[นิยายแปล] Hell mode – ตอนที่ 15 กลุ่มอัศวิน 1

บทที่ 15 กลุ่มอัศวิน 1

                ผ่านมา 3 เดือนหลังจากพิธีประเมินในเดือนเมษายนจนเข้าสู่เดือนกรกฎาคม สรุปแล้วในช่วง 3 เดือนนี้คุเรนะก็ไม่โดนท่านเจ้าเมืองเรียกตัวไป ซึ่งโรดันกับเกลด้าคืนดีกันตั้งแต่ตอนไปพักแรมที่บ้านแล้วด้วย ซึ่งได้ยินจากเทเรเซียว่าเมื่อก่อนก็มีทะเลาะกันอยู่บ้าง

                วันที่ร้อนตามปกติช่วงฤดูร้อนของหมู่บ้านบุกเบิก น่าจะประมาณ 30 องศา เพื่อไม่ให้มัชชูอยู่ในภาวะขาดน้ำเลยให้ดื่มน้ำบ่อยๆ พอมัชชูอายุ 2 ขวบก็เริ่มเดินได้ทำให้ไปนู้นมานี่ ถ้าอายุ 3 ขวบ มัชชูคงได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอก

                ถึงการฝึกฝนของอเลนจะคืบหน้า แต่เลเวลกับสกิลเลเวลก็ไม่เปลี่ยน อีกไม่นานผสมจะเลเวล 3 แล้ว เพราะการผสมหนึ่งครั้งต้องใช้การสร้างการ์ด 2 ใบ ทำให้เลเวลของการผสมขึ้นยากกว่าการสร้าง ผลตอบแทนของความเหนื่อยยากนั้นใกล้จะมาถึงแล้ว

                วิชาดาบเองก็ยังเลเวล 3 อย่างนั้น เฮลโหมดเลเวลไม่ได้ขึ้นง่ายๆเลย

                “อเลน เตรียมตัวเสร็จหรือยัง?”

                “ครับมาม้า”

                วันนี้มีงานใหญ่ อัศวินหนึ่งกลุ่มจะมาที่หมู่บ้านบุกเบิก ถึงคุเรนะจะไม่โดนเจ้าเมืองเรียกแต่ดูเหมือนกลุ่มอัศวินจะมาเพื่อพบคุเรนะ ผ่านมาแล้ว 3 เดือนหลังจากเธอได้รับการประเมินว่าเป็นยอดนักดาบจากโบสถ์ ในที่สุดกลุ่มอัศวินก็มีการเคลื่อนไหว

                เมื่อไม่กี่วันก่อนมีการแจ้งของผู้ส่งสาร โดยผู้ส่งสารบอกกับหัวหน้าหมู่บ้านว่าให้ครอบครัวของเกลด้ามาหาหัวหน้าหมู่บ้าน เหมือนจะให้ไปตรงย่านที่อยู่อาศัย

                (กลุ่มอัศวินเหรอ ผู้มีอิทธิพลในการดูแลดินแดนหรือเปล่านะ สำหรับทาสติดที่ดินเหมือนคนที่อยู่บนฟ้าเลย ไม่ใช่ว่าโดนฆ่าทิ้งเพราะแค่ไปสบตาหรอกนะ)

                แน่นอนว่าคนที่โดนเรียกคือคุเรนะกับพ่ออย่างเกลด้า แต่โรดันที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กอยากจะไปเห็นความสำเร็จของลูกเกลด้าอย่างคุเรนะด้วย ซึ่งเกลด้าเองก็บอกว่าอยากจะให้ไปด้วย อยากให้เพื่อนสนิทได้เห็นความสำเร็จของทาสติดที่ดินด้วย

                “ถ้างั้นไปก่อนนะเทเรเซีย”

                วันนี้มัชชูอยู่ทำให้เทเรเซียต้องอยู่เฝ้าบ้าน จะพามัชชูไปที่คนพลุกพล่านหรือมีมีม้าไม่ได้เพราะจะตกใจจนร้องไห้

                พอมุ่งหน้าไปที่บ้านของเกลด้า ทั้งเกลด้าและคุเรนะก็มายืนรออยู่หน้าบ้านแล้ว โดยข้างๆมีมิทิลด้าที่อุ้มลิลี่อยู่

                “อเลน!!”

