ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา – ตอนที่ 1435 กล่องเวทมนตร์แห่งโจรสลัด

กลับถึงโรงแรม วินนี่ที่กำลังเล่นกับลูกสาวอยู่บนเตียง พอเธอเห็นฉินสือโอวกลับมาก็ทำตาขวางใส่เขาแล้วทอดเสียงถามเขาว่า “ทำไมถึงเพิ่งกลับมาล่ะค่ะ? ไม่ต้องการพวกเราสองคนแล้วงั้นเหรอ?”
เธอหันหน้ามา เถียนกวาเลยถือโอกาสยื่นมืออ้วนน้อยๆ จั๊กจี้ไปที่หน้าอกของเธอ จากนั้นก็หัวเราะขึ้นกันยกใหญ่
แล้วฉินสือโอวก็เข้าไปบีบแก้มวินนี่จากทางด้านข้าง ขณะที่กำลังจะพูดขึ้น วินนี่ก็ผละตัวถอยออก เอามือจับหน้าแล้วพูดด้วยน้ำเสียงขยาดว่า “พระเจ้า ทำไมมือคุณเย็นขนาดนี้? เย็นอย่างกับวิญญาณแน่ะ! อย่ามาโดนตัวฉันนะ ฉันกลัวความเย็น…”
“ให้ความอุ่นแก่มือผมหน่อยนะ” ฉินสือโอวเขยิบเข้าใกล้เธอ
วินนี่ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยที่จะรีบยัดเยียดลูกสาวที่อยู่ข้างหลังให้เขาแล้วพูดว่า “ฉันเอาเด็กตัวอุ่นให้คุณแล้วกัน ตัวเธอร้อนมาก ร้อนกว่าฉันอีก ใช้เธอทำให้มือคุณอุ่นแล้วกันนะคะ”
ภรรยาผู้เด๋อด๋าของเขา ฉินสือโอวมองบน แล้วไปศึกษากล่องที่โต๊ะหนังสือแทน
วินนี่จึงถามด้วยความสงสัยขึ้น “นี่คืออะไรน่ะ?”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน คนที่บาร์แพ้พนันเลยให้สิ่งนี้มาแทนแล้วบอกว่าเป็นสมบัติที่ดึงขึ้นมาจากในทะเล” ฉินสือโอวพูดลอยๆ วินนี่เลยหัวเราะเขาที่โดนหลอก แล้วไม่ได้สนใจอะไรอีก และหันมาเล่นกับลูก
รูปแบบของกล่องนี้เป็นแบบโบราณและเรียบง่าย ทั้งกล่องถูกปกคลุมด้วยน้ำมันวาฬ จึงมองไม่เห็นรายละเอียดข้างในเท่าไร เหมือนจะเห็นแค่ลวดลายสลับซับซ้อนด้านบนพอเลือนราง น้ำมันวาฬพวกนี้แช่อยู่ในก้นทะเลที่เย็นยะเยือกมาประมาณสองสามร้อยปี จนแข็งแกะไม่ออก ไม่ว่าเขาจะใช้ทั้งมือแงะหรือเคาะด้วยไม้ก็ตาม
จึงนำมันไปวางไว้บนเครื่องทำความร้อน แล้วก็ไม่ได้ยุ่งอะไรกับมันผิงมันไปก่อนแล้วค่อยมาดูกันอีกที
กลางคืนผ่านไปอย่างไร้กังวล เขาตื่นหกโมงเช้าตามปกติ พอออกไปดูข้างนอกก็พบว่ามันยังคงมืดสนิทเหมือนกับว่าตอนเก้าโมงสิบโมงพระอาทิตย์ก็ยังคงไม่ขึ้นอยู่ดี
พอไม่มีอะไรทำ เขาจึงกลับไปศึกษากล่องต่อ เป็นเพราะเวลาที่นานเกินไป แรงดันน้ำทะเลลึกสูงไป อุณหภูมิต่ำหรือด้วยเหตุผลอื่นๆ ทำให้ตอนนี้น้ำมันวาฬมีคุณสมบัติเปลี่ยนไป เพราะย่างทั้งคืนแต่ยังคงแข็งอย่างกับหิน
