ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา – ตอนที่ 1686 ฟอเรสต์ทาวน์

เห็นได้ว่าตระกูลแบรนดอนให้ความสำคัญกับฉินสือโอวมาก ไม่นานก็จะเป็นงานแต่งงานของเขา แบรนดอนยุ่งมากแน่นอน แต่เขาก็ยังมารับด้วยตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้นตอนที่ส่งเขาถึงคฤหาสน์ของตระกูล ก็พบว่ามีคนต่อแถวรออยู่
ท่านชายฉินที่อยู่ในรถบ้านอึ้งนิดหน่อย และถามว่า “เพื่อน อย่าบอกฉันนะว่านั่นคือครอบครัวของนาย และยิ่งไม่ต้องบอกฉันนะว่า พวกเขากำลังรอฉัน”
แบรนดอนยักไหล่ “แน่นอน พวกเขาก็กำลังรอนายอยู่”
ท่านชายฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และพูดว่า “ฉันไม่ได้หน้าใหญ่ขนาดนี้จริงไหม? พี่ใหญ่ พวกนายไม่จำเป็นต้องทำเอิกเกริกแบบนี้ให้ฉันรึเปล่า?”
เขารู้สึกจริงๆ ว่า ตระกูลแบรนดอนให้ความสำคัญกับเขามากไปนิดหน่อย
แบรนดอนยิ้ม “นายมองตัวเองไม่สำคัญเกินไปแล้ว นายไม่รู้หรอกว่าในโลกแห่งการเงิน ตอนนี้นายมีชื่อเสียงที่โดดเด่นมากแค่ไหน! อันที่จริง สำหรับลูกค้าที่มีบัตรอเมริกันเอ็กซ์เพรสเลเวล 3 ทุกคน พวกเราก็ต้องต้อนรับแบบนี้ทุกครั้ง”
ฉินสือโอวพูดอย่างประหลาดใจ “ฉันยังไม่ใช่เลเวล 3 นะ ของฉันไม่ใช่เลเวล 2 เหรอ?”
แบรนดอนขยิบตาใส่เขา “ฉันรู้ แต่ความจริงนายอยู่ห่างจากเลเวล 3 ไม่มาก เลเวล 1 ของบัตรอเมริกันเอ็กซ์เพรสดูจากมูลค่า เลเวล 2 จะประเมินตามความสามารถในการใช้จ่าย จนถึงเลเวล 3 ซึ่งดูศักยภาพ ฉันคิดว่าในแวดวงธุรกิจทั่วทั้งแคนาดา ไม่มีใครมีศักยภาพมากกว่านายแล้ว”
เขาพูดถูก ถ้าพูดถึงแค่ศักยภาพ ฉินสือโอวเป็นคนที่ไม่มีใครเทียบได้ ถ้าเขาเต็มใจจะทำเงิน ขอแค่หมกมุ่นอยู่กับสมบัติในมหาสมุทรและหาสายพันธุ์ที่ดีขึ้นเข้าสู่ตลาดการเกษตร เวลา 4 ปีก็เพียงพอที่จะกลายเป็นยักษ์ใหญ่แล้ว
ตอนที่ลงจากรถ ฉินสือโอวรู้สึกอายมาก เขากับวินนี่คิดว่าแค่มาเข้าร่วมงานแต่งงานในฐานะเพื่อน ดังนั้นตอนที่แบรนดอนไปรับพวกเขา จึงไม่ได้บอกว่าจะไปที่ตระกูลหรือโรงแรม วินนี่ก็แอบหนีไปกับเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว
เมื่อจะต้องเผชิญหน้ากับการต้องรับที่อบอุ่นจากผู้อื่น ท่านชายฉินก็รู้สึกอายแล้ว นี่เป็นการดูถูกคนนิดหน่อย โดยเฉพาะหู่จือกับเป้าจือที่กลั้นฉี่ตอนอยู่บนเครื่องบิน เมื่อลงจากรถพวกมันก็หาต้นไม้อ้าขาและเริ่มฉีดน้ำออกมาเสียงดังซ่า
