ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา – ตอนที่ 186 ผักสวนครัวพร้อมทานแล้ว

บทที่ 186 ผักสวนครัวพร้อมทานแล้ว
โดย
Ink Stone_Fantasy

ตอนนี้ไก่ตัวผู้ขนสีแดงเหมือนลูกไฟสงบเสงี่ยมลงมาก ไม่ออกไปจิกกัดไปทั่วแล้ว มันเชิดคอและเดินด้วยท่าทางเย่อหยิ่งไปรอบๆเล้า มีฝูงไก่ตัวเมียเดินตามหลัง เหมือนกับเหล่านางสนมกำลังเดินตามประกบพระราชาอยู่
ฉินสือโอวมองไก่ตัวผู้ตัวน้อยอย่างไม่สบอารมณ์ พึมพำว่า “ชิ ไม่ช้าแกได้โดนกินแน่”
เมื่อไม่นานมานี้ เขาคิดอยากจะฆ่าลูกไก่ลูกเป็ดเพื่อเลี้ยงต้อนรับเหมาเหว่ยหลง แต่เหมาเหว่ยหลงกลับไม่เอาด้วย ไก่บ้านเป็ดบ้านแล้วอย่างไร? จะเทียบกับไก่เฮเซลกับเป็ดป่าได้อย่างไร? หมูบ้านจะเทียบกับหมูป่าได้อย่างไร?
ฉินสือโอวกลับไม่คิดอย่างนั้น เนื้อของทั้งสองนั้นรสชาติไม่เหมือนกัน ไก่เป็ดหมูบ้านต่างก็ยังไม่ได้โตเต็มวัย เพื่อเทียบกับสัตว์ที่โตในป่าแล้ว เนื้อของไก่เป็ดหมูบ้านนั้นจะนุ่มกว่านิดหน่อย
สายน้ำเล็กๆที่ไหลผ่านไปในเล้า บางทีจะมีกุ้งปลาไหลไปตามน้ำเข้าไปในเล้า ถึงตอนนั้นพวกเป็ดทั้งหลายก็จะสยายปีกรุมกันไปที่สายน้ำน้ำแล้วกินอาหารกันจนอิ่มหนำสำราญ
ส่วนพวกไก่บ้านก็จิกกินพวกแมลงและเมล็ดหญ้าจากพื้นหญ้า ฉินสือโอวเห็นว่าพื้นหญ้าค่อนข้างร่อยหรอแล้ว กะว่าจะหว่านเมล็ดหญ้าไปปลูกเสียหน่อย
ปลากับกุ้งในสายน้ำที่ไหลผ่านไปในเล้านั้นมีจำนวนไม่น้อยเลย เพราะหมูบ้านกับไก่และเป็ดบ้านต่างก็อึลงไปในสายน้ำนี้ สำหรับปลาและกุ้งแล้ว อึของสัตว์พวกนี้ก็คืออาหารและสารอาหารของพวกมันนั่นเอง ดังนั้นปลากับกุ้งบางตัวที่รอดพ้นการล่าอาหารของเป็ดมาได้ จึงค่อยๆ โตขึ้นและมีขนาดอ้วนท้วนขึ้นเรื่อยๆ
ฉินสือโอวคลานลงบนพื้นในเล้าเพื่อสำรวจดูรอบๆ ฉงต้าที่เดินสะบัดตูดอ้วนๆเดินมา มันมองหาที่ที่หนึ่งแล้วก็ยกขาฉี่ออกมา
ได้ยินเสียงฉี่ซู่ซู่ของฉงต้า ฉินสือโอวก็รู้สึกปวดขึ้นมาบ้าง จึงเดินไปปลดเข็มขัดออกแล้วเริ่มฉี่ จากนั้นกระตุกตัวนิดหนึ่งแล้วพูดว่า “โล่งจริง”
ฉงต้าที่เพิ่งฉี่เสร็จ เมื่อเห็นตัวฉินสือโอวกระตุก มันก็โยกตัวที่อวบอ้วนนั้นทำทีกระตุกด้วย จากนั้นก็ยื่นคอร้อง ‘อาวอาว’
ฉินสือโอวหัวเราะร่าขึ้นมา เขาตบไปที่ก้นของฉงต้า ให้มันลุกขึ้นวิ่ง ฉงต้าไม่ยอม ฉินสือโอวจึงวิ่งไล่มันอยู่ข้างหลัง พอจับตัวฉงต้าได้ฉินสือโอวก็จะถูกหิ้วตัวมันขึ้นมาแล้วสะบัดแขนไปมาแกล้งขู่มัน