เพื่อเป็นการไม่รบกวนการนอนของวินนี่และเถียนกวา เขาลงไปที่ล็อบบี้ชั้นล่าง ภรรยาเจ้าของโรงแรมก็ตื่นแล้วและกำลังวุ่นอยู่กับการทำความสะอาด และในอ้อมแขนฉงต้าเต็มไปด้วยคุกกี้ที่มันกำลังกินอย่างมีความสุข
พอคุณยายเห็นฉินสือโอวก็ยิ้มทักทาย “พ่อหนุ่ม เธอนี่ตื่นเช้าจังเลยนะ ที่นี่น่ะนอกจากคนที่เลยช่วงวัยรุ่นไปแล้วเขาจะตื่นกันประมาณสิบโมงเลยล่ะ”
ฉินสือโอวยักไหล่แล้วพูดขึ้น “ผมติดนิสัยตื่นเช้าแล้วน่ะครับ ถ้าคุณกำลังยุ่งอยู่ไม่ต้องมาสนใจผมก็ได้นะ ผมก็ว่าจะหาอะไรทำเหมือนกัน”
จากนั้นเจ้าของโรงแรมก็ยกถาดคุกกี้ช็อกโกแลตอันหอมหวนและกาแฟหนึ่งแก้วออกมา พอฉงต้าได้กลิ่นหอมหวานของช็อกโกแลตมันก็รีบลุกขึ้นและมานั่งข้างฉินสือโอวพร้อมกับคุกกี้ที่มันกอดอยู่
พอคุณยายได้เห็นฉากนี้ก็ถึงกับหุบยิ้มไว้ไม่อยู่พลางเข้าไปลูบหูกลมๆ ของฉงต้าแล้วพูดว่า “พ่อหนุ่ม หมีตัวนี้ของเธอมันสุดยอดมากเลยนะ มันฉลาดเป็นพิเศษเลยนะเธอรู้ไหม? เพื่อนตัวน้อยที่น่ารักแสนเจ้าเล่ห์”
ฉินสือโอวมองไปยังหน้าอ้วนโง่ๆ ของฉงต้า และมองก้อนร่างที่คล้ายกับภูเขาลูกเล็กๆ ก็ไม่เห็นตรงไหนเลยที่ดูเจ้าเล่ห์และตรงไหนที่เรียกว่าเพื่อนตัวน้อย
มันกินคุกกี้ในอ้อมแขนหมดภายในสองสามคำ จากนั้นก็ลุกขึ้นแล้วไปสะบัดขนให้เศษคุกกี้ที่อยู่บนตัวมันหลุดออก แล้วมาตะกายไหล่ฉินสือโอวให้ลุกขึ้น พลางมองไปยังคุกกี้ในถาดด้วยตาปริบๆ
ฉินสือโอวจึงหยิบยัดเข้าปากมันไปสองสามชิ้นแล้วขอค้อน มีดหั่นอาหาร และสว่านอย่างละเล่มเพื่อเอามาแงะน้ำมันวาฬที่แข็งตัวออกด้วยความระมัดระวัง
และตอนที่เจ้าของโรงแรมเอาเครื่องมือมาให้ฉินสือโอวพอเห็นเข้ากับกล่องในมือของเขา ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมา “เอ้า พ่อหนุ่ม นายไปได้กล่องเวทมนตร์แห่งโจรสลัดมาจากไหนเนี่ย?”
“กล่องเวทมนตร์แห่งโจรสลัด?” ฉินสือโอวจึงถามอย่างสงสัย
เจ้าของโรงแรมพยักหน้าแล้วตอบว่า “ใช่แล้ว กล่องเวทมนตร์แห่งโจรสลัด นายรู้ใช่ไหมว่าชื่อกรีนแลนด์ได้มาจากอะไรน่ะ? เป็นชื่อที่พวกโจรสลัดตั้ง เพราะเมื่อก่อนที่นี่เป็นสวรรค์ของพวกคนชั่ว ทำผิดกฎหมายและโจรสลัด รู้ใช่ไหม?”