                คุเรนะพอเห็นอเลนก็โบกมือยกใหญ่

                (ดูท่าจะดีใจมากเลยสินะ จะได้พบกับอัศวินแล้วด้วยสิ)

                ตั้งแต่เริ่มเล่นติ๊ต่างเป็นอัศวินก็ผ่านมา 3 ปีแล้ว ทุกวันคุเรนะบอกชื่อของตัวเองว่า ‘อัศวินคุเรนะ!’ ซึ่งวันนี้เธอจะได้พบกับอัศวินแล้ว ความยินดีถ่ายทอดผ่านออกมาทางเสียง

                ทั้ง 4 คนมุ่งหน้าไปย่านที่อยู่อาศัย โดยออกก่อนที่ระฆังบอกเวลา 9 โมงจะดัง และไปถึงตอนที่เลยเวลา 10 โมงไปแล้ว อนึ่งกลุ่มอัศวินจะมาถึงช่วงหลังเที่ยง

                จะให้กลุ่มอัศวินรอไม่ได้ เลยรีบมุ่งหน้าไปยังย่านที่อยู่อาศัยก่อน

                จากบ้านของอเลนไปบ้านของคุเรนะ ด้วยความเร็วในการเดินของคุเรนะกับอเลนใช้เวลาราวๆ 15 นาที จากบ้านของอเลนไปยังใจกลางของย่านที่อยู่อาศัย จะใช้เวลาราวๆ 1 ชั่วโมง

                “ตั้งแต่วันนี้ฉันจะได้เป็นอัศวินสินะ!!”

                “ฮะๆๆ ถ้าไม่ถามจากกลุ่มอัศวินก็คงไม่รู้หรอก”

                เกลด้าลูบศีรษะของคุเรนะ คิดว่าคงอยู่ในสภาพอย่างนี้มาตลอดก็ได้ ในระหว่างที่ฟังคุเรนะพูดก็มุ่งหน้าไปยังย่านที่อยู่อาศัย

                “แล้วต้องไปที่ไหนเหรอ?”

                โรดันถามออกมา

                “เห็นบอกว่าที่ลานกว้างน่ะ”

                “ลานกว้าง? ไม่ใช่ที่ประตูหรือบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านเหรอ?”

                ดูเหมือนตรงใจกลางของย่านที่อยู่อาศัยจะเป็นลานกว้าง ซึ่งตรงลานกว้างมีคนจำนวนมากอยู่ และได้ยินเสียงว่ายอดนักดาบมาแล้วจากตรงนั้นตรงนี้ ทุกคนได้ยินเรื่องที่กลุ่มอัศวินจะมาในวันนี้

                วันนี้สายตาจับจ้องมาที่คุเรนะ มากกว่าอเลนที่มีดวงตาและเส้นผมสีดำ

                ถึงคุเรนะกับเกลด้ามาถึงก็ไม่มีใครเข้ามาใกล้ น่าจะรอการมาถึงของกลุ่มอัศวินก็ได้

                (อืม ต้องรอที่นี่ 2 ชั่วโมงขึ้นไปเหรอ? ไม่มีอะไรให้ทำด้วยนอนดีกว่า)

                อเลนไม่สนใจสายตาของผู้คนและเริ่มสัปหงก ความรู้สึกง่วงนอนเหมือนระหว่างเดินทางด้วยเครื่องบินหรือรถไฟชินคันเซน ตามปกติถ้าอเลนไม่มีอะไรทำจะนอน เพราะอเลนนอนทำให้คุเรนะเองสัปหงกไปด้วย

                ได้นอนอย่างเยอะเลย และในระหว่างที่นอนอยู่ตรงมุมหนึ่งของลานกว้าง ก็ได้ยินเสียงระฆังบอกเวลา 12 นาฬิกา เพราะระฆังอยู่ใกล้ทำให้ได้ยินเสียงที่ดังมากจนตกใจตื่นขึ้นมา

                “เห!?”

