ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา – ตอนที่ 266 เอาอาหารมื้อใหญ่มาก่อน

บทที่ 266 เอาอาหารมื้อใหญ่มาก่อน
โดย
Ink Stone_Fantasy

เมื่อมองไปที่เชอร์ลี่ย์ ฉินสือโอวจึงกลืนน้ำลายอีกครั้ง จากนั้นจึงคิดว่าตัวเองช่างแย่เสียจริง นี่เป็นเพียงแค่เด็กสาวและยังเป็นลูกอีกด้วย ตัวเองคิดอะไรที่ไม่เหมาะสม
แต่เชอร์ลี่ย์กลับนึกว่าฉินสือโอวอยากจะกินไข่ที่เรียกว่า ‘ไข่ขน’ จึงพูดซักไซ้ไล่เลียงทันทีว่าอะไรคือไข่ขน
ฉินสือโอวอธิบายไม่ถูก กอร์ดอนที่กำลังตะลึงอยู่นั้นก็ได้ยินคำถามนี้เข้า เขาหัวเราะแหะๆ ออกมา และมองไปที่เชอร์ลี่ย์ด้วยเจตนาที่ไม่ดี จากนั้นเขาก็โยกย้ายสองขาเหมือนจิ๊กโก๋และเอ่ยขึ้นว่า “เธออยากรู้เหรอว่าไข่ขนคืออะไร? อันนี้ฉันรู้ เมื่อสองวันก่อนฉันปัสสาวะกับพวกเจส พวกเขาเห็นไข่ของฉันมีขนขึ้น เลยเรียกสิ่งนี้ว่า ‘ไข่ขน’ ไง”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ฉินสือโอวแทบจะล้มทั้งยืน แม่งอะไรกันเนี่ย เด็กพวกนี้ช่างพูดอะไรลามกและรุนแรงมาก
เชอร์ลี่ย์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าของฉินสือโอวคือหญิงสาวผู้มีบุคลิกน่ารักและไร้เดียงสา แต่อยู่ตรงหน้าของกอร์ดอนกลับกลายเป็นพี่สาวที่มีบุคลิกเข้มงวด
เมื่อได้ยินคำพูดของกอร์ดอน ใบหน้าที่สวยงามของเธอก็แดงก่ำขึ้นมา ไม่รู้ว่าเธอรู้สึกโกรธหรือรู้สึกอาย เธอจับหูกอร์ดอนและทำเหมือนออกแรงบิด จากนั้นก็ใช้มือตีไปที่ท้ายทอยของเขาและดุด่าขึ้นว่า “กอร์ดอน ดูนายสิ ทำอย่างกับเด็กนักเลงไม่มีผิด! พระเจ้า! ฉันคิดไม่ถึงจริงๆ ว่านายจะกลายมาเป็นเด็กเลวแบบนี้…”
กอร์ดอนจึงร้องขึ้นมาอย่างน่าสงสาร เขาทำหน้ามุ่ยและร้องเรียกมิเชล “ช่วยฉัน เสียวหมี่ นายช่วยฉันหน่อยสิ!”
มิเชลมองไปที่เชอร์ลี่ย์และพูดอ้ำๆ อึ้งๆ เชอร์ลี่ย์ยิ้มอย่างอ่อนหวานและเอ่ยขึ้นว่า “เสียวหมี่ นายก็อยากพูดเรื่องไข่ขนให้ฉันฟังเหรอ?”
มิเชลจึงตัดสินใจดำเนินการอย่างรวดเร็วโดยการยื่นมือไปตบหัวกอร์ดอนอย่างแรงและเอ่ยขึ้นว่า “กอร์ดอน นายมันเป็นนักเลง นายมันเป็นนักเลงจริงๆ นักเลงจะต้องตกนรก นายต้องตกนรก!”
