ผมคือนักบุญหญิงที่เป่ายิ้งฉุบมาเกิดใหม่ครับ – ตอนที่ 29

“ขอโทษทีน้า~ ก็อยากจะทำให้เสร็จเร็วๆอยู่หรอก แต่ฉันเองก็อยากไปเที่ยวกับคุณแม่และมะม๊าเหมือนกันอะ”

    คาลก้มหัวขอโทษเฟและดาดา วันนี้ควรเป็นวันที่ต้องวัดขนาดแขนที่จะทำและเลือกความต้องการในการใช้ ซึ่งพอวัดและเลือกเสร็จ คาลเองก็บอกว่าตอนนี้เธอไม่สามารถทำให่เสร็จเร็วๆได้ เพราะต้องไปเที่ยวกับคุณแม่ของเธอ

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ถ้าแค่3-4วัน พวกผมคิดว่ารอได้อยู่นะครับ”

“ใช่ๆ เธอเองก็ไม่ได้เจอคุณแม่อีกคนนานแล้วไม่ใช่เหรอ ไปเที่ยวให้สนุกเถอะไป๊”

   เฟกับดาดาเองก็ไม่ได้ว่าอะไร แม้พวกเขาเองก็ไม่ได้อยากอยู่นานนัก แต่พอฟังเหตุผลของเธอแล้วพวกเขาก็ใจอ่อน

“พี่ชาย…น้องแมว…ขอบคุณน้า~!!!”

“แล้วทำไมต้องมาดึงหางฉันอีกแล้วละยะ!!!”

    ดาดาโวยวายที่ถูกคาลวิ่งเข้ามาดึงหาง

“จะว่าไปก็อยากเห็นหน้าของมะม๊าของคาลจังเลยนะครับ เห็นว่าเป็นคนที่ดูคล้ายๆผมด้วยสิ”

“ก็อยู่ข้างหลังคุณนี้แหละครับ”

    เมื่อหันไปตามเสียงก็พบกับชายผิวแทนตาสีแดงผมสีดำมีหน้าตาดี กำลังยืนผิงอยู่ตรงประตูอยู่

“นี้แหละ มะม๊าของฉันเองแหละน้องแมว”

“แต่นี้มันผู้ชายนะ…เรียกมะม๊าจะดีเหรอนั้น..”

“ถึงจะเห็นหล่อเหลาแบบนี้ก็เถอะ แต่ผมเองก็เป็นผู้หญิงนะครับ”

“เอ๋!! โกหกน่า.. ไม่เห็นจะเหมือนเลย!!”

“ฮ่าๆ ก็มีคนพูดแบบนี้หลายคนเหมือนกันครับ แต่ขอบอกไว้ก่อนนะ คนที่คลอดคาลมาก็ผมนี้แหละครับ”

“ไม่ใช่คุณเจมินี่หรอกเหรอ!!!”

“ดาดาพูดแบบนี้มันเสียมารยาทกับคุณมะม๊าเขานะครับ”

เฟเตือนดาดาที่ทำเสียมารยาท

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเองก็ไม่ได้กังวลเรื่องนั้นมากหรอก ก็ผมรู้ตัวดีว่าตัวเองหน้าหล่อเกินไปจนหลายคนเข้าใจผิดครับ เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ ที่หน้าตาผมดีเกินไปละนะ ฮ่าๆๆๆๆ”

“อุหว่า หลงตัวเองสุดๆอะ คนอย่างงี้เป็นแม่คนจริงดิ?”

“ฮ่าๆๆๆ ขอบคุณที่ชมนะครับ”

“ไม่ได้ชมยะ!!!”

“ฮ่าๆๆๆๆ น้องแมวตลกจัง”

“อย่ามาหัวเราะกันนะยะ!! ยัยตัวปัญหา!! ที่สำคัญเลิกเรียกน้องแมวได้แล้ว ฉันชื่อดาดาต่างหาก!!”

“ไม่เอาอะ น้องแมวน่ารักกว่าชื่อเชยๆนั้นตั้งเยอะ”

“อย่ามาเรียกชื่อคนอื่นว่าเชยนะยะ!! ยัยเด็กบ้า!!”

    ดาดาพยามวิ่งเข้าไปจับตัวคาลที่นั้งอยู่บนโต๊ะด้วยความโกรธแต่คาลนั้นก็กระโดดหลบอย่างรวดเร็ว จนดาดาหน้าทิ่มใส่โต๊ะไม้ที่ว่างเปล่า

“ว้ายๆๆๆ น้องแมวจะกัดเค้าละ เค้าหนีดีกว่า”

“กลับมานี้เลยนะยะ!!!”

