ผมคือนักบุญหญิงที่เป่ายิ้งฉุบมาเกิดใหม่ครับ – ตอนที่ 41

“หม่าม๊า คุณแม่ ทางนี้ๆ”

  คาลโบกมือเรียกไทเรล ตอนนี้เธอตื่นเต้นกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆนอกเมืองมาก พวกเธอให้ภูติดำคนอื่นเทเลพอร์ตมาส่งที่แกรนเทลเพื่อความรวดเร็วในการเดินทางแต่สุดท้ายพวกเธอก็ต้องเดินด้วยเท้ากันอยู่ดี

“คาลนี้ละก็เราพึ่งมาถึงหมู่บ้านกันแท้ๆ วิ่งไปมาแบบนี้หม่าม๊ากับแม่วิ่งตามไม่ไหวหรอก”

“ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี้ครับ ทางนี้เห็นคาลมีความสุขก็ดีแล้วละครับ”

“หม่าม๊านี้ชอบพูดเข้าข้างคาลอยู่เรื่อยเลย ทีกับแม่ไม่เห็นพูดเข้าข้างอย่างงี้บ้าง อย่างที่คิดหม่าม๊าคงหมดรักกับแม่แล้วสินะ”

“ทำไมเข้าใจผิดไปได้ไกลขนาดนั้นละครับ? ทางผมเองก็ยังคงรักครอบครัวของผมเหมือนเดิมนั้นแหละ”

“เชอะ!! ยังไงฉันมันก็รุ่น13ที่แก่กว่าหม่าม๊านี้!! ยังไงก็สู้ผู้หญิงมนุษย์ที่เป็นเผ่าเดียวกับท่านแม่ไม่ได้อยู่แล้วนี้!!!”

  เจมินี่ยังคงเคืองไทเอลอยู่ แม้เธอจะยอมรับเรื่องนั้นไปแล้วแต่เธอก็โกรธอยู่ดีนั้นแหละ

“อย่าเคืองไปหน่อยเลยครับ…ยังไงซะ ผมก็รักคุณกับลูกอยู่ดีนั้นแหละ”

“คิดว่ามาทำดีแบบนี้แล้วแม่จะยกโทษให้หม่าม๊าง่ายๆรึไง?”

  เจมินี่บ่นอุบอิบที่จู่ๆ ไทเรลก็เข้ามากอดเธออย่างไม่ทันตั้งตัว

“ก็ไม่คิดว่าจะขอให้ยกโทษให้หรอกครับ ก็แค่คิดว่าบางทีเรามาทำกันนอกสถานที่ก็ไม่เลวเหมือนกันนะครับ”

“บะ..บ้า!! คาลก็อยู่ด้วยนะ!! จะให้แม่ทำแบบนั้นกับหม่าม๊าไม่ได้หรอก!!!”

“ไม่ใช่ว่าคุณก็สนใจหน่อยๆ ไม่ใช่เหรอครับ?”

“ยัยลามก!!! อย่ามาพูดบ้าๆนะ แม่นะ-“

“……”

  ทั้งสองคนจู๋จี้กันระหว่างเดินทางโดยที่ไม่ได้สนใจคาลที่กำลังจ้องมองพวกเธออยู่

“เอ่อ..มีอะไรรึเปล่าจ๊ะ?”

“ไม่มีอะไรหรอกคะ แค่อยากจะถามว่าหนูควรไปช่วยเด็กผู้หญิงพวกนั้นไหม?”

  คาลพูดพร้อมชี้ไปทางที่มีเด็กผู้หญิงสองคนกำลังยืนเถียงกับผู้ชายชราอยู่ แม้จะไม่ธุระแต่ก็คงปล่อยให้มันเกิดขึ้นต่อหน้าไม่ได้เหมือนกัน

“เดี๋ยวหม่าม๊าเดินไปพูดคุยกับพวกเขาสักครู่นะครับ คาลช่วยเป็นเด็กดีและรอกับคุณแม่ตรงนี้ได้ไหม?”

“อือ!! เข้าใจแล้ว!!”

  ไทเอลเดินเข้าไปหาทั้งคู่ที่กำลังเถียงกันทันทีด้วยตัวคนเดียว

“พวกเราไม่ได้ขโมยซักหน่อย!!! อย่ามากล่าวหากันมั่วๆนะ!!!!”

“อย่ามาโกหกหน่อยเลย!!! มีคนเห็นพวกเอ็งขโมยผักในไร่ข้านะโว้ย!!”

