ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา – ตอนที่ 1432 การโคจรกลับมาเจอกันของศัตรูคู่แค้น

บาร์ที่พวกเขาเข้ามามีชื่อร้านว่า ‘หิมะกับไฟ’ พอฉินสือโอวเห็นว่าร้านไม่ใหญ่เลยอยากเปลี่ยนไปร้านใหม่ แต่สุดท้ายพวกชาวประมงก็โอดครวญไม่อยากเปลี่ยนร้าน
พอเป็นอย่างนี้เขาก็พอจะรู้แล้วว่าบาร์นี้เป็นบาร์ประเภทไหน หนีไม่พ้นบาร์ระบำเปลื้องผ้าเป็นแน่ ไม่อย่างนั้นคนเถื่อนพวกนี้คงไม่ตื่นเต้นและคงไม่อยากเข้าไปเที่ยวข้างในอย่างออกหน้าออกตาได้ขนาดนี้
แต่ว่าทำไมคนพวกนี้ถึงได้รู้ว่านี่เป็นบาร์ระบำเปลื้องผ้ากันล่ะ? ฉินสือโอวบอกว่ามันยากที่จะเข้าใจนะ เขานั้นดูไม่ออกเลย แถมชื่อร้านก็โอเคไม่มีวี่แววว่าจะสื่อไปในทางนั้นด้วย
เมื่อได้ยินข้อสงสัยของเขาแล้ว ซีมอนสเตอร์ก็หัวเราะคิกคักและพูดขึ้นอย่างภาคภูมิว่า “รับรู้ได้จากกลิ่นน่ะบอส มันจะมีกลิ่นที่ชาวประมงคุ้นเคย!”
ฉินสือโอวไม่พอใจกับคำพูดชวนงงของพวกเขา จึงพูดขึ้น “ประสาทการรับรู้กลิ่นของพวกนายดีขนาดนั้นเลย? หรือพวกชาวประมงจะจมูกดีแค่กับเรื่องนี้หรือเปล่า?”
ชาวประมงพยักหน้าอย่างภูมิใจจากนั้นเขาก็รีบพูดเสริมด้วยมุขแป้กว่า “ก็เหมือนกับหมาที่ได้กลิ่นขี้แม้ว่าจะอยู่ไกลขนาดไหน ใช่ไหมล่ะ?”
ชาวประมงกลุ่มหนึ่งไม่พอใจและได้บ่นขึ้นว่า “เพื่อน อย่าเป็นแบบนี้สิ พวกเรากำลังจะได้กอดสาวสวยเลยนะ แถมยังมีงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยอาหารอันโอชะอีกมากมายรอเราอยู่ในห้องเล็กๆ นี่เลยนะ”
พอผลักประตูของบาร์เล็กๆ นี้ รังสีความเร่าร้อนพร้อมกับเสียงเพลงอึกทึกครึกโครมก็ถาโถมออกมา
ในบาร์คนก็ไม่ถึงกับว่าเยอะ ประมาณสิบกว่าคนเห็นจะได้ ซึ่งเมื่อดูจากการแต่งตัวแล้วเป็นชาวประมงทั้งนั้น และพวกเขาก็แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งนั่งคุยกันอยู่บริเวณบาร์ อีกกลุ่มก็ไปผิวปากแซวผู้หญิงอยู่ที่เวทีตรงกลางร้าน
ฉินสือโอวถอดเสื้อโค้ตออก ข้างในนี้ร้อนมาก และเมื่อมองขึ้นไปเห็นนักเต้นพวกนั้นสวมเพียงแค่…ก็รู้เลยว่า
ทุกอย่างในบาร์นี้ไม่มาตรฐาน ขนาดแค่เขาถอดเสื้อออกยังไม่มีคนมาช่วยดูแล มีเพียงแค่ตะโกนมาบอกประโยคเดียวเท่านั้น “ดูแลทรัพย์สินเงินทองของตัวเองให้ดีๆ ที่นี่ถ้าหายแล้วจะไม่มีคนช่วยหาให้หรอกนะ”
ฉินสือโอวได้แต่ยักไหล่ พลางยื่นเสื้อให้ชาร์คและพูดขึ้น “ดูแลให้ฉันดีๆ ด้วยล่ะ”
จากนั้นซีมอนสเตอร์ก็ยื่นเสื้อให้เขาพร้อมกับบอกว่า “ฝากดูแลให้ฉันด้วยเลยแล้วกันนะพวก”
“ฟัคยู แกมีเหตุผลอะไรมาใช้ให้ฉันเฝ้าเสื้อแกวะ?” ชาร์คสบถด่าซีมอนสเตอร์พร้อมกับโยนเสื้อทิ้งใส่หน้าเขา เพื่อแลกกับเสียงหัวเราะของชาวประมงที่อยู่รอบๆ เขา
ฉินสือโอวสั่งเบียร์ร้อนหนึ่งขวด นี่เป็นเบียร์ที่ร้อนจริงๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกรีนแลนด์
จากนั้นก็มีชาวประมงคนหนึ่งที่นั่งอยู่โซนบาร์เอียงหัวมาถามเขา “เพื่อน ได้ยินสำเนียงของนายแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่คนที่นี่ พวกนายมาจากไหนกันเหรอ?”
