ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา – ตอนที่ 1737 แลนดิ้งแล้ว

ตี้หลูกับเปากงไม่มีประสบการณ์ในการว่ายน้ำมาก่อน แต่ทว่าเชอร์ลี่ย์มักพาพวกมันมาวิ่งแถวชายทะเลเป็นประจำ ชายทะเลทรายนุ่มละเอียด  ม้าพันธุ์อเมริกัน เพนต์ยังไม่โตเต็มตัวจำต้องดูแลรักษากีบเท้าเอาไว้ การมาออกกำลังกายในที่แบบนี้จะดีกว่าบนสนามหญ้าขึ้นมานิดหน่อย
พวกมันนึกว่าฉินสือโอวเป็นเหมือนกับเชอร์ลี่ย์ พอมาถึงชายหาดแล้วก็เริ่มวิ่งอย่างดีอกดีใจขึ้นมา
วินนี่สมัครเรียนคลาสขี่ม้าให้เชอร์ลี่ย์ทางออนไลน์ โลลิต้าตั้งหน้าตั้งตาเรียนมาก ก่อนหน้านี้เธอใช้วิธีการฝึกม้าของชนชั้นสูงที่ถูกต้องมาสอนม้าสองตัวนี้ ดังนั้นท่าทางการวิ่งของพวกมันในตอนนี้ทั้งมั่นคงและโอ่อ่า เต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็นผู้ดี ทำให้คนที่เห็นรู้สึกสุขใจสบายตาอย่างแน่นอน
แต่ฉินสือโอวไม่ได้อยากให้พวกมันมาวิ่งเล่น เขาเข้าไปดึงตัวเปากงที่ดื้อที่สุดไว้ ชี้ไปที่น้ำทะเลแล้วพูดว่า “ลงไปอาบน้ำ เร็ว”
เปากงจ้องตาที่ทั้งโตทั้งเป็นประกายนั้นมองดูเขาอย่างสงสัย ฉินสือโอวชี้ไปที่ทะเลหลายครั้ง มันคิดๆ สักพัก แล้วก็ก้าวขาสั้นๆ วิ่งไปที่ชายทะเล เตะคลื่นน้ำตรงชายทะเลเล่นไปเรื่อย เชอร์ลี่ย์เองก็มักจะพาพวกมันมาเล่นแบบนี้ด้วย
ตี้หลูเห็นแล้วก็ทำตาม วิ่งตามเข้าไปด้วย แล้วทำเหมือนกับเปากงโดยการวิ่งเหยียบคลื่นทะเลเล่นอย่างสนุกสนาน แถมยังส่งเสียงร้องดีใจ ‘ฮี้ๆ’ ออกมาเป็นระยะๆ ด้วย
ฉินสือโอวยักไหล่อย่างจนปัญญา เขาคงต้องเข้าไปช่วยพวกเขาด้วยตัวเอง เขายื่นมือไปผลักเปากงเพื่อจะผลักมันลงไปเขตน้ำลึก แต่เปากงกลับวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว ท่านชายฉินวิ่งไล่ตาม แต่ก็ไล่ไม่ทัน!