เรื่องพวกนี้ฉินสือโอวรู้อยู่แล้ว ชื่อภาษาอังกฤษของเกาะกรีนแลนด์คือ Greenland ซึ่งหมายความว่าเกาะกลางแม่น้ำสีเขียว ถูกตั้งชื่อโดยโจรสลัดผู้ยิ่งใหญ่นามว่าอีริค และเขาก็ได้อธิบายไว้ในบันทึกถึงเหตุผลที่ตั้งเช่นนั้น “สมมติว่าที่แห่งนี้มีชื่อเรียกที่ซึ้งกินใจ มันจะดึงดูดคนจำนวนมากให้มาที่นี่อย่างแน่นอน ถ้าเป็นอย่างนั้นตอนนี้ฉันคงมีอะไรให้ทำมากกว่านี้แล้ว”
ฉินสือโอวบอกว่าเขารู้แล้ว เจ้าของโรงแรมก็พยักหน้ารับทราบแต่ก็พูดขึ้นอีกว่า “แล้วนายรู้ว่าค้นพบบันทึกของอีริคอยู่ที่ไหน?” เขาชี้ไปยังกล่องที่อยู่บนโต๊ะนั่น “กล่องเวทมนตร์แห่งโจรสลัด เป็นกล่องที่เหล่าโจรสลัดเก็บของสำคัญเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นบันทึกการเดินเรือ บันทึกการปล้นและอื่นๆ”
“แล้วทำไมคุณถึงดูออกว่านี่คือกล่องเวทมนตร์แห่งโจรสลัดล่ะครับ?” ฉินสือโอวถามด้วยความสนใจใคร่รู้เป็นอย่างมาก
เจ้าของโรงแรมเลยพูดขึ้น “ก็ง่ายมาก เพราะพวกไวกิ้งนั้นรู้กันทุกคน แล้วอีกอย่างปกติแล้วกล่องเวทมนตร์แห่งโจรสลัดจะใช้น้ำมันสัตว์หรือไม่ก็น้ำมันวาฬมาเคลือบไว้หนึ่งชั้นเช่นนี้ถึงจะได้กันน้ำกันความเย็น และยังป้องกันของข้างในโดนพวกน้ำทะเล ความชื้นหรืออากาศกัดกร่อน ซึ่งกล่องนายมันก็ดูเป็นอย่างนั้นนิ”
พอพูดจบ เจ้าของโรงแรมก็เดินออกไปแล้วไปเก็บของ ฉินสือโอวถามเขา “แล้วคุณไม่สงสัยเหรอว่าของข้างในคืออะไร?”
เจ้าของโรงแรมตอบกลับ “ไม่ ฉันไม่สงสัยหรอก พูดจริงๆ นะพ่อหนุ่ม อย่าไปตั้งความหวังกับมันไว้มากเกินไป อันดับแรกเลย นี่อาจจะไม่ใช่กล่องเวทมนตร์แห่งโจรสลัดจริงๆ ก็ได้ เพราะพวกเราชาวประมงในกรีนแลนด์ส่วนมากจะใช้วิธีนี้ในการปิดตายกล่อง รองลงมาถึงนี่จะเป็นกล่องเวทมนตร์แห่งโจรสลัดจริงแต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเรื่องลึกลับที่คนพวกนี้เขียนไว้เพื่อหลอกให้สับสน”
ฉินสือโอวยังคงอดทนในการเปิด เขาไม่ได้คาดหวังอะไรเพียงแค่ใช้ของสิ่งนี้เพื่อฆ่าเวลาเฉยๆ
น้ำมันวาฬเมื่อจับตัวกันแล้วยิ่งแข็งเข้าไปใหญ่ แต่ก็กรอบมากเช่นกัน ฉินสือโอวตีๆ เคาะๆ อยู่สักพัก ก้อนน้ำมันวาฬก็แตกออก เผยให้เห็นกล่องน้ำตาลดำ เขาเปิดมันอย่างระมัดระวัง แล้วข้างในก็มีสมุดหนึ่งเล่มจริงๆ นอกจากนั้นยังมีเหรียญกษาปณ์ทรงกลมอีกด้วย
เนื่องจากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทั้งแรงดันสูงและความเย็นจัด บวกกับมีทั้งน้ำทะเลและน้ำมันวาฬคอยกั้นอากาศเอาไว้ เหรียญกษาปณ์พวกนี้จึงไม่เหมือนกับที่ฉินสือโอวเจอตอนอยู่ก้นทะเล ไม่มีแม้แต่คราบน้ำ และพอแผ่ออกก็สะท้อนแสงสีทองระยิบระยับ
