(นิยายแปล) ตำนานวังหลังของพระชายาขาบู๊ – ตอนที่ 54: แผนสกัดกั้นของ “สนมฟ้าจันทรา”

 

เฮเลนาลุกพรึ่บขึ้นมาจากเตียง

เมื่อวานช่วงเช้าเธอชี้แนะการฝึกฝน ส่วนช่วงบ่ายก็สนทนากับลูเครเซียจนถึงเย็น หลังจากอาหารเย็นก็รอคอยเพื่อต้อนรับฟาร์มาส บทสรุปจึงกลายเป็นว่าเธอไม่ได้ฝึกฝนร่างกายตัวเองเลย ดังนั้นเฮเลนาจึงตื่นขึ้นมาตั้งแต่ตะวันยังไม่ขึ้น

มันก็ไม่ใช่ว่านี่เป็นครั้งแรกที่ฟาร์มาสไม่มาเยือนสองวันติดกัน ก่อนหน้านี้ตอนที่มีทูตจากต่างชาติมาเขาก็ต้องไปร่วมงานปาร์ตี้จึงไม่ได้มาหาเธอเป็นเวลาสองวันเหมือนกัน ดังนั้นนี่จึงไม่ใช่เรื่องแปลก

ทว่าในตอนนั้นอย่างน้อยเขาก็ได้บอกล่วงหน้าไว้ในวันก่อน ว่าพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้จะไม่สามารถมาหาได้ ดังนั้นในวันนั้นเธอจึงสามารถฝึกฝนร่างกายหลังอาหารเย็นได้อย่างเต็มที่

 

“อา……”

 

เธอเกาศีรษะที่รู้สึกสับสนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทำไมมันถึงได้เอาแต่คิดถึงเรื่องของฟาร์มาสมากขนาดนี้นะ

แค่เขาไม่มาสองวันเองแท้ ๆ ทำไมถึงได้รู้สึกคาใจซะขนาดนี้

ฟาร์มาสคงจะมีเหตุผลอะไรสักอย่างแน่—เธอไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำใจยอมรับมันแบบนั้น

 

นางสนมคนอื่นรู้สึกแบบนี้ตลอดเลยหรือเปล่า

อย่างเช่นชาร์ลอตเตล่ะ เธอคนนั้นก็นึกถึงฟาร์มาสที่ไม่เคยมาหา พลางถอนหายใจอยู่ทุกค่ำคืนหรือเปล่านะ

บางทีเฮเลนาเองก็ควรใช้เวลาอยู่ในความเศร้าศร้อยเช่นนั้นเหมือนกัน ทว่าด้วยสันดานนักรบของเธอที่เกลียดการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ อันดับแรกเธอจึงตัดสินใจเริ่มซิตอัปกล้ามท้องเพื่อให้ใจเย็นลง นับว่าวันนี้หัวสมองที่น่าเสียดายก็ไม่ยอมทำมาหากินอีกแล้ว

 

‘ฮึบ ฮึบ’ เฮเลนาส่งเสียงเบา ๆ ในใจ พลางสร้างภาระแบกรับให้แก่กล้ามเนื้อหน้าท้อง หากไม่มีเวลา การทำดราก้อนแฟล็กเพื่อฝึกฝนในชั่วอึดใจเดียวก็ไม่เลวนัก ทว่าในเมื่อตื่นมาแต่เช้าแบบนี้ก็ไม่มีความจำเป็นต้องร่นระยะเวลา

โดยเฉพาะในกรณีนี้ที่เมื่อวานเธอไม่ได้ฝึกฝนเลยสักนิด หากหยุดพักไปหนึ่งวัน ก็ต้องใช้เวลาสามวันเพื่อเรียกส่วนนั้นกลับคืนมา ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถหยุดพักได้เลยแม้แต่ครู่เดียว

ต่อจากนั้นก็ตามด้วยการวิดพื้น โดยทรงตัวด้วยแขนข้างเดียว การวิดพื้นข้างเดียวซึ่งสร้างภาระแบกรับเหนือกว่าการวิดพื้นสองมืออย่างมากนี้ นอกจากต้องใช้พลังกล้ามเนื้อแล้วยังต้องใช้ความสามารถในการทรงตัวรักษาสมดุลด้วยในเวลาเดียวกัน ซึ่งหลังจากวิดพื้นข้างละสองร้อยครั้งแล้ว เธอก็ยิ้มให้กับความเหนื่อยล้าที่ยังหลงเหลืออยู่ในแขนเล็กน้อย