   ดาดาวิ่งไล่ตามคาลที่วิ่งหนีออกไปจากห้อง เฮ้อ วันนี้ลูกสาวผมก็ยังร่าเริ่งเหมือนเดิมสินะ น่ายินดีจริงๆ ที่ในที่สุดดาดาก็หาเพื่อนได้สักที

“สวัสดีครับคุณเฟ ผมชื่อไทเอล ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ แม้จะไม่เหมือนคนอื่นแต่ผมก็เป็นภูติดำนะครับ”

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ”

 

“จะว่าไปคุณเนี้ยเหมือนผู้หญิงจังเลยนะครับ ไม่ทราบว่ามีเคล็ดลับอะไรรึเปล่าเนี้ย”

 

“ก็ไม่มีเคล็ดลับอะไรหรอกครับ แค่หน้าผมเหมือนคุณแม่สมัยสาวๆเท่านั้นแหละครับ ตอนเด็กๆเองก็ลำบากเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ผมก็ชินแล้วละ ถึงตอนนี้จะยังลำบากเพราะมีผู้ชายคนอื่นเข้าใจผิด เข้ามาทักบ่อยๆก็เถอะ..”

    เขานึกภาพตอนที่ตัวเองกำลังยืนเลือกภารกิจอยู่และถูกนักผจญภัคคนอื่นเดินมาจับก้นซะเฉยๆ เรื่องนั้นกลายเป็นหนึ่งในแผลใจจนเขาต้องใส่เกราะแบบกระบังปิดด้านหลังไปพักใหญ่เลยทีเดียว

 

“เรื่องนั้นผมก็เข้าใจคุณอยู่หน่อยๆนะ ผมเองก็หล่อเกินไปจนมีสาวๆหลายคนชวนไปเดทเหมือนกัน ที่รักของผมเองก็หึงโหดซะด้วยสิ”

“คุณเจมินี่เหรอครับ? ดูท่าทางเธอเป็นคนใจดีนี้ครับ”

“อย่าโดนภาพลักษณ์ภายนอกของเธอหลอกเอาสิครับ สมัยที่เดทกันครั้งแรกแค่มีผู้หญิงเข้ามาถามทางเธอก็เล่นผมเกือบตายเลยนะครับ”

“เอ๋!! จริงเหรอครับ อย่างที่คิดเลยคนนี้ดูแต่ภายนอกไม่ได้เลยนะครับ ผมคิดว่าเธอจะเป็นคนอ่อนโยนกว่านี้ซะอีก”

“ใช่แล้วละครับ เธอนะโหดร้ายมากๆเลยนะครับ ขนาดเมื่อคืนผมแค่กลับบ้านช้าเธอยัง–“

“มะม๊าไม่ทราบว่ากำลังนินทาแม่อยู่รึเปล่าเอ่ย~”

“อึ๋ยยยย!!”

    เพียงแค่เจมินี่กระซิบไปที่หูไทเอลเธอก็ถึงขั้นวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปซ่อนใต้โต๊ะทันที นี้คุณเจมินี่น่ากลัวขนาดไหนกันนะ

“อรุณสวัสคะ คุณเฟ เมื่อวานขอบคุณมากเลยนะคะ ชุดที่คุณใส่เมื่อวานมียอดสั้งทำเข้ามาเยอะมากเลยละคะ”

“ถ้าเป็นอย่างงั้น ผมก็ดีใจด้วยนะครับ”

“แหม~ อะไรกันคะ ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะคุณเลยนะคะเนี้ย โดยเฉพาะฉากที่คุณล้มกระโปรงเปิดบนเวทีนี้เป็นที่ฮือฮามากเลย แม้จะเป็นเหตุการณ์ไม่คาดฝันแต่มันก็ช่วยทางเราได้เยอะมากเลยนะคะ”

   เฟนึกถึงฉากที่เขาล้มเมื่อวาน เขาก็ซึ่มทันที หากมีใครรู้ว่านักผจญภัคแร๊งAที่มีฉายานักดาบหน้าสวย แต่งหญิงขึ้นมาละก็ จะมีพวกแปลกๆที่เข้าหาเขาเยอะขึ้นแน่นอน

“เรื่องนั้นผมก็ยินดีที่ได้ช่วยเหมือนกันครับ…. จะว่าไปที่พวกคุณเรียกตัวเองว่าแม่กับมะม๊าเนี้ยฟังดูน่ารักจังเลยนะครับ”

   เฟพยามเปลี่ยนเรื่องคุย เขาไม่อยากจะนึกถึงภาพตอนนั้นอีกแล้ว

“จริงๆมันก็มีเหตุผลอยู่นะคะ นอกจากที่เธอจะเป็นคลอดคาลออกมาแล้วเธอยังมีส่วนที่เป็นผู้หญิงมากกว่าฉันอีกนะคะ”

“ส่วนที่เป็นหญิง? อย่างทำกับข้าวเก่งเหรอครับ”

“ไม่ใช่หรอกคะ ส่วนที่เป็นผู้หญิงที่ว่านั้นก็คือ…”

“คืออะไรเหรอครับ?”

