ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา – ตอนที่ 1395 การเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง

เชอร์ลี่ย์พูดชมว่า “โอ้พระเจ้า คุณลุงซีมอนสเตอร์คุณวาดภาพได้สุดยอดมาก นี่คุณวาดมันเองใช่ไหมคะ? เรือรบที่เหมือนจริงขนาดนี้ ฉันยังคิดว่ามันเป็นของจริงเลย”
กอร์ดอนคุกเข่าลงแล้วลูบลายเส้นของเรือรบและพูดอย่างอิ่มอกอิ่มใจว่า “นี่ไม่ใช่ภาพวาด นี่เป็นลุงซีมอนสเตอร์ใช้มีดแกะสลัก เธอสัมผัสลายเส้นดูสิ มันหยาบเกินไปนะ! มันไม่ตายตัว! ไอโอวา ยิงถล่ม! ตูมๆๆ!!!”
ต่างคนต่างก็ของดูแลตัวเอง กอร์ดอนกอดฟักทองไว้แน่น
เชอร์ลี่ย์พูดอย่างอิจฉาว่า “ทำได้ดีมาก”
โลลิต้าแทบจะไม่ชื่นชมใคร เมื่อได้ยินเธอพูดแบบนั้น ซีมอนสเตอร์ก็ภาคภูมิใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาสางเคราที่ถักเป็นเปียน้อยๆ พร้อมกับหัวเราะชอบใจไปด้วย
จากนั้นทั้งสองก็ไปดูเรือฟักทองที่ชาร์คสร้างให้ลูกชาย ดูก็รู้ว่ามันชื่ออะไร ชาร์คในภาษาอังกฤษของชื่อเขาแปลว่าฉลาม เขาวาดฉลามอันดุร้ายที่ด้านนอกของฟักทอง
“โอ้พระเจ้า คุณลุงซีมอนสเตอร์คุณวาดภาพได้ยอดเยี่ยมมาก คุณวาดเองใช่ไหมคะ? ฉลามเหมือนจริงขนาดนี้ ฉันยังคิดว่ามันเป็นของจริงเลย” เชอร์ลี่ย์ยังคงชื่นชมไม่หยุด ฉินสือโอวจึงกลอกตาใส่ คำพูดนี้มันคุ้นๆ นะ?
แน่นอนว่าเขารู้ว่าทำไมโลลิต้าถึงชมเชยเมล็ดฟักทองของคนอื่นมากจนแทบจะขายหน้าเขาอยู่
ชาร์คน้อยหัวเราะแหะแหะแล้วพูดว่า “แน่นอน นี่คือฉลามเสือน่ากลัวไหม? พ่อบอกว่าฉลามเสือเป็นนักล่าที่เก่งกาจที่สุดในมหาสมุทร! เรือฟักทองของฉันคือฉลามเสือ ใครกล้ามาขวางฉันจะกลืนกินคนนั้น! อาวู…”
เมื่อเห็นชาร์คน้อยอ้าปากกว้างทำตามท่าทางการกินของกินฉลาม ฉินสือโอวจึงงับนิ้วและพูดว่า “ฉันต้องบอกความจริงนายอย่างหนึ่งนะ พ่อของนายคิดผิดแล้ว ฉลามเสือไม่ใช่นักล่าที่เก่งกาจที่สุดในมหาสมุทร เพราะยังมีหมึกยักษ์และหมึกโคลอสซัล!”
“นั่นก็เป็นแค่ตำนานเท่านั้น!” ชาร์คน้อยพูดด้วยความไม่เชื่อว่า “พ่อของผมพูดถูก”
ฉินสือโอวเริ่มเล่นเปิดสงครามทำให้หลานชายสับสน เขาเผยรอยยิ้มที่ลึกซึ้งจนยากที่คาดเดาพร้อมกับเอื้อมมือออกไปลูบหัวของชาร์คน้อยแล้วพูดว่า “เด็กโง่นี่น่ารักจริงๆ พ่อนายจะต้องภูมิใจในตัวนาย อืม ก็เป็นอย่างนั้นแหละ ฉลามเสือเก่งกาจที่สุด”
ชาร์คน้อยขมวดคิ้วและมองไปที่ด้านหลังของเขา จากนั้นก็วิ่งไปหาชาร์ค “พ่อครับพ่อครับ พ่อโกหกผมเหรอ?”
