[นิยายแปล] Hell mode – ตอนที่ 143 มกุฎราชกุมาร 2

บทที่ 143 มกุฎราชกุมาร 2

            “ไวเคานต์แกรนเวลหรือครับ?”

            “ใช่แล้ว ได้ยินมาว่าไวเคานต์อยู่ที่นี่”

            อเลนคิดว่าทั้งที่มาซะดึกแต่กลับพูดอวดเบ่งซะเหลือเกิน แต่อเลนจำเสื้อผ้าของ 2 คนนั้นได้ มันเป็นชุดแบบเดียวกับคนที่มาพร้อมกับไวเคานต์คาร์เนลก่อนหน้านี้

            “ตอนนี้ไวเคานต์พักผ่อนไปแล้วครับ ไม่ทราบว่าท่านไหนหรือครับจะได้ไปแจ้งให้ทราบ”

            “นั่นสินะ พวกฉันเป็นราชทูต บอกไปว่ามาด้วยธุระของมกุฎราชกุมาร”

            บอกไปว่า “รับทราบแล้วครับ เชิญที่ห้องรับแขกเลยครับ” ก่อนจะเปิดประตู และพาไปยังห้องรับแขกที่ไม่ใช่ห้องอเนกประสงค์ซึ่งมีโซฟาสำหรับนั่งได้ 2 คน

            ตอนนี้ไวเคานต์ยังไม่ได้ไปพักผ่อนและอยู่ที่ห้องอเนกประสงค์ เลยไปที่ห้องนั้นและบอกว่าราชทูตมาหา

            อเลนและหัวหน้ากลุ่มอัศวินมุ่งหน้าไปยังห้องรับแขกพร้อมกับไวเคานต์ โดยทางนู้นบอกว่าไหนๆก็มาโรงเรียนพร้อมกับมกุฎราชกุมารแล้ว เลยอยากจะชวนไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน

            “กะ กะทันหันจังเลยนะเนี่ย”

            ไวเคานต์ตั้งใจจะกลับพรุ่งนี้ตอนเที่ยง

            “คงจะปฏิเสธคำชวนของฝ่าบาทสินะ มันก็ได้อยู่หรอก แต่คงต้องไปบอกฝ่าบาททั้งอย่างนั้น”

            “ไม่ครับ ไม่คิดจะปฏิเสธครับ ขอให้ได้เข้าร่วมด้วยครับ”

            ไวเคานต์บอกออกมาว่าไม่ได้ปฏิเสธ

            “นายท่าน ถ้าอย่างนั้นขอตามไปด้วยนะครับ”

            “หือ ไปรับประทานอาหารค่ำกับมกุฎราชกุมารจำเป็นต้องเอาคนคุ้มกันไปด้วยเหรอ? ถ้างั้นคงต้องยกเลิกซะแล้ว?”

            ถึงหัวหน้าอัศวินที่อยู่ในห้องรับแขกบอกว่าจะตามไปด้วย แต่ราชทูตกลับถามออกมาด้วยความสงสัยว่าแค่ไปรับประทานอาหารกับมกุฎราชกุมารต้องมีคนคุ้มกันด้วยหรือ

            ดูเหมือนต้องการจะบอกว่า ไม่จำเป็นต้องพามีคนคุ้มกันตอนไปพบมกุฎราชกุมาร ให้ไวเคานต์ไปแค่คนเดียว

            ไวเคานต์ลังเลที่จะตอบไปครู่หนึ่ง การไปหาเชื้อพระวงศ์ที่แสดงความเป็นศัตรูด้วยตัวคนเดียวแล้วโดนลอบโจมตีคงไม่มีใครว่าอะไร อาจจะทำเหมือนแค่จู่ๆหายตัวไป หรือโดนพวกโจรฆ่าก็ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วคงไม่มีใครกล่าวโทษมกุฎราชกุมารหรอก

            ในระหว่างที่ราชทูตส่งสายตาให้รีบๆตอบ อเลนก็เอ่ยคำพูดออกมา

            “นายท่าน พรุ่งนี้จะไปรับประทานอาหารเย็นกับมกุฎราชกุมารหรือครับ เข้าใจแล้วครับ”

            อเลนที่อยู่ในชุดนักเรียน โค้งศีรษะให้กับไวเคานต์ราวกับเขาเป็นคนรับใช้

            “หือ……”

            การจะให้ขุนนางอย่างไวเคานต์ไปคนเดียวมันดูแปลก อเลนเลยพูดว่าจะไปเตรียมตัวราวกับคนรับใช้ที่จะไปด้วย