“ให้ตายสิ ฉันล่ะเชื่อกับแกจริงๆ!” ท่านชายฉินด่าพลางหายใจหอบ เมื่อกี้เขาวิ่งไล่ตามไปสองกิโลเมตร ยิ่งวิ่งยิ่งไกล แต่เปากงกลับนึกว่ากำลังเล่นกับมันอยู่
ไม่มีทางเลือก ท่านชายฉินเปลี่ยนแผนแล้ว เขายืนอยู่ที่ชายหาดกวักมือเรียก ม้าสองตัวจ้องมองมาด้วยตาคู่โตนั้น แล้วก็วิ่งมาหาเขาอย่างไม่เต็มใจ เขาจูงเปากงและตี้หลูเดินไปทางท่าเรือ เพื่อที่จะผลักพวกมันลงทะเลจากบนนั้น
ลมทะเลพัดตีอย่างแรง ขนยาวของม้าพันธุ์อเมริกัน เพนต์ได้ปลิวสยายไปมา เปากงเงยหน้าขึ้นหาแสงอาทิตย์แล้วส่งเสียงร้องที่สดใสออกมา แสงอาทิตย์สาดส่อง คลื่นทะเลม้วนซัด ให้ความรู้สึกอุกอาจเล็กน้อยเหมือนกัน
ฉินสือโอวถือโอกาสนี้ผลักเปากงไปสุดแรง แต่ว่าเปากงฉลาด มันระวังฉินสือโอวไว้ตลอด พอเขาออกแรงชนไปข้างหน้า มันก็กระโดดหลบออกไปอย่างรวดเร็ว ท่านชายฉินที่ตั้งตัวไม่ทันยืนไม่มั่นคง จึงตกลงไปในน้ำทั้งอย่างนั้น เหมือนกับกระโดดลงทะเลฆ่าตัวตายเลย…
แบล็คไนฟ์ที่อยู่บนฝั่งเห็นแล้วก็ตกใจหน้าถอดสี รีบวิ่งเข้าไปดึงเขามาที่ท่าเรือ แล้วพูดอย่างตกใจว่า “บอส คุณมีเรื่องคิดไม่ตกเหรอครับ? คุณพูดกับพวกเราได้นะครับ ทำไมถึงเลือกแบบนี้ล่ะ?”
ฉินสือโอวถอดเสื้อยืดที่เปียกโชกออก โยนลงไปบนท่าเรืออย่างโกรธแค้น จ้องไปที่เปากงแล้วพูดว่า “แบล็คไนฟ์ ฉันจะปิดทางตรงนี้ไว้ นายไปไล่เจ้าม้าตัวนั้นลงทะเลไป!”
แบล็คไนฟ์พูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า “โอเค เรื่องนี้ง่ายครับ คุณรอดูผมแล้วกันครับบอส”
ระหว่างพูด เขาก็หักนิ้วมือแล้วเดินไปข้างหน้า กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ นั้นได้ดันจนเสื้อกั๊กสีเขียวโผล่ออกมา ดูไปแล้วเต็มไปด้วยกลิ่นอายของชายชาตรีอย่างที่สุด
เปากงกะพริบตามองแบล็คไนฟ์ด้วยสายตาสงสัย นี่คือจะทำอะไรเนี่ย? มันไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร จึงได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
แบล็คไนฟ์กลัวว่าจะทำให้ม้าตัวนี้ตกใจ เขารู้ว่านี่เป็นของรักของหวงขององค์หญิงใหญ่เชอร์ลี่ย์ หากว่าทำร้ายตัวใดตัวหนึ่งแล้วล่ะก็ งั้นพอเชอร์ลี่ย์กลับมาแล้วต้องมาเลาะกระดูกเขาแน่ เมื่อคิดได้แบบนี้ เขาจึงเข้าไปสางขนให้เปากงก่อน จากนั้นก็พามันไปยืนริมท่าเรือ แล้วค่อยผลักก้นมันจากด้านหลัง
แต่แค่เดินไปด้านหลังม้าเท่านั้น เปากงก็ใช้ท่าดีดขาไปด้านหลังที่รวดเร็วราวความเร็วเสียง เตะไปโดนหน้าอกของแบล็คไนฟ์จนเขาลอยออกไปเลย…
“ชิ…ท!!!” แบล็คไนฟ์ทันส่งเสียงออกมาได้แค่เสียงเดียวเท่านั้น จากนั้นก็ถูกถีบจนจมลงไปในคลื่นทะเลเลย
เพราะตกใจในเสียงร้องของเขา ตี้หลูกับเปากงจึงวิ่งออกไปอย่างไม่ลังเลในทันที วิ่งเรียบไปทางท่าเรือไปถึงชายหาด จากนั้นก็ยืนด้วยกันมองไปที่ฉินสือโอวด้วยสายตาไร้เดียงสา
ฉินสือโอวเข้าไปดึงตัวแบล็คไนฟ์ที่โชคร้ายขึ้นมา แบล็คไนฟ์เองก็สะบัดเสื้อลงไปที่ท่าเรืออย่างหัวเสีย ตะโกนว่า “ฟัค ใจกล้าเสียจริงนะ ถึงกลับกล้าเตะฉันเลยเหรอ? เจ็บจริงๆ เลย! บอสคุณยืนดูอยู่นี่ก็พอครับ ผมจะต้องไล่พวกมันลงทะเลให้ได้!”