ฉงต้ากลัวความสูงกับกลัวน้ำ เมื่อโดนสะบัดไปมากลางอากาศแบบนี้ ก็ตกใจจนหน้าอ้วนๆยับยู่ยี่ไปหมด ดังนั้นพอมันเห็นฉินสือโอววิ่งจนใกล้ตามทันแล้วมันก็จะรีบเร่งฝีเท้าวิ่งต่อ
ความเร็วของหมีสีน้ำตาลที่ตื่นกลัวนั้นน่าประทับใจมากทีเดียว ความอดทนสูงอีกด้วย ฉงต้าเป็นเพียงหมีตัวเล็กที่กำลังโตเท่านั้น แต่พอวิ่งจริงจังขึ้นมา ฉินสือโอวก็มีตามไม่ทันเหมือนกัน
หู่จือกับเป้าจือเห็นฉินสือโอววิ่งไล่ฉงต้า พวกมันแลบลิ้นมองอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกน่าสนุกจึงเข้าไปร่วมวิ่ง ปากก็ส่งเสียงร้องโฮ่งโฮ่งไปด้วย
ฉินสือโอววิ่งไล่ฉงต้า หู่จือกับเป้าจือวิ่งไล่ฉินสือโอว แล้วจู่ๆ นกฟรีเกตบนท้องฟ้าที่ไม่รู้อะไรเข้าสิง อยู่ดีๆ ก็โฉบเข้ามา จับฉงต้าบินขึ้นไป ทำให้หมีสีน้ำตาลตัวน้อยตกใจแทบคลั่ง
เวลาเที่ยงวันแบบนี้ วิ่งไปสักพักก็ทำเอาฉินสือโอวเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขาจึงกลับไปอาบน้ำดับร้อนแล้วเริ่มเตรียมอาหารกลางวัน
วันนี้อีวิลสันทำตัวดี ตอนอยู่บนทะเลเขาออกตัวปกป้องฉินสือโอวขนาดนั้น ต้องให้รางวัลกันเสียหน่อย ฉินสือโอวขับรถไปซื้อพิซซ่าซิซิเลียนกับไก่ทอดมาให้เขา จากนั้นก็ทำขากวางรมควันให้เขาอีกชิ้น ทำเอาอีวิลสันดีใจจนแทบบ้า
ตัวฉินสือโอวนั้นกินอาหารง่ายๆ เขาไปเด็ดแตงกวามาสองลูกฝานเสร็จวางไว้บนจาน แล้วก็ทอดพริกราดไปบนแตงกวา จากนั้นก็ทำไข่คน แล้วเทไข่คนพร้อมน้ำมันที่เดือดลงไปบนจาน ปรุงรสด้วยน้ำมันปรุงรส น้ำมันหอย เท่านี้เมนูไข่คนคู่แตงกวาก็พร้อมทานแล้ว
เมนูนี้เป็นอาหารจานโปรดของฉินสือโอว ความหอมของแตงกวา พริกทอด ไข่คน และน้ำมันหอย เมื่อรวมความหอมของสิ่งเหล่านี้ไว้ด้วยกัน ความรู้สึกหลังได้ตักเข้าปากแล้วนั้นถือเป็นอะไรที่พิเศษมากๆ
อีวิลสันที่มือถือไก่ทอดข้างพิซซ่าข้าง แล้วยังมีขากวางรมควันที่กัดคำโตเป็นพักๆ ถือได้ว่าความสุขมาถึงบ้านแล้ว
ฉินสือโอวเห็นเขายัดอาหารเข้าปากอย่างเร่งรีบ จึงรินน้ำส้มคั้นให้เขาแก้วหนึ่ง อีวิลสันยิ้มเหวอๆ ยื่นน้ำส้มคั้นให้ฉินสือโอว ตัวเองไปเปิดน้ำจากก๊อกน้ำ แล้วดื่มน้ำเย็นอึกๆ
 “ยังมีอีกเยอะ นายดื่มเถอะ” ฉินสือโอวลูบไปที่หัวอันใหญ่โตของอีวิลสันแล้ววางน้ำส้มไว้ตรงหน้าเขา
พูดถึงเรื่องนี้ ฉินสือโอวก็รู้สึกผิดขึ้นมา มีครั้งหนึ่งที่เขาทำน้ำส้มคั้นมาเหยือกหนึ่ง ตอนแรกเขากะจะแบ่งให้อีวิลสันแก้วหนึ่ง แต่สุดท้ายเจ้าหมอนี่ดันยกทั้งเหยือกแล้วดื่มรวดเดียวจนหมด