ต่อไปคือเรือฟักทองของมิเชลที่วาดด้วยโลโก้เอ็นบีเอไว้ด้านนอกและยังมีบาสเกตบอลสองลูกอยู่ทางซ้ายและขวา ซึ่งดูแล้วโดดเด่นมาก
ฉินสือโอวถอนหายใจ เชอร์ลี่ย์ก็กำลังจะเริ่มต้นอีกครั้งตามที่คาดไว้ “โอ้พระเจ้า คุณลุงแบล็คไนฟ์คุณวาดภาพได้ยอดเยี่ยมมาก คุณวาดเองใช่ไหมคะ? เงาและลูกบาสเหมือนจริงขนาดนี้ ฉันยังคิดว่ามันเป็นของจริงเลย”
มิเชลพูดอย่างเจ็บใจว่า “ไม่เชอร์ลี่ย์ ฉันวาดภาพนี้เอง ขอบคุณสำหรับคำชม…”
ถึงคราวที่ฉินสือโอวจะออกตัว เขาตบไหล่ของมิเชลแล้วพูดว่า “เด็กๆ ทำได้ดี ทักษะการวาดภาพของนายไม่เลวเลย ก้าวหน้ากันมาก มา มาเรียนรู้การวาดด้วยการใช้มือซ้ายกัน นายต้องพัฒนามือทั้งสองข้างอย่างสมดุล”
หลังจากการเยี่ยมชมเสร็จ ฉินสือโอวก็แผ่มือออกให้เชอร์ลี่ย์และพูดว่า “ดูสิ มิเชลและคนอื่นๆ วาดภาพเองกันหมดเลย หรือไม่ก็ชอบอะไรก็วาดอันนั้นใช่ไหมล่ะ? วาดม้าตัวเล็กหนึ่งตัว? วาดเจ้าชายขี่ม้าขาวหนึ่งคน? เธอชอบอะไรก็สามารถวาดอันนั้นได้”
เชอร์ลี่ย์มองเขาด้วยความไม่พอใจและพูดว่า “คุณวาดภาพไม่เป็น ดังนั้นจึงทาสีน้ำเงินเข้มทับแค่หนึ่งชั้นก็จบแล้วใช่ไหมคะ? คุณหลอกหนู?”
ฉินสือโอวแบะปากและพูดว่า “ฉันวาดภาพไม่เป็น? เธออยากได้แผนที่มหาสมุทรนั่นเอง แล้วนั่นไม่ใช่แผนที่มหาสมุทรเหรอ?”
เชอร์ลี่ย์เดินจากไป สักพักก็หันหน้ากลับมาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วพูดว่า “ฉิน หนูต้องการวาดภาพคุณ จากนั้นก็จะบอกพี่วินนี่ว่าหนูจะส่งคุณไปแข่งขัน”
ฉินสือโอว “…”
การสร้างเรือฟักทองไม่ได้มีเพียงเท่านี้ แต่งานที่เหลือจะต้องรอจนกว่าฟักทองสีและกาวจะแห้งสนิทถึงจะใช้ได้
ฉินสือโอวจึงต้องใช้โอกาสนี้ไปทำงานเกี่ยวกับพืชผลที่ไร่
พ่อฉินหาชุดยีนที่ไม่ได้ซักมาให้เขาและพูดว่า “แกดูสิว่าบ้านใครไม่เก็บเกี่ยวพืชผลในไร่จนเดือนพฤศจิกายนบ้าง? น่าขำจริงๆ แกไม่ได้ไปดูเลยว่าพืชผลในไร่เน่าเสียไหม?”