            ตอนที่อเลนผันตัวมาเป็นแขกได้เปลี่ยนวิธีการเรียกไวเคานต์จาก “นายท่าน” มาเป็น “ไวเคานต์แกรนเวล” สิ่งนี้ถือเป็นการแบ่งแยกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งคิดว่าการแบ่งแยกมันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละตัวบุคคล

            ตอนที่บอกว่าจะลาออกและขอไปจากตระกูลแกรนเวลไวเคานค์ก็ตอบรับ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนั้น ที่อเลนจะไปด้วยถือเป็นการช่วยไวเคานต์อยู่ ในความคิดของไวเคานต์เองก็ประเมินฝีมือของอเลนไว้สูงถึงจะไม่เท่ากับหัวหน้ากลุ่มอัศวินก็ตาม ถือว่าช่วยได้มากหากได้อเลนที่เคยช่วยเซซิลไปคุ้มครอง

            (ดีนะเนี่ยที่ไม่ได้คืนชุดคนรับใช้ฝึกหัดไป เพิ่งเลิกมาได้ไม่ถึงครึ่งปี ต้องกลับมาสวมอีกแล้วเหรอเนี่ย)

            ชุดของคนรับใช้ฝึกหัดยังอยู่ในที่เก็บเพราะไม่ได้โดนสั่งให้คืน ที่ให้คืนมีแค่ตราของตระกูลแกรนเวลเท่านั้น ถึงอเลนจะอยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโต แต่คิดว่าร่างกายที่โตขึ้นแค่ครึ่งปีคงไม่ใช่ปัญหาอะไร

            ราชทูตไม่พูดอะไรเกี่ยวกับที่จะพาคนรับใช้ไปด้วย 1 คน คงคิดว่าอเลนเป็นแค่คนรับใช้ที่มาโรงเรียนด้วยเท่านั้น เขาบอกให้มาตามเวลาที่บอกก่อนจะกลับไป

            และวันรุ่งขึ้น มีแค่อเลนกับไวเคานต์ที่ไปโรงแรมซึ่งเป็นที่พักของมกุฎราชกุมาร

            ถึงเซซิลบอกว่าอยากจะไปด้วย แต่ไวเคานต์ปฏิเสธไปแล้วตั้งแต่วันก่อน บางทีอาจจะมีอันตรายก็ได้ อีกฝ่ายเป็นมกุฎราชกุมารที่ใช้ให้ราชทูตมาลักพาตัวเซซิล คนที่ไปเลยมีแค่ไวเคานต์แกรนเวลที่ถูกเรียกกับอเลนที่แสร้างทำเป็นคนรับใช้

            เลยให้ทุกคนไปล่าบอสชั้นล่างสุดโดยไม่มีอเลน ส่วนดันเจี้ยนระดับ A อเลนบอกว่าถ้าเขากลับมาแล้วค่อยไปพร้อมกัน และมอบสัตว์อัญเชิญนก G ให้กับคุเรนะเอาไว้สำหรับสื่อสาร สัตว์อัญเชิญถ้าสัมผัสกับผู้ที่เข้าดันเจี้ยนจะสามารถเข้าไปด้วยกันได้ อนึ่ง แค่สัตว์อัญเชิญอย่างเดียวไม่สามารถเข้าดันเจี้ยนได้

            รวมตัวกับไวเคานต์ และมุ่งหน้าไปยังโรงแรม

            (มกุฎราชกุมารอยู่ฝ่ายอาณาจักรเหรอ)

            ได้ยินเรื่องของมกุฎราชกุมารจากริโฟลมาเมื่อสัปดาห์ก่อน เลยรู้เรื่องของของมกุฎราชกุมาร กับเรื่องที่เกิดขึ้นในพระราชวัง

            ราชอาณาจักรแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว และดูเหมือนกำลังต่อสู้กันอยู่

            สิ่งนั้นคือ “ฝ่ายอาณาจักร” กับ “ฝ่ายพันธมิตร” ซึ่งสองขั้วนี้ดูเหมือนจะมีความคิดเช่นนี้

            ฝ่ายอาณาจักร คิดถึงผลประโยชน์ของราชอาณาจักรเป็นที่สุด ดังนั้นเลยให้ความร่วมมือกับพันธมิตร 5 ทวีปให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

            เดิมทีหลายร้อยปีก่อนที่จอมมารจะปรากฏตัวออกมาก็โดนรุกรานจากจักรวรรดิอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าโดนขอร้องความช่วยเหลือมาขนาดไหน แต่ถ้าจักรวรรดิล่มสลายจะตกที่นั่งลำบาก เลยมีความคิดที่จะให้ต่อสู้กับกองทัพจอมมารไปเรื่อยๆ ไม่ให้ล่มสลายก็พอ

