมคะ? ไม่ว่ายังไงข้าก็อยากจะพูดคุยกับพระสนมฟ้าสุริยาให้ได้เลยค่ะ!”

 

“อ เอ่อ……มันก็ ได้อยู่หรอกนะ”

 

“ค่ะ! ขอโทษนะคะ! ขอเรียกว่าท่าน ฮ เฮเลนาได้หรือไม่คะ!”

 

“อา ได้สิ”

 

รู้สึกเหมือนกำลังมองดูสุนัขอยู่ยังไงไม่รู้ หากสาวน้อย—หากฟรองซัวส์มีหางงอกออกมาล่ะก็ ป่านนี้มันคงกำลังส่ายไปมาอย่างสุดแรงอยู่แน่ ๆ

ฟรองซัวส์ เรเวิน

ตระกูลเรเวิน ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นตระกูลเคานต์ และรู้สึกว่าจะเคยมีปฏิสัมพันธ์กับตระกูลเรลโนตอยู่บ้าง แต่เฮเลนาก็ไม่ค่อยรู้เรื่องสังคมชั้นสูงละเอียดนักหรอก

บางทีฟรองซัวส์อาจเคยพบกับเธอเมื่อสมัยยังเด็ก แต่ว่าถ้าเด็กขนาดนั้นก็แม้แต่ตัวฟรองซัวส์เองก็คงไม่มีทางจำได้อยู่แล้ว

ซึ่งก็แปลว่า เธอคงได้ยินข่าวลือของเฮเลนาในวังหลังแล้วก็รู้สึกว่าอยากจะพบกันขึ้นมาจริง ๆ กระมัง

 

“เอ่อ……คุณหนูฟรองซัวส์ นี่เป็นครั้งแรกที่เราพบกันสินะ?”

 

“ค่ะ! ข้าเคยไปร่วมโฮมปาร์ตี้ที่จัดขึ้นที่บ้านของที่ปรึกษาหลวงเรลโนตอยู่หลายครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พบท่านเฮเลนาค่ะ! ท่านอัลเบรากับท่านลิลิธช่วยสอนข้าหลาย ๆ เรื่องเลยค่ะ!”

 

“อ้อ รู้จักกับน้องสาวหรือ”

 

“ค่ะ! ทว่าตอนนั้นท่านเฮเลนาได้เข้ากองทัพไปแล้วข้าก็เลยเสียใจที่ไม่ได้พบค่ะ! แม้สถานที่จะเป็นวังหลังแบบนี้ แต่ก็รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบกันค่ะ!

 

เป็นเด็กสาวที่ร่าเริงเอเนอร์จี้สูงมาก

อันที่จริง มันร่าเริงเกินไปจนไม่รู้จะตอบรับยังไงดีเหมือนกัน

 

“งั้นรึ ข้าเองก็ขอขอบคุณที่ช่วยเป็นธุระให้กับน้องสาวนะ”

 

“ไม่เป็นไรมิได้หรอกค่ะ! เป็นข้าเองต่างหากที่ได้รับการสั่งสอนอะไรหลาย ๆ เรื่องค่ะ!”

 

“งั้น รู้หรือเปล่าว่าอัลเบราน่ะดูเหมือนจะมีลูกแล้วนะ?”

 

“แหม! ท่านอัลเบราเนี่ยแต่งงานกับบุตรชายคนโตของตระกูลเคานต์อาโรใช่ไหมคะ? ในที่สุดก็ได้มีบุตรเสียทีสินะคะ! ขออวยพรจากใจเลยค่ะ!”

 

“อ อื้อ……”

 

มาอวยพรกับเฮเลนาแบบนี้ก็ไม่รู้จะทำยังไงนะ

ถึงกระนั้นก็ดูเป็นเด็กสาวที่ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังดี พูดตรง ๆ แล้วไม่รู้จะตอบสนองยังไงดีเหมือนกัน

 

“ค คือว่า ท่านเฮเลนาคะ!”

 

“หืม?”

 

“ค คือว่ามีเรื่องที่อยากถามน่ะค่ะ! แต่ว่า! เรื่องนี้มันเป็นแค่ความสนใจของข้าเองฝ่ายเดียวค่ะ! ไม่ได้อยากจะทำให้ท่านเฮเลนาต้องเดือดร้อนเลยสักนิดเดียวเลยค่ะ! ต แต่ว่าในฐานะที่อยู่ในกองทัพเหมือนกัน ก็เลยคิดว่าท่านเฮเลนาอาจจะรู้ก็ได้!”

 

“……ยังไงนะ?”

 

“ค คือว่า! ตอนนี้ท่านเฮเลนาก็กำลังได้รับความรักใคร่โปรดปรานของฝ่าบาทอยู่ด้วย! และทุกคนก็ประเมินว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไปท่านเฮเลนาอาจได้นั่งตำแหน่งพระชายาเอกด้วย! ด ดังนั้นข้าคิดว่า ข้าเองก็อาจจะได้ออกจากวังหลังไปก่อนที่จะต้องมือของฝ่าบาทก็เป็นได้! ก ก็เลยอยากรู้เผื่อในโอกาสแบบนั้น……”

 

“……อืม”

 

ตอนนั้นเอง เฮเลนาก็รู้สึกตัวขึ้นมา

เด็กสาวคนนี้—บางทีเธอคงจะมีความรักอยู่กระมัง

 

ดังนั้นแม้ตอนนี้จะอยู่ในวังหลัง แต่ก็อาจจะมีบุรุษที่เธออยากทำความรู้จักด้วยผ่านเฮเลนาอยู่ก็เป็นได้ ในสถานการณ์ปัจจุบันฟาร์มาสก็ไม่ได้แตะต้องนางสนมคนอื่นเลยด้วย บางทีเธอคงจะคิดว่าอาจสามารถออกไปจากวังหลังได้โดยที่ยังคงความบริสุทธิ์เอาไว้อยู่สินะ

 

วิกเตอร์หรือเปล่านะ หมอนั่นมันก็ดูสมชายกว่าที่คิด

หรือบางทีอาจเป็นท่านพี่ริกฮาร์ดก็เป็นได้ เขาเองก็ยังเป็นโสดทั้งที่อายุสามสิบเอ็ดแล้ว

หรือถ้าไม่ใช่สองคนนั้น ก็อาจจะเป็น—

 

“ม ไม่ทราบว่าท่านบาร์โตโลเม เบอร์การ์ซาร์ดเนี่ย มีคนรักแล้วหรือยังคะ!”

 

เป็นคำถามที่ไม่คาดคิดจนเฮเลนาต้องอึ้ง

ส่วนอเลกเซียที่กำลังเตรียมน้ำชาอยู่ ก็ถึงกับทำกาน้ำชาหลุดมือ

 

Comment

Options

not work with dark mode
Reset