ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา – ตอนที่ 1548 หญิงเหล็กสอนลูกสาว

หลังจากฉินสือโอวกลับไปถึงฟาร์มปลาแล้ว วินนี่ก็โล่งใจได้สักที เธอพูดว่า “สองวันมานี้ฉันตกใจมากเลย ในข่าวบอกว่าปีนี้ทางสมาคมพิทักษ์แมวน้ำกับเหล่านักล่าแมวน้ำได้เกิดการนองเลือดกันขึ้น ฉันยังนึกว่าเป็นคนของพวกคุณซะอีกค่ะ”
เมื่อได้ยินคำนี้ ฉินสือโอวก็ถามออกไปอย่างสงสัยว่า “เกิดการนองเลือดเลยเหรอ? ผมไม่รู้เลยนะ สองวันมานี้ไม่ได้ดูข่าวเลย ทางพวกเราแม้ว่าจะเกิดการปะทะกันหลายครั้ง แต่ว่าก็ไม่มีเลือดตกยางออกนะ”
หากว่าโรบินได้ยินคำนี้แล้ว จะต้องเข้ามาซัดเขาหมัดหนึ่งแน่ ใจของฉันน่ะเลือดไหลไม่หยุดเลย!
กลับมาได้ไม่กี่ชั่วโมง พ่อกับแม่ของฉินสือโอวก็เตรียมอาหารค่ำ แล้วเรียกเขาไป ให้เขามาทำขนมแผ่นผักป่าด้วยกัน
ในจานมีผักที่หั่นไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งต้นหอมป่า ขึ้นฉ่ายป่า ผักกูด และจำพวกผักกระเป๋าเงินของคนเลี้ยงแกะ ถูกสับเตรียมไว้แล้วเต็มจาน กลิ่นหอมของผักป่าสดคลุ้งไปทั่วห้องครัว ฉินสือโอวเข้าไปแล้วก็อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจไปเฮือกหนึ่ง
พ่อของฉินสือโอวหยิบแท่งน้ำมันออกมาจากตู้เย็น แล้วพูดว่า “ต้องใช้น้ำมันประหยัดหน่อยนะ นี่น่ะเป็นน้ำมันหมูป่าอันสุดท้ายแล้ว”
หมูป่าที่ฟาร์มปลาเลี้ยงไว้ไม่ได้การ แถมยังเลี้ยงพวกท้องโตทั้งฝูงไว้อีก ชาวประมงสี่ห้าสิบคนมากินข้าวพร้อมกัน หมูตัวหนึ่งกินหมดได้อย่างสบายๆ เลย ดังนั้นปกติถ้าไม่มีงานอะไรพวกเขาจึงไม่ฆ่าหมูป่ากัน
ฉินสือโอวหั่นก้อนน้ำมันหมูเป็นหลายแผ่นแล้ววางไว้ แล้วไปช่วยแม่ใช้ไข่ขาวนวดแป้ง ส่วนพ่อของฉินสือโอวก็ทำการผสมไส้หมูกับผักป่าเพื่อทำแผ่นผักป่า
แผ่นผักเป็นอาหารที่ต้องใช้ทั้งกำลังและฝีมือ การนวดแป้งเป็นงานที่เหนื่อยมาก ฉินสือโอวแอบขี้เกียจ เอาเครื่องนวดแป้งออกมาให้แม่ใช้เครื่องช่วยนวดแป้ง แม่ของฉินสือโอวตบไปที่เขาทีหนึ่งแล้วด่าว่า “ลูกนี่ขี้เกียจจริงๆ เครื่องนวดแป้งจะนวดให้อร่อยได้อย่างไร? รีบนวดเร็ว!”
ฉินสือโอวทำการนวดมาได้แผ่นหนึ่ง แล้วก็เรียกอีวิลสันที่อยู่หน้าประตูเข้ามา แล้วพูดหว่านล้อมเขาว่า “มา อีวิลสัน มานวดแป้งให้พี่ฉินเร็ว ตอนกลางคืนจะได้มีหมูสับนึ่งห่อแป้งกลิ่นหอมฉุยกิน”
เมื่อได้ยินว่ามีของกิน อีวิลสันก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที เขาหัวเราะเงอะงะ มือที่ใหญ่ราวกับพัดนวดแป้งไปมาบนอากาศ แล้วพูดพึมพำว่า “กินขนม กินขนมอบ อร่อยมาก อีวิลสันชอบกินมาก!”