พาวลิสยักไหล่ให้กับฉินสือโอว เขาแบมือออกแล้วเดินถอยกลับไป จากนั้นจึงพูดกับเชอร์ลี่ย์ขึ้นว่า “ฉันจะไปซ้อมขับรถแล้ว ฉันยังจะต้องเอาแชมป์เอฟวันมาให้ลุงฉินกับปู่เออร์อีกนะ”
ฉินสือโอวจับแม่ไก่ออกมาจากคอกหนึ่งตัว กอร์ดอนยื่นมือออกไปขอความช่วยเหลือจากเขาด้วยสีหน้าที่เศร้าและสิ้นหวัง เหมือนกับเด็กชาวยิวที่ถูกจับโดยชุทซ์ชตัฟเฟิล[1] “ฉิน ช่วยผม ช่วยๆ ผมหน่อยเถอะ ผมไม่อยากตายตรงนี้…”
เมื่อเห็นเขาแสดงออกอย่างสิ้นหวังขนาดนี้ ฉินสือโอวจึงเกิดความเห็นใจ เชอร์ลี่ย์จึงพูดขึ้นด้วยความโกรธ “ฉิน เขากำลังแสดงละคร อย่าไปหลงกล กอร์ดอนชอบแสดงละครมากที่สุด หนูยังไม่ได้ออกแรงบิดหูเขาเลย!”
ฉินสือโอวยังคงเดินเข้าไป กอร์ดอนคิดว่าตัวเองได้รับความช่วยเหลือแล้ว จึงแสดงออกอย่างเบิกบานใจขึ้นมาทันที ฉินสือโอวเห็นแล้วจึงชะงักงง เด็กคนนี้เคยเรียนการแสดงเปลี่ยนหน้ากากงิ้วเสฉวนเหรอ?
ในแววตาที่เฝ้าคอยของกอร์ดอน ฉินสือโอวก็ได้ให้ความปวดหัวกับเขา โดยพูดกับเชอร์ลี่ย์ขึ้นว่า “สั่งสอนเขาให้หนัก คิดไม่ถึงว่าจะกล้าพูดทะลึ่งกับพี่สาวและโกหกฉัน!”
ฉินสือโอวเดินออกไปไกลแล้ว แต่ก็ยังได้ยินเสียงร้องที่ดังแหลมของกอร์ดอน เสียงร้องแบบนี้ได้ทำให้ฉงต้านึกถึงความทรงจำที่ไม่ดีบางอย่าง มันจึงลุกขึ้นมาและยื่นอุ้งเท้าไปดึงเสื้อผ้าของฉินสือโอวไว้ มันเดินไปพลางและมองไปที่ข้างหลังอย่างกังวลไปพลาง
บุชอยู่บนสนามหญ้าด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย ในนี้มีแต่คนและสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย มันจึงค่อนข้างเงียบและประพฤติตัวดี แต่เชอร์ลี่ย์และคนอื่นๆ ไม่รู้ว่าเจ้าตัวเล็กนี้คือนกอินทรีหัวขาวที่ยังเยาว์วัย เมื่อเห็นว่ามันดูขี้เหร่และสกปรก จึงไม่ได้ให้ความสนใจต่อมัน
ฉินสือโอวได้โยนแม่ไก่ลงบนสนามหญ้า ในที่สุดบุชก็หาเพื่อนเล่นเจอแล้ว มันจึงโผเข้าไปหยอกเล่นกับแม่ไก่ตัวนั้น
สุดท้าย นีลเซ็นก็ได้ถือมีดขึ้นมาและฟันลงไปด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย จากนั้นเลือดก็กระเด็นออกมา
บุชตกใจกลัวมาก ก่อนหน้านี้มันไม่เคยยื่นคอร้องเสียงแหลม ‘แควกแควก’ ที่มีความถี่สูงแบบนี้มาก่อน ดังนั้นนิมิตส์ที่กำลังบินอยู่ในระดับความสูงที่ต่ำ เมื่อได้ยินเสียงร้องที่รีบเร่งของมัน จึงรีบบินลงมาทันทีและกางปีกออกเพื่อบังบุชไว้