พอฉินสือโอวเห็นแล้ว เขาก็รีบใส่กุญแจกล่องทันทีทันใด เวลานี้พวกชาวประมงพากันตื่นแล้ว ล็อบบี้ก็มีคนเยอะขึ้น ถ้าให้เหรียญกษาปณ์พวกนี้ถูกคนเห็นคงจะไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร
พอปิดกล่องไว้เรียบร้อย เขาก็เปิดสมุดดู ซึ่งกระดาษของสมุดเล่มนี้เป็นหนังแกะฟอก นิ่มแต่แข็งแรง อีกทั้งเมื่อสัมผัสกับอากาศอย่างกะทันหันกลับไม่เกิดการออกซิเดชันจนขาดยุ่ย เพราะถ้าเป็นกระดาษธรรมดาทั่วไป ที่ถูกป้องกันไม่ให้โดนอากาศมาสองสามร้อยปีขนาดนั้นหากได้สัมผัสกับอากาศอย่างกะทันหันคงไม่เหลือแล้ว
แต่ที่ทำให้เขาผิดหวังก็คือ ในสมุดเขียนด้วยภาษาละติน ซึ่งเขาอ่านไม่ออกสักประโยค นี่จึงทำให้เขาผิดหวังเป็นอย่างมาก
ยังดีที่เขามีคนที่จะสามารถไปขอความช่วยเหลือได้อยู่ หลังจากที่เขาทำการถ่ายภาพทุกหน้าและถ่ายเหรียญกษาปณ์อย่างละเอียดแล้ว เขาก็ส่งให้บิลลี่และเบลคช่วยแปลให้เขา
แต่ตอนนี้ทั้งสองคนไม่ได้ออนไลน์อยู่ ฉินสือโอวรออยู่สักพักไม่มีคนตอบกลับ แต่พอเห็นพระอาทิตย์ขึ้นแล้วเขาจึงออกจากโรงแรมไป
……………………………………………………..

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ชีวิตบัดซบของ ‘ฉินสือโอว’ เริ่มต้นด้วยการถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินและถูกให้ออกจากบริษัท หนำซ้ำยังต้องชดใช้จนไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่าห้อง แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรืออะไร เขาพบว่าคุณปู่รองได้ทิ้งพินัยกรรมมูลค่าหลายร้อยล้านไว้ให้ นั่นคือฟาร์มปลาที่แคนาดา แต่ที่นั่นกลับโกโรโกโสทรุดโทรม ปลาสักตัวก็แทบไม่มี นอกจากนั้นยังต้องเสียภาษีการยืนยันพินัยกรรมจำนวนมากอีก จากที่ตอนแรกเขากะจะขายฟาร์มแล้วหอบเงินกลับประเทศจีน กลับต้องฟื้นฟูกิจการฟาร์มปลาเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าภาษี ไม่งั้นจะต้องยอมเสียฟาร์มให้ทางการไป ทว่าระหว่างที่สำรวจทะเลสาบในเกาะ เขาถูกปลาทำร้ายจนเลือดที่คางหยดลงไปบนจี้รูปหัวใจสีน้ำเงินที่มีชื่อว่า ‘หัวใจโพไซดอน’ ทำให้ตัวจี้หลอมเข้าไปในตัวเขา จากนั้นมา… จิตสำนึกของเขาก็สามารถสำรวจและควบคุมท้องน้ำรวมถึงทำการเยียวยาและรักษาสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ และนี่ คือหนทางกอบกู้ฟาร์มมรดกของเขา!

Options

not work with dark mode
Reset