แต่คนของตระกูลแบรนดอนกลับไม่สนใจ พวกเขาจับมือและกอดทำความรู้จักกับฉินสือโอวทีละคนๆ หลังจากนั้นก็ให้แบรนดอนไปเดินเล่นในคฤหาสน์เป็นเพื่อนเขา
ฉินสือโอวรีบโบกมือ และพูดว่า “เพื่อน ถ้านายมีเรื่องอื่นต้องทำ ก็รีบไปเถอะ ฉันพาเจ้าตัวน้อยพวกนี้ไปเดินเล่นด้วยตัวเองได้ ยิ่งไปกว่านั้นฉันคิดว่า บิลลี่กับเบลคก็ใกล้มาถึงแล้วเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”
เทียบกับงานแต่งงานของเขา งานแต่งงานของแบรนดอนจะส่วนตัวกว่ามาก คาดว่านี่ก็คือประเพณีที่คนยุโรปชอบพูดถึง การปรับใช้คฤหาสน์ให้คล้ายกับในอดีต เพียงแต่การทำความสะอาดจะสะอาดกว่า และก็มีคนเทียวไปเทียวมาหนาแน่นกว่านิดหน่อย
บิลลี่กับเบลครีบมาที่นี่ในวันเดียวกันกับที่เขามาถึง พวกเขารวมตัวกันแต่ไม่มีเรื่องอื่นให้คุย เขานำสมบัติในเรืออับปางของขวานดำออกมาอีกครั้ง
การพิจารณาคดีใกล้เข้ามาแล้ว หลายวันก่อนฉินสือโอวตามเออร์บักไปอ่านแฟ้มคดีนี้ ดังนั้นจึงเข้าใจเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น เหมือนอย่างที่พวกเขาคิด คดีนี้ยุ่งยากนิดหน่อย แต่ความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะชนะก็มากขึ้นเล็กน้อย
แต่เบลคกลับไม่กังวลกับการจัดการสมบัติกองนี้ เขาหวังว่าจะมีการรายงานคดีที่เกี่ยวข้องมากขึ้นอีกสักนิด แบบนี้ก็จะประหยัดค่าโฆษณางานประมูลของพวกเขาไปอีก ตอนที่พูดถึงเรื่องนี้เขาก็แนะนำทั้ง 2 คนว่า “ก่อนหน้านี้คนสเปนจะฟ้องพวกเรา นอกจากลูกค้าประจำบางคน ก็ไม่มีใครถามเรื่องที่พวกเรามีส่วนเกี่ยวข้องกับสมบัติของโจรสลัดอีก แต่เนื่องจากสื่อเริ่มรายงานคดีนี้ คนที่สนใจจึงเยอะขึ้นมาในทันที ตอนนี้มีคนอย่างน้อย 20 คนโทรมาถามว่างานประมูลของพวกเราเริ่มเมื่อไหร่ทุกวัน”
ฉินสือโอวพยักหน้า เรื่องนี้สามารถใช้ความเศร้าโศกกลายเป็นความสุขมาอธิบายได้ คิดไม่ถึงว่าจะได้รับผลประโยชน์นี้
เขายังได้รับวัตถุโบราณกับศิลปวัตถุทางวัฒนธรรมกองหนึ่งจากในเรือโรบินฮู้ดของซิซิลีอีก ยิ่งไปกว่านั้นดูเหมือนว่ามูลค่าจะไม่ต่ำ โดยเฉพาะคทาชุดนั้น ล้ำค่าอย่างแน่นอน น่าเสียดายที่ เขาไม่สามารถนำออกมาขายในที่สาธารณะได้ ศิลปวัตถุทางวัฒนธรรมพวกนั้นถูกลิขิตว่าจะต้องเก็บไว้ในมือของเขา
แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เขาเก็บกู้เรืออับปางมาขนาดนี้ ตอนนี้ศิลปวัตถุทางวัฒนธรรมที่เก็บไว้ก็มีไม่มาก ศิลปวัตถุทางวัฒนธรรมพวกนี้เก็บไว้เป็นอย่างดี หลังจากนั้นก็ทิ้งไว้ให้ลูกหลาน ถึงเวลานั้นเมื่อนำมรดกตกทอดของครอบครัวมาจัดแสดงหรือขาย ก็ไม่มีใคร ไม่มีรัฐบาลมาจับผิด
