บ่วงแค้นแสนรัก – ตอนที่ 539 ทำอะไรก็ไม่ผิด

หลังจากลู่จิ้นยวนนั่งกินข้าวเช้าคนเดียวเสร็จ ก็อยู่ในห้องสักพัก

ถึงแม้ว่าก่อนมาเขาคิดไว้แล้วว่าจะพาเวินหนิงไปเที่ยวด้วยกัน แต่ตอนนี้ความสัมพันธ์ของทั้งสองมากลายเป็นแบบนี้ เขาก็ไม่รู้จะออกปากชวนเธอยังไง

เสียดายทริปท่องเที่ยวที่เขาคาดหวังไว้ ไม่คิดว่าจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้

ขณะที่เขากำลังเปิดคอมฯเพื่อจะทำงาน ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

เป็นสายจากนายท่านหยง

“จิ้นยวน สัญญาเมื่อวานมีบางจุดที่ฉันอยากปรึกษาก่อนเธอก่อน ไม่รู้ว่าเธอพอมีเวลามั้ย?”

ลู่จิ้นยวนเห็นว่าเขายังว่างอยู่และไม่มีอะไรทำ จึงตอบตกลง

แต่พอถึงบ้านตระกูบหยง ก็เห็นเพียงหยงซือเหม่ยที่รอเขาอยู่

ลู่จิ้นยวนเข้าใจในทันที ที่แท้เรื่องสัญญาเป็นเพียงข้ออ้าง ในสถานการณ์แบบนี้สีหน้าของเขาเลยดูไม่ดีนัก

“คุณลู่ เห็นฉันแล้วไม่ต้องทำสีหน้าแบบนั้นก็ได้ค่ะ ฉันก็คุยงานกับคุณได้นะคะ”

หยงซือเหม่ยเห็นชัดว่าเขาไม่พอใจ แต่เธอก็ไม่สนใจ เธอกลับอ้างเหตุผลบางอย่างเพื่อดึงให้เขาอยู่ต่อ

“……..”

ลู่จิ้นยวนไม่รู้จะพูดอะไร ปรายตามองเธอแวบหนึ่ง:”แล้ว คุณหนูหยงคิดว่าเราจะเริ่มคุยงานกันยังไงครับ?”

“ก็ต้องหาที่เงียบๆค่อยๆคุยกันสิคะ”

หยงซือเหม่ยแน่ใจว่าลู่จิ้นยวนคงไม่ยอมปล่อยสัญญาสำคัญแบบนี้ทิ้งไปง่ายๆโดยสนใจอยู่แล้ว และก็เป็นอย่างที่เธอคิดไว้ ถึงแม้ว่าสีหน้าลู่จิ้นยวนจะไม่พอใจนัก แต่เขาก็ยอมตอบตกลง

…….

เพื่อเอาใจลู่อันหราน เวินหนิงจึงตั้งใจเข้าไปหาแหล่งท่องเที่ยวที่น่าไปอีกครั้ง

นึกขึ้นได้ว่า ก่อนหน้านี้เคยพาลู่อันหรานไปที่ศูนย์อาหารเขาดูมีความสุขมาก เธอจึงตัดสินใจพาเขาไปที่นี่ก่อน

“อันหราน เดี๋ยวเราไปเดินเล่นกันเสร็จ เราไปทานข้าวที่ร้านอาหารเซียงจิงดีมั้ย?”

อาหารที่นี่อร่อยมาก

ลู่อันหรานยังดูไม่ค่อยดีใจเท่าไหร่ แค่คิดว่าจะมีแค่แม่หรือพ่อเพียงคนใดคนหนึ่งเท่านั้นที่จะอยู่เป็นเพื่อนเขา ลู่อันหรานก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมา

แต่พอเห็นว่าเวินหนิงพยายามทำทุกอย่างเพื่อจะเอาใจเขา ลู่อันหรานจึงพยักหน้าตอบตกลง

“งั้นลูกรีบไปเปลี่ยนเสื้อก่อนนะ เดี๋ยวเราไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะแถวนี้ก่อน เสร็จแล้วค่อยไปทานข้าวกันนะครับ”

เวินหนิงลูบหัวลูกเบาๆก่อนจะหาชุดที่ใส่สบายๆให้เขาเปลี่ยน แล้วจูงมือหนุ่มน้อยออกจากห้องไป

