[นิยายแปล] Overlimit Skill Holder – Only A Reincarnator Can Possess The Skill That Exceeds The Limit – บทที่ 2 ตอนที่ 33

บทที่ 2 ตอนที่ 33

 

วันงานพิธีมอบหินสกิล

 

ในวันนี้ ท้องฟ้านั้นปลอดโปร่งจนราวกับว่าฝนที่ตกเมื่อวานเป็นเรื่องโกหกไปเลย

 

เมื่อวานคุณหนูอยู่แต่ในคฤหาสน์ตลอดทั้งวัน ท่านเอิร์ลนั้นเฝ้าดูแลคุณหนูด้วยความรักในขณะที่เธอกระโดดโลดเต้นไปมาพร้อมกับสวมกำไลนั่นเอาไว้อยู่ ถึงผมจะไม่ได้บอกเขาว่าผมปรับแต่งมัน แต่คุณเมดก็น่าจะรายงานเขาไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเขาตัดสินใจที่จะไม่ถามอะไร เอาเถอะ มันก็จบลงด้วยดีนี่นา

 

「วันนี้ต้องตื่นเช้ากว่าทุกทีนะ」

 

ผมตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้น 1 ชั่วโมงพร้อมกับหาวออกมา ถึงแม้ผมจะพูดว่าก่อนอาทิตย์ขึ้นก็เถอะ แต่ผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันจะขึ้นตอนไหนเพราะเมฆบนฟ้า

 

「ในราชอาณาจักรครูวานศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้นั้น มีพิธีกรรมมากมายที่สนับสนุนโดยฝ่าบาทราชันศักดิ์สิทธิ์ และพิธีเหล่านั้นก็ต้องใช้เวลาด้วย หลังจากนี้ ตัวคุณหนูจะต้องเข้าร่วมพิธีพวกนั้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นคุณต้องทำความเคยชินกับมันด้วย เรย์จิซัง」

 

「อืมมม…」

 

ผมไม่อยากจะชินกับมันเลย หรือจะต้องพูดว่าผมไม่อยากเข้าร่วมบ่อยจนชินไปแล้วดี

 

ดูเหมือนอีเว้นท์อย่าง “งานเลี้ยงต้นกล้าแห่งคืนข้างขึ้น” นั้นแตกต่างไปจากพิธีในวันนี้ที่ถือเป็นพิธีกรรมอย่างสิ้นเชิงเลยละ

 

หินสกิลนั้นเป็นของขวัญจากพระเจ้าและจะถูกมอบให้กับราชันศักดิ์สิทธิ์ในนามตัวแทนของประชาชน จากนั้นราชันศักดิ์สิทธิ์ก็จะส่งต่อมันให้กับผู้คน—หรือพูดให้ถูกก็คือเหล่าขุนนางที่เป็นตัวแทนของผู้คน

 

ราชอาณาจักรครูวานศักดิ์สิทธิ์นั้นก่อตั้งขึ้นมามากกว่า 1000 ปีแล้ว เนื่องจากว่ามันเป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่ก่อตั้งประเทศ มันจึงเป็นงานพิธีที่เก่าแก่ซึ่งไม่เหมาะกับโลกปัจจุบันเลย

 

「อรุณสวัสดิ์ครับคุณหนู」

 

คุณหนูที่อาบน้ำมากว่า 3 ครั้งตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นได้เดินออกมาพร้อมกับพระอาทิตย์ขึ้น ดูเหมือนจะเป็นกฏที่ว่า “จะต้องรักษาความสะอาดของร่างกายเอาไว้จนกว่าพระอาทิตย์จะขึ้น” ขนาดผมยังต้องเช็ดตัวด้วยน้ำร้อนเพื่อทำความสะอาดเลย

 

คุณหนูสวมชุดเดรสสีเขียวอ่อนสดใส – ราวกับใบไม้สด

 

มันเป็นชุดเดรสง่ายๆ มันเหมือนกับชุดแต่งกายบนรูปปั้นของชาวกรีก ทว่าความแน่นของผ้าและความแวววาวของสายรัดสีน้ำตาลรอบเอวนั้นทำให้ผมรู้สึกว่ามันน่าจะราคาแพงมากเหมือนเดิม

 

สวมผ้าคลุมไหล่สีฟ้าของท้องฟ้าทับลงไปด้วย คุณหนูดูราวกับตัวละครที่หลุดออกมาจากตำนานกรีกในโลกก่อนเลย

 

「…ชั้นไม่ชินเลย」

 