ตอนแรกพ่อกับแม่ของฉินสือโอวไม่เข้าใจว่าทำไมฉินสือโอวถึงรับเลี้ยงชายหนุ่มที่ไอคิวต่ำแบบนี้ แต่ภายหลังหลังจากที่ได้เห็นการทำงานของอีวิลสันแล้วก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว อีวิลสันคนเดียวสามารถทำงานในฟาร์มปลาได้เท่ากับคนถึงห้าคน แน่นอนว่ากินข้าวก็กินเท่ากับคนห้าคนด้วย
แต่ว่านี่ไม่เป็นไร ฟาร์มปลาไม่ขาดของกินอยู่แล้ว แถมอีวิลสันยังว่านอนสอนง่าย ไม่ก่อเรื่องอะไรอีกด้วย วันๆ ถ้าไม่กินข้าวก็คือทำงาน
เมื่อเห็นแรงในการนวดแป้งของอีวิลสันแล้ว พ่อของฉินสือโอวก็ทอดถอนใจออกมาว่า “ถ้าเด็กคนนี้มาอยู่ในทีมของเราก่อนหน้าแล้วล่ะก็ สามารถใช้งานได้เท่ากับเครื่องลากหนึ่งเครื่องเลยนะ!”
เนื้อวัวที่เหมาเหว่ยหลงเอามาให้ตอนปีใหม่ยังมีเหลืออยู่บ้างในห้องแช่แข็ง พอดีเลยสามารถเอามาใช้ในการทำแผ่นผักป่าในครั้งนี้ เนื้อวัวพวกนี้คุณภาพดีมาก เต็มไปด้วยลายไขมันเส้นหินอ่อนที่สวยงาม หลังจากสับแล้วยังมีกลิ่นคาวเลือดนิดๆ อีกด้วย
ไส้ผักและแป้งที่นวดเสร็จแล้วได้กลับมารวมกันอีกครั้ง แป้งในตอนนี้ได้มีความแน่นระดับหนึ่งแล้ว สามารถป้องกันการซึมของน้ำผักและน้ำจากหมู และรักษารสชาติของแป้งไว้ได้ หลายคนทำแผ่นผักจะใช้แป้งผสมไปกับไส้ผักเลย สุดท้ายแป้งและผักจะผสมกัน ทำให้รสชาติไม่อร่อย
น้ำมันถั่วลิสงลงไปในกระทะ แม่ของฉินสือโอวไม่ชินกับการใช้น้ำมันมะกอกสักที แต่อย่างไรเสียการใช้น้ำมันถั่วลิสงผัดผักก็หอมที่สุดอยู่ดี
แผ่นผักเป็นแผ่นๆ ได้ถูกทอดออกมาอย่างรวดเร็ว หลังจากเปิดกระทะอบไฟฟ้าแล้วก็มีกลิ่นหอมลอยออกมา
ผู้ใหญ่หนึ่งเด็กหนึ่งยืนรออยู่ข้างๆ หลังจากได้กลิ่นหอมแล้ว อีวิลสันก็รีบเอาจานที่เหมือนกับอ่างของเขามา เถียนกวาก็ถือจานเล็กพลาสติกของเธอมาด้วย ทั้งสองพากันใช้ดวงตาที่ส่องประกายนั้นจ้องไปที่แผ่นผักพวกนั้น
แผ่นผักกระทะแรกล้วนให้อีวิลสันทั้งหมด แม้ว่ายังไม่ถึงเวลาอาหารค่ำ แต่อย่างไรเสียเมื่อกี้เขาก็เป็นแรงหลักในการทำอาหารล่ะนะ
ฉินสือโอวเป่าให้เย็นแล้วก็ยื่นให้เถียนกวา ก่อนจะกินยัยตัวเล็กยื่นให้แม่ของฉินสือโอว แล้วพูดเสียงหวานว่า “คุณย่า กิน”
ใบหน้าของแม่ของฉินสือโอวเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ท่านทำทีว่ากินไปคำหนึ่ง ยัยตัวเล็กก็เอาไปให้พ่อของฉินสือโอวแล้วพูดว่า “คุณปู่ กิน”
สุดท้ายถึงตาฉินสือโอว ผ่านไปรอบนึงแล้ว แผ่นผักไม่เล็กลงไปแม้แต่น้อย
สุดท้ายเสี่ยวเถียนกวาวิ่งไปหาวินนี่ ยกขึ้นแล้วพูดว่า “หม่าม๊า กิน”