บุชได้ตกใจกลัวมากจริงๆ ถึงแม้ว่านิมิตส์จะปกป้องมันไว้ แต่มันก็ยังคงร้องอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงทำให้นิมิตส์รู้สึกโมโหจนขนที่อยู่บนตัวได้กระจุยขึ้นมา มันร้องเสียงแหลมใส่นีลเซ็น ยื่นลำคอออกมา เหมือนกับอยากที่จะเริ่มบุกโจมตี
นีลเซ็นจึงจำเป็นต้องวิ่งหนีไป เพราะถ้าหากยังทำต่อไป ก็จะเกิดการจู่โจมขึ้นมา
ในตอนค่ำ ฉินสือโอวก็ได้เป็นคนตระเตรียมอาหารเย็น โดยมีเชอร์ลี่ย์เป็นผู้ช่วย และแน่นอน หญิงสาวผู้น่ารักคนนี้สามารถทำอาหารด้วยตัวเองได้หลายอย่างแล้ว เธอทำไข่คลุกแตงกวาได้น่ากินและอร่อยกว่าฉินสือโอวเสียอีก
 เปลือกแตงกวาที่มีสีเขียวสดและเนื้อในเป็นสีเหลืองอ่อน เมื่อใช้น้ำมันพริกและน้ำมันหอยราดไว้ข้างบน ทำให้สีเขียวได้กลายเป็นสีเขียวมันขลับมากขึ้น และสีเหลืองก็กลายเป็นสีเหลืองมันขลับขึ้นเช่นกัน เชอร์ลี่ย์ได้หั่นไข่เจียวให้แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและใส่ลงไป ซึ่งเหมือนกับโรยดอกไม้เล็กๆ ลงบนอาหารไม่มีผิด ดูแล้วสวยงามเป็นอย่างมาก
ฉินสือโอวได้ทำผัดถั่วฝักยาว และยังเอาพริกหยวกและเนื้อหมูป่ารมควันมาทำเป็นเบคอนผัดพริก สำหรับมะเขือเทศก็ยังคงเอามาผัดกับไข่ไก่ ส่วนมะเขือยาวนั้นมีประโยชน์มากที่สุด เชอร์ลี่ย์ได้เอามาทำมะเขือยาวผัดซอส จากนั้นก็เติมถั่วฝักยาวกับพริกหยวกเพื่อทำเป็นผัดสามเซียน
แม่ไก่ที่นีลเซ็นได้ฆ่าเสร็จแล้วก็ได้เอามาตุ๋นด้วยหม้ออัดแรงดัน ข้างในหม้อมีเห็ดหอมป่าและเห็ดหัวลิงตากแห้งที่พาวลิสได้เก็บมาจากเกาะกลางของทะเลสาบเฉินเป่าอยู่ด้วย และการเอาแม่ไก่มาตุ๋นรวมกับโป๊ยกั๊ก กลิ่นที่หอมหวนนั้นชวนให้น้ำลายสอ
เดิมทีฉินสือโอวอยากที่จะย่างลูกหมูด้วย แต่สุดท้ายเหล่าหมูป่านั้นโตกันไวมาก ปัจจุบันลูกหมูต่างก็มีน้ำหนักยี่สิบกว่ากิโลแล้ว แต่ทว่าเตาย่างก็ยังคงวางอยู่ ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนมาทำย่างเป็ดแทน
ในความเป็นจริงแล้วขั้นตอนในการทำเป็ดย่างแบบแขวนเตานั้นยุ่งยากมาก ซึ่งอาจจะทำให้รู้สึกหงุดหงิดได้ ฉินสือโอวรู้สึกขี้เกียจ เขาจึงลดขั้นตอนในการทำลงเล็กน้อย
หลังจากที่ย่างให้ไขมันในหนังเป็ดเข้าไปในเนื้อแล้ว เขาก็ยัดสมุนไพรและเครื่องเทศเข้าไปในท้องเป็ด และทาบนหนังเป็ดด้วยซอส น้ำเชื่อมเมเปิลและน้ำมันหอย จากนั้นก็เอาเข้าไปย่างต่อ