ฉินสือโอวตอบ “ใช่แล้ว พวกเราไม่ใช่คนกรีนแลนด์ มาจากนครเซนต์จอห์น แคนาดา นายเคยไปไหม?”
ชาวประมงคนนั้นก็ได้ตอบว่า “แน่นอนสิ ฟาร์มปลาขนาดใหญ่นิวฟันด์แลนด์ ทำไมจะไม่มีคนเคยไปล่ะ?”
“น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่มีขนเจ้าโลกแล้วสักเส้นน่ะ ฮ่าๆ” ชาวประมงไร้มารยาทคนหนึ่งพูดขึ้น ซึ่งคำพูดของเขาก็เรียกเสียงหัวเราะยกใหญ่จากพวกเดียวกัน
ฉินสือโอวยักไหล่ แล้วชายคนที่คุยกับเขาคนแรกก็บอกกับเขาว่า “อย่าไปสนใจไอ้คนพรรค์นั้นเลย ฉันเคยไปเซนต์จอห์นนะ เป็นเมืองที่สุดยอดมากเมืองหนึ่งเลยล่ะ หนึ่งปีมีสี่ฤดู ต่างจากที่นี่นอกจากกลางวันก็เป็นกลางคืนเท่านั้น”
คำพูดของชาวประมงคนนี้ยังถือว่านับถือ ฉินสือโอวจึงพยายามที่จะหาเรื่องคุยต่อ เลยได้ทำการแนะนำตัวเอง “ฉันมาจากเกาะแฟร์เวลแห่งนครเซนต์จอห์น ฉันทำฟาร์มปลา จุดประสงค์หลักในครั้งนี้คือขึ้นเหนือมาดูแสงออโรร่า ไม่ได้มาทำการเก็บเกี่ยวอะไร”
เมื่อได้ยินที่เขาพูด ชาวประมงที่อยู่บริเวณนั้นสองสามคนก็มองเขาด้วยสายตาแปลกๆ แล้วชาวประมงคนที่คุยกับเขาอยู่ก็ถามขึ้นว่า “นายมาจากไหนนะ? เกาะแฟร์เวล? นายทำฟาร์มปลาอยู่ที่เกาะแฟร์เวลงั้นสินะ?”
ฉินสือโอวพยักหน้า พลางคิดในใจว่าตอบอะไรผิดไปหรือเปล่า?
ชาวประมงคนนั้นก็ได้แต่ขำแห้งออกมาสองครั้ง แล้วก็ไม่พูดกับเขาอีก ฉินสือโอวไม่รู้ว่ามีปัญหาตรงไหน แต่ก็ไม่ได้อยากจะสนใจ เขาจึงดื่มเบียร์ที่สั่งมาและหันมาคุยโวกับชาร์คและคนอื่นๆ
พวกเขามาถึงที่บาร์ได้ประมาณครึ่งชั่วโมง ทันใดนั้นประตูบาร์ก็ถูกคนถีบเปิด และมีเสียง ‘กระแทก’ อย่างดังขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความเกรี้ยวกราด “ไอ้ลิงจีนสารเลวที่มาจากเกาะแฟร์เวลมันอยู่ไหนแล้ว?”