“อย่าพูดนะครับ!! คุณเจมินี่!!!”

   เฟรู้สึกสกสัยมากส่วนทางไทเรลที่แอบอยู่ใต้โต๊ะเงียบๆก็ร้องตะโกนขึ้นมา

“หน้าอกคะ”

“หน้าอกเหรอครับ?”

“ใช่แล้วละคะ หน้าอกของไทเรลเนี้ยคัพHเลยนะคะ ใหญ่มากๆเลยละคะ”

“เจมินี่!! ไหนคุณจะไม่บอกเรื่องนี้กับคนอื่นไงครับ!!”

ไทเรลต่อว่าเจมินี่ที่ทำท่าสบายๆ ส่วนทางเฟก็สกสัยอะไรบ้างอย่าง

“ขอโทษทีนะครับคุณเจมินี่ ผมมีเรื่องสกสัยนึดหน่อยนะครับ”

“ว่าไงคะ?”

“คัพHเนี้ยมันหมายความว่าไงเหรอครับ?”

“…..”

    ทั้งห้องต่างเงียบให้กับคำถามของเฟ แม้หน้าตากับรูปร่างของเขาจะเหมือนผู้หญิงมาก แต่เขาก็ยังเป็นผู้ชายอยู่ดี ในชีวิตของเขาคิดอยู่เพียง2เรื่องเท่านั้นคือเรื่องดาบและเรื่องดาดาเท่านั้น

“เอ่อ ไม่ทราบว่าตอนที่คุณซื้อชุดชั้นในของคุณดาดาครั้งแรกนี้คุณทำยังไงเหรอครับ ได้ยินว่าคุณเลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็กๆเลยนี้ครับ”

“เรื่องนั้นเธอเป็นคนจัดการตัวเองเลยครับ ดาดาเป็นเด็กฉลาดมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว ขนาดตอนมีประจำเดือนครั้งแรกเธอยังไปปรึษาผู้หญิงในกิลคนอื่นก่อนผมเลย หน้าที่ของผมก็แค่จัดการให้เงินตามที่เธอต้องการเท่านั้นครับ ผู้หญิงนี้โตเร็วจังเลยนะครัับ ฮ่าๆๆๆ”

   เฟหัวเราะออกมา ในตอนแรกที่ดาดามีหน้าอกหรือมีประจำเดือนครั้งแรก คนที่เธอเลือกไปปรึษาคือพนักงานหญิงของกิล ซึ่งเรื่องนี้เขาก็มารู้ภายหลังตอนที่ดาดามาขอเงินไปซื้อของเหล่านั้น ซึ่งเฟเองก็ให้เงินกับดาดาตามที่เธอต้องการอย่างว่าง่าย

“ละ..แล้วคุณเฟไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้จากแฟนสาวหรืออดีตภรรยาเลยเหรอคะ”

“แหม น่าอายจริงๆ ถึงผมจะอายุ27แล้วก็เถอะ แต่ประสบณ์การณ์เรื่องผู้หญิงของผมเนี้ยนับว่าเป็น0เลยละครับ ตอนผมหนุ่มๆเอง ผมก็รับดูแลดาดามาดูแลแล้วละครับ ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องพวกนี้หรอก”

   เฟพูดความจริง แม้จะมีผู้หญิงมากมายเข้าหาเขาแต่เขาเองก็ปฏิเสธแบบเด็ดขาด และยิ่งตอนรับดาดามาเขาก็ยิ่งไม่สนใจเรื่องผู้หญิงเข้าไปใหญ่ ทำให้เขานั้นไม่มีประสบณ์การณ์คบผู้หญิงหรือเรื่องอย่างว่าเลยสักนึดเดียว

“แต่ถ้าให้ผมเดานะครับ คัพเนี้ยหมายถึงขนาดหน้าอกสินะครับ ท่าให้เดาที่ใหญ่ที่สุดของเป็นSสินะครับ”

“เอ่อ..ก็ประมาณนั้นแหละคะ… แต่คิดว่าคงไม่มีคัพSหรอกนะคะ”

“งั้นเหรอครับ แล้วมันนับขนาดกันยังไงเหรอครับ?”