                “โอ๊ะ? ตื่นแล้วเหรอ? ดูเหมือนจะมาถึงกันแล้ว”

                เพราะเสียงที่เพิ่งตื่นทำให้โรดันตอบกลับมา ดูเหมือนกลุ่มอัศวินจะมาถึงตามเวลาที่กำหนดเอาไว้

                (โอ้ ถึงจะมองจากตรงนี้ไม่เห็น แต่มาถึงแล้วสินะ)

                เหล่าชาวบ้านที่ส่งเสียงจอแจ แล้วในระหว่างที่มองรอบๆก็คิดขึ้นว่าจำนวนคนเพิ่มขึ้นอยู่ ทาสติดที่ดินซึ่งตามปกติไม่ค่อยมาย่านที่อยู่อาศัยยังมีจำนวนค่อนข้างเยอะ เพราะเสื้อผ้าทำให้แยกทาสติดที่ดินกับประชาชนได้

                พอคิดอะไรอย่างนั้นก็ได้ยินเสียงม้าวิ่ง

                (โอ้ว! มาแล้วจริงๆด้วย อุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงหมู่บ้านบุกเบิก ถึงจะไม่รู้ก็เถอะว่าจากเมืองของท่านเจ้าเมืองมันไกลแค่ไหน)

                กลุ่มอัศวินที่ขี่ม้ากลุ่มหนึ่งมาถึง ถึงจะบอกว่ากลุ่มแต่ก็ไม่ได้มาหลายสิบหรือหลายร้อย เป็นกองอัศวินทหารม้าที่นับจำนวนได้ด้วยตาประมาณ 10 คน คงคิดว่าแค่มาพบคุเรนะไม่จำเป็นต้องใช้คนขนาดนั้นก็ได้หรือเปล่านะ

                หัวหน้าหมู่บ้านเองก็รออยู่ที่ลานกว้าง อัศวินที่เหมือนผู้บัญชาการของกองทหารม้าก็มาถึง ถึงจะไม่ค่อยได้ยิน แต่รู้สึกได้ว่าเป็นการทักทายที่อุตส่าห์มาเยือน

                หัวหน้าหมู่บ้านผ่ายมือมาทางคุเรนะ อัศวินที่เหมือนผู้บัญชาการถอดหมวกออกมาเพื่อตรวจสอบดูคุเรนะที่อยู่ปลายทาง ซึ่งเหล่าอัศวินก็ถอดหมวกออกมาพร้อมกันเพื่อตรวจสอบคุเรนะ เธอที่ตื่นเต็มที่แล้วส่งสายตาอันเร่าร้อนกลับไป

                หัวหน้าหมู่บ้านกวักมือเรียก ดูเหมือนจะบอกให้คุเรนะไปหา เกลด้ามองหน้าของโรดันก่อนจะพยักหน้าและไปพบกับอัศวิน 

                คุเรนะที่ไปหาเหล่าอัศวินพร้อมกับเกลด้า ส่วนโรดันกับอเลนได้แต่เฝ้ามอง 

                (คุเรนะอาจจะออกไปจากหมู่บ้านพร้อมกับกลุ่มอัศวินเลยก็ได้ การเล่นติ๊ต่างกับนอนกลางวันด้วยกันคงจบแล้วสินะ)

                ฉันจ้องมองคุเรนะที่เดินไปหากลุ่มอัศวินด้วยความรู้สึกที่ขอให้โชคดี แต่ก็แฝงไปด้วยความรู้สึกเหงาหงอย พอห่างไปหน่อยก็ได้ยินเสียงอันดังบอกมาว่า “คุเรนะค่ะ!”  เกลด้าที่บึกบึนเหมือนกอริลลายังเงียบขรึม เหมือนเห็นเขาบอกว่าเสียงดังไปหน่อยเลย

                คนที่รูปร่างดีมีหนวดซึ่งเหมือนผู้บัญชาการอัศวิน พูดคุยกับเกลด้าพ่อของคุเรนะ เพราะอยู่ห่างเลยไม่รู้ว่าพูดอะไรกัน ทำได้แค่เฝ้ามองอย่างเดียว

                พอดูการสนทนา จู่ๆเกลด้าก็ส่งเสียงดังออกมา

                “หา!? เรื่องนั้น! เรื่องนั้นไม่ไหวหรอก!!”

                (เอ๊ะ?)

                ดูเหมือนจะไม่ใช่การคุยที่ปกติ โรดันเลยเดินเข้าไปใกล้ๆจนพอจะได้ยินเรื่องที่พูด อเลนเลยเดินตามไปด้วย เสียงและการเคลื่อนไหวของเกลด้า ทำให้ลานกว้างเกิดความวุ่นวายอยู่ และทาสติดที่ดินกับประชาชนที่มากกว่า 100 คนก็เข้ามาดูสถานการณ์

                เกลด้าพยายามอธิบายความรู้สึกออกไป

                “คุเรนะเพิ่ง 5 ขวบและไม่เคยถือดาบมาก่อน มะ มันไม่ไหวหรอกครับ…”

                “ยังจะพูดอีกเหรอ? เป็นยอดนักดาบนี่? ถ้างั้นก็ไม่น่ามีปัญหาหรอก หรือว่าคิดจะหลอกลวงข้า ไม่สิท่านเจ้าเมืองเหรอ?”