ซึ่งนี่บ่งชี้มาหาเขาอย่างชัดเจน สีหน้าของฉินสือโอวถึงกับถอดสี พลางถือขวดเบียร์ยืนขึ้น แต่เขาก็งงว่าทำไมถึงได้มีคนมาหาเรื่องเขาถึงที่นี่ได้? เพราะเขาก็อยู่ดีๆ ของเขา ไม่เคยไปสร้างศัตรูไว้ที่ไหนมาก่อน
จากนั้นชาวประมงท่าทางเหี้ยมโหดก็เดินเข้ามาในร้าน ฉินสือโอวและคนของเขาก็นั่งอยู่ด้วยกันในตำแหน่งที่เห็นได้ชัด หลังจากคนพวกนี้ตะโกนก็เจอที่ที่พวกเขานั่งอยู่ เพราะในบาร์มีคนไม่เยอะ
ฉินสือโอวยืนขึ้น ชาร์คและพวกของเขาก็ยืนขึ้นตามโดยเฉพาะพวกเกิงจุนเจี๋ยห้าคนจะกระตือรือร้นเป็นพิเศษ พวกเขารีบเดินมาแล้วล้อมฉินสือโอวไว้ตรงกลาง
นี่คือกลวิธีในการอยู่รอดของทหาร ถ้าอยากเข้าไปเป็นหนึ่งในกลุ่มอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ยืนหยัดต่อสู้อยู่ข้างพวกเขาก็พอ แล้วคุณก็จะกลายเป็นคนของเขาโดยทันที
ตอนนี้พวกเขามาที่ฟาร์มต้าฉินได้เดือนกว่าแล้ว พอจะเข้าใจในการปฏิบัติตัวของฉินสือโอวต่อผู้อื่นและสถานการณ์การทำงาน และพบว่าการที่ได้สมัครเข้ามาทำงานที่เรือประมงลำนี้เป็นเรื่องที่ดีมาก จากที่พวกเขาได้คุยกับชาร์คและคนอื่นๆ ก็ทำให้รู้ว่าฉินสือโอวชอบแจกโบนัสและขึ้นเงินเดือนให้คนของตัวเอง
ซึ่งนี่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพวกเขาในก่อนหน้านี้
ทางฝ่ายฉินสือโอวมีคนประมาณยี่สิบกว่า แต่ที่มานั้นมีแค่สิบคนแถมแต่ละคนก็แต่งตัวหนาเงอะงะอย่างกับนกแพนกวิน เมื่อทั้งสองฝ่ายมาเผชิญหน้ากัน ความโอหังของพวกนั้นก็ต้องถูกสยบลง
แต่ไม่นาน ชาวประมงในบาร์ก่อนหน้านี้สิบกว่าคนก็ไปยืนอยู่ข้างๆ กับคนกลุ่มนั้น ทำให้การเผชิญหน้าของทั้งสองฝ่ายดูสูสีขึ้นมา
ประชากรของกรีนแลนด์มีน้อยมาก จากสถิติล่าสุดแสดงให้เห็นว่ามีไม่ถึงหกหมื่นคนด้วยซ้ำ แต่ที่จีน มีประชากรในแต่ละเมืองเยอะมาก หกหมื่นคนยังเอาไม่อยู่ และเนื้อที่แต่ละเมืองก็เล็กมากด้วย แต่เนื้อที่ของประเทศนี้ใหญ่มาก คนหกหมื่นคนก็กระจัดกระจายไปตั้งถิ่นฐานในหลายร้อยถิ่นฐาน ซึ่งทำให้แต่ละคนอยู่ไกลกันมาก
สถานการณ์แบบนี้จึงทำให้เกิดความสามัคคีกันของชาวกรีนแลนด์ และความสัมพันธ์ของคนในละแวกเดียวกันก็ดีมากด้วย เวลามีบ้านใดบ้านหนึ่งเจอปัญหา ทั้งละแวกนั้นก็จะมาช่วยกัน ซึ่งแน่นอนว่าการต่อสู้ก็ต้องเป็นแบบนั้นเหมือนกัน
เมื่อเห็นว่าคนของฝ่ายตัวเองเพิ่มเยอะขึ้น ชาวประมงหัวโจกนั้นก็กลับมาลำพองใจอีกครั้ง เขามองมาทางฉินสือโอวอย่างน่ากลัวพร้อมกับถามขึ้น “เห้ย นี่มันพรหมลิขิตจริงๆ เลยนะ ว่าแต่นายยังจำฉันได้ไหม?”
