ประธานเฟิง ฉันไม่รักนายอีกแล้ว – ตอนที่ 269

บทที่ 269 ฉันจะไปกับคุณผู้หญิงค่ะ
ลี่ลี่เป็นสาวสไตล์ร็อคที่ลั่วมั่นเคยช่วยชีวิตในตอนที่ถูกลู่หมิงและหลัวแมนจีใส่ร้ายจนต้องเข้าไปอยู่ในที่คุมขัง ในคราวนั้นบนศีรษะของลี่ลี่ล้วนเป็นสีรุ้งเสียส่วนใหญ่ แตกต่างกับตอนนี้ที่มีสภาพสะอาดสบายตาราวกับเป็นคนละคนจริงๆ ลั่วมั่นก็คิดอยู่นานกว่าจะคิดออก
ส่วนสาเหตุที่เธอถูกเฟิงเฉินพาตัวมาเป็นคนรับใช้ที่คฤหาสน์ทะเลสาบต้วนนั้น ก็เป็นเพราะเรื่องไม่คาดฝันเรื่องหนึ่ง หลังจากที่เธอออกมาจากโรงพยาบาล ก็อยากจะขอบคุณลั่วมั่นมาโดยตลอด ดังนั้นเมื่อสืบหาสถานที่พักอาศัยของเธอได้แล้ว ก็ไปป้วนเปี้ยนอยู่หน้าประตูวิลล่าจิ่นซิ่วตลอด ถึงได้ถูกเฟิงเฉินสังเกตเห็น
ขอบคุณก็ไม่สำเร็จ บุญคุณก็ไม่ได้ตอบแทน แต่กลับถูกสามีของผู้มีพระคุณจัดการงานที่ไม่ถือว่าลำบากให้หนึ่งหน้าที่ เงินเดือนก็สูง ไม่ต้องคอยระวังสีหน้าผู้อื่นเวลาทำอะไร ในใจลี่ลี่เข้าใจดีว่า ตัวเองติดค้างน้ำใจคนคนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นยิ่งเวลาผ่านไปนาน ก็ยิ่งรู้สึกซาบซึ้งใจในตัวสามีภรรยาคู่นี้ หลายวันมานี้ก็ยิ่งได้เห็นความรู้สึกระหว่างพวกเขาได้อย่างชัดเจน
ดังนั้นในตอนที่ลั่วมั่นเอ่ยว่าต้องการไปจากทะเลสาบต้วน เธอก็ประหลาดใจเป็นอย่างมาก นึกว่าเกิดเรื่องเข้าใจผิดอะไรกัน
“ก่อนหน้านี้คุณชายกำชับฉันเอาไว้ว่า ให้ฉันระวังคนที่คฤหาสน์สักหน่อย ครั้งนี้เป็นฉันเองที่ประมาทเลินเล่อ ฉันไม่ควรจะปล่อยให้ผู้หญิงบ้าคนนั้นเข้ามา คุณผู้หญิงอย่าเข้าใจคุณผู้ชายผิดไปนะคะ…….”
“ไม่ใช่เพราะเรื่องนี้”
ลั่วมั่นขมวดคิ้ว เดิมคิดจะอธิบาย “ช่างมันเถอะ อธิบายกับเธอไปก็ไม่ชัดเจน เธอเพิ่งจะอายุเท่าไรเอง”
“ฉันอายุ 19 แล้วนะคะ” ลี่ลี่น่าจะยังไม่ได้สติกลับคืนมา ถึงได้ฟังเป็นประโยคคำถามแล้วเอ่ยตอบออกมา
“สรุปว่า หลังจากนี้ฉันจะไม่กลับไปที่คฤหาสน์ทะเลสาบต้วน และจะไม่หลบซ่อนอีกแล้ว ถ้าหากว่าเธอชอบสถานที่แห่งนั้น ก็ไม่ต้องฝืน ฉันจะพูดกับเฟิงเฉินเอง ให้เขาจัดการให้เธออยู่ที่นั่น เฝ้าดูแลคฤหาสน์นั้นก็ดีเหมือนกัน”
“ฉันไม่เฝ้าดูแลคฤหาสน์นะคะ” ลี่ลี่สีหน้ามุ่งมั่น “ถ้าหากว่าคุณผู้หญิงตัดสินใจแล้วล่ะก็ เช่นนั้นฉันจะไปกับคุณค่ะ”
“อืม”
ชื่ออสังหาริมทรัพย์ที่เป็นชื่อของลั่วมั่นก็มีอยู่หลายแห่ง อยากจะพักอาศัยอยู่ละแวกใจกลางเมืองนั้นก็ไม่ได้ยากอะไร หลังจากเลือกบ้านหลังหนึ่งให้ลี่ลี่ไปทำความสะอาด เธอก็พิงข้างเตียงเหม่อลอย สมองว่างเปล่าอยู่บ้าง