            ฝ่ายพันธมิตร คิดถึงการให้ความร่วมมือกับพันธมิตร 5 ทวีปเป็นหลัก

            เขาบอกว่า ในระหว่างที่จอมมารกำลังจะทำลายโลกมันใช่เวลามาคิดถึงประเทศของตัวเองเป็นหลักเหรอ ควรจะให้ความร่วมมือกับพันธมิตร 5 ทวีปเพื่อจัดการภัยคุกคามอย่างกองทัพจอมมารต่างหาก

            ดูเหมือนทั้ง 2 ขั้วจะเกิดขึ้นตอนจอมมารปรากฏตัว โดยฝ่ายโรงเรียนอยู่ในฝ่ายของพันธมิตร

            และเหตุผลที่ต่อสู้กัน เพราะพระราชาที่ผ่านมา 2 รุ่นต่างอยู่ฝ่ายพันธมิตร ไหนจะออกคำสั่งบุกเบิกอาณาจักร และให้ความร่วมมือในการต่อสู้กับกองทัพจอมมารอย่างไม่รู้สึกเสียดาย โดยขุนนางที่ทำหน้าที่ต่อสู้กับกองทัพจอมมารได้ตามหน้าที่ จะได้รับตำแหน่ง หรือการจัดการภาษีที่ดีขึ้น

            คนที่ไม่พอใจกับเรื่องราวอย่างนี้คือเหล่าขุนนางชั้นสูงดั้งเดิม ธรรมดาเป็นตระกูลที่ผู้มีพรสวรรค์เกิดมาได้ยากอยู่แล้ว ยังต้องมาปฏิบัติตัวกับขุนนางชั้นผู้น้อยอย่างดีอีก ช่วงนี้ทั้งตำแหน่งในกองทัพหรือรัฐมนตรีกระทรวงอื่นๆก็ตกอยู่ในมือของฝ่ายพันธมิตรไปมากแล้ว คงคิดว่าถ้าปล่อยไว้อย่างนี้จุดยืนของตัวเองจะตกอยู่ในอันตราย

            แล้วมกุฎราชกุมารก็ปรากฏตัวขึ้นมาท่ามกลางความไม่พอใจ เหล่าขุนนางชั้นสูงเริ่มยกยอ มกุฎราชกุมารที่เป็นลูกชายของพี่ชายพระราชาคนปัจจุบัน และให้มกุฎราชกุมารเป็นตัวตั้งตัวตีของฝ่ายอาณาจักร

            ถึงพระราชาคนปัจจุบันจะมีเจ้าชายอยู่หลายคน แต่อำนาจที่มากมายของขุนนางชั้นสูงในพระราชวัง กับคนที่เป็นหลานของตัวเองจริงๆมีแค่มกุฎราชกุมารเท่านั้น พระราชาเองก็อ่ยุเยอะไม่ได้มีพลังเหมือนกับเมื่อก่อน

            ฝ่ายโรงเรียนถูกอุ้มโดยฝ่ายพันธมิตรซึ่งมีพลังการรบอันทรงอยู่ แต่ฝ่ายอาณาจักรมีอำนาจของเหล่าขุนนางชั้นสูง ด้วยพลังต่างขั้วที่ทัดเทียมกัน ทำให้ราชอาณาจักรไม่สามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้

            มกุฎราชกุมารเสนอความเห็นว่าจะลดความร่วมมือในการต่อสู้กับกองทัพจอมมารลงครึ่งหนึ่ง

            “กรุณาตรงนี้ก่อนนะครับ”

            พนักงานโรงแรมนำทางอย่างสุภาพ

            “อืม”

            (นี่เหรอโรงแรมที่เหล่าราชวงศ์ใช้ โอ๊ะ! มีผลไม้ที่ไม่เคยเห็นด้วย อะ อร่อย!!)

            รออยู่ตรงห้องรับรองของโรงแรมหรูที่ราชทูตบอกให้มา อเลนเริ่มกินผลไม้ที่วางอยู่ตรงหน้าเพราะหลังจากนี้ต้องยืนอยู่หลังไวเคานต์คงไม่มีเวลาให้กิน

            ไวเคานต์บอกว่าไม่กิน เลยเอาผลไม้ที่เหลือใส่เข้าไปในที่เก็บ

            (ให้รอค่อนข้างนานนะเนี่ย?)

            เวลาผ่านไปเรื่อยๆ และยังไม่มีใครมาสักคน

            “ทำอะไรเหรอ?”

            อเลนนั่งลงตรงกระถางต้นไม้และเริ่มทำอะไรบางอย่าง

            “สร้างยาฟื้นฟูครับ เดี๋ยวจะมอบให้บางส่วน หากเกิดอะไรขึ้นให้ใช้ได้เลยครับ”

            “อย่างนั้นเหรอ ว่าแต่มันจะดีเหรอ?”