“ห๊า!! แล้วลุงเชื่อพวกมันรึไง!!! พวกฉันไม่เห็นจำเป็นต้องไปขโมยผักห่วยๆในไร่ของลุงเลยซักหน่อย!!!”

“ท..เทลพอเถอะน่า”

  พี่สาวที่แอบอยู่ด้านหลังเธอพยามห้ามน้องสาวของตัวเองที่กำลังทะเลาะกับชายชราอยู่ โดยที่เธอยังแอบอยู่ที่ข้างหลังน้องสาวของตัวเอง

“ก็มันจริงไหมละพี่พวกเรายังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!!! อยู่ๆจะโดนกล่าวหาว่าเป็นขโมยแบบนี้ ฉันไม่ยอมหรอก!!”

“ไม่รู้ละ!! ถ้าเอ็งไม่จ่ายค่าเสียหายหรือเอาผักมาคืน ข้าจะบอกให้มีเรียจัดการพวกเอ็ง!!”

“ว่าไงนะ!!! ตาแก่นี้!!!”

  เทลและลุงเจ้าของไร่ยืนเถียงกันไปเถียงกันมาด้วยความโกรธ ทั้งสองต่างไม่มีใครยอมใครเลยแม้แต่น้อย

“ใจเย็นๆ หน่อยสิครับ”

“เอ็งเป็นใครวะ!!”

  ชายชราหันมาถามไทเรลที่จู่ๆก็แทรกกลางเข้ามาระหว่างการทะเลาะของพวก้ขา

“ไม่ทราบว่าค่าเสียหายมันเท่าไหร่เหรอครับ? เดี๋ยวทางผมจะจ่ายแทนเด็กพวกนี้เอง”

“ไอ้หนุ่มเอ็งอยากจ่ายให้ไอ้เด็กเวรพวกนี้เหรอ!! ได้สิ!! 1เหรียญทองยังไงละ!!”

“นี้!! ผักในไร่ลุงมันไม่ได้ดีอะไรขนาดนั้นซักหน่อย!! 1เหรียญทองนี้กะจะเอารวยเลยรึไง!!!”

“หนวกหูเฟ้ย นี้นะเป็นค่าเสียหายไม่ใช่จ่ายค่าผักคืนให้ข้าซักหน่อย”

“ไอ้แก่หัวโล้นนี้!!!”

“น่าๆ ใจเย็นกันหน่อยเถอะครับ นี้1เหรียญทองตามที่คุณขอไว้ครับ”

  ไทเอลเข้ามาห้ามทั้งสองไว้ และยื่น1เหรียญทองไปทางชายชรา ชายชราฉีกยิ้มกว้างและรับเหรียญทองไป

“ไอ้หนุ่มเอ็งนี้มันใจป้ำสมกับเป็นพวกทางใต้จริงๆ”

“เรื่องแค่นี้เล็กน้อยครับ ทางผมเองก็ไม่อยากเห็นผู้ใหญ่ยืนเถียงกับเด็กสาวมากนักหรอกครับ”

“เหอะ!! เชิญย้อนได้ตามสบายก็เอ็งเป็นลูกค้าของข้านี้ แต่วันหลังข้าแนะนำว่าเอ็งอย่าทำตัวเหมือนพวกใจบุญมันไม่คุ้มกับที่เอ็งต้องเสียไปหรอกนะ โดยเฉพาะกับนังเด็ก2ตัวนี้นะ วะฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

  ชายชราถือเหรียญทองและจากไปอย่างอารมดี ทางไทเอลเองก็ไม่ได้คิดจะตอบโต้หรือรั้งชายคนนั้นเอาไว้

“ไปจ่ายไอ้แก่นั้นทำไม!! เห็นไหม มันได้ใจใหญ่เลย!!!”

“ช่างมันเถอะครับ ผมมีคำถามจะถามพวกเธอสักหน่อยได้ไหม? แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีหรอกนะ”

“ห๊า? อะไรของลุงเนี้ย? จู่ๆมาพูดแบบนี้น่าขนลุกเป็นบ้า!!”

“ฮ่าๆ จะคิดอย่างงั้นก็ไม่แปลกหรอกครับ…คำถามที่ผมจะถามพวกเธอก็คือ พวกเธอคือ เรย์กับเทลรึเปล่า?”

“”!!!!!!””