การตัดสินใจนี้ควรจะทำนานแล้ว คนตระกูลเฟิงไม่มีทางปล่อยเธอไปง่ายๆ เพียงเพราะเด็กในท้องคนนี้ของเธอหรอก และคนที่ชักใยอยู่หลังม่าน เกรงว่าจะต้องการเห็นว่าเรื่องนี้จะต้องดำเนินไปในทิศทางที่ประสบความสำเร็จ แทนที่จะนั่งรอความตายอยู่เฉยๆ ไม่สู้เป็นฝ่ายโจมตีก่อนดีกว่า
เวลาในยามค่ำคืนมาเยือน ตอนที่เฟิงเฉินมาก็มีสภาพเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางตะลอนไปมา
ลั่วมั่นกำลังยืนอยู่หน้าบานหน้าต่าง ลมพัดปอยผมข้างหน้าผากปลิว เผยให้เห็นความงดงามทั้งที่อิดโรยจากอาการป่วย
“ทำไมถึงลุกขึ้นมาล่ะ” เสียงเฟิงเฉินลอยมาจากด้านหลัง ไม่หันหน้ากลับไปก็สามารถจินตนาการได้ว่าเขาจะต้องคิ้วขมวดอย่างแน่นอน
เฟิงเฉินประคองเธอให้ไปพักบนเตียง ตอนที่จะปิดหน้าต่างก็ถูกลั่วมั่นเรียกให้หยุด
“อย่าปิดค่ะ ระบายอากาศ อากาศในห้องพักผู้ป่วยสูดแล้วไม่ค่อยสบายตัวเท่าไร”
เฟิงเฉินดึงมือกลับมา พยักหน้าเล็กน้อย และดึงผ้าห่มที่อยู่บนร่างเธอให้สูงขึ้นอย่างกลัวว่าเธอจะหนาว
“คุณหมอบอกว่าพรุ่งนี้ฉันสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ความจริงก็ไม่เป็นอะไรแล้ว คุณไม่ต้องเป็นกังวล”
กลับกลายเป็นลั่วมั่นที่ปลอบเขา
สายตาของเฟิงเฉินตกลงบนแขนขวาของเธอ คิ้วขมวดลึกเป็นปม “ยังเจ็บแขนอยู่ไหม”
ก่อนหน้านี้แขนข้างหนึ่งถูกเฟิงจิ่งตีจนหัก ตอนที่ต่อกระดูกลั่วมั่นสะดุ้งตื่นจากการหลับใหล และเจ็บปวดจนหมดสติไปอีก กระดูกบริเวณข้อมือก็มีรอยร้าวเล็กน้อย คราวนี้ยังต้องใส่เฝือก แผ่นหลังก็มีรอยช้ำกระจายไปทั่ว
“เจ็บ” ลั่วมั่นพยักหน้าอย่างซื่อสัตย์ สายตาจ้องมองสีหน้าของเฟิงเฉิน และเอ่ยถามขึ้นมากะทันหันว่า
“ลี่ลี่บอกว่า ถ้าไม่ใช่ว่าหลี่สู้ห้ามเอาไว้ คุณจะหักแขนของเฟิงจิ่งเช่นกัน แบบนี้ถึงจะพูดได้ว่ายุติธรรม

ประธานเฟิง ฉันไม่รักนายอีกแล้ว

ประธานเฟิง ฉันไม่รักนายอีกแล้ว

เธอเป็นสะใภ้ตระกูลใหญ่มา3ปี สามีเธอหยอกล้อกับหญิงอื่น เธอก็ไม่สนใจแถมยังต้มซุปบำรุงไตส่งให้สามีทุกวันวันหนึ่ง ผู้หญิงที่สามีรักที่สุดมายืนอยู่ตรงหน้าเธอ แล้วบอกว่า"ฉันตั้งครรภ์แล้ว"นี่เป็นครั้งแรก ที่ลั่วมั่นได้ใช้อุบาย บังคับผู้หญิงคนนั้นทำแท้งเฟิงเฉินบีบคอของเธอ "ลั่วมั่น ที่เธออดทน3ปีมานี้ เสแสร้งต่อไปไม่ไหวแล้วใช่ไหม"เธอยิ้มจนน้ำตาไหล "excuse me ฉันก็ตั้งครรภ์แล้ว ส่วนทายาทของตระกูลเฟิง ต้องเป็นลูกชายของฉัน!"

Options

not work with dark mode
Reset