ฉินสือโอวตอนนั้นหัวเสียจัด จึงห้ามไม่ให้เขาดื่มน้ำผลไม้อีก แต่กลับกลายเป็นว่าอีวิลสันจำคำพูดเขาได้ ตั้งแต่นั้นมาเขาจึงดื่มแต่น้ำเปล่าและไม่ดื่มน้ำผลไม้อีกเลย
อีวิลสันเกาหัว ยกแก้วน้ำผลไม้ขึ้นมาแล้วมองไปที่ฉินสือโอว ฉินสือโอวก็ยกแก้วตัวเองขึ้นมาชนแก้วกับเขา พยักหน้ายิ้มแล้วพูดว่า “ใช่ ดื่มกัน พวกเราชนแก้วกัน อีวิลสัน”
 “ชนแก้ว” อีวิลสันหัวเราะเหอะๆ จากนั้นก็ดื่มน้ำผลไม้หมดในอึกเดียว แล้วก็แจ๊บปาก พูดว่า “อร่อยกว่าน้ำ เหอๆ”
ฉินสือโอวรินน้ำผลไม้ให้อีวิลสันอีกแก้วใหญ่ แล้วตบบ่าเขาเบาๆ จากนั้นก็ออกจากห้องอาหารถือเก้าอี้ออกไปด้วยเตรียมจะไปนอนกลางวันบนชายหาด
พอเห็นแบบนี้ อีวิลสันวางขากวางรมควันในมือลง รีบรุดไปหยิบเก้าอี้ แบกร่มกันแดดไว้แล้ววิ่งไปที่ชายหาด หาจุดที่ฉินสือโอวชอบไป กางร่มกันแดดออก วางเก้าอี้ลงยิ้มให้ฉินสือโอว จากนั้นก็วิ่งกลับไปที่บ้านพักหยิบไอซ์ไวน์มาวางไว้บนพนักวางมือของเก้าอี้ ถึงจะกลับไปกินข้าวต่อ
มองแผ่นหลังที่กว้างใหญ่แต่อบอุ่นของอีวิลสันแล้ว ฉินสือโอวรู้สึกว่าความจริงเขาไม่ได้โง่ไม่ได้งี่เง่าเลย ก็แค่ไอคิวโตช้าแค่นั้น ตอนนี้เขาก็เหมือนกับเด็กคนหนึ่ง ใครดีกับเขา เขาก็จำไว้ขึ้นใจ แล้วดีกลับไปเป็นเท่าตัว ใครที่ไม่ดีกับเขา เขาก็ไม่เก็บเอามาใส่ใจ เพียงหัวเราะเงอะงะแล้วก็ผ่านไป
ไม่รู้ว่าเออร์บักขับรถไปทำอะไรในเมือง ถึงเพิ่งจะกลับมาเอาตอนนี้ เมื่อเห็นฉินสือโอวกำลังรับลมอยู่ ก็เดินเข้ามาทักทาย “วันนี้ในทะเลไม่ได้มีเรื่องอะไรใช่ไหม?”
ฉินสือโอวยักไหล่ พูดว่า “มีชาวอเมริกันพวกหนึ่งคิดจะมาเอาเปรียบเรา แต่อีวิลสันยิงปืนไล่พวกเขาไปแล้วล่ะครับ”
เออร์บักพยักหน้ายิ้มแล้วพูดว่า “อีวิลสันเป็นเด็กที่ไม่เลวคนหนึ่ง เขาปฏิบัติต่อคุนาย อื้ม ซื่อสัตย์มาก”
ฉินสือโอวกางแว่นกันแดดออก แล้วพูดว่า “ใช่แล้ว เขาเป็นบอดี้การ์ดประจำตัวผม เขาต้องเป็นผู้ช่วยมือดีของผมได้แน่นอนครับ”
เออร์บักยิ้มขึ้นมา มองไปที่มือของฉินสือโอวที่ถือไอซ์ไวน์แล้วพูดว่า “คนายเคยคิดอยากจะปลูกต้นองุ่นบ้างไหม? นายชอบดื่มไวน์องุ่น ชอบกินผลไม้ แถมในบ้านยังเลี้ยงตัวตะกละที่ชอบกินผลเบอร์รีไว้อีก”
ปลูกต้นองุ่นเหรอ? ฉินสือโอวมองไปยังผืนดินกว้างใหญ่ที่ว่างเปล่าของฟาร์มปลา รู้สึกว่านี่เป็นความคิดที่ดี จึงพูดว่า “ปลูกตอนนี้ช้าไปหน่อยหรือเปล่าครับ?”