  สองพี่น้องตกใจเป็นอย่างมาก เธอจำได้ว่าไม่เคยบอกชื่อกับเขาเลยด้วยซ้ำ ทำไมเขาถึงรู้ชื่อเธอได้กัน

“มะ..ไม่ใช่!! พวกเราชื่อ มิรา กับ มีนา ต่างหาก”

“แต่เด็กผู้หญิงที่อยู่ข้างหลังเธอเรียกเธอว่าเทลนี้ครับ”

“ไม่ใช่ว่าลุงได้ยินผิดรึไง? พออายุเยอะขึ้นหูก็ย่อมไม่ดีเป็นธรรมดา”

“เห็นอย่างงี้ผมก็หูดีน่าดูเชียวนะครับ ที่สำคัญผมอายุน้อยจนคุณคาดไม่ถึงเชียวละ”

“ชิ!!”

  พี่สาวเธอกอดเธอแน่นขึ้นไปอีก มือของเรย์สั่นไปด้วยความกลัวจนเทลสัมผัสได้ เทลต้องทำอะไรสักอย่างไม่งั้นพวกเธอโดนผู้ชายตรงหน้าจับต้วไปแน่

“เจอนี้หน่อยเป็นไง!!!”

  เธอชักมีดที่ซ่อนเอาไว้ออกมาโดยหวังจะแทงไปที่ขาของชายคนนั้น เพื่อสร้างโอกาสให้พวกเธอหนีไปได้

“ตัดสินใจได้ดี แต่ช้าไปครับ”

“!!!!!!”

  ไทเอลรับมีดไว้ได้สบายๆ ทางเทลเองจึงตัดสินใจวิ่งไปกอดขาของเขาเธอเพื่อขัดขวางการเคลื่อนไหวของเขาเอาไว้

“พี่หนีไป!!! ทางนี้หนูจัดการเอง!!”

“ทะ..เทล!!!”

“โห~ เป็นคนที่รักพี่สาวดีนะ ส่วนคุณจะทำยังไงต่อเหรอครับ? คุณพี่สาว..”

  เรย์มองสถานะการณ์ด้วยความสับสน เธอกลัวผู้ชายที่อยู่ตรงหน้านี้เป็นอย่างมาก แต่เธอก็ไม่อยากเสียน้องสาวของเธอไปเหมือนกัน

“ปะ…ปล่อย..นะ..น้อง..สาวของฉันนะคะ!!!”

  เรย์หยิบกิ่งไม้ที่อยู่ใกล้ๆขึ้นมาถือแบบกล้าๆกลัวๆ มือที่เธอถือกิ่งไม้นั้นสั่นยิ่งจนเห็นได้ชัดเจน

“พี่ไม่ไหวหรอก!!! หนีไปเถอะน่า!!!”

“อย่างที่เธอพูดนั้นแหละ หนีไปเถอะครับ คุณนะมันอ่อนแอและขี้ขลาดซะยิ่งกว่าน้องสาวซะอีก อยู่ไปก็ไร้ค่าเชิญหนีไปอย่างที่คุณทำทุกทีเถอะครับ”

“แก!! อย่ามาปากพล่อยกับพี่สาวฉันนะเว้ย!!!”

  เธอต้องสู้กับชายคนนี้…เธอไม่อยากเสียอะไรไปอีกแล้ว!!!

“ย้า!!!”

  เธอถือกิ่งไม้และวิ่งไปเพื่อไปตีไทเอลเพื่อช่วยน้องสาวของเธอที่ถูกชายคนนั้นจับอยู่

“เอ้าจับได้แล้วครับ”

“มะ..ไม่นะ..”

  ไทเอลฉีกยิ้มกว้างออกมาเพื่อจับแขนของเรย์ได้ เรย์อาการหวาดกลัวของเรย์เองก็เริ่มกำเริบหนักอีกครั้ง น้ำตาของเธอเริ่มไหลออกมาจากเบ้าตาน้อยๆ

“เลิกแกล้งเด็กซะที!! ยัยบ้านี้!!!”

“แอ้ก!!”

  เจมินี่กระโดดถีบขาคู่ใส่ไทเอลจนปลิวออกไปประมาณ5เมตร เด็กสาวทั้ง2ต่างงุนงงกับภาพที่เห็นตรงหน้าเป็นอย่างมาก

“ขอโทษด้วยนะจ๊ะ เป็นอะไรรึเปล่า?”