「มันเหมาะกับคุณหนูมากเลยครับ」

 

「ชั้นได้ยินมาว่าไม่ควรสวมเครื่องประดับใดๆ แต่ดูเหมือนชั้นจะได้รับการอนุญาตเป็นพิเศษกับกำไลอันนี้นะ」

 

การห้ามสวมเครื่องประดับเองก็น่าจะเป็นประเพณีด้วยละนะ

 

…แต่ ถ้า “เนตรเวทมนตร์แห่งการชักจูง” ทำงานขึ้นในช่วงพิธีละก็ มันจะกลายเป็นหายนะเลยละ

 

หลังจากนั้น คุณหนูก็ยกผมของเธอขึ้น เผยให้เห็นถึงต้นคอเรียวบาง เห็นแบบนี้แล้วมันก็รู้สึกเหมือนกับว่าเธอกำลังปีนบันไดสู่ผู้ใหญ่อย่างช้าๆเลย

 

「ไปกันเถอะ เรย์จิ」

 

「ครับ คุณหนู」

 

มันยังไม่ถึง 8 โมงเช้าซะด้วยซ้ำในตอนที่ผมกับคุณหนูออกมาจากคฤหาสน์ ท่านเอิร์ลนั้นออกไปที่พระราชวังศักดิ์สิทธิ์ก่อนตั้งนานแล้วด้วย นี่แหล่ะความพิเศษของวันนี้

 

เมื่อพวกเรานั่งรถม้าแล้วผ่านเขตศักดิ์สิทธิ์ที่ 3 ผมก็ได้ยินเสียงของรถม้ามากกว่าปกติ เนื่องจากคุณหนูปิดหน้าต่างทั้งหมด – บอกว่าเพราะมันหนาว – ผมก็เลยไม่รู้ว่ารถม้าพวกนั้นเป็นของตระกูลไหน

 

「คุณหนูครับ ตอนนี้เป็นยังไรบ้างครับ?」

 

「ตอนนี้มันก็ไม่เป็นอะไรหรอก แต่… ดูเหมือนว่างานพิธีมันจะใช้เวลาทั้งวันเลย ดังนั้นชั้นก็เลยกังวลนิดหน่อยนะ」

 

「คุณหนูแค่ต้องอดทนผ่านวันนี้ไปให้ได้ครับ」

 

「อืม ชั้นจะต้องตั้งสติแล้วผ่านมันไปให้ได้ …และมันก็ทรมาณน้อยลงเพราะนายปรับอุปกรณ์เวทมนตร์ให้แล้วด้วย」

 

รถม้าเคลื่อนตัวผ่านก้อนหินจนผมไม่ได้ยินครื่งแรกของสิ่งที่คุณหนูพูด

 

「เอ๊ะ? เมื่อกี้คุณหนูพูดอะไรนะครับ?」

 

「ไม่มีอะไร เรย์จิ เป็นเด็กดีรอจนกว่าชั้นจะเสร็จนะ เข้าใจไหม…?」คุณหนูพูดราวกับว่าเป็นแม่ที่สั่งสอนลูกของเธอ

 

ผมเฝ้ามองรถม้าของคุณหนูลอดผ่านประตูปราสาทเข้าไป มีแอ่งน้ำมากมายอยู่บนพื้นหินที่เกิดจากฝนเมื่อวาน ดูจากสภาพอากาศวันนี้แล้ว พื้นหินก็น่าจะแห้งในตอนบ่ายวันนี้

 

รถม้าหยุดลงหลังจากถึงพื้นที่ส่วนที่เป็นตัวพระราชวังตั้งอยู่ ดูเหมือนว่าคุณหนูจะต้องเดินจากตรงนั้นไปยังสถานที่จัดงานเอง

 

(เธอจะเป็นอะไรไหมนะ…?)

 

ผมค่อนข้างกังวลเลย แต่ท่านเอิร์ลเองก็อยู่ข้างในด้วย ดังนั้นผมก็เลยทำได้แค่รออย่างใจเย็นเท่านั้น

 

กำแพงที่แบ่งเขตศักดิ์สิทธิ์ที่ 1 กับพระราชวังศักดิ์สิทธิ์นั้นดูจะต่ำและบางกว่ากำแพงอื่นๆ มันสูงเพียงแค่ประมาณ 3 เมตรเท่านั้นเอง

 

ตัวกำแพงนั้นมีสีดำและสีทองซึ่งแตกต่างจากกำแพงก่อนๆอย่างชัดเจน ยึ่งไปกว่านั้นยังมีภาพวาดถูกวาดเอาไว้ด้วย