ทั้งสองเดินเล่นที่สวนสาธารณะได้รอบหนึ่ง จนลู่อันหรานรู้สึกเหนื่อย เวินหนิงจึงพาเขาไปที่ร้านอาหารเซียงจิง

แต่พอเดินเข้าร้านไปก็เห็นลู่จิ้นยวนนั่งทานข้าวอยู่กับหยงซือเหม่ย

เวินหนิงที่อารมณ์กำลังดีๆอยู่ได้หายวาบไปทันที

“อันหรานเราเปลี่ยนร้านกันดีมั้ย”

เวินหนิงเกิดความรู้สึกในใจอย่างบอกไม่ถูก

ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นคนบอกกับลู่จิ้นยวนเองว่าเลิกกันดีกว่า แต่เพิ่งจะวันที่สองเขาก็พาหยงซือเหม่ยออกมาแบบนี้แล้ว เธอเลยรู้สึกอัดอั้นในใจอยู่ไม่น้อย

บางทีเธอยังคิดเลยว่าที่ลู่จิ้นยวนตอบตกลงง่ายๆแบบนั้น อาจเป็นเพราะมีทางเลือกใหม่อยู่แล้ว

พูดไปคุณสมบัติของหยงซือเหม่ยคนนี้ก็ตรงตามความต้องการของเย่หวานจิ้งไม่มีน้อย เพราะเธอสามารถช่วยส่งเสริมธุรกิจการงานของเขาได้ ถ้าลู่จิ้นยวนจะรับพิจารณาเธอมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

“อ้าว ไหนแม่บอกว่าอาหารที่นี้อร่อยไงครับ?”

พอเขาถามขึ้นแบบนั้น ลู่จิ้นยวนที่นั่งอยู่ในร้านก็ได้ยินเข้า

เห็นเวินหนิงพาลู่อันหรานออกมาเที่ยว เขาจึงหันไปจ้องมองทั้งคู่โดยไม่รู้ตัว

หยงซือเหม่ยเห็นแล้วก็พอรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ในใจแอบรู้สึกหงุดหงิด เธอได้สั่งให้ซ่งรั่วอวิ้นไปหาเวินหนิงแล้วนี่ บอกว่าให้ไปกักตัวเธอไว้ไม่ใช่เหรอ?

ไร้ประโยชน์จริงๆ เรื่องแค่นี้ก็จัดการไม่ได้

แต่เธอก็ไม่ท่าทีรนราน พอเห็นว่าลู่จิ้นยวนใจไม่อยู่กับตัว เธอก็เลยตักเค้กยื่นไปป้อนให้ลู่จิ้นยวน

เสียงของเธอไม่เบาและไม่ดังมาก แต่ก็ดังพอให้เวินหนิงได้ยิน

ลู่อันหรานจึงสังเกตเห็นว่าพ่อตัวเองก็อยู่ที่นี่ ก่อนจะหันไปมองทางผู้หญิงที่ไม่รู้จักกำลังจะป้อนเค้กให้พ่อพอดี

หนุ่มน้อยเกือบระเบิดออกมา

ที่มันอะไรกัน ผู้หญิงคนนี้กำลังทำอะไร?

สีหน้าลู่จิ้นยวนเข้มขึ้นทันที :”ผมกับคุณไม่น่าจะสนิทกันขนาดนั้นนะครับ”

เมื่อครู่ หยงซือเหม่ยบอกว่าอยากหาที่คุยงานกัน ก็หมายถึงที่นี่ เขาเองก็ตอบตกลง

ทีนี้ยิ่งเข้าใจผิดไปกันใหญ่

หยงซือเหม่ยโดนหักหน้าแบบนี้ สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่เธอก็ยังคงฝืนยิ้มบาง: “ทำไมต้องแกล้งทำเป็นไม่สนิทด้วยล่ะคะ? คุณลู่”

คำพูดนี้ฟังแล้วเหมือนคนคุ้นเคยกันดี

เวินหนิงทนดูไม่ได้อีกต่อไป

“อันหราน เราอยากไปขัดจังหวะคนอื่นเขาเลย ไปกันเถอะ”

พูดเสร็จ ก็ดึงแขนลู่อันหรานเตรียมเดินออกจากร้าน

“ไม่ ผมจะกินที่นี่ครับ”

ลู่อันหรานไม่เข้าใจว่าทำไม่เวินหนิงต้องเดินหนี ในเมื่อเห็นได้ชัดว่าก็ยังแคร์กันอยู่?