“ก็วัดจากความใหญ่นั้นแหละคะ ส่วนวิธีวัดขอละไว้ละกันนะคะ ปกติขนาดจะเรียงจากเล็กสุดคือAAและไล่ลงไปเรื่อยๆตามระดับตัวอักษรนั้นแหละคะ”

“เอ๋ จริงเหรอครับ!! แล้วคัพHของคุณไทเรลนี้มันใหญ่ขนาดไหนเหรอครับ!!”

    เฟหันกลับมามองไทเรลที่แอบอยู่ใต้โต๊ะทันที ที่เขานึกว่าSคือขนาดใหญ่สุดเพราะ ไทเรลเองนั้นเรียกได้ว่าไร้หน้าอกเลย และหน้าตาเขาเองก็หล่อมากจนเห็นแวบแรกแม้แต่เฟเองก็ยังนึกว่าเป็นผู้ชายเลยด้วยซ้ำ

“ก็คงประมาณ2-3เท่าจากของฉันนั้นแหละคะ…บางทีนะ..”

    เจมินี่เองก็เริ่มรู้สึกอายนึดๆที่ต้องมาบอกเรื่องพวกนี้ให้กับเฟฟัง ส่วนทางเฟเองก็หันสลับไปมองหน้าอกของทั้งสองไปมาด้วยความงุนงง เพราะทางเจมินี่เองก็ถือว่ามีหน้าอกใหญ่พอสมควร ท่าเป็น3เท่าจากของเจมินี่มันต้องมีขนาดใหญ่มากกว่าหัวเด็กเสียอีก

“เอาเป็นว่าที่ไทเอลมีสภาพเป็นแบบนั้นเป็นเพราะชุดซ่อนรูปของฉันที่เธอขอร้องให้ฉันตัดมันขึ้นมาเพื่อซ่อนหน้าอก เพียงเพราะไม่อยากให้มันไปขัดกับหน้าหล่อๆของเธอนะคะ”

“ก็แหงสิครับ!!! ท่าหน้ามีไอ้เจ้าก้อนเนื้อนั้นหน้าตาอันหล่อเหลาของผมก็เสียของแย่สิครับ!!”

    เฟยังควตระลึงกับขนาดของมันอยู่ แม้มันจะเป็นการเสียมารยาทกับไทเรลแต่เขาก็เผลอจิตนาการถึงขนาดของมันไปเสียแล้ว

“อ๊ะ!! แต่ชุดชั้นในที่ช่วยทำให้ดูมีหน้าอกเองก็มีนะคะ แถมเป็นสินค้ายอดนิยมเลยด้วย ถ้าคุณสนใจละก็ฉัน–“

“เกรงใจครับ!!!”

 

 

 

 

“บายๆน้า~ น้องแมวไว้เจอกันน้า~”

“เรียกดาดาสิยะ!! ยัยเด็กบ้า!!”

   คาลโบกมือลาในขณะที่กำลังเดินจากไปพร้อมกับเจมินี่และไทเรล ท่าดูจากภายนอกนั้นก็คงมองเป็นครอบครัวปกติที่ประกอบไปด้วยพ่อแม่ลูกปกติ คงไม่มีใครคิดหรอกว่าทั้งหมดนั้นเป็นผู้หญิงล้วน

“จะว่าไปดาดาเนี้ยคัพอะไรเหรอครับ”

“จู่ๆ ถามอะไรของนายกันยะ!! กลายเป็นคนโรคจิตแล้วรึไง!!”

“เปล่าครับ..ก็แค่สกสัยเฉยๆเท่านั้น”

“มะ..ม่า..ท่านาย..ยะ..อยาก..จะรู้ละก็..จะ..ตอบให้ก็ได้ยะ!! คะ..คัพD!!!”

   ใบหน้าของดาดาร้อนแผ่วและพูดจากระตุกกระตัก ส่วนทางเฟเองก็ยังคงหน้านิ่งอยู่

“ขนาดดาดายังแค่คัพD คัพHจะขนาดไหนกันนะ..”

“ห๊า!! ของแบบนั้นไม่มีหรอกยะ!! สูงสุดที่ฉันเจอยังมีแค่Fเท่านั้นแหละ!! ท่ามีHขึ้นมาจริงๆ ผู้หญิงคนนั้นคงหลังหักไปนานแล้วละยะ!!”

“งะ..งั้นเหรอครับ”

   เฟเลือกจะเก็บเรื่องคัพHเอาไว้ในใจ เขาเองในสักวันก็อยากจะเห็นขนาดของHนั้น ด้วย2ตาด้วยตัวเองเหมือนกัน

“จะว่าไปวันนี้เราจะไปเที่ยวที่ไหนกันดีละ ทะ..ที่พูดเนี้ยไม่ได้หมายถึงว่าอยากไปเดทกับนายหรอกนะยะ!! อย่าเข้าใจผิดไปละ!!!”