“อะ…อือ”

  เทลตอบผู้หญิงตรงหน้าโดยที่ไม่รู้ตัว ผู้หญิงตรงหน้านั้นมีผิวสีแทนเช่นเดียวกับชายคนนั้น เธอมีผมสีขาวเหมือนกับคนแก่และมีดวงตาสีเทา เธอใส่ชุดแปลกๆที่เทลไม่เคยเห็น แต่เนื่องด้วยจากความสวยของผู้หญิงตรงหน้ากลับกลบความแปลกนั้นไปแทบมิด

“ไม่ต้องกลัวไปหรอก พวกเราเป็นคนรู้จักของคุณแม่ของเธอนะจ๊ะ”

“พี่รู้จักแม่ด้วยเหรอ!! ตอนนี้แม่อยู่ที่ไหน!!”

  เทลร้องถามออกมาเธอเองก็ไม่ได้เห็นแม่นานแล้ว แม่ของพวกเธอนั้นแวะมาตอนพวกเธอหลับและทิ้งเงินไว้ให้เท่านั้น

“ไม่ต้องห่วงๆ แม่ของพวกพี่สาวอยู่ที่หมู่บ้านเราไงล่า~”

  มีเด็กอีกคนหนึ่งโผล่มาเธอมีผิวสีแทนเหมือนคนพวกนั้นแต่ผมของเธอกลับสีทองเหมือนคนทั้วไปและมีดวงตาสีฟ้าสีคราม หากให้เดาอายุก็คงอ่อนกว่าพวกเธอเล็กน้อยเท่านั้น

“พ..พวกคุณเป็นใครกันคะ!!!”

  เรย์ร้องถามออกมาเจมินี่เองก็ทำท่าครุ่นคิดไปสักพักก่อนจะยิ้มให้กับพวกเธอ

“ก็ครอบครัวใหม่ของเธอไงจ๊ะ”

.

.

.

.

“เอ๋!! ลุงคนนี้เป็นผู้หญิงจริงดิ!!”

  เทลตะโกนออกมาอย่างตกใจพร้อมกับชี้ไปที่ไทเอลที่เดินอยู่ข้างๆ

“อย่าเรียกหม่าม๊าของคาลว่าลุงจิ นั้นหม่าม๊าของคาลเลยนะ!!”

“ก็หม่าม๊าของเธอมันไม่เหมือนผู้หญิงเลยนี้น่า ฉันก็ต้องเข้าใจผิดยู่แล้วสิ”

  เทลพยามกล่อมคาลที่กำลังทำท่าทางโมโหเธออยู่

“มีอะไรรึเปล่าครับ คุณเรย์?”

“ฮี้!!!!”

  เรย์กลับไปหลบหลังน้องสาวของเธอตามเดิม แม้เธอจะรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นผู้หญิงเหมือนกันก็ตาม

“ฮ่าๆ พี่นี้ละขี้กลัวจริงๆเลยน้า~”

“ชะ..ช่วยไม่ได้นี้น่า..ก็คนๆนี้เหมือนผู้ชายมาก พี่ไม่ไหวหรอก”

“นั้นสินะ.. ขอโทษด้วยนะ คุณ..เอ่อ..คุณหม่าม๊า!!”

“ไทเอลครับ”

“เรื่องชื่อช่างมันเถอะน่า เผอิญพี่สาวฉันเคยเจอเรื่องไม่ดีเกี่ยวกับผู้ชายนึดหน่อย ก็เลยไม่ค่อยชอบผู้ชายนะ ช่วยอย่าโกรธพี่สาวของฉันเลยนะ”

“ผมไม่ได้โกรธเรื่องนั้นหรอกครับ แต่ว่าถ้าคุณเรย์กลัวผมแบบนี้ทางผมก็รู้สึกแย่น่าดูเลยนะครับ”

“จะให้ทำยังไงละ? ก็พี่สาวฉันกลัวคุณหม่าม๊าขนาดนี้ ต่อให้พูดยังไงพี่ฉันก็ไม่หายกลัวคุณหม่าม๊าหรอกนะ แต่ถ้าคุณหม่าม๊าลองแก้ผ้าเดินพี่ฉันอาจจะหายกลัวคุณก็ได้นะ ฮ่าๆๆๆ”

  เทลพูดพร้อมหัวเราะอย่างอารมดี ส่วนทางไทเอลเองก็เหมือนจะครุ่นคิดอะไรบ้างอย่างสักพักก่อนที่จะหันหน้าไปหาเจมินี่ที่เดินอยู่ข้างๆ

“คุณเจมินี่ครับ…ช่วยปลดไอ้นั้นออกให้หน่อยได้ไหมครับ?”