ตอนนั้นฉินสือโอวปลูกข้าวโพด ถั่วลิสง ข้าวฟ่างและถั่วต่างๆ ได้ยินมาว่าพวกเขาจะต้องเก็บเกี่ยวในเดือนกันยายนและตุลาคม แต่เขาจะมีเวลามาจากไหน? เขาแค่โยนเมล็ดลงพื้นไปเท่านั้น
แต่เขายังป้อนพลังโพไซดอนให้กับพืชผลด้วย ดังนั้นแม้ว่าอากาศจะหนาวเย็นแค่ไหน แต่ใบของมันก็ยังคงเป็นสีเขียวและสามารถสังเคราะห์แสงอ่อนๆ ข้าวโพด ถั่วลิสงก็จะสุกแล้ว แต่จะยังคงรักษาความนุ่ม ข้าวโพดสีเหลืองทองที่พอเด็ดเมล็ดพืชแล้วยังสามารถผลิตน้ำได้อีกด้วย
ข้าวฟ่างจะไม่ค่อยดี ข้าวฟ่างสุกเร็วมาก ตอนนี้ใบของมันแห้งและรวงข้าวฟ่างก็เหี่ยวเฉาห้อยอยู่บนยอดและยังมีนกมาจิกอยู่เรื่อยๆ
แบล็คไนฟ์ที่เข้ามาจึงช่วยมองไปที่ฝูงนกจมูกหลอดหางสั้นที่บินกำลังจากไปและพูดอย่างหดหู่ว่า “ข้าวฟ่างพวกนี้ขุนนกจมูกหลอดหางสั้นจนอ้วน ที่แท้พวกมันก็ยังกินอาหารอยู่ ผมคิดว่าพวกมันกินแค่ปลา กุ้งและสาหร่ายทะเลซะอีก”
ฉินสือโอวส่งเสียงแสดงความไม่พอใจพร้อมกับดึงข้าวโพดไปด้วย จากนั้นเขาก็หัวเราะและพูดอย่างมีลับลมคมในกับแบล็คไนฟ์ว่า “เจ้านี่มันนุ่มจริงๆ พอเด็ดแล้วก็มีน้ำออกมาด้วย”
แบล็คไนฟ์ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้แล้วพูดว่า “บอส คุณเปลี่ยนไปมากหลังจากที่แต่งงานแล้ว”
ชาร์คเดินเข้ามาแล้วพยักหน้าตามและพูดอย่างเห็นด้วยว่า “เปลี่ยนแปลงไปอย่างยิ่งใหญ่มากจริงๆ ตอนนี้เรื่องตลกลามกนี่ชำนาญจริงๆ”
ฉินสือโอวจังเปลี่ยนเรื่องและพูดว่า “เฮ้ ชาร์ค นายไปที่เมืองและหารถเกี่ยวข้าวมา เราจะจัดการข้าวโพด ถั่วลิสงและถั่วอื่นๆ กัน”
ชาร์คยักไหล่และพูดว่า “ขอโทษนะบอส ผมไม่สามารถทำได้ คุณเป็นคนแรกในเมืองที่ปลูกสิ่งเหล่านี้ ผมไม่ได้บอกเหรอว่าไม่มีใครปลูกมาก่อน แต่ทุกคนจะปลูกแค่ในสวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีเครื่องเก็บเกี่ยว”
“ทำไมถึงมีเครื่องจักรอย่างเครื่องมือไถนาและทำลายวัชพืชในเมืองล่ะ?” ฉินสือโอวถามด้วยความประหลาดใจ
ชาร์คหัวเราะและพูดว่า “แน่นอนว่าบนเกาะมีพื้นที่การเกษตรมากมาย ทุกคนไม่ได้ปลูกข้าวโพดและถั่วลิสงเท่านั้น แต่ยังสามารถปลูกอย่างอื่นได้อีกด้วย”
ฉินสือโอวมองไปที่พื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่พร้อมกับถอนหายใจและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นเราคงต้องลงมือเองใช่ไหม? ถ้าฉันรู้เร็วกว่านี้จะไม่ปลูกมากมายขนาดนี้ ฉันยังคิดว่านายสามารถยืมรถเกี่ยวข้าวมาใช้ได้”
พ่อฉินถ่มน้ำลายลงในฝ่ามือและเช็ดมือไปมา จากนั้นก็ถือจอบแล้วพูดว่า “ทำเถอะ มันไม่เยอะเท่าไรหรอก เรามีกันตั้งหลายคนจะไม่เร็วได้อย่างไร?”