“วันนี้เหรอครับ…เรื่องนั้นผมเองก็มีกำหนดการแล้วละครับ”

“ที่ไหนเหรอ!! โรงละคร!!! หรือร้านอาหารกันละ!!”

“เรื่องนั้นก็คือ…”

 

 

 

 

“อยากจะมาช่วยงานของพวกเราเหรอ?”

   มินาโตะถามเฟ ตอนนี้เธออยู่ในชุดเกราะตามปกติของเธอ

“ใช่แล้วละครับ ผมอยากจะตอบแทนที่คุณมินาโตะช่วยผมเมื่อวานนะครับ”

“เรื่องนั้นไม่เป็นไรหรอกน่า อย่าไปคิดมากสิ นั้นก็แค่ทำตามหน้าที่เฉยๆเท่านั้นแหละ”

“ถึงอย่างงั้นเรื่องที่คุณช่วยผมก็ยังไม่เปลี่ยนอยู่ดีครับ ให้ผมตอบแทนด้วยเถอะครับ!!”

   เฟก้มหัวให้กับมินาโตะ สำหรับเขาแล้วบุญคุณต้องใช้คืนท่าหากไม่ทำเช่นนั้นตัวเขาเองก็ไม่สบายใจเช่นกัน

“รู้แล้วน่า!!! ฉันจะให้นายมาช่วยงานของหน่วยเราวันนี้เอง เพราะงั้นเลิกก้มหัวซะ!! นายเป็นลูกผู้ชายจะมาก้มหัวให้ใครง่ายๆได้ไง!!”

“คุณมินาโตะ…”

“จะว่าไปคุณหนูเป็นอะไรไปนะ เห็นทำท่าอารมบ่จอยตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ”

   มินาโตะชี้ไปทางดาดาที่กำลังงอนเฟแก้มป่องอยู่ เพราะว่าเขาเลือกจะใช้เวลากับมินาโตะมากกว่าเธอที่อยู่ด้วยกันมานาน

“ก็พอผมบอกจะมาหาคุณมินาโตะเธอก็เป็นอย่างงี้มาตั้งแต่ตอนนั้นเลยแหละครับ”

“เข้าใจแล้วๆ คุณหนูหึงเฟสินะ แต่ไม่ต้องกลัวไปหรอกแม้จะหน้าสวยขนาดไหนแต่ฉันก็ไม่สนใจผู้ชายหรอกนะ ฮ่าๆๆๆๆๆ”

“ยะ..อย่ามามั้วนิ่มกันนะยะมินาโตะ!! นี้นะก็แค่….”

“แค่อะไรเหรอคุณหนู? ฉันไม่เข้าใจที่คุณหนูพูดเลยนะ”

“มะ..ไม่มีอะไรหรอกยะ!! ฉันนะ..ไม่ได้สนใจเรื่องของเฟเลยสักนึด!!!”

“ไม่สนใจงั้นเหรอ? ท่าฉันทำแบบนี้คุณหนูจะว่าอะไรมั้ยนะ”

“!!!!!!”

   มินาโตะ เข้าไปคล้องคอเฟด้วยมือทั้งสองข้างหน้าของทั้งสองแทบจะติดกันเลยทีเดียว ทำเอาดาดาเองก็พูดอะไรไม่ออก

“มะ..มินาโตะ!!!! ปล่อยเฟเดี๋ยวนี้เลยนะยะ!!!”

“ไหนว่าไม่สนใจเฟไง? ทำไมถึงทำท่าร้อนรนขนาดนั้นละ”

“อึก!!!…. ใช่แล้วละ!! ฉันไม่ได้สะ..สนใจเฟเลยสักนึด!! อยากทำอะไรก็เชิญ!!”

“งั้นเหรอๆ เข้าใจแล้วละ ท่างั้นจะจูบเลยละกัน”

“จะ..จูบเหรอ!!”

“ช่าย แถมจะจูบแบบผู้ใหญ่ด้วย แบบนี้ไง”

   มินาโตะหลับตาแล้วค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆเฟเรื่อยๆ ดาดาเองก็พยามอดทนไม่โวยวายออกไป แต่เธอเริ่มทนไม่ไหวแล้ว!!

“มะ..มินาโตะ!! หยะ–“

“หัวหน้า!!!”

เคร้งงงงงงง!!!!