            “แน่นอนครับ”

            เพราะให้รอค่อนข้างนาน อเลนเลยวุ่นกับการสร้างยาฟื้นฟู ใน 1 สัปดาห์อเลนเปิดรับหินเวทระดับ E และ D รวมกันถึงสามหมื่นก้อน ซึ่งมากกว่าก่อนวันหยุดฤดูร้อนที่เปิดรับแค่สัปดาห์ละหนึ่งหมื่นก้อนถึง 3 เท่า

            ต้องเปลี่ยนสิ่งนี้ให้เป็นใบไม้แห่งชีวิตกับเมล็ดพลังเวท

            ถึงจะทำที่โรงเรียนเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ช่วงบ่ายต้องฝึกดาบ เลยแอบสร้างตรงสวนโรงเรียนในระหว่างที่เรียนช่วงเช้าเนื่องจากเพิ่มโควต้าไปแล้ว เลยเน้นสร้างใบไม้แห่งชีวิตเป็นหลัก ซึ่งถือว่าดีเลยที่จะได้เพิ่มเลเวลของสกิลสร้าง, ผสม, เสริมความแข็งแกร่งและปลุกพลัง

            (ดันเจี้ยนระดับ A เองค่อนข้างใช้สัตว์อัญเชิญเยอะอยู่ อยากจะรีบๆให้เสริมความแข็งแกร่งไปเลเวล 7 สักที)

            เน้นใช้พลังเวทเพื่อเพิ่มเลเวลเสริมความแข็งแกร่ง

            หลังจากนั้นก็ผ่านไปอีก 1 ชั่วโมง

            (โอ๊ะ? ให้รอนานนะเนี่ย? อย่างนี้ไปลงดันเจี้ยนระดับ A ประจำวันไม่ได้กันพอดี ทั้งที่วันนี้รู้สึกว่าจะได้กล่องทองแท้ๆ ว่าแต่ไปห้องน้ำได้ไหมเนี่ย?”

            แล้วเวลาก็ผ่านไปอีก 1 ชั่วโมง

            (อ๊ะ? ให้รอนานไปแล้ว จำได้หรือเปล่าว่าเรียกมาเนี่ย? มาเรียกไปสักทีเซ่ เอากล่องทองของฉันคืนมา รู้สึกว่าวันนี้น่าจะได้กล่องทองด้วย)

            รู้สึกขึ้นมาว่าที่กล่องทองไม่เคยออกมาจนถึงตอนนี้เป็นเพราะมกุฎราชกุมาร

            ทันใดนั้น ราชทูตก็มาเรียกพร้อมกับบอกขอโทษที่ให้รอ

            ถูกพาไปห้องรับประทานอาหารเลิศหรูชั้นบนสุดสำหรับเหล่าราชวงศ์ ถึงจะค่อนข้างกว้างแต่ใช้ทั้งห้องเป็นห้องรับประทานอาหาร

            “ขอโทษที่ให้รอ”

            (อ้าว ก็อยู่ไม่ใช่เหรอ)

            มกุฎราชกุมารนั่งกระดกเหล้าอยู่ตรงโต๊ะที่มีคนนั่งอยู่หลาย 10 คน 

            ด้านหลังมกุฎราชกุมารมีเหล่าอัศวินสวมชุดเกราะเต็มยศยืนคุ้มกันอยู่ ไวเคานต์ที่สังเกคเห็นถึงสิ่งนั้นถึงกับตกตะลึง

            ไวเคานต์กับอเลนเข้าไปในห้องรับประทานอาหารนั้น

 

 ปล. ช่วงนี้งานค่อนข้างยุ่ง อาจจะช้าหน่อยนะครับ

[นิยายแปล] Hell mode

[นิยายแปล] Hell mode

Artist: ,
อ่านนิยาย Hell modeยามาดะ เคนอิจิ พนักงานกินเงินเดือน อายุ 35 ปี ผู้ชื่นชอบเกมที่ต้องฟาร์มหนักๆ ตอนนี้กำลังสิ้นหวังกับยุคที่เกมเล่นผ่านง่ายๆกำลังเป็นที่แพร่หลาย ระหว่างนั้นเองที่เขาโดนเว็บไซต์หนึ่งที่เขียนว่า "สำหรับผู้ชื่นชอบการฟาร์มอย่างคุณ" ทำให้ไปเกิดใหม่ในต่างระดับเฮลโหมด ป.ล. 1 แปลจากเว็บโนเวล ถ้าไม่เหมือนฉบับรุปเล่มต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ป.ล. 2 การอัพขึ้นอยู่กับเวลาว่างจากการทำงาน อย่าคาดหวังมาก(แต่จะพยายามอัพเรื่อยๆถ้าแปลเสร็จ

Options

not work with dark mode
Reset