                “มะ ไม่ใช่อย่างนั้น แต่การให้สู้กับอัศวินเนี่ย…”

                เกลด้าที่ยังพูดอย่างไม่ย่อท้อ ผู้บัญชาการบอกว่าเถียงไปก็ไม่ได้อะไร และเรียกอัศวินคนหนึ่งลงมาจากม้า

                “รองหัวหน้าอัศวินเรแบรนด์ เตรียมตัวให้พร้อม”

                “ครับ!! หัวหน้าอัศวิน”

                เขาขี่ม้าออกนอกลานกว้าง ก่อนจะให้ลูกน้องอัศวินพาม้าไปที่ไหนสักแห่ง ถึงหัวหน้าหมู่บ้านจะก็ทำหน้าแบบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็รับคำสั่งของอัศวินก่อจะพาไปยังคอกม้า

                “ระ เรื่องอย่างนั้น คุเรนะจะตายเอา กรุณาด้วยเถอะครับ”

                เกลด้าคุกเข่าขอร้อง

                “ฮึ ดูเหมือนจะยังไม่รู้สินะ ดังนั้นขอพูดให้ชัดเจนเลย ไม่ใช่แค่ลูกสาวของเจ้าแต่การหลอกลวงพิธีประเมินมีโทษประหารแน่นอนว่ารวมถึงเจ้าด้วย ถ้าไม่สู้กับอัศวินแล้วละก็เท่ากับยอมรับว่าหลอกลวงเป็นยอดนักดาบลูกสาวและเจ้าจะต้องโดนฆ่าทิ้งที่นี่ตรงนี้เลยเอาอย่างนั้นไหม?”

                เกลด้าถึงกับพูดอะไรไม่ออก ใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง อัศวิน 1 คนชักดาบตรงเอวออกมาและมอบให้กับคุเรนะ ดาบยาวสองคมแบบตะวันตกที่ยาวพอๆกับส่วนสูงของคุเรนะ

                (เอ๊ะ? มันไม่สมเหตุสมผลไปหน่อยเหรอ? หมายความว่ายังไงกัน? ตั้งใจจะให้คุเรนะสู้ที่ลานกว้างตั้งแต่แรกอยู่แล้วงั้นเหรอ?)

                ในที่สุดก็เข้าใจสถานการ์แล้ว และในระหว่างที่คิดว่าจะทำอย่างไรดีเพื่อหาทางฝ่าสถานการณ์นี้ คุเรนะก็พูดออกมา

                “เอ๊ะ? ถ้าล้มอัศวินคนโน้น จะได้เป็นอัศวินเหรอ?”

                หัวหน้ากลุ่มอัศวินเองยังประหลาดใจกับคำพูดนั้น

                “นะ นั่นสินะ ถ้าชนะ หนทางของการเป็นอัศวินจะเปิดออก”

                “อือ เข้าใจแล้ว!!”

                ในสถานการณ์นี้มีแค่คุเรนะคนเดียวที่ยิ้มออกมา เธอจ้องมองดาบจริงที่เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกในมือด้วยดวงตาที่เป็นประกาย

[นิยายแปล] Hell mode

[นิยายแปล] Hell mode

Artist: ,
อ่านนิยาย Hell modeยามาดะ เคนอิจิ พนักงานกินเงินเดือน อายุ 35 ปี ผู้ชื่นชอบเกมที่ต้องฟาร์มหนักๆ ตอนนี้กำลังสิ้นหวังกับยุคที่เกมเล่นผ่านง่ายๆกำลังเป็นที่แพร่หลาย ระหว่างนั้นเองที่เขาโดนเว็บไซต์หนึ่งที่เขียนว่า "สำหรับผู้ชื่นชอบการฟาร์มอย่างคุณ" ทำให้ไปเกิดใหม่ในต่างระดับเฮลโหมด ป.ล. 1 แปลจากเว็บโนเวล ถ้าไม่เหมือนฉบับรุปเล่มต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ป.ล. 2 การอัพขึ้นอยู่กับเวลาว่างจากการทำงาน อย่าคาดหวังมาก(แต่จะพยายามอัพเรื่อยๆถ้าแปลเสร็จ

Options

not work with dark mode
Reset