 

(มังกรกับคนเดินเคียงคู่กัน… ไม่สิ มันก็ดูเหมือนกับมนุษย์สัตว์ด้วยเหมือนกัน)

 

ตัวมังกรนั้นเหมือนกับมังกรที่ผมเคยเจอมาก่อน ส่วนคนนั้น มีหูยาวที่เหมือนกับเอลฟ์ แต่มันมีหางด้วย

 

ภาพวาดนั้นเป็นภาพง่ายๆเหมือนกับภาพจิตรกรรมฝาผนัง และเพราะมันอยู่ในพื้นที่เปิดโล่งด้วย มันจึงจางลงเล็กน้อยแล้ว ดังนั้นผมก็เลยไม่สามารถรู้เผ่าพันธุ์ที่แน่นอนได้

 

ประตูปราสาทนั้นกว้างพอจะให้รถม้าแค่คันเดียวผ่าน และเมื่อทีคันนึงผ่านเข้าไป ก็จึงมีอีกคันออกมา อย่างไรก็ตาม ในวันนี้มีขุนนางที่มาเข้าร่วมงานมากเกินไปจนเกิดความแออัดขึ้น

 

「ก่าห์ ข้าจะลงตรงนี้แหล่ะ ทนรอคิวไม่ไหวแล้ว」

 

「ไม่ได้นะคะ ท่านพ่อ!」

 

มีใครบางคนลงจากรถม้าที่ข้างๆแถวเพราะเขาไม่สามารถทนรอการจราจรนี้ได้

 

ถึงเขาจะสวมเสื้อผ้าฉูดฉาดเหมือนกับขุนนาง แต่ตัวเขานั้นดูไม่เหมือนกับขุนนางเลย

 

ผมสีแดงของเขายาวไปยังด้านหลังของเขาเหมือนกับสร้อย สวมแผ่นอกหนาอย่างน่าเหลือเชื่อ กล้ามของเขาโปนผ่านเสื้อผ้าของเขาออกมาราวกับจะยกรถบรรทุกได้เลย

 

ใบหน้าของเขานั้นเป็นสีแทน และภายใต้คิ้วย่นๆของเขานั้นมีดวงตาที่แหลมคมดั่งสัตว์ป่า แถมยังมีรอยแผลที่แก้มของเขาด้วย ชายคนนี้จะต้องไม่ได้ใช้ชีวิตแบบธรรมดาๆแน่ๆเลย

 

เมื่อเขาลงมาจากรถม้า สายตาของเขาก็มาหยุดลงที่ผม

 

「โหว เด็กเมื่อตอนนั้นงั้นรึ?」

 

ไม่อะ ผมไม่เห็นเคยรู้จักคนที่มีหน้าตาดุดันอย่างคุณเลย ผิดคนแล้วครับ

 

「ท่านพ่อคะ ไม่ฟังกันเลย!」

 

คนที่ลงตามมาก็คือคุณหนูมิร่า

 

นั่นก็หมายความว่า… คนๆนี้ก็คือเอิร์ลชายแดนมิวล์!? …โอ๊ะ เข้าใจละ ผมจำเขาไม่ได้ก็เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นหน้าของเขานี่เอง

 

ขณะที่คิดแบบนั้น ผมก็ก้มหัวลงอย่างสุภาพแล้วเคลื่อนตัวออกไปข้างๆ

 

เสียงฝีเท้าหนักๆใกล้เข้ามา คุณหนูมิร่าบ่นออกมาว่า “ท่านพ่อคะ พวกเราเป็นกลุ่มเดียวที่เดินนะคะ มันน่าอายนะคะ” ทว่าท่านเอิร์ลชายแดนก็ไม่ได้สนใจเลยสักนิด

 

แล้วจากนั้น รองเท้าขนาดใหญ่พร้อมกับหน้าแข้งหนาๆก็มาหยุดลงตรงหน้าของผม

 

「เจ้า… เป็นคนคุ้มกันของตระกูลซิวลิซส์สินะ?」

 

「…ครับท่าน」

 

「เงยหน้าขึ้นมา」

 

ผมเงยหน้าขึ้นตามที่บอก

 

…โอ้ ท่านมิร่านั้นสวมชุดสีแดงสดใส เป็นสไตล์เดียวกับคุณหนูเลย มันทั้งเรียบง่ายและน่ารัก

 

「ถ้างั้น เอาเป็นเจ้ามาที่ดินแดนของข้าไหม?」

 