หากอยู่ในสถานการณ์อื่น มันอาจมองดูเหมือนรอยยิ้มเมตตาที่มีความเป็นแม่เปี่ยมล้นก็เป็นได้ ถึงกระนั้นก็เห็นได้ชัดว่าผู้ที่ทำให้เฮเลนาเกิดความรู้สึกเป็นแม่ขึ้นมาในตอนนี้มันก็ไม่มีใครอื่นนอกจากกล้ามเนื้อของเธอเอง

 

เมื่อถึงตอนจะเริ่มสควอต ร่างกายของเธอก็ได้มุ่งไปทางครัวและตั้งไฟกาน้ำร้อนอย่างเป็นธรรมชาติ—หรือก็กำลังจะทำเช่นนั้น แต่ก็เธอหยุดมันไว้เสียก่อน

ดูท่าว่าเธอจะเกือบจะเผลอต้มชาเพื่อเสิร์ฟให้ฟาร์มาสตอนที่เขาตื่นซะแล้ว พักหลังนี้เขามาติดกันหลายวันมันเลยติดเป็นนิสัยไป

เฮเลนาถอนใจให้กับการกระทำเช่นนั้นของตนเองพลางนั่งลง

 

นี่เราเป็นอะไรไปกันแน่นะ

แม้จะถามตัวเองแบบนั้น แต่มันก็ไม่มีคำตอบ และไม่มีใครช่วยตอบให้

 

“เฮ้อ……”

 

มีแต่เสียงถอนหายใจที่ไหลออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ

ทว่าเวลานั้นมีจำกัด ช่วงเช้าเธอต้องชี้แนะการฝึกฝนให้ฟรองซัวส์ คลาริสซา พ่วงด้วยมาริเอล ดังนั้นการฝึกของตนเองที่เธอเคยทำในช่วงเช้า ตอนนี้เธอจะต้องทำมันให้เสร็จสิ้นก่อนอาหารเช้าให้ได้

หลังจากสควอตจบ เธอก็ทิ้งร่างที่ยังมีความเหนื่อยล้าหลงเหลืออยู่อย่างพอเหมาะให้จมลงบนโซฟา

 

“อืม—……”

 

ซิตอัป วิดพื้น สควอต ซึ่งเป็นเมนูประจำก็ทำจบหมดแล้ว

ทั้งที่เป็นแบบนั้น แต่ตัวเธอกลับรู้สึกไม่พึงพอใจเลย เหมือนมันขาดอะไรไปสักอย่าง

แน่นอนว่ามันไม่ใช่ความเหนื่อยล้าไม่เพียงพอ ในทางกลับกันวันนี้เธอได้ออกแรงมากกว่าปกติด้วยซ้ำ

ทั้งที่เป็นแบบนั้น แต่กลับรู้สึกขาดอะไรไป—

 

“อ๋อ งั้นเองรึ”

 

‘ตุ้บ’ เธอทุบฝ่ามือ ในที่สุดก็เข้าใจเหตุผลแล้ว

สาเหตุหลักที่ทำให้เฮเลนารู้สึกไม่พึงพอใจในช่วงสองวันมานี้

 

“ไม่ได้แกว่งดาบเลยแฮะ ข้าเนี่ยล่ะก็ ห่างจากดาบไปได้ยังไงตั้งสองวัน……”

 

ไอ้การที่คิดไปไม่ถึงจุดนั้นเสียที ก็เรียกได้ว่าวันนี้เฮเลนายังสมเป็นเฮเลนาเช่นเคย

 

 

 

 

 

 

 

 

เฮเลนาฝึกฝนร่างกายซ้ำไปซ้ำมาจนกระทั่งอเลกเซียมาถึง และหลังจากได้ทานอาหารเช้าอันเย็นชืดแล้ว เธอก็มุ่งหน้าไปยังสวนระหว่างอาคาร

ที่อยู่ตรงนั้นคือร่างของคนสิบกว่าคน ซึ่งประกอบด้วยฟรองซัวส์ คลาริสซา มาริเอล แล้วก็บรรดาคนของกองกำลังอัศวินหมาป่าเงินเหมือนกับเมื่อวาน แต่ก็ไม่ซ้ำหน้ากับเมื่อวานเลยสักคน ดูเหมือนทิฟฟานีจะช่วยจัดระบบหมุนเวียนให้อย่างเรียบร้อยดี

 

“อรุณสวัสดิ์ ทุกคน”

 

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ!”