   ก่อนที่ดาดาจะพูดจบเสียงของบเรนก็ดังขึ้น เมื่อหันไปก็พบบเรนยืนชี้มินาโตะทำหน้าราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ตัวเองเห็นกับภูติดำอีกคนที่กำลังทำหน้าตกตะลึงกับภาพที่เห็นอยู่ ใต้เท้าของเธอมีเนื้อทอดและอาหารอื่นๆกระจายอยู่เต็มพื้น

“บเรน!! ที่รัก!! ไหงมาอยู่ที่นี้ได้ละ!!!”

“กะ…ก็ท่านแม่ย้าย้าบอกจะเอาข้าวกล่องมาให้คุณฉันก็เลย… ไม่สิ!!! ฉันต้องถามคุณต่างหาก!!! คุณกำลังทำอะไรอยู่คะ!!! คิดจะนอกใจท่านแม่ย้าย้าแล้วรึไง!!!”

“ยะ..ย้าย้า…ดะ..โดน..นอกใจ?”

“ไม่ใช่นะที่รัก!!! นี้นะก็แค่เล่นกันเท่านั้นแหละ!! เนอะ!! พวกนาย!!”

   มินาโตะพยามหาพยานยืนยันบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่เหมือนเฟเองก็กำลังคิดอะไรบ้างอย่างออกเหมือนกัน

“ผมไม่นึกเลยนะครับ ว่ามินาโตจะคิดเล่นๆกับผม….คิดว่าจิตใจของผมเป็นอะไรกันครับ..ซิกๆ”

“เอ๋!?”

   เฟแกล้งทำท่าร้องไห้ มินาโตะก็เริ่มหน้าซีดหนักกว่าเก่า

“ไม่เป็นไรนะเฟ ฉันเองก็โดนเธอเล่นสนุกแล้วก็ทิ้งเหมือนกัน…ไม่เป็นไรหรอก ฉันเองก็ทำใจได้แล้วนะ”

“ยะ..อย่ามาล้อเล่นกันตอนนี้สิ.. คุณหนู เฟ นี้ฉันจริงจังนะ!!!”

“พอเถอะ!! เธอคิดจะทำร้ายจิตใจของเฟไปถึงเมื่อไหร่!!! แค่ทำร้ายฉันคนเดียวไม่พอรึไง!!”

   ทางดาดาเองก็เล่นใหญ่ทำให้มินาโตะอยู่ในสถานะการณ์ที่ลำบากกว่าเดิม

“ทะ…ที่รัก..นี้ไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ”

“ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวแต่ถึงสองครั้ง…มินาโตะเลวที่สุด!!! ย้าย้าเกลียดคนหลายใจที่สุด!!!”

“ที่ร้ากกกกกกกกกกก!!!”

   ก้าก้าวิ่งออกไปทั้งน้ำตาทิ้งให้มินาโตะร้องเรียกเธออย่างโหยหวน

“จำไว้เถอะ!! เรื่องนี้มีเคลียร์กันแน่!!! ที่รักรอฉันก่อน!!!!”

เมื่อพูดจบมินาโตะก็รีบวิ่งตามก้าก้าที่วิ่งหนีไปไกลแล้วทันที

“สรุปนี้มันเกิดเรื่องอะไรกันคะ ฉันงงไปหมดแล้ว”

“ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ ก็แค่เอาคืนนึดหน่อยที่เธอมาแกล้งดาดาที่น่ารักของผมนะครับ”

“งะ!!!”

   ดาดาหน้าร้อนแผ่วขึ้นมาทันที นี้เป็นครั้งแรกตั้งแต่โตมาที่เธอถูกเฟชมว่าน่ารักอย่างตรงไปตรงมาขนาดนี้

“เฮ้อ พอจะเดาสถานะการณ์ออกแล้วละคะ แล้วคุณมีธุระอะไรกับหัวหน้าของเราเหรอคะ?”

“ก็เผอิญผมอยากตอบแทนเรื่องที่คุณมินาโตะมาช่วยผมเมื่อวานก็เลยขอมาช่วยงานของหน่วยคุณนะครับ”

“เข้าใจแล้วคะ ทางนี้เองก็เหมือนว่าวันนี้หัวหน้าจะใช้งานไม่ได้แล้ว ก็คงขาดคนพอดีเพราะงั้นจะให้มาช่วยก็ได้คะ”

“งั้นเหรอครับอขอบคุณมากๆเลยนะครับ”

“แต่ว่าน้องเหมียวตรงนั้นห้ามตามมาค่ะ”

“เดี๋ยวสิ!! ทำไมละ!! ที่สำคัญฉันชื่อดาดาอย่ามาเรียกน้องเหมียวนะ!!!”