「…หมายความว่ายังไงหรือครับ?」

 

「หมายความตามที่พูดนั่นแหล่ะ เมืองศักดิ์สิทธิ์มันน่าเบื่อเกินไป เจ้าไม่คิดยังงั้นรึ? ดินแดนของข้านั้นน่าตื่นเต้นมากกว่าอีก มีทั้งคนเก่งๆและมอนสเตอร์ดุร้ายมากมาย ขนาดที่เกิดสงครามขึ้นได้เลย เป็นสถานที่ที่เหมาะจะทดลองสกิลของเจ้าเลยนะ」

 

อืมม… นี่ผมกำลังถูกเลือกตัวงั้นหรอ…? ผมไม่ได้อยากได้อะไรแบบนั้นซะด้วยสิ

 

「ขอบคุณครับ แต่ผมมีอะไรที่ผมต้องแบกรับเอาไว้อยู่ในตอนนี้ครับ」

 

「เอาเถอะ จะอยู่ที่นี่ก็ไม่เป็นไร ข้ามีความรู้สึกว่าวันนี้จะต้องนองเลือดกันแน่นอนเลย」

 

นองเลือด? ทั้งๆที่วันนี้อากาศแจ่มใสขนาดนี้เนี้ยนะ…

 

「โอ๊ะ อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณคนคุ้มกันของท่านอีวา!」

 

「อรุณสวัสดิ์ครับ คุณหนูมิร่า ชุดเดรสนั่นเข้ากับท่านมากเลยครับ」

 

คุณหนูมิร่านั้นเกรงขามคุณหนูในตอนแรก ทว่าหลังจากแลกเปลี่ยนจดหมายและพบเจอกันหลายต่อหลายครั้ง พวกเขาก็ดูจะพัฒนาความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนกันแล้ว

 

「อุฟุฟุ… ชุดนี้ดูเหมือนจะเป็นชุดที่ท่านแม่ของชั้นใส่ในตอนที่เธอเข้ารับหินสกิล มันงดงามใช่ไหมละ?」

 

「ครับ ผมมั่นใจว่าท่านจะต้องดีใจแน่นอน」

 

「อื้ม! ท่านอยู่ที่คฤหาสน์เพื่อรักษาตนอยู่ในตอนนี้ ทว่าท่านก็ได้มอบมันให้กับชั้นอย่างตื่นเต้นเลยละ」

 

「—มิร่า ไปกันได้แล้ว」

 

「โอ๊ะ ท่านพ่อคะ รอด้วยสิคะ! เห็นแก่ตัวจังเลย แล้วเจอกันนะ!」

 

คุณหนูมิร่าโบกมือลาก่อนจะตามเอิร์ลชายแดนไป ผมเคยได้ยินคุณหนูพูดถึงแม้ของคุณหนูมิร่าอยู่เหมือนกัน… อะไรซักอย่างที่วาเธอไม่สามารถออกมาจากดินแดนได้เพราะร่างกายที่อ่อนแอของเธอ

 

ถึงยังงั้น ได้เห็นลูกสาวของเธอสวมชุดเดียวกับเธอ–คงจะสร้างความสดใสให้กับเธอมากๆเลยละนะ สดใสเหมือนกับสภาพอากาศในวันนี้เลย

 

(แต่ผมควรจะต้องระวังตัวเอาไว้ ตามที่เซอรี่ซังบอกมา ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในเมือง ดังนั้นถ้ามันจะเกิดอะไรขึ้น มันก็จะต้องเกิดในเขตศักดิ์สิทธิ์ที่ 3 ขึ้นไปแน่ๆ… การเคลื่อนไหวของเหล่าขุนนาง)

 

ผมกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับสิ่งที่เอิร์ลชายแดนพูด

 

เนื่องจากพวกเรายังไม่พบตัวผู้อยู่เบื้องหลังการวางยาเจ้าชายคลูฟชราทเลย มันจะดีกว่าถ้าระวังตัวเอาไว้ ผมคิดแบบนั้นในขณะที่มองไปยังเขตศักดิ์สิทธิ์ที่ 1 ที่เต็มไปด้วยรถม้าของขุนนางและคนคุ้มกัน

 

 

 

[นิยายแปล] Overlimit Skill Holder – Only A Reincarnator Can Possess The Skill That Exceeds The Limit

[นิยายแปล] Overlimit Skill Holder – Only A Reincarnator Can Possess The Skill That Exceeds The Limit

Options

not work with dark mode
Reset