ผู้หญิงนี่เข้าใจยากจริงๆ

ลู่อันหรานคิดว่าแม่คงไม่อยากลดตัวลงไปทำเรื่องอะไรแบบนั้น งั้นคงต้องให้เด็กน้อยอย่างเขาลงมือแล้วล่ะ

ในเมื่อเขาอายุแค่ห้าขวบเอง ทำอะไรก็ไม่ผิด

“อันหราน……”

เวินหนิงรู้สึกหนักใจ แต่พอเห็นลู่อันหรานทำหน้าน่าสงสาร:”แม่บอกผมว่าที่นี่อาหารอร่อยมาก แต่พอมาถึงแม่ก็ไม่ให้ผมเข้าไปกิน แม่โกหกผมนี่นา”

ลู่อันหรานทำตาปริบๆอย่างน่าสงสาร

เวินหนิงรู้สึกผิดในใจ เพื่อหลอกล่อให้เขาออกไปเดินเล่น เธอจึงพูดถึงข้อดีของร้านอาหารร้านนี้ให้เขาฟังมากมาย

พอมาถึงก็ไม่ให้เขาเข้าไปแบบนี้ ลู่อันหรานต้องรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมากแน่

“งั้น……ก็ได้”

เวินหนิงยอมตามใจ พนักงานจึงพาพวกเขาเข้าไปหาที่นั่ง แต่ลู่อันหรานได้เล็งที่นั่งเอาไว้แล้ว เขาดึงแขนเวินหนิงตรงไปยันโต๊ะที่ลู่จิ้นยวนนั่งอยู่

“นั่งตรงนี้เลยแล้วกัน”

“อันหราน……”

ทีนี้เวินหนิงไม่ยอมตกลงแน่ ถ้านั่งร่วมโต๊ะกับลู่จิ้นยวนและหยงซือเหม่ยแบบนี้เธอต้องอึดอัดจนตายแน่นอน จะเป็นการทรมานตัวเองมากไปมั้ย?”

“ดูสิครับ ตรงนี้ติดกับหน้าต่าง เห็นวิวแม่น้ำ เป็นโซนที่สวยที่สุดของร้านแล้วนะครับ อีกอย่าง……”

ลู่อันหรานเอียงหน้ามองลู่จิ้นยวน : “พ่อครับ พ่อไม่ว่าอะไรใช่มั้ยครับ?”

ลู่จิ้นยวนฟังสิ่งที่ลูกถามแล้ว ก็นึกอยากตบกะโหลกให้ซะที

ดูมันพูดเข้าอย่างกับว่าเขามีชู้ ทำอย่างกับมีหยงซือเหม่ยอยู่ด้วยแล้วเขาจะทำเป็นไม่รู้จักลูกตัวเอง

“ไม่ว่าอะไรแน่นอน ลูกมานั่งนี่”

ลู่จิ้นยวนเรียกพนักงานช่วยนำเก้าอี้เด็กมาให้ตัวหนึ่ง

“แล้วก็คุณป้าครับ ผมนั่งที่นี่ได้ใช่มั้ยครับ”

ลู่อันหรานยังไม่ทันนั่งลง ก็ปรายตาไปทรงหยงซือเหม่ย

ได้ยินเด็กน้อยเรียกเธอว่าป้า สีหน้าก็ไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

คุณป้า?

เธอเพิ่งจะอายุยี่สิบกว่าเอง ไอ้เด็กแสบนี่ทำไมถึงไม่น่ารักเอาซะเลยนะ

“หนูชื่อลู่อันหรานใช่มั้ย? ฉันไม่ใช่คุณป้า หนูเรียกฉันว่าพี่ก็ได้”

 

บ่วงแค้นแสนรัก

บ่วงแค้นแสนรัก

ของขวัญวันเกิดอายุ18ปีของเวินหนิง คือเธอต้องติดคุก10ปี เพื่อการแก้แค้นเธอจึงตอบตกลงคำขอร้องของปีศาจ เธอต้องแต่งงานกับสามีที่นอนอยู่ในสภาพเหมือนผัก แต่คิดไม่ถึงว่า…

Comment

Options

not work with dark mode
Reset