“เอ๋~ ไม่เอาหรอกคะ ชื่อดาดามันไม่เข้ากับคุณเลยสักนึดเรียกน้องเหมียวมันน่ารักกว่าตั้งเยอะเลยนะคะ”

“พวกเธอมีปัญหาอะไรกับชื่อฉันนักหนากันยะ!!! ยัยเด็กนั้นก็ทีหนึ่งแล้ว!!! อย่ามาดูถูกชื่อดาดาของฉันนะยะ!!”

“เข้าใจแล้วคะ น้องแมวเหมียว”

“ทนไม่ไหวแล้วนะยะ!!! ยัยสี่ตานี้!!”

ดาดาพุ่งใส่บเรนแต่เหมือนบเรนเองก็สามารถหลบได้สบายๆ และก็จับหางของดาดาไว้

“หางนุ่มนิ่มจังเลยนะคะ ไม่ทราบว่าใช้อะไรทำความสะอาดเหรอคะ?”

“อย่ามาจับหางกันนะยะ!!!”

 ดาดาพยามจะคว้ามือของบเรนแต่เธอก็หลบและมาล็อคคอของดาดาแทน

“ยะ..อย่า..มา..เกาคาง..นะ”

“จุดอ่อนเหมือนแมวจังเลยนะคะ ท่างั้นก็..ฟูววว”

“งะ…ง่า~”

 บเรนเบาไปที่หูของดาดาเบาๆ เธอถึงขั้นร้องเสียงหลงและเข่าอ่อนลงไปนั้งพับเพียบทันที

“ก็อย่างที่เห็นแหละคะ น้องแมวเหมียวอ่อนแอกว่าฉันตั้งเยอะ เพราะงั้นเพื่อความปลอคภัคจึงขอแนะนำให้อยู่ในเมืองดีที่สุดคะ”

“อึก!!!”

   บเรนพูดพร้อมขยับแว่นตัวเองเบาๆ ดาดาเองก็ไม่สามารถตอบโต้อะไรเธอได้เพราะว่ามันเป็นจริงอย่างที่เธอพูด

“แต่ว่าอย่างที่บอกไปเมื่อกี้ ทางนี้กำลังขาดคนอยู่เพราะงั้นจึงอนุญาติเป็นกรณีพิเศษคะ”

“เอ๋!!”

“จะมา’เอ๋’อะไรกันคะ ถ้าเตรียมตัวเสร็จแล้วช่วยไปยืนรอหน้าเมืองตอนนี้ด้วยคะ เดี๋ยวทางนี้มีเรื่องจะคุยกับคุณเฟนึดหน่อย”

“เธอมีสิทธิ์อะไรมาสั้งฉันยะ!! ยัยแว่น!!!”

“ฉันคือรองหัวหน้าคะ ในขณะที่หัวหน้าไม่อยู่ฉันคือคนที่มีอำนาจสูงสุดในหน่วย ถ้าคุณไม่คิดจะฟังฉัน คุณก็ไม่มีสิทธิ์ร่วมงานกับพวกเราหรอกคะ ว่าไงคะ? จะยอมฟังฉันหรือเดินกลับไปที่พักไปดีคะ”

“อึก..เข้าใจแล้วน่า!! แค่ไปยืนรอที่หน้าเมืองก็พอใช่มั้ย!!”

“ใช่แล้วละค่ะ เดี๋ยวทางนี้จะตามไปทีหลัง หลังคุยกับคุณเฟเสร็จ เชิญน้องแมวเหมียวใช้อุ้งเท้าปุ๋ยๆวิ่งไปรอหน้าเมืองเลยนะคะ”

“เท้าฉันไม่ได้มีขนสักหน่อย!!! แล้วก็ถ้าไม่ตามมาหรือทำอะไรแปลกๆกันละก็..จะไม่ยกโทษให้เด็ดขาดเลย!!”

“เข้าใจแล้วคะ ขอสัญญาต่อหน้าแว่นอันนี้ว่าฉันจะไม่ทำอะไรแปลกๆ เด็ดขาด ท่าหากทำละก็ดิฉันยินดีให้คุณเอาเล็บมาข่วนหน้าดิฉันได้เลยคะ”

“สัญญาบ้าบออะไรของหล่อนกันยะ!!!”

“สำหรับฉันแล้วแว่นคือชีวิตคะ เพราะงั้นแว่นจึงเป็นสิ่งที่ฉันนับถือรองมาจากหัวหน้าคะ”

“พอกันที!! ฉันไม่คุยกับเธอแล้ว!! อย่าลืมตามมาด้วยละกัน!!”

“บายๆ น้องแมวเหมียว”

“ดาดายะ!!!”