การทำเป็ดย่างแบบนี้สามารถทำได้กับแค่เพียงเป็ดที่ฉินสือโอวได้เลี้ยงไว้เท่านั้น เพราะว่าถ้าไม่มีการปรุง เนื้อเป็ดจะต้องสดนุ่มและอร่อย เป็ดที่เลี้ยงด้วยอาหารสัตว์ทั่วไป ถ้าเอามาทำอาหารแบบนี้ รสชาติคงจะแย่มากแน่นอน
พลังแห่งโพไซดอนได้เคยปรับแก้เป็ดพวกนี้มาก่อน การนำมาย่างเช่นนี้จึงเป็นวิธีที่ดีกว่า โดยไม่ต้องใช้เครื่องปรุงรสมากเกินไป ก็จะสามารถรักษาความอร่อยของเนื้อเป็ดไว้ได้มากที่สุด
ในตอนค่ำสนามหญ้าที่อยู่หน้าวิลล่าก็สว่างไสวเหมือนกับตอนกลางวันไม่มีผิด ฉินสือโอวไม่ได้ใช้โต๊ะอาหาร แต่ได้ปูผ้าคลุมโต๊ะผืนใหญ่ลงบนหญ้าโดยตรง ทุกคนเปลือยเท้านั่งลงบนพื้นรวมกันเป็นกลุ่ม หู่จือ เป้าจือ ฉงต้า ต้าป๋าย เสี่ยวหมิง บุช นิมิตส์และกระรอกดินได้นั่งเข้าหากันเป็นครอบครัว
คนที่กินเนื้อก็กินเนื้อ คนที่กินผักก็กินผัก กินผลไม้ก็กินผลไม้ ส่วนคนที่กินพิซซ่าก็กินพิซซ่า
โอ้ ถึงเวลานี้แล้วอีวิลสันก็ยังคงนั่งกินพิซซ่าอยู่ ไม่ใช่ว่าฉินสือโอวทำกับข้าวไม่เพียงพอสำหรับทุกคน แต่เป็นเพราะว่าในครั้งนี้ได้ออกไปจากเกาะแฟร์เวลเป็นเวลาถึงครึ่งเดือน ทำให้อีวิลสันไม่ได้กินพิซซ่าจากร้านพิซซ่ามังกี้เลย ดังนั้นเขาจึงคิดถึงอาหารนี้มาก
ฉินสือโอวได้ขบเคี้ยวผักที่ปลูกในสวนของบ้านตัวเองอย่างเอร็ดอร่อย กินอาหารหนึ่งคำ กินไอซ์ไวน์อีกหนึ่งอึก และแสดงออกอย่างอิ่มอกอิ่มใจ
คลื่นทะเลได้ซัดสาดเข้ามายังหาดทรายที่อยู่ไม่ไกลนัก เสียงคลื่นกระทบติดต่อต่อกันช่างไพเราะน่าฟัง ลมทะเลพัดผ่านมาอย่างช้าๆ โดยไม่มีความร้อนเหมือนกับตอนกลางวัน สายลมในเวลานี้ยังคงมีความอุ่นชื้นของน้ำทะเลและมีความเย็นสบายของยามค่ำคืน ช่างสบายและสดชื่นมากที่สุด
เมื่อแหงนหน้าขึ้น สิ่งที่เห็นคือดวงดาวที่อยู่บนฟากฟ้า ฉินสือโอวจึงอดไม่ได้ที่จะคิดถึงพ่อกับแม่ เขาจึงรีบโทรศัพท์ไปหาคนที่บ้าน
และก็พูดเหมือนเดิมในทุกๆ ครั้ง สิ่งที่พ่อแม่เป็นห่วงที่สุดคือเรื่องสุขภาพของฉินสือโอว ขอเพียงแค่ลูกชายสุขภาพร่างกายแข็งแรง ถึงแม้ว่าจะทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง พ่อกับแม่ก็มีความสุขมากแล้ว
ฉินสือโอวอยากให้พ่อกับแม่มาเที่ยวพักผ่อนที่นี่ แต่พ่อแม่ของฉินสือโอวก็ผลัดมาโดยตลอด บอกว่าต้องขายผักที่อยู่ในสวนบ้าง จะต้องเก็บข้าวในนาบ้าง สรุปได้ว่าถึงอย่างไรก็จะไม่ยอมมา