ความจริงหลังจากนั้นหลายสิบปี โลกนี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ไม่มีใครรู้ บางทีสงครามโลกครั้งที่ 3 อาจจะเริ่มขึ้น ถึงเวลานั้นวัตถุโบราณกับศิลปวัตถุทางวัฒนธรรมอาจไม่มีมูลค่าแล้วก็เป็นได้
แต่ไม่ว่าโลกในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ขอเพียงแค่มีหัวใจโพไซดอน ฉินสือโอวรู้สึกว่าอย่างน้อยก็ปกป้องครอบครัวของตัวเองให้ปลอดภัยและมั่นคงได้นั่นคือปัญหาที่ไม่มีแน่นอน
เมื่อวินนี่กลับมาถึงในตอนค่ำ ฉินสือโอวก็เล่าเรื่องที่วันนี้บุคคลสำคัญในครอบครัวของแบรนดอนมารอต้อนรับพวกเขา เธอรีบแต่งหน้าและพาเขาไปติดต่อแบรนดอนอีกครั้งเพื่อเยี่ยมบุคคลที่ค่อนข้างสำคัญในตระกูลนี้อีกรอบ
หลังจากอดทนทำงานเป็นนายกเทศมนตรีมา 1 ปี วินนี่นอกจากความสง่างามและความใจกว้างจะมากแล้วความมั่นใจในตัวเองและความเป็นผู้นำก็มากเหมือนกัน มีเธออยู่เคียงข้าง ฉินสือโอวก็ไม่จำเป็นต้องสนใจอะไรอีก แค่ต้องทนรับสายตาขี้อิจฉาของคนรอบข้างให้ได้ก็พอ
ความเก่งกาจของวินนี่อยู่ที่ตรงนี้ เธอเก่งมาก แต่จะมองว่าฉินสือโอวเก่งกว่าตลอด แม้ว่าฉินสือโอวจะพูดอะไรไม่พูดอะไรแค่ยืนอยู่ตรงนั้นก็ตาม
วันต่อมา แบรนดอนเตรียมรถคาดิลแลคประธานาธิบดีให้ฉินสือโอว หลังจากนั้นก็ปล่อยให้พวกเขาไปเที่ยวเล่นในเมืองด้วยตัวเอง เขาต้องไปซ้อมใหญ่ในงานแต่งงานและยังต้องรับแขกอีก ยุ่งจนเท้าไม่แตะพื้น เทียบกับฉินสือโอวนั้นเขาจะยุ่งกว่าเยอะ
ส่วนรถคาดิลแลค ฉินสือโอวไม่สามารถพูดได้ว่าเขาชอบมัน แค่เริ่มคุ้นเคยแล้วเท่านั้นเอง เมื่อมาถึงเมืองเล็กๆ อย่างลอนดอน การขับรถคาดิลแลคก็เป็นไปตามฤดูกาล เพราะทางใต้ของมันคือคาร์ซิตี้ของสหรัฐอเมริกาดีทรอยต์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของรถคาดิลแลค
หู่เป้าฉงหลัวเจ้าตัวน้อยฝูงนี้ถูกทิ้งไว้ที่คฤหาสน์ บิลลี่กับเบลคก็ไม่มีอะไรทำ จึงช่วยดูพวกมันให้พอดี แม้แต่ลูกสาวฉินสือโอวกับวินนี่ก็ทิ้งไว้เหมือนกัน
ยัยตัวเล็กไม่สนใจ ขอเพียงแค่อยู่กับหู่เป้าฉงหลัว เธอติดพ่อแม่มาตลอด และยิ่งมีความสุขที่ได้เล่นกับตัวเอง กลับกันอยู่กับฉินสือโอวยังต้องถูกแกล้งอีกต่างหาก
เมืองลอนดอนเป็นเมืองที่จริงจังมาก ตามหลักการแล้วมันตั้งอยู่ระหว่างโทรอนโตกับคาร์ซิตี้ดีทรอยต์ ทั้งสามด้านล้อมรอบไปด้วยทะเลสาบออนแทรีโอ ทะเลสาบอิรีและทะเลสาบฮูรอน นั่นสามารถอธิบายได้ว่ามันเป็นสถานที่อันเลื่องชื่อลือนามที่อัจฉริยะบุรุษเคยไป แต่ด้วยความที่เมืองแห่งนี้ก็ไม่ค่อยมีคนอยู่ รวมทั้งหมดแล้วยังไม่ถึง 5 แสนคนเลย