 

ทุกคนรวมเสียงตอบเฮเลนามาพร้อมกัน ไม่ต้องพูดถึงบรรดากองกำลังอัศวิน แม้แต่กลุ่มมือใหม่สามคนเองก็ประสานเสียงออกมาพร้อมกันได้อย่างดีเยี่ยม

อืม เฮเลนาพยักหน้าหนึ่งครั้ง

 

“เมห์เลียนา”

 

“ไม่พบกันเสียนานนะคะ ท่านเฮเลนา”

 

“ได้ยินมาจากดีอันนาแล้วรึยัง”

 

“ค่ะ ดีอันนารู้สึกเสียดายมากทีเดียว เธอบอกว่าทั้งที่คุยกันไว้ว่าจะได้โอกาสฝึกซ้อมประลองฝีมือในช่วงบ่าย แต่ฝ่าบาทพระพันปีก็ได้เสด็จมาพอดีเลยเป็นอันต้องล้มเลิกไปค่ะ”

 

“อืม ฝากบอกดีอันนาด้วยว่าไว้โอกาสหน้าค่อยประมือกันนะ อย่างไรก็ตาม วันนี้ก็จะทำตามแบบเดียวกันนั่นแหละ ช่วงเช้าข้าจะดูแลกลุ่มมือใหม่ ส่วนทางนั้นฝากให้เมห์เลียนาชี้แนะ”

 

“รับทราบแล้วค่ะ ท่านเฮเลนา”

 

ผู้ที่กำลังโค้งคำนับอยู่ คือทหารชั้นเสนาธิการของกองกำลังอัศวินหมาป่าเงินที่เฮเลนาเคยชี้แนะเบื้องต้นให้ด้วยตนเอง—เมห์เลียนา ฟาร์เลน

แม้เทียบกับทิฟฟานีหรือดีอันนาแล้วความสามารถในการต่อสู้จะด้อยกว่าอยู่บ้าง แต่เธอก็เป็นอัศวินหญิงที่แข็งแกร่งพอจะสู้กับเฮเลนาได้โดยไม่เสียท่าในพริบตา แม้น่าจะทนได้แค่ประมาณหนึ่งนาทีหรือน้อยกว่านั้น แต่จะมองว่าเธอมีพลังรบสูสีกับวีรบุรุษแห่งริฟาล กาเซ็ต การิบัลดี ก็ไม่ผิดนัก หากวัดแค่ฝีมือการต่อสู้เพียงอย่างเดียวก็จะติดอันดับหนึ่งในห้าของกองกำลังอัศวินหมาป่าเงิน

เฮเลนาได้ฝากการชี้แนะฝึกสอนกองกำลังอัศวินหมาป่าเงินให้เมห์เลียนา จากนั้นก็หันมาทางกลุ่มสามคนอีกครั้ง

 

“เช่นนั้นก็มาเริ่มฝึกฝนกัน ทุกคนทำกายบริหารยืดกล้ามเนื้อซะ”

 

“ค่ะ!”

 

“ค ค่ะ”

 

“ค่ะ ท่านพี่หญิง!”

 

จะปล่อยให้เคลื่อนไหวอย่างกะทันหันแล้วบาดเจ็บไม่ได้ ดังนั้นก่อนอื่นจึงต้องให้ทุกคนเริ่มจากการคลายกล้ามเนื้อ

หลังจากนั้นให้ฝึกปล่อยหมัดตรงเหมือนกับเมื่อวานก็น่าจะดี

ทว่า—ในระหว่างที่มองดูทั้งสามคนเริ่มทำกายบริหารอยู่เช่นนั้น เฮเลนาก็เกิดความรู้สึกขัดข้องไม่กลมกลืนขึ้นมา

 

“ฟรองซัวส์”

 

“ค ค่ะ!”

 

“ดูไม่ค่อยสดใสชอบกลนะ มีอะไรงั้นรึ?”

 

“ป เปล่าค่ะ! ไม่เป็นไรค่ะ!”