สุดท้ายเมื่อถูกฉินสือโอวกดดัน แม่ของฉินสือโอวจึงเอ่ยขึ้นว่า “แม่กับพ่อ แม้แต่ในเมืองก็ยังไม่ค่อยได้ไปเลย ถ้าไปต่างประเทศกลัวจะทำอะไรให้ลูกขายขี้หน้า”
เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ ฉินสือโอวจึงตาแดงขึ้นมาในทันทีและเอ่ยขึ้นว่า “ขายขี้หน้าอะไรกัน? แม่ ตอนนี้ลูกชายแม่อยู่ที่แคนาดาได้กลายเป็นคนที่สุดยอดมากจริงๆ นะ แม้แต่นายกเทศมนตรีนครเซนต์จอห์นยังมอบรางวัลให้ผมเลย! พ่อกับแม่ไม่ต้องกังวลใจ มาเถอะ”
แม่ของฉินสือโอวลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังพูดปฏิเสธ “ไปต่างประเทศ พ่อกับแม่ก็ไม่รู้ว่าจะคุยอะไรกับคนต่างชาติ ไปแล้วจะสนุกตรงไหน? เสี่ยวโอว ไม่อย่างนั้นลูกก็กลับมาบ้านอีกสิ กลับมาหาพ่อกับแม่ก็ได้แล้ว…”
พ่อของฉินสือโอวที่อยู่ตรงนั้นด้วยก็ได้ตะโกนออกมาว่า “จะให้ลูกกลับมาทำไม? ตั๋วเครื่องบินแพงขนาดไหนเธอรู้ไหม? ให้ลูกอยู่ที่นั่นให้สบายๆ และหาเมียสักคนถึงจะถูก”
 …………………………………………………………….
[1] ชุทซ์ชตัฟเฟิล หรือเอ็สเอ็ส เป็นองค์กรกำลังกึ่งทหารสังกัดพรรคนาซี

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ผมนี่แหละเจ้าแห่งฟาร์มปลา

ชีวิตบัดซบของ ‘ฉินสือโอว’ เริ่มต้นด้วยการถูกใส่ร้ายว่ายักยอกเงินและถูกให้ออกจากบริษัท หนำซ้ำยังต้องชดใช้จนไม่มีแม้แต่เงินจ่ายค่าเช่าห้อง แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรืออะไร เขาพบว่าคุณปู่รองได้ทิ้งพินัยกรรมมูลค่าหลายร้อยล้านไว้ให้ นั่นคือฟาร์มปลาที่แคนาดา แต่ที่นั่นกลับโกโรโกโสทรุดโทรม ปลาสักตัวก็แทบไม่มี นอกจากนั้นยังต้องเสียภาษีการยืนยันพินัยกรรมจำนวนมากอีก จากที่ตอนแรกเขากะจะขายฟาร์มแล้วหอบเงินกลับประเทศจีน กลับต้องฟื้นฟูกิจการฟาร์มปลาเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าภาษี ไม่งั้นจะต้องยอมเสียฟาร์มให้ทางการไป ทว่าระหว่างที่สำรวจทะเลสาบในเกาะ เขาถูกปลาทำร้ายจนเลือดที่คางหยดลงไปบนจี้รูปหัวใจสีน้ำเงินที่มีชื่อว่า ‘หัวใจโพไซดอน’ ทำให้ตัวจี้หลอมเข้าไปในตัวเขา จากนั้นมา… จิตสำนึกของเขาก็สามารถสำรวจและควบคุมท้องน้ำรวมถึงทำการเยียวยาและรักษาสิ่งมีชีวิตในทะเลได้ และนี่ คือหนทางกอบกู้ฟาร์มมรดกของเขา!

Options

not work with dark mode
Reset