บ่วงแค้นแสนรัก – ตอนที่ 45 ก็แค่ของเล่น

พอเวินหลานระบายอารมณ์ในรถเสร็จแล้วก็ค่อยเห็นว่าลู่จิ้นยวนเดินออกมาจากบริษัท

เธอคิดไปคิดมาแล้วเดินไปแกล้งทำเป็นเดินผ่านแล้วเอ่ยอย่างอย่างประหลาดใจ “คุณชายลู่?”

ลู่จิ้นยวนถูกคนดักทางไว้ กำลังรู้สึกหงุดหงิดพอดี พอเจอเวินหลานก็ยิ่งไม่สบอารมณ์เข้าไปอีก “มีเรื่องอะไรครับ?”

“คุณชายลู่ ได้ข่าวว่าพี่สาวฉันทำงานอยู่ที่คุณ ไม่รู้ว่าเธอทำดีหรือเปล่า ถ้างั้น ให้ฉันหางานใหม่ให้เธอเถอะ ครอบครัวเดียวกันก็ต้องสนิทสนมกันสิ ไม่งั้นฉันก็เป็นห่วงว่าเธอจะมีชีวิตไม่ดี”

น้ำเสียงของเวินหลานอ่อนโยนแล้วแฝงไปด้วยความกังวล ใบหน้าที่สวยสง่าพร้อมกับสีหน้าที่ดูเป็นห่วงก็ทำให้สะดุดตามาก

ลู่จิ้นยวนมองไปที่เธอ ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไร แต่กลับรู้สึกแปลกใจมาก

ถ้าเวินหลานเป็นห่วงเวินหนิงจริงก็ควรจะหางานให้เธอตั้งนานแล้ว เขาจำได้ว่างานครั้งก่อนก็เป็นไป๋อี้อันหาให้

ลู่จิ้นยวนไม่ชอบคนที่เก่งแต่ปากอยู่แล้ว

“ถ้าคุณมีความคิดแบบนี้จริง คุณก็ไปพูดกับเธอ ไม่จำเป็นต้องมาหาผม”

ลู่จิ้นยวนเอ่ยอย่างเรียบนิ่ง ก็ไม่มองหน้าเวินหลานอีกเลยพร้อมกับกำลังจะเดินจากไป

เวินหลานเห็นว่าเขาไม่สนใจตัวเองก็เลยรู้สึกไม่พอใจแล้วตามไปด้วย “คุณชายลู่เป็นเพราะที่พี่สาวฉันขับรถชนคุณก็เลยให้เธออยู่ข้างกาย แล้วอยากจะแก้แค้นเธอ? ถึงแม้เธอจะผิด แต่ก็ได้รับโทษแล้ว ฉันไม่อยากเห็นเธอลำบากอีก”

ไม่อยากเหรอ……

ลู่จิ้นยวนฉลาดแค่ไหนจะฟังไม่ออกได้ยังไงว่าต่อหน้าเวินหลานก็พูดทำเป็นเป็นห่วง แต่ความจริงก็ย้ำเตือนเขาอีกครั้งว่าเวินหนิงเป็นคนทำให้เขานอนสลบมาสามปี คำพูดของเธอกำลังจะกระตุกต่อมอารมณ์ของเขาชัดๆ

ฝีเท้าของเขาหยุดลงแล้วมองไปที่เวินหลานที่อยู่ข้างหลัง ผู้หญิงคนนี้แต่งหน้าได้ดูสวย ท่าทางก็ดูเป็นผู้ดี ทั้งๆที่เป็นวิวที่สวยงามแต่กลับทำให้เขารู้สึกถึงความเสแสร้งที่น่ารังเกียจ

เวินหลานรู้สึกถึงสายตาที่ผู้ชายคนนั้นมองมาที่ตัวเอง เหมือนบ่อน้ำลึกที่ลึกลับมาก แล้วให้คนมองรู้สึกว่าจะจมลงไป

เธอเขินหน้าแดงอย่างไม่รู้ตัว

“คุณชายลู่……” เวินหลานก็เลยเอ่ยเสียงอ่อนโยนแล้วทำท่าทางเหมือนเด็กผู้หญิงขี้อายพร้อมก้มหน้าลงไป