เมื่อรถขับเข้าไปในเมือง ฉินสือโอวก็เห็นว่าทุกหนทุกแห่งเป็นต้นไม้สูงตระหง่านกับสนามหญ้าสีเขียวเข้ม วินนี่แนะนำเขาว่าพื้นที่สีเขียวของเมืองนี้มีมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นเมืองแห่งต้นไม้เมืองหนึ่ง เขามองไปตลอดทางและรู้สึกว่าคำพูดนี้ใกล้เคียงมากจริงๆ
ถนนในเมืองนี้ไม่ถือว่าตรงแต่สะอาดเป็นพิเศษ คนขับรถก็ไม่เยอะ ระบบการจราจรมีประสิทธิภาพสูงมาก คนที่อาศัยและทำงานในเมืองแบบนี้ ไม่เคยต้องกังวลว่าการจราจรจะติดขัดเมื่อไหร่
เมื่อเดินทางไปตามทางของมหาวิทยาลัยแห่งเวสเทิร์นออนแทริโอ คนก็เริ่มค่อยๆ เยอะขึ้น วินนี่บอกเขาว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้มีนักเรียนทั้งหมดมากกว่า 2 หมื่น 5 พันคน รวมลูกจ้างที่เกี่ยวข้อง จำนวนคนก็จะมีมากกว่า 3 หมื่น 5 พันคน ถ้ามองว่ามันเป็นชุมชน งั้นมันก็เป็นชุมชนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองลอนดอน
……………………
Related

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ชีวิตบัดซบของ ‘ฉินสือโอว’ เริ่มต้นด้วยการถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินและถูกให้ออกจากบริษัท หนำซ้ำยังต้องชดใช้จนไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่าห้อง แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรืออะไร เขาพบว่าคุณปู่รองได้ทิ้งพินัยกรรมมูลค่าหลายร้อยล้านไว้ให้ นั่นคือฟาร์มปลาที่แคนาดา แต่ที่นั่นกลับโกโรโกโสทรุดโทรม ปลาสักตัวก็แทบไม่มี นอกจากนั้นยังต้องเสียภาษีการยืนยันพินัยกรรมจำนวนมากอีก จากที่ตอนแรกเขากะจะขายฟาร์มแล้วหอบเงินกลับประเทศจีน กลับต้องฟื้นฟูกิจการฟาร์มปลาเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าภาษี ไม่งั้นจะต้องยอมเสียฟาร์มให้ทางการไป ทว่าระหว่างที่สำรวจทะเลสาบในเกาะ เขาถูกปลาทำร้ายจนเลือดที่คางหยดลงไปบนจี้รูปหัวใจสีน้ำเงินที่มีชื่อว่า ‘หัวใจโพไซดอน’ ทำให้ตัวจี้หลอมเข้าไปในตัวเขา จากนั้นมา… จิตสำนึกของเขาก็สามารถสำรวจและควบคุมท้องน้ำรวมถึงทำการเยียวยาและรักษาสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ และนี่ คือหนทางกอบกู้ฟาร์มมรดกของเขา!

Options

not work with dark mode
Reset