พูดจบ ทหารใหญ่ชาติอเมริกาก็วิ่งไปทางเปากงกับตี้หลู ทั้งสองตัวกลับมาทำตัวสงบเรียบร้อยอีกครั้งกะพริบตาปริบๆแล้วยืนอยู่ตรงชายหาด ยินยอมให้พี่ทหารใหญ่จับพวกมันอีก
แบล็คไนฟ์สีหน้าเคร่งเครียดกัดฟันอยากจะลากเปากงลงไปในน้ำ แต่ขาทั้งสี่ของเปากงปักหลักไว้บนทราย ยังคงไม่ขยับเขยื้อนสักนิด และมองไปยังแบล็คไนฟ์ด้วยสายตาไร้เดียงสาอีกเช่นเคย
ฉินสือโอวกำลังมองดูทั้งสองฝ่ายเย่อกันอยู่อย่างสนุกสนาน ทันใดนั้นโทรศัพท์เขาก็ดังขึ้น เรื่องนี้ทำให้เขาแปลกใจพอสมควร โทรศัพท์ไอโฟนนี่เจ๋งจริงเชียว ถึงขั้นกันน้ำได้ด้วย เมื่อกี้ที่เขาตกลงไปในทะเลเขานึกว่าโทรศัพท์จะพังไปแล้วเสียอีก
มองดูเบอร์ที่โทรเข้ามา เป็นเบอร์โทรศัพท์สัญญาณดาวเทียมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เขาจึงรับสายด้วยความสงสัย ถามว่า “สวัสดีครับ ฉินสือโอวจากฟาร์มปลาต้าฉินครับ ไม่ทราบว่าคุณคือ?”
“หนูคือใครคุณไม่รู้จักเหรอ? ฉิน พวกคุณกำลังทำอะไรกับลูกรักของหนูคะ?” เสียงสดใสของเชอร์ลี่ย์ดังออกมาจากลำโพง
พอได้ยินคำพูดไม่พอใจของเธอแล้ว ท่านชายฉินก็ตกใจมาก ให้ตายสิจริงหรือเปล่าเนี่ย ใครคาบข่าวไปบอกโลลิต้ากัน? คงไม่ใช่เพราะม้าสองตัวนี้ส่งเสียงระยะพันลี้ไปส่งข่าวหรอกนะ?
ในตอนนี้เองที่มีเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มขึ้นมา เพราะมีเสียงของคลื่นและลมทะเล ทำให้เสียงเครื่องยนต์ไม่ได้ดังมาก เสียงแว่วออกมาพอได้ยินเท่านั้น
ฉินสือโอวตั้งสติได้เงยหน้าขึ้นมอง เห็นเครื่องบินพาณิชย์ลำหนึ่งบินอยู่ฟ้าเหนือทะเล เนื่องด้วยความสูงทำให้มองเห็นไม่ชัด
เสียงของเชอร์ลี่ย์ดังขึ้นมาอีกครั้ง “ไม่ต้องมองแล้ว ก็คือพวกเรานี่แหละ พวกเรากลับมาแล้ว!”
ท่านชายฉินตกใจอีกครั้ง “พวกเธออยู่บนเครื่องบิน? แล้วเธอเห็นบนพื้นได้อย่างไร?”
โลลิต้าหัวเราะออกมาอย่างได้ใจ พูดว่า “แน่นอนว่าหนูมีวิธีสิคะ เหอะๆ ความจริงหนูกะว่าจะมองลงมาดูฟาร์มปลาเสียหน่อย นึกไม่ถึงว่ากลับได้เห็นเรื่องเลวๆ ของคุณกับคุณลุงแบล็คไนฟ์ซะงั้น! หนูจะลงโทษพวกคุณ!”