“ผมรู้สึกว่า สิ่งที่ผมได้ยินมาเหมือนจะไม่เป็นความจริง อย่างเช่น……คุณหนูรองตระกูลเวินที่จิตใจอ่อนโยน แต่กลับไม่ได้ไร้เดียงสาเหมือนที่เธอแสดงออกมาให้เห็น”

ลู่จิ้นยวนมองไปที่สีหน้าของเวินหลาน แล้วริมฝีปากก็มีความไม่แยแส จากนั้นก็เดินอ้อมเธอไปพร้อมเดินตรงไปที่รถที่จอดอยู่ไม่ไกลมาก

ทีแรกเวินหลานคิดว่าที่ลู่จิ้นยวนมองมาที่เธอเพราะรู้สึกสนใจเธอ แต่ไม่คิดเลยว่าจะได้ยินคำพูดแบบนั้นจนร่างกายสั่นไป จากนั้นก็ทำหน้าบึ้งแล้วกลับไปบนรถ

“ไอ้บ้าลู่จิ้นยวน กล้าทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง!”

เวินหลานเคยชินกับการที่โดนผู้ชายโอบอุ้มไว้ในอุ้มมือ ลู่จิ้นยวนเป็นคนแรกที่มองข้ามเธอแล้วไม่แยแสด้วย

“คุณแม่ เหมือนว่าเขาจะเริ่มสงสัยหนูแล้วทำยังไงดี หนูจะโดนแฉไม่ได้ ยัยนั่นจะอยู่ข้างกายลู่จิ้นยวนอีก ไม่ได้ หนูมีลางสังหรณ์มันต้องทำให้แผนหนูล่มแน่นอน”

เวินหลานยิ่งคิดก็ยิ่งใจร้อนจนจะร้องไห้ออกมา เมื่อจางหย่าหลินเห็นลูกสาวตัวเองเป็นแบบนั้นเลยเอ่ย “ไว้ใจเถอะ แม่ยอมทำทุกอย่างก็ไม่ยอมให้มันมาทำลายหนู มันเป็นได้แค่ก้อนหินที่ให้เราเหยียบ”

……

เมื่อกลับถึงบ้านเวิน จางหย่าหลินก็เอ่ยพูดเรื่องที่เวินหลานไม่ได้เป็นพรีเซนเตอร์อย่างน่าสงสาร ทุกคำพูดก็โยงไปถึงเวินหนิง

เวินหนิงกำลังทำงานอยู่ที่บริษัท ตอนนี้อารมณ์เธอค่อนข้างดี เวินหลานไม่ได้เป็นพรีเซนเตอร์ เธอคิดในใจว่าช่วงเวลานี้เธอก็คงไม่กล้ามาให้เห็นอีก

แต่เวลานี้เวินฉีโม่ก็โทรมาหา

“มีเรื่องอะไรคะ?” เวินหนิงเอ่ยด้วยเสียงเรียบนิ่ง แค่คิดก็รู้ ที่เวินฉีโม่โทรมาไม่ใช่จะมาถามเรื่องเธอ คงจะมาเพราะเรื่องเวินหลาน

“เวินหนิง ทำไมเธอถึงนิสัยเสียแล้วทำแบบนี้กับน้องสาว เธอคิดว่าแค่ได้ขึ้นไปบนเตียงลู่จิ้นยวนก็เป็นคนของเขาแล้วหรอ? ก็เป็นแค่ของเล่นแค่นั้น”

เวินหนิงยิ้มอย่างเยือกเย็น ถึงจะรู้ว่าเวินฉีโม่ไม่พูดอะไรที่น่าฟังแน่นอน แต่พ่อคนหนึ่งกลับพูดกับลูกสาวตัวเองแบบนี้ คงจะเป็นเรื่องที่แปลกมาก

“ใช่แล้วยังไงคะ? ถ้าแน่จริงก็ไปหาลู่จิ้นยวนแล้วให้เขาเปลี่ยนการตัดสินใจใหม่ ไม่ใช่มาระบายอารมณ์กับหนู ระวังร่างกายตัวเองด้วยนะคะ”

“แกไปพูดให้ลู่จิ้นยวนเปลี่ยนการตัดสินใจเดี๋ยวนี้ ให้เวินหลานเป็นพรีเซนเตอร์!” เวินฉีโม่ตะคอกด้วยความโมโห