อันดับแรกคือการเก็บข้าวโพด ซึ่งฉินสือโอวคุ้นเคยเป็นอย่างดี คนข้างหน้าใช้มือดึงฝักข้าวโพดออกแล้วโยนไปไว้รวมกัน คนข้างหลังใช้จอบตัดก้านข้าวโพดและใช้เชือกมัดเข้าด้วยกัน เมื่อตอนอยู่ที่บ้านก็จะเผาทำเป็นอาหาร แต่อยู่ที่นี่ฉินสือโอวทำได้เพียงโยนทิ้งไปเท่านั้น
แบล็คไนฟ์ถือจอบอยู่ด้านหลังและตัดก้านข้าวโพดอย่างสบายๆ เขาตัดได้สักพักก็พูดว่า “เฮ้ มาร้องเพลงกันเป็นอย่างไรล่ะ?”
ฉินสือโอวหยิบกาต้มน้ำขึ้นมากำลังจะดื่มก็ยิ้มแล้วพูดว่า “เอาล่ะ มาร้องเพลงเพื่อเพิ่มบรรยากาศในการเก็บเกี่ยวกันเถอะ”
แบล็คไนฟ์กระแอมและร้องเพลง “ลูกสาวตัวน้อยคนสวยมาเป็นเพื่อนกัน ปลอกข้าวโพดแล้วป้อนให้ชายรูปร่างสูงใหญ่กิน อร่อยที่สุดในสามโลก แบ่งข้าวโพดก็มาป้อนให้ชายรูปร่างสูงใหญ่กิน…”
ฉินสือโอวที่เพิ่งจะดื่มน้ำเข้าไป พอได้ฟังเพลงที่เขาร้องแล้ว ก็แทบจะสำลักน้ำออกมาทันที
…………………………………………

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ชีวิตบัดซบของ ‘ฉินสือโอว’ เริ่มต้นด้วยการถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินและถูกให้ออกจากบริษัท หนำซ้ำยังต้องชดใช้จนไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่าห้อง แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรืออะไร เขาพบว่าคุณปู่รองได้ทิ้งพินัยกรรมมูลค่าหลายร้อยล้านไว้ให้ นั่นคือฟาร์มปลาที่แคนาดา แต่ที่นั่นกลับโกโรโกโสทรุดโทรม ปลาสักตัวก็แทบไม่มี นอกจากนั้นยังต้องเสียภาษีการยืนยันพินัยกรรมจำนวนมากอีก จากที่ตอนแรกเขากะจะขายฟาร์มแล้วหอบเงินกลับประเทศจีน กลับต้องฟื้นฟูกิจการฟาร์มปลาเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าภาษี ไม่งั้นจะต้องยอมเสียฟาร์มให้ทางการไป ทว่าระหว่างที่สำรวจทะเลสาบในเกาะ เขาถูกปลาทำร้ายจนเลือดที่คางหยดลงไปบนจี้รูปหัวใจสีน้ำเงินที่มีชื่อว่า ‘หัวใจโพไซดอน’ ทำให้ตัวจี้หลอมเข้าไปในตัวเขา จากนั้นมา… จิตสำนึกของเขาก็สามารถสำรวจและควบคุมท้องน้ำรวมถึงทำการเยียวยาและรักษาสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ และนี่ คือหนทางกอบกู้ฟาร์มมรดกของเขา!

Options

not work with dark mode
Reset