วินนี่ดีใจสุดขีด เธออุ้มยัยตัวเล็กขึ้นมาด้วยสีหน้าอ่อนโยนแล้วพูดว่า “เถียนกวาเด็กดี กตัญญูด้วย เป็นเด็กที่ดีจริงๆ”
“หม่าม๊า กิน” ยัยตัวเล็กยกแผ่นผักขึ้นอย่างดีใจ
วินนี่กินไปคำหนึ่ง แผ่นผักเล็กลงไปกว่าครึ่งเลย ไม่ใช่ว่าเธอปากใหญ่ แต่แผ่นผักที่ฉินสือโอวให้ลูกสาวมีขนาดใหญ่เท่าหนึ่งฝ่ามือเท่านั้น อย่างไรเสียเด็กก็กินของได้ไม่เยอะอยู่ดี ให้เยอะไปก็เสียเปล่า
ยัยตัวเล็กเอาแผ่นแป้งกลับมาอย่างเงอะงะ เธอกะพริบตาปริบๆ มองไปที่แผ่นผักที่เหลืออยู่ ปากน้อยๆ เบะออก แล้วเริ่มร้องแงๆ ขึ้นมา
ฉินสือโอวพิงประตูห้องครัวอยู่เห็นฉากนี้ แล้วอดใจไม่ได้ จึงหัวเราะร่าออกมา
เมื่อได้ยินเสียงหลานสาวร้องไห้ พ่อและแม่ของฉินสือโอวก็รีบวิ่งออกมาถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ยัยตัวเล็กเห็นแม่ของฉินสือโอวแล้ว ก็ยื่นมือไปขออุ้ม แม่ของฉินสือโอวมาอุ้มเธอไปจากอกของวินนี่ แล้วปลอบพร้อมถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
เถียนกวายกแผ่นผักที่เหลือเพียงครึ่งเดียวขึ้นมา ไม่ต้องพูดก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
วินนี่ที่เต็มไปด้วยสีหน้าไร้เดียงสา พูดว่า “เป็นอะไรไป? ลูกสาวร้องอะไรคะ?”
แม่ของฉินสือโอวพูดว่า “หนูกินแผ่นขนมของเด็กไป นี่เขาคงไม่พอใจแล้วล่ะ”
พูดจบ เธอก็ปลอบอีกว่า “ไม่ร้องๆ นะ เด็กน้อยคนเก่งไม่ร้องนะ เดี๋ยวย่าจะเอาให้อีกแผ่น เอาแผ่นใหญ่ที่สุดให้เลย!”
พ่อและแม่ของฉินสือโอวอุ้มเด็กจากไป วินนี่มองไปที่ฉินสือโอวอย่างแปลกใจแล้วถามว่า “เมื่อกี้ฉันทำอะไรผิดเหรอคะ?”
ฉินสือโอวแอบพูดในใจว่าซวยแล้ว การสั่งสอนที่แตกต่างของฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกได้เริ่มขึ้นแล้ว เขารีบพูดว่า “ไม่ได้ทำอะไรผิดจ๊ะไม่ได้ทำอะไรผิดเลย…”
วินนี่มองเขา แล้วพูดด้วยเสียงจริงจังว่า “อย่ามาอึกอักนะ ที่รัก บอกฉันเร็ว เมื่อกี้ฉันทำอะไรไป?”
ฉินสือโอวบอกว่า “ลูกสาวเอาขนมให้คุณกิน เป็นแค่การถามเพื่อมารยาทเท่านั้น ความจริงเธอไม่อยากให้คุณกิน เมื่อกี้เธอก็เอาให้พ่อแม่แล้วก็ผมกินแล้ว พวกเราต่างก็แกล้งทำเป็นกัดไปคำหนึ่งทั้งนั้น แต่ความจริงไม่ได้กินจริงๆ หรอก”
วินนี่พูดอย่างไม่พอใจว่า “ทำไมต้องแกล้งด้วยล่ะคะ? ในเมื่อลูกสาวอยากจะแบ่งปันของกับเรา พวกเราก็ต้องร่วมแบ่งปันด้วยสิคะ”
ฉินสือโอวบอกว่า “นี่น่ะเป็นความแตกต่างของวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกน่ะโอเคไหม?”