  เจมินี่รู้สึกตกใจเล็กน้อยที่เธอเป็นคนขอให้เธอปลดมันออกด้วยตัวเอง

“จะดีเหรอ? ไม่ใช่ว่าหม่าม๊าไม่ชอบปลดมันออกในที่สาธารณะไม่ใช่เหรอ?”

“เรื่องนั้นก็ใช่อยู่ครับ…แต่ว่าถ้าไม่ปลดมันออกคุณเรย์ก็จะกลัวผมไม่หยุดอยู่ดี เพราะงั้นจึงไม่มีทางเลือกหรอกครับ”

“ใจดีจังเลยนะ หม่าม๊าเนี้ย ก็ได้จ๊ะ เดี๋ยวแม่จะปลดมันให้หม่าม๊าเอง หันหลังมาสิ”

“ขอบคุณมากครับ”

  เจมินี่กับไทเอลต่างยิ้มให้กันราวกับรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น โดยปล่อยให้เทลกับเรย์งงๆกันอยู่

“ทำไมทำหน้าจริงจังกันแบบนั้นะละ? จะปลดอะไรกันเหรอ?”

“ก็ปลดความสุดยอดของหม่าม๊าคาลยังไงล่า~”

“ห๊า?”

“เอาละนะ!!”

“อึก!!!”

  เจมินี่ตีไปที่หลังของไทเอล หน้าอกที่ราบเรียบเหมือนผู้ชายตอนนี้กลับมี2ลูกมหึมามาแทนที่ในทันที

“นะ…นี้มัน..นี้มันอะไรกันเนี้ย!!!!

  คนที่ตกใจที่สุดก็คงไม่พ้นเทล เธอตะโกนออกมาพร้อมกับชี้ไปที่หน้าอกของไทเอลที่จู่ๆก็ขยายออกมา

“ก็หน้าอกไงครับ ถามอะไรแปลกจังนะครับคุณเนี้ย”

“ไม่ๆๆๆๆ มันเป็นไปได้ที่ไหนเมื่อกี้มันยังแบนเรียบเหมือนไม้กระดานอยู่เลยนะ!!! แล้วไหงจู่ๆมันก็ใหญ่ขึ้นขนาดนี้ละ!!!”

“ก็ใส่เสื้อซ่อนรูปของคุณเจมินี่ไงครับ นี้นะซ่อนได้ดีจนแทบไม่เห็นการคงอยู่ของเจ้าก้อนเนื้อนี้เลยละครับ”

“ต่อให้ซ่อนยังไงถ้ามันใหญ่ขนาดนี้ก็ปิดไม่มิดหรอก!! อย่างน้อยมันต้องเหลืออะไรนูนๆไว้บ้างซี่!!”

  ภาพในความจำของเธอที่เคยเห็นผู้หญิงมามากมาย แต่ก็ไม่เคยเห็นคนที่มีขนาดใหญ่ขนาดนี้เลยสักครั้งเดียวในชีวิตเลย นี้มันไม่ใช่ระดับที่มนุษย์จะแบกมันไว้บนอกได้เลยแม้แต่น้อย

“เรื่องเล็กน้อยช่างมันเถอะครับ เอาเป็นว่าคุณเรย์ตอนนี้หายกลัวผมรึยังครับ?”

  ไทเอลพูดพร้อมหันไปทางเรย์ที่ตอนนี้เลิกซ่อนหลังเทลแล้ว

“อะ..เอ่อคิดว่าตอนนี้บางตอนนี้อาจจะไหวก็ได้…ละมั้งคะ”

“ถ้างั้นลองเข้ามากอดผมหน่อยสิครับ?”

“!!!!!”

  ไทเอลย่อตัวลงและกางแขนรอให้เรย์มากอด ส่วนเรย์เองก็ลังเลนึดหน่อย

“แบบนั้นก็ไม่ไหวหรอก ถึงหน้าอกจะใหญ่มากก็เถอะ แต่หน้าของคุณหม่าม๊ายัง–“

“จะทำคะ!!!”

“ดะ..เดี๋ยวพี่”

  เรย์พูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั้นพร้อมกับพุ่งเข้าไปกอดไทเรลทันที โดยที่ไม่สนคำทักท้วงของเทลเลยสักนึด

“……..”