เออร์บักพูดว่า “ใช่ นี่ก็เดือนกรกฎาคมแล้ว รอต้นโตอากาศก็เริ่มเย็นแล้ว ถ้านายอยากปลูกก็ต้องวางแผนกันก่อน พรุ่งนี้เป็นต้นเดือนมีนาคมจะต้องเริ่มไถดิน กลางเดือนมีนาคมเริ่มปลูกต้นกล้า เท่านี้ก็สามารถเก็บผลผลิตในปีเดียวกันได้แล้ว”
ฉินสือโอวจดไว้ในสมุดโน้ตบนมือถือ ทั้งสองคนพูดคุยกันสักพักก็แยกกัน ฉินสือโอวนอนกลางวันต่อ หู่จือกับเป้าจือหมอบลงข้างเก้าอี้ซ้ายขวาของเขาทั้งสองข้าง ฉงต้าลากเพื่อนตัวน้อยต้าป๋ายมาขอเบียดด้วย เสี่ยวหมิงเกาหัวกระโดดลงมาจากต้นเมเปิล แล้วปีนขึ้นไปนอนบนเก้าอี้
เออร์บักยืนมองอยู่หน้าประตูบ้านพักแล้วหัวเราะฉินสือโอวที่พาเจ้าพวกนี้เข้านอน สายตาทั้งใจดีและอบอุ่น เหมือนกับมองดูลูกตัวเองอยู่
หลังจากตื่นนอนแล้ว ได้เวลาฉินสือโอวต้องไปเตรียมอาหารจานเด็ดผู่นชอย เขาเดินไปรอบสวนผัก เด็ดแตงกวาที่กินได้แล้วออกมาสิบกว่าลูก ต้นมะเขือเทศก็ออกลูกแล้ว ถึงจะไม่แดงมาก ยังมีสีเขียวบ้างประปราย แต่ว่าต้องเอาไปผัดไข่ แค่นี้ก็ใช้ได้แล้ว เขาจึงเด็ดลงมาด้วย
พริกสีแดงก่ำ พริกหยวกสีเขียวสด มะเขือยาวสีม่วง ถั่วฝักยาวเส้นเรียวยาว ถั่วแขกเป็นฝักๆ อะไรที่กินได้ฉินสือโอวเด็ดออกมาหมด ขึ้นฉ่ายก็โตไว้เหมือนกันเขาก็เก็บมาด้วยเจ็ดแปดต้น
……………………………………………

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ชีวิตบัดซบของ ‘ฉินสือโอว’ เริ่มต้นด้วยการถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินและถูกให้ออกจากบริษัท หนำซ้ำยังต้องชดใช้จนไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่าห้อง แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรืออะไร เขาพบว่าคุณปู่รองได้ทิ้งพินัยกรรมมูลค่าหลายร้อยล้านไว้ให้ นั่นคือฟาร์มปลาที่แคนาดา แต่ที่นั่นกลับโกโรโกโสทรุดโทรม ปลาสักตัวก็แทบไม่มี นอกจากนั้นยังต้องเสียภาษีการยืนยันพินัยกรรมจำนวนมากอีก จากที่ตอนแรกเขากะจะขายฟาร์มแล้วหอบเงินกลับประเทศจีน กลับต้องฟื้นฟูกิจการฟาร์มปลาเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าภาษี ไม่งั้นจะต้องยอมเสียฟาร์มให้ทางการไป ทว่าระหว่างที่สำรวจทะเลสาบในเกาะ เขาถูกปลาทำร้ายจนเลือดที่คางหยดลงไปบนจี้รูปหัวใจสีน้ำเงินที่มีชื่อว่า ‘หัวใจโพไซดอน’ ทำให้ตัวจี้หลอมเข้าไปในตัวเขา จากนั้นมา… จิตสำนึกของเขาก็สามารถสำรวจและควบคุมท้องน้ำรวมถึงทำการเยียวยาและรักษาสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ และนี่ คือหนทางกอบกู้ฟาร์มมรดกของเขา!

Options

not work with dark mode
Reset