วินนี่ไม่สามารถเข้าใจได้ แม้ว่าในครอบครัวของเธอจะมีภาพวัฒนธรรมของจีนหลงเหลืออยู่ แถมเธอยังเคยไปอาศัยอยู่ที่ปักกิ่งอยู่ช่วงหนึ่งในวัยเด็กด้วย แต่การสั่งสอนที่เธอได้รับล้วนเป็นแบบตะวันตกทั้งนั้น พ่อแม่ของเธอสอนเธอให้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง และในนั้นไม่ได้รวมเรื่องนี้อยู่ด้วย
ฝั่งนี้เขาต้องอธิบาย ส่วนฝั่งห้องครัวก็ยังมีคนกำลังแหกปากร้องอยู่ แผ่นผักที่ทำเสร็จเมื่อกี้ นอกจากแผ่นผักครึ่งแผ่นที่ให้ยัยตัวเล็กไปแล้ว แผ่นอื่นๆ ได้ให้อีวิลสันไปหมดแล้ว แม่ของฉินสือโอวพาเธอกลับไปที่ห้องครัวแล้วก็ให้เธอรอ เธอรู้สึกว่าถูกทำร้าย จึงเริ่มร้องไห้ต่อ
อีวิลสันกำลังนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อยอยู่บนพื้น เมื่อเห็นยัยตัวเล็กยื่นมือชี้ไปที่ขนมของเขาแล้ว เขานิ่งไปพักหนึ่ง แล้วก็ฉีกออกมาครึ่งแผ่นยื่นให้เธออย่างเสียดาย แล้วพูดว่า “กิน หนูก็กินด้วย”
ยัยตัวเล็กเริ่มเอาแต่ใจเป็นแล้ว หลังจากรับครึ่งแผ่นนั้นมาแล้ว ก็ยื่นมือจะเอาอีกครึ่งหนึ่ง
วินนี่เข้ามาพูดพร้อมรอยยิ้มว่า “ครึ่งแผ่นก็พอแล้วนี่นา ลูกรัก หนูกินได้ไม่มากหรอก กินครึ่งแผ่นก็พอแล้ว โอเคไหมคะ?”
ยัยตัวเล็กเบะปากเริ่มร้องไห้ต่อ ฉินสือโอวก็เข้ามาปลอบด้วย แต่เธอไม่สนใจอะไรทั้งนั้น จะเอาแผ่นผักทั้งแผ่นเท่านั้น
……………………………

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ชีวิตบัดซบของ ‘ฉินสือโอว’ เริ่มต้นด้วยการถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินและถูกให้ออกจากบริษัท หนำซ้ำยังต้องชดใช้จนไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่าห้อง แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรืออะไร เขาพบว่าคุณปู่รองได้ทิ้งพินัยกรรมมูลค่าหลายร้อยล้านไว้ให้ นั่นคือฟาร์มปลาที่แคนาดา แต่ที่นั่นกลับโกโรโกโสทรุดโทรม ปลาสักตัวก็แทบไม่มี นอกจากนั้นยังต้องเสียภาษีการยืนยันพินัยกรรมจำนวนมากอีก จากที่ตอนแรกเขากะจะขายฟาร์มแล้วหอบเงินกลับประเทศจีน กลับต้องฟื้นฟูกิจการฟาร์มปลาเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าภาษี ไม่งั้นจะต้องยอมเสียฟาร์มให้ทางการไป ทว่าระหว่างที่สำรวจทะเลสาบในเกาะ เขาถูกปลาทำร้ายจนเลือดที่คางหยดลงไปบนจี้รูปหัวใจสีน้ำเงินที่มีชื่อว่า ‘หัวใจโพไซดอน’ ทำให้ตัวจี้หลอมเข้าไปในตัวเขา จากนั้นมา… จิตสำนึกของเขาก็สามารถสำรวจและควบคุมท้องน้ำรวมถึงทำการเยียวยาและรักษาสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ และนี่ คือหนทางกอบกู้ฟาร์มมรดกของเขา!

Options

not work with dark mode
Reset