โคมไฟในบาร์มืดสลัวดูแล้วเข้ากับสถานการณ์นี้ดี จากนั้นเจ้าของร้านที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ก็เปิดไฟทุกดวง ทันใดนั้นตรงกลางของบาร์ก็สว่างจ้าขึ้น และพวกสาวนักเต้นที่เต้นอยู่ก่อนหน้าก็พากันหัวเราะคิกคักนั่งดูความสนุกอยู่ข้างเคาน์เตอร์
ฉินสือโอวพิจารณามองหน้าตาของหัวหน้าผู้บึกบึนก็รู้สึกคุ้นหน้า แต่ก็นึกไม่ออก ว่าเคยเจอกันที่ไหน
ชาร์คเข้าไปสะกิดเขาและถามด้วยเสียงเบาๆ ว่า “บอส เอาเลยไหม!”
แล้วเจ้าของร้านก็พูดขึ้นอย่างเฉยเมยว่า “พีท ถ้าจะตีกันไปตีกันข้างนอก อย่ามาทำโต๊ะทำเก้าอี้ร้านฉันพัง ฉันเพิ่งจะเปลี่ยนใหม่ด้วยเนี่ย”
แล้วหัวหน้าชาวประมงคนนั้นก็มองไปยังฉินสือโอวด้วยเจตนาไม่ดีแล้วพูดขึ้น “ไอ้ลิงเหลืองนี่มีเงินเยอะจะตายห่า! ให้มันมาจ่าย ให้มันมาชดใช้ร้านให้…โอ๊ะ แม่งเอ๊ย!”
เขาพูดไปได้แค่ครึ่งเดียว ขวดเบียร์ที่อยู่ในมือฉินสือโอวก็ลอยออกมาโดนเข้ากลางกบาลของหัวหน้าชาวประมงนั่น พร้อมกับมีเสียงดัง ‘ปั้ก’
“ไอ้สารเลวแกกล้าลงมืองั้นเหรอ? จัดการพวกมัน!”
พวกชาวประมงคำรามพร้อมกับวิ่งเข้าใส่ พวกเกิงจุนเจี๋ยห้าคนที่เป็นแนวหน้าก็คว้าโต๊ะคว้าเก้าโยนไปใส่พวกนั้น
…………………………………

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ชีวิตบัดซบของ ‘ฉินสือโอว’ เริ่มต้นด้วยการถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินและถูกให้ออกจากบริษัท หนำซ้ำยังต้องชดใช้จนไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่าห้อง แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรืออะไร เขาพบว่าคุณปู่รองได้ทิ้งพินัยกรรมมูลค่าหลายร้อยล้านไว้ให้ นั่นคือฟาร์มปลาที่แคนาดา แต่ที่นั่นกลับโกโรโกโสทรุดโทรม ปลาสักตัวก็แทบไม่มี นอกจากนั้นยังต้องเสียภาษีการยืนยันพินัยกรรมจำนวนมากอีก จากที่ตอนแรกเขากะจะขายฟาร์มแล้วหอบเงินกลับประเทศจีน กลับต้องฟื้นฟูกิจการฟาร์มปลาเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าภาษี ไม่งั้นจะต้องยอมเสียฟาร์มให้ทางการไป ทว่าระหว่างที่สำรวจทะเลสาบในเกาะ เขาถูกปลาทำร้ายจนเลือดที่คางหยดลงไปบนจี้รูปหัวใจสีน้ำเงินที่มีชื่อว่า ‘หัวใจโพไซดอน’ ทำให้ตัวจี้หลอมเข้าไปในตัวเขา จากนั้นมา… จิตสำนึกของเขาก็สามารถสำรวจและควบคุมท้องน้ำรวมถึงทำการเยียวยาและรักษาสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ และนี่ คือหนทางกอบกู้ฟาร์มมรดกของเขา!

Options

not work with dark mode
Reset