“หนูเป็นแค่ของเล่นไม่ใช่หรอคะ? จะมีปัญญาให้ลู่จิ้นยวนเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจได้ยังไง? แล้วอีกอย่าง ที่เขาไม่ให้เวินหลานเป็นพรีเซนเตอร์ก็เพราะว่าภาพลักษณ์ของเธอไม่เหมาะกับบริษัท”

“หนูว่า มีเวลามาตะคอกใส่หนู พวกคุณก็ควรจะไปรักษาภาพลักษณ์ของเวินหลานไว้ อย่าให้คนอื่นรู้ความน่ารังเกียจภายใต้ใบหน้าใบนั้นของเธอ”

พูดจบ เวินหนิงก็ยิ้มอย่างเยือกเย็นแล้วตัดสายทันที

เวินฉีโม่โมโหจนอยากจะด่า แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ลูกสาวที่เป็นหุ่นเชิดคนนี้กลับควบคุมยากมากกว่าเดิม

……

หลังจากที่เลิกงานแล้วกลับไปถึงบ้าน ลู่จิ้นยวนยังไม่กลับมา นานๆทีเวินหนิงจะอารมณ์ดี ดูเหมือนว่านี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ตบหน้าเวินหลานตั้งแต่ที่ออกมาจากคุก

ถึงแม้จะเป็นเพราะลู่จิ้นยวน แต่ยังไงก็ทำให้เวินหลานเจ็บเหมือนกัน

คิดไปคิดมา เวินหนิงกำลังจะไปผ่อนคลายอาบน้ำ โทรศัพท์ก็สั่นอีกครั้ง

บนนั้นเป็นรูปภาพหนึ่งรูป ในรูปมีผู้หญิงที่ซูบโทรมนอนอยู่บนเตียงแล้วบนตัวก็มีสายเยอะแยะเต็มไปหมด มีแค่สายดวงตาคู่นั้นที่ยังลืมอยู่ ในสายตาของท่านมีความรู้สึกที่ดื้อดึงกับความไม่ยอมแพ้

มือของเวินหนิงสั่นไปจนเกือบจะทำให้โทรศัพท์ตก ผู้หญิงคนนั้นหน้าตาซีดขาวจนน่ากลัว แต่นั่นเป็นคุณแม่ของเธอ

เมื่อสามปีก่อนคุณแม่เข้าห้องไอซียู แล้วเธอก็เข้าคุก จากนั้นเธอก็ไม่เคยเจอคุณแม่อีกเลย

เวินหนิงถามหาคุณแม่กับตระกูลเวินแล้วหลายครั้ง แต่พวกเขาก็ใช้ข้ออ้างที่ว่าท่านสบายดี ไม่จำเป็นต้องให้เวินหนิงดูแล กลัวว่าเธอจะไปสร้างความวุ่นวายแล้วปฏิเสธเธอ

เวินหนิงก็ไม่มีปัญญาที่จะตามหาคนทั่วโลก ก็เลยจำใจต้องรอฟังข่าว

“คุณหมายความว่ายังไง? คุณอยากจะทำอะไร?” เมื่อเวินหนิงสงบสติอารมณ์ได้ก็รีบโทรหาจางหย่าหลิน

ผู้หญิงคนนั้นไม่ทำอะไรที่ไม่มีผลประโยชน์แน่นอน เธอต้องคิดอะไรไม่ดีแน่

“ฉันคิดว่าแกไม่สนใจแม่ของแกแล้วสะอีก อาทิตย์นี้กลับมาที่บ้านเวิน ถ้าไม่มา แกก็คงรู้ว่าจะเป็นยังไง”

บ่วงแค้นแสนรัก

บ่วงแค้นแสนรัก

ของขวัญวันเกิดอายุ18ปีของเวินหนิง คือเธอต้องติดคุก10ปี เพื่อการแก้แค้นเธอจึงตอบตกลงคำขอร้องของปีศาจ เธอต้องแต่งงานกับสามีที่นอนอยู่ในสภาพเหมือนผัก แต่คิดไม่ถึงว่า…

Comment

Options

not work with dark mode
Reset