 

เฮเลนารู้สึกว่าฟรองซัวส์ไม่ค่อยมีพลังอย่างไรชอบกลจึงทักไปแบบนั้น ทว่าฟรองซัวส์ก็ปฏิเสธกลับมา

เป็นแค่การคิดไปเองของเฮเลนางั้นรึ ตอนที่ฟรองซัวส์ตอบก็ไม่ได้ดูไร้เรี่ยวแรงอะไรเป็นพิเศษ

แม้เฮเลนาจะเอียงศีรษะด้วยความฉงน แต่ก่อนอื่นเธอก็เริ่มชี้แนะให้กับทั้งสามคนที่ตอนนี้กายบริหารจบแล้ว

 

“เอาล่ะ เริ่มฝึกออกหมัดตรงกัน อันดับแรกต้องเริ่มจากสร้างพลังกายโดยรวมล่ะนะ”

 

“ค่ะ!”

 

“ทุกคนยืนเรียงแถวกันแล้วลองทำดู ข้าจะคอยชี้แนะให้ในแต่ละครั้ง”

 

ทั้งสามคนยืนออกหมัดเรียงกันเหมือนกับเมื่อวาน

เทียบกับเมื่อวานแล้วท่าทางโดยรวมดูเข้าที่เข้าทางกว่าเดิม แต่เดิมทีเพราะลูเครเซียมาเมื่อวาน เฮเลนาจึงต้องทิ้งการฝึกอบรบไปกลางคัน

ทว่าเทียบกับท่าทางที่เห็นเมื่อตอนนั้นแล้ว เธอรู้สึกว่าตอนนี้มันดีขึ้นพอสมควรเลยทีเดียว

 

“ฮืม……มาริเอล”

 

“ค่ะ ท่านพี่หญิง!”

 

“เมื่อวานหลังจากข้าไม่อยู่แล้วเป็นอย่างไรกันบ้างรึ?”

 

“ค่ะท่านพี่หญิง พวกเราได้รับการชี้แนะจากท่านดีอันนาแห่งกองกำลังอัศวินหมาป่าเงินค่ะ”

 

“ก็ว่าอยู่”

 

เฮเลนาไม่ได้ฝากเรื่องการชี้แนะหลังจากตนเองจากไปไว้เป็นพิเศษ แต่ดีอันนาคงอุตส่าห์มีน้ำใจช่วยชี้แนะให้แทนสินะ

ท่าทางดูมีระเบียบขึ้นมาก แล้วก็ไม่มีคนที่โซเซเสียหลักเหมือนเมื่อวานด้วย แบบนี้คงคาดหวังในการเติบโตได้

ถ้างั้นเดี๋ยวลองให้คนอื่นฝึกซ้อมประลองโดยที่เฮเลนาไม่โจมตีโต้ตอบเลยเหมือนที่เคยให้ฟรองซัวส์ทำดูน่าจะดี จากนั้นเมื่อพลังกายของทั้งสามคนถึงขีดจำกัดค่อยแสดงการประลองของเฮเลนากับเมห์เลียนาให้ดูก็น่าจะไม่เลว หากได้เห็นเป้าหมายที่กำลังมุ่งไปมันจะเป็นการเพิ่มขวัญกำลังใจไปด้วยในตัว

 

หลังจากนั้น ทั้งสามคนก็ฝึกออกหมัดตรงไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีอะไรที่เฮเลนาต้องชี้แนะมากเป็นพิเศษ จนเวลาค่อย ๆ ผ่านไป

‘ประมาณนี้ก็ได้มั้ง’ เฮเลนาคิด ก่อนจะพูดกับทั้งสามคนที่เริ่มแสดงความเหนื่อยล้าออกมาทางสีหน้า

 

“ดีมาก พักก่อนเถอะ”

 

“ค ค่ะ……!”

 

“ฟุฮี่……”

 

“แฮ่ ก……”

 

ทั้งสามคนต่างก็นั่งลงอย่างเหน็ดเหนื่อย

จะให้ยืนพักก็กระไรอยู่ เอาแบบนี้ก็ได้มั้ง ดูเหมือนวันนี้อาจสามารถฝึกอบรมไปได้อย่างราบรื่นก็เป็นได้

 

ทว่า—พอคิดได้แบบนั้นไม่ทันไร

 

“สวนระหว่างอาคารของวังหลังเนี่ย กลายเป็นสนามฝึกเหม็นเหงื่อไปตั้งแต่เมื่อไรกันเจ้าคะ”

 