ฉินสือโอวพูดว่า “โอเคๆ งั้นฉันไม่คุยละ เดี๋ยวไปจัดแจงให้พวกเธอลงจอดก่อน พวกเธอลงจอดอย่างปลอดภัยก่อนค่อยว่ากันแล้วกัน”
“ไม่ต้องแล้วค่ะ พวกหนูจะลงตอนนี้เลย เดี๋ยวเจอกันค่ะ” เชอร์ลี่ย์ทิ้งท้ายคำพูดปริศนาไว้ จากนั้นก็วางสายไปทันที
ฉินสือโอวกำลังสงสัยอยู่ จากนั้นเขาก็เห็นจุดดำๆ ลอยลงมาจากบนท้องฟ้า จุดดำพวกนี้ยิ่งอยู่ยิ่งใหญ่ขึ้น ในที่สุดก็ได้กลายเป็นก้อนเมฆหลากสีหลายก้อนกลางอากาศ
“เฮ้ย กระโดดร่มเหรอ?!” ฉินสือโอวอดที่จะร้องออกมาไม่ได้ “ให้ตายสิ ใครให้พวกเธอกระโดดร่มกันเนี่ย? อันตรายแค่ไหน เจ้าเด็กพวกนี้รู้บ้างไหมเนี่ย?”
แบล็คไนฟ์เห็นแล้วก็ปล่อยเปากงแล้ววิ่งเข้ามา เมื่อได้ยินคำพูดของฉินสือโอวแล้ว เขาก็ปลอบใจว่า “ไม่เป็นไรหรอกครับ พวกเขาอยู่ในความสูงที่ปลอดภัย กระโดดร่มไม่มีอันตรายอย่างแน่นอนครับ พวกเราเตรียมไปลากพวกเขาจากทะเลกันเถอะครับ ถ้าเกิดอยู่ในทะเลแล้วถูกร่มคลุมไว้แล้วล่ะก็ นั่นล่ะอันตรายของจริงเลย”
ฉินสือโอวพูดอย่างร้อนใจว่า “ใช่ไง ฉันก็หมายถึงแบบนี้แหละ ให้ตายสิ กระโดดร่มลงน้ำอันตรายแค่ไหนรู้ไหม?”
โดยทั่วไปแล้วร่มชูชีพจะมีขนาดใหญ่มาก หลังจากลงพื้นแล้วมักจะลงมาไล่ๆกันกับผู้ที่กระโดด หากอยู่บนพื้นก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่หากอยู่บนทะเลงั้นปัญหาก็จะค่อนข้างใหญ่เลย เพราะว่าหลังจากคนตกลงไปในทะเลแล้วจะจมลงไปในน้ำ พอเป็นแบบนั้นแล้วร่มชูชีพก็จะคลุมไปบนทะเลรอบๆ นั้น แม้ว่าคนจะลอยขึ้นมาแล้วแต่ก็ถูกร่มชูชีพคลุมไว้อยู่ดี
……………………
Related

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ชีวิตบัดซบของ ‘ฉินสือโอว’ เริ่มต้นด้วยการถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินและถูกให้ออกจากบริษัท หนำซ้ำยังต้องชดใช้จนไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่าห้อง แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรืออะไร เขาพบว่าคุณปู่รองได้ทิ้งพินัยกรรมมูลค่าหลายร้อยล้านไว้ให้ นั่นคือฟาร์มปลาที่แคนาดา แต่ที่นั่นกลับโกโรโกโสทรุดโทรม ปลาสักตัวก็แทบไม่มี นอกจากนั้นยังต้องเสียภาษีการยืนยันพินัยกรรมจำนวนมากอีก จากที่ตอนแรกเขากะจะขายฟาร์มแล้วหอบเงินกลับประเทศจีน กลับต้องฟื้นฟูกิจการฟาร์มปลาเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าภาษี ไม่งั้นจะต้องยอมเสียฟาร์มให้ทางการไป ทว่าระหว่างที่สำรวจทะเลสาบในเกาะ เขาถูกปลาทำร้ายจนเลือดที่คางหยดลงไปบนจี้รูปหัวใจสีน้ำเงินที่มีชื่อว่า ‘หัวใจโพไซดอน’ ทำให้ตัวจี้หลอมเข้าไปในตัวเขา จากนั้นมา… จิตสำนึกของเขาก็สามารถสำรวจและควบคุมท้องน้ำรวมถึงทำการเยียวยาและรักษาสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ และนี่ คือหนทางกอบกู้ฟาร์มมรดกของเขา!

Options

not work with dark mode
Reset