  เรย์นิ่งเงียบไม่พูดอะไรในขณะที่กำลังกอดไทเอลอยู่ เทลที่ยืนดูอยู่ก็เริ่มเป็นห่วงพี่สาวของเธอที่เป็นโรคกลัวผู้ชายหนัก แค่ปกติแค่เห็นหน้าผู้ชายเธอก็สั่นแล้ว

“พะ..พี่…ไม่ไหวก็ออกมาเถอะ..”

“หม่าม๊าละ…”

“ห๊า?”

“หน้าอกนี้มัน…รู้สึกดีสุดๆ…ให้ความรู้สึกเหมือนหม่าม๊าเลย”

“เดี๋ยวสิพี่!! พี่เป็นอะไรของพี่เนี้ย!!”

  เทลเริ่มเป็นห่วงอาการพี่สาวของเธอที่เริ่มพูดจาไม่รู้เรื่องแล้ว

“นี้แหละคือความสุดยอดของหม่าม๊าคาลไง!! พี่สาวเองก็ไปลองด้วยจิ”

“ดะ..เดี๋ยวสิ!! วะ..หวา!!!”

  เทลล้มลงไปซุกอกของไทเอลพอดี สิ่งที่เธอสัมผัสได้คือความอบอุ่นของหน้าอกและความนุ่มนิ่ม มันทำให้เธอรู้สึกถึงครั้งแรกที่เธอดื่มนมของแม่ของเธอ ร่างกายของเธอรู้สึกผ่อนคลายจนแทบจะผลอยหลับไป ราวกับว่าเธอย้อนกลับไปเป็นเด็กทารกที่อยู่ในอ้อมอกของแม่อีกครั้ง

“หม่า..ม๊า..จริงๆด้วย”

  ตอนนี้เทลเริ่มเข้าใจสิ่งที่พี่สาวพูดแล้ว ว่าทำไมเธอถึงถูกเรียกหม่าม๊า นี้ไม่ใช่แค่ชื่อเล่นของคู่รักติ๊งต๊องที่ไว้ใช้เรียกกัน แต่เธอคือหม่าม๊าตัวจริงเสียงจริง!!!

“เอ่อ… ถ้าพอใจแล้วช่วยออกไปหน่อยได้ไหมครับ? ทางคุณเรย์เองก็เหมือนจะเข้าใจแล้วด้วย ผมเองก็อยากจะเก็บมันกลับแล้วละครับ”

“”ไม่!!!!””

  ทั้งสองพี่น้องต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ทางไทเอลเองก็เริ่มแสดงสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย

“ดูเหมือนพวกเด็กๆจะติดใจหม่าม๊าน่าดูเลยนะ หุๆๆ”

“ติดใจแบบนี้ผมไม่ดีใจสักนึดเลยครับ คุณเจมินี่ช่วยผมด้วยสิครับ”

“ไม่เอาละ ฉันเองก็ไม่อยากไปขัดความสุขของพวกเธอสองคนหรอกใช่มั้ยคาล”

“ใช่แล้วละ!! พี่สาวตอนนี้กำลังมีความสุข เพราะงั้นหม่าม๊าช่วยทนหน่อยนะคะ”

“แบบนั้นก็แย่น่าดูเลยสิครับ… ผมชักจะอายๆแล้วสิ”

  ไทเอลปล่อยให้เด็กทั้งสองกอดเธอต่อไปสักพัก บางทีนี้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของสายสัมพันธ์ระหว่างเด็กทางสองและไทเอลก็ได้

ผมคือนักบุญหญิงที่เป่ายิ้งฉุบมาเกิดใหม่ครับ

ผมคือนักบุญหญิงที่เป่ายิ้งฉุบมาเกิดใหม่ครับ

Status: Ongoing
อ่านผมคือนักบุญหญิงที่เป่ายิ้งฉุบมาเกิดใหม่ครับชาย2คนที่เป่ายิ้งฉุบแย่งตัวละนักบุญหญิงเพราะอยากเล่นตัวละครผู้หญิงกัน แต่เมื่อเขาสามารถเอาชนะเพื่อนของตัวเองได้ ก็พบว่าตัวเองได้มาอยู่ต่างโลกในฐานะของนักบุญจริงๆ เสียแล้ว

Comment

Options

not work with dark mode
Reset