จู่ ๆ ก็มีเสียงกังวานเหมือนกระดิ่งเช่นนั้นดังขึ้นมาขัดขวาง

เป็นเสียงสูงซึ่งเอ่อล้นด้วยความมั่นใจที่ไม่รู้มาจากไหน เท่าที่เฮเลนาทราบคนที่จะทักมาด้วยเสียงแบบนี้มีอยู่แค่คนเดียวเท่านั้น

นั่นก็คือ—

 

“สนมฟ้าจันทรา” ชาร์ลอตเต เอียนส์เวิร์ธ ที่นำพาบรรดาลิ่วล้อมาด้วย

 

“อ้าวแหม สวัสดีค่ะ พระสนมฟ้าจันทรา”

 

“สวัสดีเจ้าค่ะพระสนมฟ้าสุริยา แต่ดิฉันเองก็ไม่รู้มาก่อนเลยนะเจ้าคะว่าพระสนมฟ้าดาราเนี่ย ยอมเข้าฝ่ายของพระสนมฟ้าสุริยาไปแล้วงั้นหรือเจ้าคะ?”

 

“ข้าก็แค่กำลังชี้แนะฝึกฝนร่างกายให้กับคุณหนูมาริเอลเท่านั้นเอง มีธุระอะไรหรือคะ? หากไม่มีอะไรก็อยากให้ช่วยกลับไปทีน่ะค่ะ”

 

“ก็ไม่ได้มีธุระอะไรกับท่านเป็นพิเศษหรอกเจ้าค่ะ พระสนมฟ้าสุริยา”

 

ชาร์ลอตเตกล่าวเช่นนั้น แล้วสายตาของเธอก็มองผ่านไปยังด้านหลังของเฮเลนา

มองไปยัง—ฟรองซัวส์ที่กำลังนั่งอยู่

 

“ฟรองซัวส์ เรเวิน”

 

“ค ค่ะ!? ข ข้าหรือคะ!?”

 

“……มีธุระอะไรกับฟรองซัวส์หรือคะ ฟรองซัวส์กับข้าคุ้นเคยกันอยู่ หากเธอถูกทำอะไรข้าก็จะต้องขอตอบโต้อย่างเหมาะสมนะ”

 

“อุ๊ยแหม……คุณหนูฟรองซัวส์สนิทสนมกับพระสนมฟ้าสุริยาอยู่หรือเจ้าคะ? เช่นนั้นก็เหมือนถูกทรยศสินะคะเนี่ย”

 

‘หึหึ’ ชาร์ลอตเตกล่าวด้วยเสียงสูงไพเราะเหมือนกระดิ่ง ทว่าริมฝีปากกลับบิดเบี้ยว

ทรยศ—คำศัพท์ที่ฟังยังไงก็ไม่น่าจะถูกโยงเข้าหาฟรองซัวส์ได้ ทำให้เฮเลนาขมวดคิ้ว

ทว่าเธอก็รับรู้ได้ด้วยหางตา ว่าไหล่ของฟรองซัวส์นั้นได้สะดุ้งโหยงขึ้น

 

“อยากพูดอะไรกันแน่คะ พระสนมฟ้าจันทรา”

 

“อ้าว พระสนมฟ้าสุริยาไม่ทราบมาก่อนงั้นหรือเจ้าคะ? แหม แหม……ไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกทรยศโดยบุตรีขุนนางที่สนิทสนมด้วยหรือเนี่ย”

 

“……หมายความว่ายังไงคะ”

 

เมื่อได้ฟังคำพูดอ้อมค้อมไปมาเช่นนั้น เฮเลนาก็จ้องชาร์ลอตเตอย่างไม่คิดปิดบังความหงุดหงิด

ทว่า แม้จะถูกเฮเลนาเขม่นใส่ ชาร์ลอตเตก็มิได้สะทกสะท้านราวกับมันเป็นเพียงสายลมเย็นที่พัดผ่าน

 

และในตอนนั้นเอง เธอก็ได้ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ออกมา

 

“ได้ยินมาว่า เมื่อคืนก่อน ฝ่าบาทได้เสด็จเยือนห้องของฟรองซัวส์ เรเวินยังไงล่ะเจ้าคะ”

 

คำพูดที่ไม่คาดคิด ทำให้เฮเลนาต้องเบิกตากว้าง

และฝ่ายชาร์ลอตเตก็ยกมุมปาก ฉีกยิ้มราวกับภาคภูมิใจในชัยชนะ

 

Comment

Options

not work with dark mode
Reset