  ดาดาวิ่งไปตามที่เธอบอก แม้จะโวยวายแต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี

“มีอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ?”

“ทำไมคุณไม่บอกเรื่องเผ่าพันธ์ที่แท้จริงของเธอกันคะ? ท่าหากบอกเรื่องพลังที่เธอมีฉันคิดว่าเธอสามารถพัฒนาตัวเองไปได้อย่างรวดเร็วแน่นอนคะ”

“คุณเบรน รู้เรื่องเผ่าพันธ์ของดาดาด้วยเหรอครับ?”

“ภูติดำมีสัมผัสเวทมนต์ที่เร็วกว่าคนปกติคะ เผ่าสัตว์ส่วนใหญ่เองแม้จะมีพลังเวทมนต์บ้าง แต่ก็ไม่เยอะจนถึงขั้นเอามาใช้เวทมนต์ได้หรอกคะ แต่น้องแมวเหมียวเธอมีพลังเวทที่เรียกได้ว่าเยอะจนสามารถเอามาใช้ได้อย่างอิสระ แถมท่าทางจะมีสกิลประจำตัวแปลกๆอีก ท่าให้เดาคงเป็นเผ่าแมวปีศาจที่เป็นหนึ่งในสัตว์มายาใช่มั้ยคะ?”

“ก็ประมาณนั้นแหละครับ ที่ผมไม่อยากบอกเธอก็เพราะไม่อยากให้เธอคิดมากนะครับ”

“แม้จะไม่ใช่เรื่องอะไรของฉัน แต่คงต้องบอกว่า คุณไม่สามารถปกป้องเธอได้ตลอดไปหรอกคะ”

“เรื่องนี้ผมทราบดีครับ…ผมก็แค่อยากให้เธอใช้ชีวิตเหมือนเด็กสาวทั้วไปเท่านั้นครับ”

“แต่น้องแมวเหมียวอยากอยู่กับคุณคะ แม้คุณจะปฏิเสธก็เถอะแต่คุณก็น่าจะรู้ดีนี้คะ ว่าเธอต้องการคุณขนาดไหน”

“……..”

เฟเงียบไม่ตอบอะไรบเรน

“เฮ้อ… ท่าคุณบอกเรื่องเผ่าพันธ์ที่แท้จริงกับเธอแล้วละก็ ทางฉันเองก็ยินช่วยฝึกฝนให้กับเธอเองคะ อย่างน้อยพวกเราก็เป็นเผ่าพันธ์ที่ใกล้เคียงกันคิดว่าน่าจะพอทำอะไรได้คะ”

“มันจะดีเหรอครับ?”

“แน่นอนคะ แม้ทางหน่วยเราจะมีค่าแรงต่ำเตี้ยเรี่ยดินและใช้งานหนักแต่ก็มีสวัสดิการณ์ต่างๆให้คะ ที่สำคัญทางเราเองก็ขาดตำแหน่งหนึ่งพอดีด้วยคะ”

“ตำแหน่งหนึ่งเหรอครับ..”

“ใช่แล้วละคะ ทางเรากำลังขาดมาสคอตประจำหน่วยคะ ท่าได้เธอมาอยู่ด้วยขวัญกำลังใจของภูติดำจะเพิ่มขึ้นโขเลยละ”

    บเรนยิ้มพร้อมกับขยับแว่นของตัวเองเบาๆ

“งั้นเหรอครับ… ท่างั้นหลังจากที่ได้แขนแล้วผมคงต้องรบกวนคุณด้วยนะครับ”

“ด้วยความยินดีค่ะ ถ้าคุยกันจบแล้วเราก็รีบไปตามเธอไปเถอะคะ แม้จะพูดออกไปแบบนัันก็เถอะ อย่างน้อยฉันยังไม่อยากถูกเล็บของเธอข่วนที่ใบหน้าหรอกนะคะ”

“ครับ”

ผมคือนักบุญหญิงที่เป่ายิ้งฉุบมาเกิดใหม่ครับ

ผมคือนักบุญหญิงที่เป่ายิ้งฉุบมาเกิดใหม่ครับ

Status: Ongoing
อ่านผมคือนักบุญหญิงที่เป่ายิ้งฉุบมาเกิดใหม่ครับชาย2คนที่เป่ายิ้งฉุบแย่งตัวละนักบุญหญิงเพราะอยากเล่นตัวละครผู้หญิงกัน แต่เมื่อเขาสามารถเอาชนะเพื่อนของตัวเองได้ ก็พบว่าตัวเองได้มาอยู่ต่างโลกในฐานะของนักบุญจริงๆ เสียแล้ว

Comment

Options

not work with dark mode
Reset